LOGIN93 2-2
ตอนที่ 185 ภูมิหลังของจู้หยาน (2)
“พวกมันวางยาพิษนายขนาดนั้น แต่คนเป็นพ่อยังหน้าด้านปกป้องผู้หญิงคนนั้นอีกเหรอ? ถามจริงๆ?!”
หลินจิงซูยกฝ่ามือขึ้นตบพื้นปูนอย่างแรงเพราะอารมณ์โกรธพาไป สุดท้ายถึงกับต้องกรีดร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
“โอ๊ย! เจ็บ..เจ็บ…เจ็บโว้ย…”
“ไหนๆขอผมดูแผลหน่อย”
จู้หยานรีบคว้ามือที่บวมแดงของหลินจิงซูมาดูด้วยความเป็นห่วง พิจารณาจากระดับความสาหัสของฝ่ามือ ก็พอคาดเดาได้ทันทีว่าเธอออกแรงฟาดมากขนาดไหน
กระแสความทุกข์ใจเล็กๆโฉบแล่นในดวงตาของเขา จู้หยานกุมมือข้างนั้นของสาวน้อยไว้แน่น ประหนึ่งว่ากำลังจับประคองสมบัติล้ำค่าไว้ จากนั้น จึงค่อยๆนำลงไปใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อข้างอกซ้ายของตนเอง สัมผัสได้ถึงหัวใจอุ่นที่กำลังเต้นเป็นจังหวะดวงนั้น
เห็นหลินจิงซูได้รับบาดเจ็บเช่นนี้ เขากลับดูเศร้าสร้อยเป็นทุกข์เสียยิ่งกว่าปัญหาชีวิตที่ระทมขมขื่นของตนเองเสียอีก
และไม่รู้ว่าเพราะอะไรเช่นกัน แต่สิ่งเดียวที่จู้หยานรู้ก็คือ เขาไม่อยากเห็นหลินจิงซูต้องรับบาดเจ็บใดๆทั้งสิ้น
จ้าวหยวนที่แอบสะกดรอยตามคนทั้งสองมาตลอดทาง ในเวลานี้ก็กำลังซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากกันนัก มองเห็นภาพฉากที่จู้หยานกำลังจับมือถือแขนของหลินจิงซู ดวงตาคู่นั้นก็ฉายภาพเปลวไฟลุกโชนอย่างสุดจะหักห้าม
เธอรู้สึกอิจฉาอย่างมาก มากซะจนอยากจะวิ่งออกไปจับทั้งคู่แยกออกจากกันในตอนนี้เลย!
จ้าวหยวนไม่รู้ว่าทั้งสองคนกำลังนั่งคุยเรื่องอะไรกันอยู่ แต่สิ่งเดียวที่รับรู้ได้ก็คือ ช่วงต้นยังหัวเราะยิ้มแย้มกันอย่างมีความสุขอยู่เลย แต่สักพัก บรรยากาศกลับแปรเปลี่ยนเป็นมืดหม่นเศร้าหมองเกินบรรยาย
จ้าวหยวนขลุกตัวหลบมุมอยู่ตรงนั้น ยิ่งเวลาผ่านไป ใบหน้าของเธอก็ยิ่งบิดเบี้ยวดูอัปลักษณ์มากขึ้นเรื่อยๆ
เธออยากจะรู้จริงๆว่า หลินจิงซูสรรหาวิธีไหนมาใช้ จึงได้ล่อลวงให้จู้หยานเชื่องได้ถึงขนาดนี้!
หลินจิงซูตระหนักได้ว่าตนไม่เพียงถูกจับมือ แต่ยังถูกเอาไปซุกไว้ในกระเป๋าเสื้ออีก เธอจึงรีบชักมือกลับออกมาด้วยความรู้สึกลำบากใจเล็กน้อย
จู้หยานคล้ายเพิ่งรู้สึกตัวว่าได้ทำอะไรลงไป ปลายติ่งหูน้อยๆของเขาจึงแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นทันที
หนุ่มสาวคู่นี้ ต่างฝ่ายต่างนิ่งเงียบอยู่นานสองนาน ท้ายที่สุดก็เป็นจู้หยานที่กระแอมไอออกมา พร้อมรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที
“ทำไมต้องโมโหขนาดนั้นด้วยล่ะ? ก็แค่เรื่องราวเก่าๆในอดีต มันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว และตอนนี้ผมก็คิดได้แล้ว”
“ที่ว่าคิดได้แล้วหมายถึงเรื่องอะไร?”
หลินจิงซูไล่ถามต่ออย่างรู้ทัน
“อืม เมื่อก่อนก็ยังคิดอะไรไม่ได้หรอก มีแต่คำว่า ‘ทำไม’ อยู่ในหัวเต็มไปหมด สุดท้ายก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องทรมานตัวเองเปล่าๆ แต่ตอนนี้ผมคิดได้แล้วล่ะ ทำไมเราจะต้องเป็นทุกข์กับความผิดที่คนอื่นก่อขึ้นด้วยล่ะ จริงมั้ย?”
