Home / โรแมนติก / ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90 / ตอนที่ 213 ยังคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างเรางดงามอยู่มั้ยค่ะ?

Share

ตอนที่ 213 ยังคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างเรางดงามอยู่มั้ยค่ะ?

Author: Chawin
last update Last Updated: 2026-02-12 14:59:57

107 2-2

            ตอนที่ 213 ยังคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างเรางดงามอยู่มั้ยค่ะ?

            คิ้วทั้งสองของครูใหญ่กระตุกทันที

            “เมื่อกี้นักเรียนว่าอะไรนะ? ตำรวจกำลังมาที่นี่งั้นเหรอ?”

            “ใช่ค่ะครูใหญ่ ก่อนจะเข้ามาในห้องปกครอง หนูได้วานให้เพื่อนร่วมชั้นไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ นี่ก็อยู่ในช่วงไม่มีคาบเรียนพอดี ตอนนี้เธอน่าจะอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วล่ะค่ะ”

            เมื่อครูใหญ่ได้ยินเช่นนั้นก็แทบลมจับ เขาขมวดคิ้วพูดขึ้นอย่างไม่พอใจว่า

            “หลินจิงซู ทำไมถึงได้หุนหันพลันแล่นแบบนี้? ใครสั่งให้เธอไปแจ้งตำรวจกันห๊ะ?”

            หลินจิงซูหันไปกระพริบตาให้คุณครูผู้รับผิดชอบสอนคาบนั้นปริบๆ พร้อมกับพูดขึ้นว่า

            “ครูคะ ไม่ใช่ว่าเราควรจะต้องแจ้งตำรวจ ก่อนที่เรื่องราวจะใหญ่โตไปมากกว่านี้เหรอคะ? เพราะถ้าเรื่องนี้ไม่ได้รับการสอบสวนให้กระจ่าง ข่าวลือเสียๆหายๆเกี่ยวกับโรงเรียนของเราก็อาจยิ่งแพร่กระจายเป็นวงกว้าง ถึงตอนนั้น ชื่อเสียงทั้งหมดที่โรงเรียนสู้อุตส่าห์สั่งสมมา ไม่ต้องพังทลายลงในพริบตาหรอกเหรอคะ? แล้วถ้าจะต้องเป็นอย่างนั้นจริงๆ สู้ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจัดการสืบหาความจริงไม่ดีกว่าเหรอคะ? ดีไม่ดี เหตุการณ์ครั้งนี้อาจพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสก็ได้ กลับเป็นการสร้างชื่อเสียงในเรื่องความโปร่งใสให้แก่โรงเรียนของเราแทน!”

            หลินจิงซูตระหนักดีว่า โรงเรียนร้อยทั้งร้อยย่อมจะต้องเลือกปกป้องชื่อเสียงของตนเองก่อนเป็นอันดับแรก และการแจ้งความกับทางตำรวจนั้นนับเป็นเรื่องต้องห้าม

            และเพื่อป้องกันไม่ให้ทางโรงเรียนขัดขวางการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจของเธอ หลินจิงซูจึงได้แอบดำเนินการเรื่องนี้ไปก่อนอย่างเงียบๆ เพราะเมื่อตำรวจมาถึงที่นี่เมื่อไหร่ เรื่องราวทุกอย่างก็จะกระจ่างขึ้นอย่างแน่นอน

            ทั้งครูใหญ่และครูท่านนั้นเริ่มมีสีหน้าวิตกกังวลขึ้นทันที เมื่อได้ยินว่าตำรวจกำลังจะมาที่นี่

            “นี่แกถึงกับต้องแจ้งตำรวจเชียวเหรอ? ทำไมถึงต้องทำแบบนี้ด้วย? ตัวเองทำเรื่องเลวทรามต่ำช้าเองแท้ๆ ยังจะมีหน้าไปแจ้งตำรวจอีกเหรอ? ทุเรศสิ้นดี!!”

            ผู้ปกครองท่านหนึ่งตะคอกเสียงดังใส่

            “ตัวเองทำผิดขนาดนี้แล้วยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ?  สมองแกนี่มันทึบเกินเยียวยาแล้วจริงๆ!”

            “ทำไม? หรือคิดจะแจ้งตำรวจมาจับพวกเรา? ตั้งแต่มีเรื่องจนถึงตอนนี้ พวกเราทำอะไรแกแล้วงั้นเหรอ? หึ ตรงกันข้าม! กลับเป็นแกนั่นแหละที่ใช้ปากกาแทงผู้ปกครองท่านหนึ่งก่อน! แกมันโง่! เรียกตำรวจมาจับตัวเองเข้าคุกแท้ๆ! สมน้ำหน้า!”

