LOGIN91 2-2
ตอนที่ 181 จู้เอ๋อร์จ้าวหยวนยิ่งร้องไห้เสียน้ำตาหนักเข้าไปใหญ่เมื่อได้ยินคำพูดคำจาของจู้หยาน เธอรู้สึกสะเทือนใจอย่างรุนแรงจนพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
หางคิ้วของจ้าวกั๋วผิงกระตุกอย่างแรง แทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“เจ้าหลานชาย พ่อของเธอกับฉันเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันนะ พวกเราสนิทกันมานานหลายสิบปี ไม่เรียกฉันว่าคุณอาก็ไม่เป็นไร แต่ถึงขั้นเรียกชื่อจริงออกมาห้วนๆแบบนี้ มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ?”
สำหรับสองคนนี้ จู้หยานไร้ซึ่งปฏิสัมพันธ์ใดๆด้วยอย่างสิ้นเชิง เขาตอบกลับด้วยสีหน้าท่าทางเย็นชาว่า
“ยิ่งเป็นน้องร่วมสาบานของพ่อผม ไม่ใช่ว่ายิ่งต้องควรรู้จักเคารพในความอาวุโสกว่าของเขาหรอกเหรอ? ถ้าผมบอกว่าไสหัวไป พวกคุณสองคนก็ต้องรีบไสหัวไปได้แล้ว!”
จ้าวกั๋วผิงตะลึงงันตัวแข็งทื่อไม่คลาย เขาเคยคิดฝันที่ไหนกันเล่า ว่าเด็กรุ่นลูกอย่างจู้หยานจะกล้าพูดจากับเขารุนแรงได้ถึงเพียงนี้จริงๆ
“เธอ นี่เธอ…ถ้ายังไม่รีบขอโทษ ฉันจะฟ้องพ่อเธอแน่!”
“เชิญ”
จู้หยานไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆ
ทีท่าที่ไม่แยแสของชายหนุ่มตรงหน้า กลับยิ่งเพิ่มเชื้อไฟให้จ้าวกั๋วผิงรู้สึกเดือดดาลมากขึ้น เขาตะคอกกลับด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า
“จู้หยาน! อย่าคิดว่ามีย่าของเธอคอยหนุนหลังอยู่ แล้วจะกล้าทำอะไรก็ได้นะ! หัดทำตัวให้ดีสักครึ่งหนึ่งเหมือนพ่อตัวเองบ้าง!”
“หมายถึงนอกใจแม่ผมแล้วไปนอนกับผู้หญิงอื่นน่ะเหรอ สร้างแต่ปัญหาจนทำให้คุณย่าต้องป่วยหนักแบบนี้เหรอครับ? อย่าดีกว่าครับ ผมไม่อยากจะกลายเป็นสัตว์เดรัจฉานแบบนั้น”
หลินจิงซูที่ชักรู้สึกแปลกๆตั้งแต่เมื่อครู่ รับฟังบทสนทนาโต้ตอบกันไปมาของทั้งสองคน พลันปรากฏความคิดบางอย่างผุดขึ้นภายในใจ หรือเป็นไปได้ไหมว่า ชายที่ชื่อจ้าวกั๋วผิงคนนี้จะถูกพ่อของจู้หยานส่งมาอีกทีหนึ่ง?
แต่ก็น่าเหลือเชื่อ มีคนแบบนี้บนโลกอยู่จริงๆ ที่กล้าส่งใครสักคนมาสร้างความอับอายให้กับพ่อตาแม่ยายของตัวเอง!
“บอกให้ไสหัวไปซะ ถ้าผมแจ้งความพวกคุณในข้อหาลักทรัพย์ แล้วเมื่อไหร่ที่ข่าวนี้หลุดออกไป คงรู้ใช่มั้ยว่าจะส่งผลเสียมากมายขนาดไหน?”
น้ำเสียงของจู้หยานเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก กระทั่งสีหน้าแววตาของเขาก็แทบกลายเป็นน้ำแข็ง
ใบหน้าของจ้าวกั๋วผิงเปลี่ยนเป็นสีแดงสลับขาวอัดแน่นไปด้วยความโกรธ ท้ายที่สุดปราศจากทางเลือกอื่นหลงเหลือ จึงต้องจำใจฉุดแขนจ้าวหยวนออกไปด้วยกัน
แต่ไม่คาดคิดว่าจ้าวหยวนจะสะบัดแขนผู้เป็นพ่อทิ้งอย่างแรง และปฏิเสธหัวเด็ดตีนขาดไม่ขอจากไปไหนทั้งนั้น เธอตะโกนลั่นอย่างเอาแต่ใจว่า
“หนูอยากอยู่กับจู้หยาน! หนูจะอยู่กับเขา! หนูจะอยู่กับเขา!! หนูไม่ไปไหนทั้งนั้น!!”
วินาทีเดียวกัน จ้าวหยวนก็รีบเอื้อมมือออกไปคว้าจับจู้หยานเอาไว้ แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับหลบเลี่ยงโดยไวราวกับกำลังหนีเชื้อไวรัสก็ไม่ปาน
“ผมจะพูดอีกแค่ครั้งเดียว ไส-หัว-ไป-ซะ!! ไม่งั้นผมจะไปแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้เลย!!”
