Masuk108 1-2
ตอนที่ 214 เพื่อนรักหักเหลี่ยม
ทันที่ตำรวจกลุ่มหนึ่งมาถึง ก็ได้แยกย้ายกระจายกันออกสอบสวนเพื่อสืบหาข้อมูลทันที
เหล่านักเรียนปากเก่งในโรงเรียนที่เคยนินทาสาปส่งหลินจิงซูชนิดสาดเสียเทเสียก่อนหน้า เวลานี้ต่างก็หน้าถอดสีซีดเผือดกันหมด เมื่อถูกตำรวจเรียกตัวเข้าไปคุย ก็ถึงกับขวัญเสียกระเจิดกระเจิง ท้ายที่สุด แต่ละคนก็ต้องรวมกลุ่มกันเฉพาะกิจเพื่อออกไปขอโทษหลินจิงซู
หลังเลิกเรียน มีนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งมาดักรอหลินจิงซูอยู่หน้าระเบียงชั้นเรียน
“จิงซู พวกเราขอโทษจริงๆที่เคยพูดถึงเธอไม่ดี ฉัน…ฉันก็คิดอยู่แล้วว่าเธอต้องไม่ใช่คนแบบนั้น!”
“ใช่แล้ว! ฉันอยากจะเห็นหน้าไอ้ตัวปล่อยข่าวไร้สาระนี่จริงๆเชียว!”
“หึ ไอ้คนที่ว่ามันจะต้องถูกกรรมสนองเข้าสักวัน!”
“จิงซู ทางตำรวจมีอะไรคืบหน้าบ้างรึเปล่า? พวกเขาจะช่วยเธอได้ใช่มั้ย?”
หลินจิงซูเดินผ่านนักเรียนหญิงกลุ่มนั้น แล้วเปิดประตูเข้าห้องเรียนไปทันที ก่อนจะหันมายิ้มเล็กน้อยและตอบกลับไปว่า
“ฉันเชื่อมั่นในความสามารถของคุณตำรวจนะ กับแค่คดีจิ๊บจ๊อยกระจอกๆแบบนี้ วันสองวันก็น่าจะไขความจริงได้แล้วล่ะ”
พูดมาถึงตรงนี้ เธอก็จงใจส่งสายตาส่อเสียดไปทางโต๊ะที่หลินเสวี่ยนั่งอยู่
ภายในห้องเรียนแห่งนี้ นอกจากกลุ่มนักเรียนหญิงที่รวมกลุ่มกันมาขอโทษขอโพยหลินจิงซูแล้ว ก็ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ชอบขี้หน้าเธอและเป็นเพื่อนกับหลินเสวี่ย
พวกเธอเหล่านั้นต่างก็รู้สึกว่าไม่ยุติธรรม ที่ทั้งครูใหญ่และครูคนอื่นๆพากันลำเอียงเข้าข้างหลินจิงซูมากจนเกินไป
“เชอะ ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินอะไรตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ คนที่ทำผิดก็คงรู้ดีอยู่แก่ใจ!”
“ถ้าตัวเองไม่ได้ทำผิดจริงๆ งั้นก็ช่วยอธิบายให้พวกเราฟังหน่อยสิว่า รถเก๋งสีดำคันนั้นมันคืออะไร? แล้วก็อย่ามาอ้างเชียวล่ะว่าเป็นพ่อตัวเอง เพราะหลินเสวี่ยแฉจนหมดแล้วว่า ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่พ่อของเธอ! รู้สึกว่าในครอบครัวของเธอจะมีผู้ชายอยู่แค่คนเดียวสินะ ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่พ่อ แล้วยังจะเป็นอะไรไปได้อีกล่ะ? เอ๊ะ นี่ฉันพูดหักหน้าเธอเกินไปรึเปล่านะ? ฮ่าฮ่าฮ่า…”
“คิดจะแจ้งตำรวจเพื่อขู่ให้พวกเรากลัวงั้นเหรอ? นังโง่! แกนั่นแหละที่จะต้องถูกจับ!! แกว่งเท้าหาเสี้ยนเองแท้ๆ น่าสมเพชดีเนอะ ว่ามั้ยหลินเสวี่ย?”
หลินเสวี่ยเชิดหน้าขึ้นมาทันที ช้อนหางตามองใส่หลินจิงซูอย่างผยองพร้อมกันพูดขึ้นว่า
“ถูกต้องแล้วเพื่อนรัก ตลอดเวลาที่ผ่านมาในบ้านหลังนั้น ลูกพี่ลูกน้องของฉันคนนี้ข่มเหงรังแกฉันกับแม่สารพัด ต้องขอบคุณพฤติกรรมชั่วๆของเธอเอง ที่ทำให้ฉันได้รับความยุติธรรมอีกครั้ง! ถ้าคิดว่าแจ้งตำรวจแล้วจะสามารถปิดบังความผิดที่ตัวเองก่อไว้ได้ก็เชิญ! หลินจิงซู สุดท้ายแล้วคนอย่างเธอก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีสักอย่าง อ่อ! เว้นอยู่เรื่องเดียว…โกหกเก่ง!”