สิ้นประโยคจบ จู้หยานก็หันไปบอกกับเธอด้วยความหวังดีเช่นกัน
“เหตุผลที่ผมเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เพราะอยากให้คุณเอาไว้เป็นบทเรียน อย่าได้ใจร้ายกับตัวเองมากนัก”
และประโยคนั้นเพียงประโยคเดียว ก็ได้ตอบข้อสงสัยทั้งหมดก่อนหน้านี้ของหลินจิงซูแล้วว่า เหตุใดจู้หยานจึงคอยสนับสนุนช่วยเหลือเธอในการรับมือกับตระกูลหลินในครั้งนั้น
หลินจิงซูพยักหน้ายิ้มและตอบกลับไปว่า
“ใช่แล้วล่ะ จะมีก็แค่ตัวเราที่จะอยู่กับเราไปจนวันตาย เพราะฉะนั้น ก็ควรใจดีกับตัวเองให้มากๆหน่อย! ต้องมาทรมานตัวเองเพราะความผิดของคนอื่น มันไม่คุ้นกันเลยจริงๆ”
ทั้งสองสบประสานสายตากัน ราวกับว่าต่างฝ่ายต่างได้ค้นพบความกล้าหาญของกันและกันที่ซ่อนลึกอยู่ในดวงตาทั้งคู่นั้น
…..
ทันทีที่จ้าวหยวนกลับมาถึงโรงแรม เธอก็เริ่มอาละวาดคลุ้มคลั่งอย่างหนัก ทุบทำลายข้าวของทุกอย่างที่อยู่ในห้องพักจนพังพินาศเป็นหน้ากลอง พนักงานโรงแรมที่ผ่านไปมาบริเวณนั้น เมื่อได้ยินเสียงดังโวยวาย จึงรีบเปิดประตูเข้าไปดู แต่แล้วก็ถึงกับร้องตะโกนลั่น ไล่ให้เธอลงไปจ่ายค่าเสียหายเดี๋ยวนี้
จ้าวหยวนเดินลงมาถึงด้านล่างด้วยความโกรธที่ยังไม่จางหาย
“ไอ้เฟอร์นิเจอร์เน่าๆพวกนั้นราคาจะสักเท่าไหร่กันเชียว? พวกบ้านนอกไม่เคยเห็นเงิน กระเหี้ยนกระหืออยากจะได้ค่าเสียหายจนตัวสั่นนักใช่มั้ย?ได้อยู่แล้ว! จะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามา ฉันมีปัญญาจ่าย!”
เผชิญหน้ากับความหยิ่งผยองของจ้าวหยวน เจ้าของโรงแรมถึงกับเดือดดาลจนแทบคลั่ง เส้นเลือดดำแดงระเบิดเต้นตุ้บๆอยู่ข้างขมับซ้ายขวาอย่างสุดจะทน
“หึ! ในเมื่อวิพากษ์วิจารณ์โรงแรมของเราเสียๆหายๆซะขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้นก็กรุณาจ่ายเงินมา แล้วก็ไสหัวไปพักที่อื่นเลยไป! อยากรู้เหมือนกันว่า เด็กเมื่อวานซืนอย่างคุณจะมีปัญญาทำอะไรได้!”
จ้าวหยวนยืนชี้หน้าตะคอกใส่เจ้าของโรงแรมคนนั้นราวกับหมูกับหมา
“ไอ้บ้านนอก! แกกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับฉันห๊ะ? รู้รึเปล่าว่าพ่อของฉันเป็นใคร?”
“ต่อให้พ่อของคุณจะเป็นโคตรเหง้าบรรพบุรุษของประเทศนี้ ผมก็ไม่กลัว! โรงแรมเน่าๆของเราไม่ยินดีต้อนรับคนอย่างคุณ! รีบจ่ายเงินมาแล้วก็เชิญออกไปครับ!!”
“นี่แก!!?”
จ้าวหยวนกระทืบเท้าอย่างแรง กัดฟันพูดตอบโต้กลับไปว่า
“ต่อให้ไม่เชิญฉันออก ฉันก็ตั้งใจจะไปอยู่แล้ว! ใครบ้างอยากจะอยู่โรงแรมชั้นต่ำแบบนี้? สกปรกโสโครก!”
“งั้นเราจะไปเก็บข้าวของลงมาให้ แล้วก็รีบไสหัวไปซะ!”
เจ้าของโรงแรมคนนั้นตวาดสวนตอบทันทีเช่นกัน
จ้าวหยวนกัดฟันกรอด ยืนรอให้พนักงานแบกขนกระเป๋าเดินทางของเธอลงมา พร้อมข้าวของภายในห้องที่เสียหายก็ถูกทยอยนำมาเรียงไว้ข้างกัน เพื่อใช้คิดคำนวณค่าเสียหาย
“ค่าเสียหายทั้งหมด800หยวน จ่ายเงินแล้วกรุณาไสหัวไปซะ!”
เจ้าของโรงแรมส่งสายตาสบประมาทใส่
“หึ กะอีแค่เศษเงิน800หยวน! คิดว่าน้ำหน้าอย่างฉันไม่มีปัญญาจ่ายงั้นเหรอ?”
จ้าวหยวนแสยะยิ้มอย่างขบขันพลางเปิดกางกระเป๋าเงินออก แต่จู่ๆเธอก็ถึงกับหน้าถอดสี เพราะเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่า เธอมากับจ้าวกั๋วผิงผู้เป็นพ่อ จึงไม่ได้เอาเงินติดตัวมาด้วยเลยแม้แต่หยวนเดียว!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล