LOGIN93 1-2
ตอนที่ 184 ภูมิหลังของจู้หยาน (1)
หลินจิงซูพาจู้หยานขึ้นไปที่ชั้นดาดฟ้าของโรงงานเหล็กร้าง
ด้านบนของสถานที่แห่งนี้ลมพัดแรงมาก ทำเอาหม่าล่าที่ซื้อมากินถึงกับเย็นชืดในทันทีที่เปิดปากถุง
หลินจิงซูหยิบหม่าล่าไม้หนึ่งออกมาพร้อมกัดรูดเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย เป่าปากพ่นควันท่ามกลางลมหนาวแรกของฤดู แล้วพูดกับจู้หยานขึ้นว่า
“รสชาติไม่ค่อยดีเท่าไหร่ นายยังอยากจะกินอยู่รึเปล่า?”
จู้หยานหยิบหม่าล่าไม้หนึ่งยัดเข้าปากตาม แต่เคี้ยวไปได้สองสามทีก็ต้องสำลัก ไอเสียงค่อกๆแค่กๆเพราะความเผ็ดร้อนของมัน
หลินจิงซูรีบเปิดกระป๋องเบียร์แล้วยื่นส่งให้
“ค่อยๆกินไม่ต้องรีบร้อน เอานี่ ดื่มซะ”
พูดจบ หลินจิงซูก็ยกกระป๋องเบียร์ในมือของตัวเองขึ้นกระดกอย่างห้าวหาญ ราวกับว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา
เสี้ยวพริบตาถัดมา หลินจิงซูก็ถึงกับตัวสั่นสะท้านเกินควบคุม ทันทีที่ฟองเบียร์นุ่มเย็นไหลผ่านลำคอตกถึงท้อง วินาทีเดียวกันนั้น เธอก็รู้สึกผะอืดผะอมจนเกือบอาเจียนออกมา
หลินจิงซูลืมไปเสียสนิทว่า ในชีวิตนี้ ตัวเธอเองยังไม่เคยดื่มเบียร์หรือแอลกอฮอล์เลยสักครั้ง ไม่เหมือนกับเมื่อครั้งที่เธออยู่ในโรงงาน ทุกวันศุกร์หลังเลิกงาน เธอกับบรรดาเพื่อนๆมักจะตั้งวงกินข้าว พร้อมซดเบียร์เพื่อเพิ่มอรรถรสให้แก่มื้ออาหารอยู่เป็นประจำ
ตรงกันข้ามกับร่างกายของสาวน้อยที่บริสุทธิ์ผุดผ่องของเธอในเวลานี้ พบเจอแอลกอฮอล์เข้าหน่อยก็แทบอ้วกแล้ว!
เห็นว่าหลินจิงซูที่เป็นสาวน้อยยังใจกล้ากระดกดื่มแบบนั้น เขาเองก็ไม่มีลังเลเช่นกัน รีบกระดกกระป๋องเบียร์ดื่มตามทันที และผลที่ตามมาก็คือ เพิ่งจิบเข้าไปแค่คำแรก สีหน้าท่าทางของเขาก็เหมือนกับหลินจิงซูทุกประการ
จะอ้วก!
จู้หยานขมวดคิ้วทันทีที่ถูกหลินจิงซูหัวเราะเยาะใส่
หลินจิงซูระบายยิ้มกว้าง จู้หยานแอบยิ้มตามเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว มุมปากของเขาคลี่เปิดเล็กน้อย เผยให้เห็นฟันเขี้ยวน่ารักอันเป็นเสน่ห์ออกมา
รอยยิ้มที่สดใสเหล่านี้ราวกับสามารถปัดเป่าความทุกข์ใจทั้งปวงได้ ทั้งสองนั่งเคียงคู่จิบเบียร์กันไป แลกเปลี่ยนบทสนทนากันไปอยู่บนดาดฟ้าอย่างมีความสุข
“จู้หยาน ถ้ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจก็เล่าให้ฉันฟังได้นะ ไม่ต้องอายหรอก เพราะถึงยังไงเรื่องของฉันก็น่าอายกว่าเยอะ!”
