LOGINตอนที่ 17 เช้าที่สดใส
หลินชิงอี้คิดว่าติงเสวี่ยเหม่ยน่าจะกลับเข้าไปนอนที่ห้องของพวกเขาสองคน แต่คาดไม่ถึงว่า เธอจะหนีไปนอนในห้องนอนเล็กๆของหลินจิงซูแทน
เวลานี้ เขารู้สึกรังเกียจหลินจิงซูยิ่งกว่าอะไรดี การให้กำเนิดเด็กคนนี้ออกมา ช่างไม่ต่างอะไรจากการให้กำเนิดเจ้ากรรมนายเวรเลยจริงๆ
ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ติงเสวี่ยเหม่ยกับเขามีปากเสียงทะเลาะเบาะแว้งกัน ทั้งหมดล้วนจบลงด้วยคำเกลี้ยกล่อมหวานๆของเขาเพียงแค่ไม่กี่คำ และครั้งนี้ หลินชิงอี้ก็คิดว่าลูกไม้เดิมๆของเขาจะสามารถให้ใช้ผลอย่างเคย
แต่กลับคิดไม่ถึงว่า ติงเสวี่ยเหม่ยจะหนีไปนอนที่ห้องของหลินจิงซูแบบนี้
หลังจากครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่ครู่หนึ่ง หลินชิงอี้จึงได้สบถกับตัวเองว่าช่างเถอะ! รอให้อู๋ซิ่วเหลียนได้รับการปล่อยตัวจากสถานนีตำรวจเสียก่อน ถึงตอนนั้น เขาจะเป็นคนไปรับหลินเสวี่ยกลับจากสถานที่เรียนพิเศษเอง แล้วรอดูว่าเมื่อครอบครัวอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง ติงเสวี่ยเหม่ยกับหลินจิงซูจะยังกล้าทำตัวดื้อด้านหัวแข็งเช่นนี้อยู่อีกหรือไม่
เขาค่อนข้างมั่นใว่า สาเหตุใหญ่ที่ทำให้ติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูเปลี่ยนไปมากในวันนี้ เป็นเพราะเหตุการณ์ร้ายๆที่หวางต้าจูก่อขึ้นทั้งสิ้น และเชื่อมั่นว่าวันรุ่งขึ้นทั้งสองคนจะต้องกลับมาเป็นเหมือนเดิมอย่างแน่นอน
หลินชิงอี้รู้จักภรรยาและลูกสาวตนเองดีกว่าใครๆ ทั้งคู่มีอุปนิสัยที่อ่อนแอและไม่กล้าสู้คนเหมือนๆกัน การที่จู่ๆกลับเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือได้เช่นนี้ คงเป็นเพราะต้องถูกบางสิ่งบางอย่างกระตุ้นเร้าเท่านั้น
หลินชิงอี้เคยคาดหวังกับหลินจิงซูไว้สูงมากในวัยเด็ก เขารู้สึกได้ว่า เธอเฉลียวฉลาดกว่าเด็กทั่วไปในช่วงวัยเดียวกัน แต่ยิ่งเติบโตขึ้น บุคลิกนิสัยของเธอกลับยิ่งเหมือนติงเสวี่ยเหม่ยมากขึ้นทุกวัน ซึ่งนั่นกลับกลายเป็นว่า ทำให้เธอไม่น่ารักและน่าสนใจเหมือนก่อนแล้ว ตรงข้ามกับหลินเสวี่ย ที่หลินชิงอี้รู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นเหมือนลูกสาวของตนเสียมากกว่า
……
ติงเสวี่ยเหม่ยตื่นแต่เช้าตรู่ เธอคุ้นชินกับการตื่นเช้าเพราะไม่ชอบเข้านอนดึกเท่าไหร่นัก เธอค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบ ระมัดระวังไม่ทำให้ลูกสาวที่รักของตนต้องตื่นขึ้น
เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เสร็จสรรพ เธอก็ยกผ้าห่มขึ้นคลุมหน้าท้องของหลินจิงซู เพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะเจ็บไข้ได้ป่วย
จากนั้น ติงเสวี่ยเหม่ยจึงได้เดินตรงไปที่ห้องครัวเพื่อทำอาหารเช้า และเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่หลินจิงซูตื่นนอนพอดี
หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย เธอก็เดินตรงดิ่งไปที่ห้องครัวเช่นกัน เห็นว่าติงเสวี่ยเหม่ยกำลังทำไข่ม้วนยัดไส้ เธอก็รีบปรี่เข้าสูดดมกลิ่มหอมเย้ายวนของมันทันที
ติงเสวี่ยเหม่ยเหลียวหลังมองได้ความแปลกใจ
“ลูกตื่นเช้าจัง!”
หลินจิงซูยจับแขนติงเสวี่ยเหม่ยยกขึ้น แล้วนำไปทาบวางไว้บนหัวไหล่ของตน พร้อมกับยิ้มให้และพูดติดตลกว่า
“แม่คะ ดูท่าวันนี้แม่คงอยากจะกินไข่ม้วนยัดไส้ล่ะสิ? ดีเลย หนูเองก็ชอบกินไข่ม้วนยัดไส้ฝีมือแม่ที่สุด!”
“แม่ไม่ได้อยากกินซะหน่อย! แต่เห็นเมื่อคืนลูกละเมออยากจะกินต่างหากล่ะ”
ติงเสวี่ยเหม่ยรู้สึกสดชื่นแจ่มใสตั้งแต่เช้า สำหรับตัวเธอเวลานี้ จัดว่าอยู่ห่างไกลจากคำว่าเศร้าโศกมากทีเดียว
“กินเสร็จแล้วก็อย่าลืมไปส่งอาหารให้บ้านย่าหวังด้วยล่ะ วันนี้ตั้งใจจะส่งมื้อเช้าเพิ่มไปให้เป็นพิเศษ ดูท่าทั้งย่าหวังกับศาสตราจารย์หวังคงจะยังไม่ได้กินข้าวเช้าเหมือนกัน”
ติงเสวี่ยเหม่ยชะงักเล็กน้อย ก่อนจะลดเสียงลงชั่วขณะและพูดต่อ
“แม่ว่าจู้หยานเองก็เป็นเด็กดีนะ คงจะดีไม่น้อยถ้าลูกเป็นเพื่อนกับเขา วันๆเด็กคนนั้นเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้องใต้หลังคาตลอดทั้งวี่ทั้งวัน แค่ลองนึกภาพดูก็หดหู่จะแย่แล้ว”
หลินจิงซูสัมผัสได้ว่า นับตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นเมื่อวาน อคติที่แม่ของเธอเคยมีต่อจู้หยานได้แปรเปลี่ยนเป็นความเห็นอกเห็นใจแทนแล้ว
“โอ้! เกือบลืมสนิท หนูต้องเตรียมอาหารแมวด้วย!”
หลินจิงซูร้องอุทานลั่น แล้วรีบวิ่งไปหยิบวัตถุดิบสำหรับผสมอาหารแมวที่เธอซื้อมาเมื่อวาน ก่อนจะเริ่มปรุงอาหารแมวแสนอร่อยให้กับเจ้าสาหร่ายขนปุย
ภายหลังรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว หลินจิงซูก็ได้นำกล่องอาหารเช้าสำหรับจู้หยานและเจ้าสาหร่าย มุ่งหน้าไปยังบ้านย่าหวังที่อยู่ไม่ไกลจากกันนัก
ย่าหวังและศาสตราจารย์หวังกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการนั่งซึมซับบรรยากาศยามเช้าภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ หลินจิงซูตรงเข้าไปทักทายคนทั้งสองอย่างอบอุ่น พร้อมหยิบไข่ม้วนยัดไส้ชิ้นโตที่เตรียมไว้สำหรับย่าหวังและศาสตรจารย์หวังออกมา
“ย่าหวังคะ ศาสตราจารย์หวัง นี่เป็นไข่ม้วนยัดไส้ที่แม่หนูทำมาให้ค่ะ ลองชิมดูสักคำสิคะ”
ท่าทีของย่าหวังดูสงบนิ่งไม่ค่อยแสดงอารมณ์เช่นเคย แตกต่างจากศาสตราจารย์หวังที่พูดขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า