            เมื่อเห็นว่าบรรดาผู้ปกครองต่างก็เริ่มหันหัวหอกโจมตีใส่หลินจิงซูอีกครั้ง อีกทั้งยังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ครูใหญ่ก็ชักจะทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน เขาลุกขึ้นตบโต๊ะอย่างแรงจนสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งห้อง

            “ยังโวยวายกันไม่จบอีกเหรอครับ?! ตำรวจก็แค่จะมาสืบหาความจริงเท่านั้น พวกคุณจะต้องเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรนักหนา? หรือที่พวกคุณมาที่นี่เพราะจงใจจะมาก่อความวุ่นวายให้เราตั้งแต่แรก?”

            ผู้ปกครองท่านหนี่งแย้งสวนขึ้นทันที

            “จะบ้ารึไง! ทำไมพวกเราจะต้องจงใจมาที่นี่เพื่อสร้างปัญหาด้วยล่ะ? ในเมื่อตัวปัญหาตั้งแต่แรกก็คือนังเด็กใจแตกคนนี้? คุณต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณพวกเราด้วยซ้ำ ที่อุตส่าห์ช่วยเก็บกวาดขยะให้พ้นไปจากรั้วโรงเรียน!”

            ครูใหญ่ระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นด้วยสีหน้าขบขัน ทิ้งทวนด้วยคำพูดถากถางว่า

            “ถ้าไม่ได้มาก่อปัญหา แล้วทำไมจะต้องกลัวตำรวจขนาดนั้นด้วยล่ะ?”

            “ใครกลัวกันล่ะ?!”

            เหล่าผู้ปกครองต่างโพล่งตอบแทบจะพร้อมเพรียงกัน แต่ทว่าเนื้อเสียงแอบเจือปนความไม่มั่นใจ

            หลินจิงซูสังเกตเห็นทุกอากัปกิริยาของผู้ปกครองเหล่านั้น เธอปรายหางตามองพร้อมกับร้องบอกทันที

            “ที่หนูต้องแจ้งตำรวจก็เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองเท่านั้น ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่พวกคุณเลย สิ่งเดียวที่หนูต้องการในตอนนี้ก็คือ ใครที่เป็นตัวการปล่อยข่าวลือไร้สาระพวกนี้ต่างหาก ส่วนจะเป็นใครนั้น หลังจากนี้คงจะได้รู้พร้อมๆกันแล้วล่ะค่ะ”

            เมื่อทุกคนเห็นถึงสีหน้าท่าทางมั่นอกมั่นใจเช่นนั้นของหลินจิงซู บรรดาผู้ปกครองเหล่านั้นต่างก็เริ่มหันไปมองหน้ากันด้วยความสับสน ใบหน้าบ่งบอกถึงความกระวนกระวายใจเล็กน้อย

            กลุ่มผู้ปกครองต่างก็เริ่มซุบซิบกันทันที

            “หรือเธอจะไม่ได้ทำผิดจริงๆ?”

            “หึ จะบ้าเหรอ! ทุกคนในโรงเรียนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เธอขายตัวให้เสี่ยรวยๆเลี้ยง! นี่ยังไม่ผิดมากพอรึไง?! ถ้าไม่มีมูล ข่าวลือพรรค์นี้จะผุดขึ้นมาได้ยังไงล่ะจริงมั้ย? ฉันมั่นใจว่า นังเด็กนี่ต้องกำลังแสดงละครตบตาพวกเราอยู่แน่ๆ!”

            “ไม่ต้องคิดมากไปหรอก ยังไงเรื่องนี้พวกเราเป็นฝ่ายถูกแน่นอน! และผมก็เชื่อว่า นักเรียนทุกคนจะต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี! เด็กชั่วช้าเลวทรามแบบนั้น จะต้องไม่มีที่ยืนในโรงเรียนนี้อีกต่อไป!!”

            “ฉันเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันค่ะ! ทันทีที่ตำรวจมาถึง นังเด็กเลวคนนี้จะพลิกดำให้เป็นขาวได้ยังไง?!”