พูดจบ จู้หยานก็หมุนตัวกลับเตรียมออกไปแจ้งตำรวจทันที
ในที่สุด จ้าวกั๋วผิงก็ฉุดกระชากลากถูลูกสาวตนเองขึ้นรถลีมูซีนสีดำได้สำเร็จ เคียงคู่พร้อมกับคำสบถด่าสาปแช่งจู้หยานสารพัดภายในใจ
ด้านในรถ จ้าวหยวนระเบิดเสียงร้องห่มร้องไห้ดังจนแสบแก้วหู
“พ่อ! ทั้งหมดเป็นความผิดของพ่อคนเดียวเลย!! ใครสั่งให้ไปยั่วโมโหจู้หยาน! เรื่องกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว อนาคตหนูจะแต่งงานกับจู้หยานได้ยังไง!?”
จ้าวกั๋วผิงส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างโกรธๆ
“ถ้าไอ้เจ้าลิงนั่นมันกล้าสร้างปัญหาให้ฉันอีกครั้ง ลูกเคยเห็นฝ่ามือพระพุทธองค์รึเปล่าล่ะ?”
“พ่อหมายความว่ายังไง? หนูไม่เห็นจะเข้าใจ!”
จ้าวหยวนตะคอกถามใส่
“เด็กโง่ ก็หมายความว่า ต่อให้เขาจะทำตัวเก่งแค่ไหน ก็ยังมีคนที่สามารถปราบเขาลงได้ พ่อคนนี้รับรองว่า ในอีกไม่ช้า กลับจะเป็นเขาที่จะต้องตามง้อลูกสาวของพ่อแทนแน่นอน!”
หลังจากพูดออกไปแบบนั้นแล้ว จ้าวกั๋วผิงก็หยิบโทรศัพท์รุ่นกระติกน้ำขนาดพกพาออกมา ต่อสายตรงไปหาจู้เอ๋อร์ที่กำลังนอนพักผ่อนอยู่กับเสี่ยวมีในต่างประเทศ
เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้นกว่าสี่ห้าครั้งกว่าปลายสายจะกดรับ
ปรากกฎเป็นเสียงงัวเงียของจู้เอ๋อร์ดังขึ้น ท่าทางจะไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก
“โทรมาอะไรเวลานี้ นี่แกปัญญาอ่อนรึเปล่าห๊ะ? เจ็ทแล็กน่ะรู้จักมั้ย?”
“รู้ รู้ รู้สิพี่เอ๋อร์ รอบนี้ผมผิดไปจริงๆ แต่เพราะมีเรื่องด่วนจริงๆครับ”
น้ำเสียงของจ้าวกั๋วผิงอ่อนลงจากเดิมมากในทันที
“แล้วมีอะไร?”
“ก็เรื่องลูกชายของพี่รองนั่นแหละครับ”
จู้เอ๋อร์ชะงักนิ่งในชั่วอึดใจหนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นด้วยน้ำเสียงลังเลว่า
“จู้หยานเหรอ?”
ในใจของจู้เอ๋อร์นั้น มีเพียงเด็กๆที่เกิดจากผู้หญิงชื่อเสี่ยวมีเท่านั้นที่นับเป็นลูกของเขา ส่วนเด็กผู้ชายนามว่าจู้หยานที่เกิดจากท้องผู้หญิงอีกคนนั้น เขาได้ตัดขาดสายสัมพันธ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทว่าเรื่องนี้นายหญิงเฒ่ากลับปฏิเสธที่จะยอมรับ และทำการคว่ำบาตรเขาโดยเปลี่ยนส่วนแบ่งมรดก ให้เด็กผู้ชายคนนี้ได้รับไปมากกว่าตัวเขา!
และในปัจจุบันตอนนี้ จู้เอ๋อร์จะยังเหลือส่วนแบ่งในกองมรดกนี้อยู่หรือไม่นั้น ก็ไม่อาจทราบได้!
ในอดีต จู้เอ๋อร์ไม่เคยนับว่าเด็กผู้ชายที่เขาเป็นคนทำให้เกิดมานี้ เป็นลูกชายหรือคนในครอบครัวเลยด้วยซ้ำ และยิ่งเมื่อจู้หยานเติบโตขึ้น การพูดถึงอีกฝ่ายในแต่ละครั้ง ก็ล้วนสร้างความลำบากใจให้กับเขาไม่น้อยเลยจริงๆ
“ว่าไงล่ะ มีอะไร?”
จู้เอ๋อร์เอ่ยถาม
“ลูกสาวของผมแค่อยากจะผูกมิตรเป็นเพื่อนกับเขาเท่านั้น แต่รู้มั้ยว่าเขาพูดอะไรตอบกลับมา? เขาถึงกับกล้าชี้หน้าผมกับลูกสาว แล้วพูดว่าไสหัวไปซะ!”
เขายังเล่าต่ออีกว่า
“ผมว่าเขาคงยังไม่พอใจเรื่องของพี่รองอยู่แน่นอนครับ ถึงได้มาระบายความโกรธใส่ผมกับลูกสาวแบบนี้ แม้จะได้ชื่อว่าแซ่จู้ แต่ดูท่าเขาจะรักใคร่เป็นห่วงเป็นใยพวกคนตระกูลหวังมากกว่า พ่อตาแม่ยายของพี่ก็อีกคน พวกบ้านนอกคอกนานี่มันนิสัยเสียเหมือนกันหมดจริงๆ! ลูกชายพี่คงจะติดนิสัยเสียๆมาจากคนพวกนั้นนั่นล่ะ!”
จู้เอ๋อร์กัดฟันกรอดพร้อมกับพูดขึ้นว่า
“ไอ้สวะน้อยนั่น…เดี๋ยวนี้มันชักจะอวดดีใหญ่แล้ว! น้ำหน้าอย่างมันไม่มีอะไรดีหรอก ถ้าไม่ได้ชื่อตระกูลจู้ประดับหัว!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