เมื่อเห็นหลินเสวี่ยลุ่มหลงอยู่กับความจองหองที่ไร้ค่า หลินจิงซูก็อดส่ายหน้าด้วยความสมเพชเวทนาใจไม่ได้
เธอยิ้มเยาะ ทิ้งท้ายเพียงแค่สั้นๆว่า
“ถ้าอย่างนั้นก็คอยดู”
สองวันถัดมา ระหว่างคาบเรียนในชั้น หลินจิงซูและคนอื่นๆกำลังตั้งหน้าตั้งตาติวหนังสืออย่างขะมักเขม้น แต่แล้วจู่ๆก็มีตำรวจนอกเครื่องแบบนายหนึ่งเปิดประตูโพล่งเข้ามา แล้วนำตัวหลินเสวี่ยพร้อมกับเพื่อนรักของเธออีกสองสามคนออกไป
นักเรียนทั้งชั้นได้แต่ตกตะลึงอ้าปากค้าง ไม่เว้นกระทั่งคุณครูผู้สอน ทุกสายตาหันขวับจับจ้องไปทางหลินจิงซูเป็นตาเดียว
ทุกคนที่ถูกตำรวจนำตัวออกไป ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่เคยพูดจาถากถางให้ร้ายหลินจิงซูกันทั้งนั้น
เพิ่งจะปากดีได้ไม่กี่วัน ตอนนี้กลับถูกตำรวจรวบตัวซะแล้วเหรอ!?
แต่ถึงอย่างนั้น หลินจิงซูกลับไม่เผยแสดงรอยยิ้มใดๆผ่านใบหน้าให้เห็นแม้สักนิด ดูเก็บเนื้อเก็บตัวราวกับยอดฝีมือผู้ซ่อนเร้นพลังที่แท้จริงเอาไว้! ทำเอาเพื่อนร่วมชั้นทุกคนต่างก็ต้องหันมามองหน้ากันเองด้วยความเหลือจะเชื่อ!
เวลานี้ ต่อให้ใครที่ว่าเก่งว่าแน่ ก็ยังไม่คิดที่จะต่อกรกับหลินจิงซู!
จนกระทั่งเสียงกริ่งดังขึ้นเป็นสัญญาณสิ้นสุดคาบเรียน ในช่วงเย็นของวันนั้น หลินเสวี่ยและคนอื่นๆก็ถูกส่งตัวกลับมาที่โรงเรียนอีกครั้ง
บรรดา ‘เพื่อนรัก’ ของหลินเสวี่ยทั้งหลายแหล่ ที่เคยพูดจาแดกดันทำตัวหยิ่งผยองใส่หลินจิงซูนั้น ตอนนี้ทุกคนแทบจะคลานเข่าเข้ามากราบขอโทษแทบเท้าของเธอเลยทีเดียว
“ฉัน…ฉันขอโทษ ฉันขอโทษจริงๆนะจิงซู! ทั้งหมดเป็นความผิดของพวกเราเอง ทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข่าวลือนั่นเป็นจริงหรือเท็จ แต่พวกเรากลับเอามาคุยเล่นกันสนุกปากจนเกินเหตุ… ได้โปรดเถอะนะจิงซู อย่าเอาผิดพวกเราเลยนะ! พวกเราไม่อยากมีคดีติดตัว! พ่อแม่ของฉันเองทุ่มเททุกอย่างที่มีเพื่อส่งเสียให้ฉันได้เรียนสูงๆ สำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในครั้งนี้ พวกท่านคาดหวังในตัวฉันไว้มาก! ได้โปรดเถอะ…จิงซู เห็นแก่ที่เราเป็นเพื่อนกัน ยกโทษ..ฮึก…ยกโทษให้ฉันด้วยเถอะนะ! ฮึก..ฮึกๆ…ฉันไม่อยากต้องกลายเป็นคนไร้อนาคตเพราะเรื่องแบบนี้!!”
นักเรียนหญิงคนนั้นรู้สึกเครียดเกินกว่าจะรับไหว ระเบิดน้ำตาร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดจะกลั้น
“พวกเราผิดไปแล้วจิงซู! พวกเราไม่รู้จริงๆว่า แท้จริงแล้วเจ้าของรถคันนั้นก็คือพ่อทูนหัวของเธอเอง! ได้โปรดเถอะนะ! จะให้พวกเรากราบเท้าขอขมาก็ได้! อย่าติดใจเอาความกันเลยนะ!!”
“ใช่แล้ว! ใช่แล้ว! ถ้าจะโทษใครสักคนจริงๆ…ทั้งหมดล้วนเป็นความผิดของหลินเสวี่ยนั่นแหละ! เธอเป็นคนยุยงให้พวกเรากระพือข่าวลือไร้สาระพวกนี้ออกไป! จิงซู ฉันว่านังคนนี้น่าจะเป็นพวกขี้อิจฉาเก็บกด! เห็นเธอได้ดีหน่อยเป็นไม่ได้ ก็เลยทำเรื่องเลวทรามแบบนี้กับเธอไงล่ะ!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