            ระหว่างที่ผู้ปกครองกลุ่มนั้นกำลังจับกลุ่มซุบซิบกันอยู่ ทางด้านหลินจิงซูก็ยังคงนั่งหลับตานิ่ง ดูสงบเยือกเย็นอย่างมาก ราวกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นและสิ่งที่ได้ยินภายในห้องนี้ ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกับเธอเลยแม้แต่น้อย

            เวลาเดียวกันนั้น ครูใหญ่ก็ได้เดินตรงเข้าไปหาหลินจิงซู โน้มตัวลงกระซิบถามออกไปว่า

            “หลินจิงซู ถึงแม้ฉันจะให้ความสำคัญกับนักเรียนหัวดีอย่างเธอ แต่เรื่องที่ทำลายชื่อเสียงโรงเรียนแบบนี้ ฉันเองก็ยอมให้มันเกิดขึ้นไม่ได้เช่นกัน ไม่ว่าเรื่องนี้จะจริงหรือเท็จ ทางโรงเรียนเองก็จะดำเนินการตรวจสอบภายในเช่นเดียวกัน”

            “แล้วจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นเหรอคะ?”

            หลินจิงซูเงยหน้าขึ้นจ้องมองไปที่ครูใหญ่พร้อมกับเอ่ยถาม

            ครูใหญ่ตอบกลับทันที

            “ก็ต้องดำเนินการลงโทษตามกฏ”

            “แล้วถ้าคนร้ายเป็นนักเรียนดีเด่นเหมือนกัน มีโอกาสสอบติดมหาวิทยาลัยในครั้งนี้สูงมาก เพราะครั้งก่อนทำคะแนนได้ไม่เลว ครูใหญ่ก็ยังจะลงโทษตามกฏได้จริงๆเหรอคะ? หนูเพียงแค่คนเดียว มีค่ายิ่งกว่าผลประโยชน์โดยรวมของโรงเรียนอีกเหรอคะ?”

           

            ครูใหญ่ถึงกับสะอึกทันทีที่ถูกถามเช่นนี้

            หลินจิงซูรู้ดีว่า ต่อให้เหตุการณ์ดำเนินไปถึงจุดนั้นจริงๆ ทางโรงเรียนจะเลือกอะไร?

            ตราบใดที่โรงเรียนไม่ต้องการให้เกิดขึ้น การปรับเปลี่ยนโทษจากสถานหนักให้เป็นเบา ก็เป็นเรื่องง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้วเท่านั้น

            ครูใหญ่จ้องหน้าสาวน้อย พร้อมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า

            “ฉันพอจะเข้าใจนะว่า ทำไมเธอถึงได้พูดออกมาแบบนี้ นี่คงจะกำลังสงสัยหลินเสวี่ยที่เรียนอยู่ห้องเดียวกันสินะ? แต่ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะ? เธอสองคนเป็นลูกพี่ลูกน้องกันไม่ใช่เหรอ?”  

            หากจำไม่ผิด หลินเสวี่ยได้ยื่นใบสมัครขอเรียนซ้ำชั้น พร้อมกับแนบผลคะแนนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยครั้งก่อนให้พิจารณาด้วย ในครั้งนั้น คณะครูทั้งหลายต่างก็ได้เล่าอธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหลินจิงซูให้เขาฟังอย่างคร่าวๆด้วย

            หลินจิงซูมีผลการเรียนอยู่ในระดับยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทอมหลัง จึงนับเป็นนักเรียนดาวรุ่งอีกหนึ่งคนที่ทางโรงเรียนสามารถฝากความหวังได้ ส่วนทางด้านหลินเสวี่ยนั้น หากเก็บเอาไว้ก็มีโอกาสสูงมากที่จะสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนได้ ด้วยการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเช่นกัน เพราะเคยมีประสบการณ์ผ่านสนามการสอบมาก่อน

            ตัดสินใจยากจริงๆ…

            หลินจิงซูยิ้มเยาะ แล้วพูดกับครูใหญ่ไปว่า

            “ครูใหญ่คะ เคยได้ยินคำพูดที่ว่า ญาติสนิทเปรียบเสมือนงูพิษร้ายบ้างมั้ยค่ะ? ตลอดเวลาที่ผ่านมา หนูกับคุณแม่ต้องสู้ชีวิตอย่างมากในระหว่างที่อาศัยอยู่กับครอบครัวนั้น โดยเฉพาะแม่ของหนู เคยถูกใส่ร้ายจนเกือบตายมาแล้วก็มี แล้วครูใหญ่ยังคิดว่า ความสัมพันธ์ระหว่างหนูกับหลินเสวี่ยยังจะงดงามอยู่อีกมั้ยค่ะ?”

           

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status