“เกรงใจแม่ของหนูจังเลย เธอแค่รับปากว่าจะเตรียมอาหารให้สำหรับจู้หยานกับเจ้าส่าหร่ายเท่านั้น แต่กลับทำมาเผื่อให้ทั้งฉันทั้งภรรยาแบบนี้ ลำบากแม่หนูจริงๆ”
“ไม่ลำบากเลยค่ะ ถ้าพวกคุณชอบทาน เดี๋ยวครั้งหน้าหนูจะบอกให้แม่ทำมาเผื่อให้อีกนะคะ”
“แม่หนูน้อย เธอเป็นเด็กเฉลียวฉลาด ฉันว่าในบรรดาตระกูลหลินทั้งหมด เธอดูจะมีมารยาทพูดจามีสัมมาคาราวะที่สุดแล้วล่ะ ตั้งใจเรียนให้มากๆนะ อนาคตของเธอจะต้องสดใสแน่นอน”
พูดคุยกันได้ครู่หนึ่ง หลินจิงซูจึงได้ขอตัวขึ้นไปที่ห้องใต้หลังคา นำลูกชิ้นยัดไส้ปลาก้อนยักษ์ออกมาใส่ชามและวางใกล้เท้า แล้วส่งเสียงเลียนแบบแมว “เมี้ยว~”
เจ้าสาหร่ายขนปุกปุยสีขาวพุ่งตัวออกมาแทบจะในทันทีที่ได้ยิน วิ่งหน้าตั้งจากอีกฟากของระเบียงทางเดินตรงมาหาชามข้าวของมันทันที มันอ้าปากกินแต่ละคำนั้นไม่ต่างจากรถตักดินใหญ่ยักษ์เลยทีเดียว
จู้หยานเดินตามออกมาและอยู่ระหว่างระเบียงทางเดิน วันนี้เขาสวมเสื้อสีขาวตัดกับกางเกงขายาวสีดำ สีหน้าแววตาของเขายังคงเย็นชาเหมือนเคย เขากำลังก้มหน้าลงเฝ้ามองเจ้าสาหร่ายกินอาหารแมวด้วยความเอร็ดอร่อย
หลินจิงซูรีบขอบคุณเขาเกี่ยวกับเรื่องเมื่อวานทันที
“ขอบคุณนายมากเลยนะที่ช่วยฉันกับแม่ไว้เมื่อวานนี้”
“ผมก็แค่พูดไปตามความจริงเท่านั้น”
จู้หยานหยิบกล่องอาหารจากมือหลินจิงซูไปราวกับคนไร้เยื่อใย และยังคงทำทุกอย่างตามขั้นตอนเดิมเช่นเคย เริ่มจากถ่ายรูปและจดรายละเอียดลงในสมุดบันทึก
หลินจิงซูเริ่มรู้สึกสงสัยเกินบรรยาย เมื่อวานนี้ จากรูปการณ์ที่อีกฝ่ายยอมยื่นมือเข้าช่วยเหลือเธอ นั่นย่อมแสดงให้เห็นแล้วว่า ระหว่างเธอกับเขาน่าจะมีความสนิทสนมกันขึ้นบ้าง แต่ในวันนี้ เขากลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาก็ยังคงห่างเหินเหมือนเดิม แม้ภายในใจเธออยากจะซักไซ้ไล่เลียงอีกฝ่ายมากเพียงใด ท้ายที่สุด กลับทำได้เพียงแค่เก็บงำไว้เบื้องลึกแทน
“ว่าแต่ ทำไมนายถึงต้องถ่ายรูปอาหาร แล้วก็จดบันทึกไว้ทุกครั้งด้วยล่ะ?”
จู้หยานนิ่งเงียบไม่เอ่ยตอบ และยังคงมุ่งความสนใจทั้งหมดไปกับการกินไข่ม้วนยัดไส้ชิ้นนั้นต่อไป
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