บางที สาเหตุที่ต่างคนต่างรู้สึกเห็นอกเห็นใจกันและกันขนาดนี้ อาจเป็นเพราะทั้งคู่ประสบปัญหาเดียวกัน หรืออาจมีปัจจัยอื่นเข้ามาผสมโหมโรมอยู่บ้าง จู้หยานนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง และในที่สุดก็ยอมปริปากพูดออกมา
“แม่ของผมเป็นอาจารย์สอนอยู่คณะเภสัชศาสตร์ในมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ต่อมาได้มีโอกาสขึ้นเป็นหัวหน้าโครงการคิดค้นวิจัยยาตัวใหม่ให้กับบริษัทตระกูตจู้ของผม และนั่นคือช่วงเวลาที่แม่กับพ่อของผมได้พบเจอกัน แต่ใครจะไปรู้ว่า พ่อได้ซุกเมียน้อยไว้ แอบเลี้ยงดูนักร้องสาวไนท์คลับคนหนึ่งอยู่ ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาแทรกกลางความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับแม่ของผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป นักร้องสาวคนนั้นก็ได้ตั้งท้องและแอบคลอดเด็กออกมาอย่างเงียบๆ เวลาอยู่นอกบ้าน เขาก็เลี้ยงดูนักร้องสาวนั่นกับลูกๆ ทั้งตามใจแล้วก็ปรนเปรอให้ทุกอย่าง แต่เมื่อกลับบ้านมา ก็รับบทเป็นสามีที่แสนดีต่อหน้าแม่ของผม”
หลินจิงซูพยักหน้าระหว่างรับฟังอย่างเงียบๆ ขณะเดียวกันก็คอยสังเกตปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่ผกผันในระหว่างเล่าของจู้หยานอยู่เนืองๆ
จู้หยานเล่าต่อว่า
“แรกๆเขาคงคิดว่าการใช้ชีวิตแบบนั้นไปเรื่อยๆก็ไม่มีอะไรเสียหาย ออกจะมีความสุขด้วยซ้ำไป ที่ได้รับความรักจากผู้หญิงสองคนพร้อมๆกัน แต่ใครจะไปรู้ว่า วันหนึ่งนักร้องสาวคนนั้นกลับรู้สึกทนไม่ไหวกับชีวิตคู่ที่ไร้สถานะชัดเจนแบบนั้น ส่วนลูกๆที่เธอคลอดออกมา ก็พยายามกดดันสั่งให้แม่ทำตามความปรารถนาของพวกตน โดยให้เหตุผลว่า ชะตากรรมของพวกเขาในอนาคตควรจะต้องดีกว่านี้ นับตั้งแต่นั้นมา สถานการณ์ทุกอย่างก็เริ่มเลวร้ายลงเรื่อยๆ แม่ของผมกลายเป็นคนร้ายในสายตาของทุกคน ถูกใส่ร้ายว่าเป็นเมียน้อยที่ชิงจดทะเบียนก่อนเธอ ความตึงเคียดนับวันมีแต่จะยิ่งถาโถมเข้าใส่ จากผู้หญิงสดใสร่าเริง ต้องกลายมาเป็นคนเก็บตัวไม่พูดไม่จากับใคร กระทั่งท้ายที่สุด แม่ทนอยู่ในสภาวะแบบนี้ไปไม่ไหวอีกต่อไป จึงได้ตัดสินใจกระโดดจากตึกเจ็ดชั้น…เลือกที่จะจบชีวิตตัวเองลง”
รับรู้เรื่องราวเหล่านี้ หลินจิงซูอดรู้สึกสะเทือนใจไม่ได้จริงๆ
ทำไมผู้หญิงจะต้องเป็นฝ่ายเจ็บปวดจากการแต่งงานอยู่เสมอ?
เห็นชัดว่า ทั้งที่ผู้ชายเป็นฝ่ายนอกใจทำผิดก่อนแท้ๆ แต่สุดท้าย ทำไมถึงได้กลายเป็นความผิดของฝ่ายหญิงล่ะ?
หากยังปล่อยให้ติงเสวี่ยเหม่ยใช้ชีวิตเหมือนเดิมต่อไปอย่างในชีวิตก่อนหน้า สุดท้าย ชีวิตของเธอก็จะลงเอยด้วยการฆ่าตัวตาย เพียงเพราะไม่ต้องการจะเซ็นใบหย่า
แต่ความจริงในข้อนี้ก็ได้ถูกพิสูจน์ชัดเจนในชีวิตนี้แล้วว่า การเซ็นใบหย่านั้นไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอย่างที่จินตนาการไว้เลย ตรงกันข้ามด้วยซ้ำไป เพราะชีวิตหลังจากนั้นของเธอและลูก กลับพานพบแต่ความสุขมากมายนับไม่ถ้วน
หลังจากได้ฟังเรื่องราวมาถึงตรงนี้ ความรู้สึกเกลียดชังที่มีมากล้นอยู่เต็มหัวใจแต่เดิม ยามนี้กลับยิ่งทวีเพิ่มพูนมากขึ้น หลินจิงซูบีบหมัดกระชับแน่น กัดฟันถามอย่างอาฆาตแค้นเล็กน้อยว่า
“แล้วเกิดอะไรขึ้นกับนาย? ทำไมถึงถูกคนวางยาพิษได้?”
“พอนักร้องสาวคนนั้นรู้ข่าวการเสียชีวิตของแม่ผม เธอก็ตั้งใจจะพาลูกๆของตัวเองเข้าบ้านตระกูลจู้ แต่คุณย่าของผมกลับปฏิเสธและไม่คิดนับญาติด้วย มิหนำซ้ำยังประกาศว่า เธอมีหลานที่เกิดจากลูกชายคนนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งก็คือผมที่เกิดจากคุณแม่ และได้เขียนพินัยกรรมฉบับพิเศษมอบให้กับผมโดยเฉพาะด้วย อีกทั้งยังประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคนว่า จะยกตำแหน่งทายาทตระกูลจู้รุ่นที่สองให้กับผมแทน แต่แล้วนักร้องสาวคนนั้นกับลูกๆของเธอก็เกือบทำให้ย่าของผมต้องฝันสลาย ด้วยการวางยาพิษในอาหารหวังจะฆ่าผมให้ตายไป”
หลินจิงซูอดกลั้นต่อไปไม่ไหว เธอกัดฟันถามต่อในทันที
“แล้วสุดท้ายเรื่องนี้จบลงยังไง?”
“ตอนที่คุณย่าแจ้งความจับคนพวกนั้น ตำรวจก็เกือบจะจับตัวพวกมันได้แล้ว แต่พ่อของผมกลับจองตั๋วเครื่องบินพานักร้องสาวคนนั้นกับลูกๆของมันบินหนีไปต่างประเทศซะก่อน”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







