แชร์

ตอนที่ 231

ผู้เขียน: Chawin
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-12 15:02:25

            116 2-2

            ตอนที่ 231

            “นังลูกไม่รักดี! ดูแกพูดออกมาแต่ละคำสิ!!”

            หลินชิงอี้ที่สู้อดทนอดกลั้นอยู่นาน สุดท้ายก็ต้องระเบิดอารมณ์ออกมาจนได้

            เพียงแค่ให้เดินทางมาขอโทษถึงที่นี่ ก็นับว่าเกินขีดจำกัดที่พวกเขาสองแม่ลูกจะรับไหวแล้ว ทว่าตอนนี้ นังเด็กเปรตยังกล้าขอให้ย่าตัวเองคุกเข่าขอขมาลูกสะใภ้อีกงั้นเหรอ!?

            ถ้าแม่ของเขาต้องทำแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ แล้วศักดิ์ศรีความเป็นคนของเธอจะยังหลงเหลืออยู่อีกเหรอ?

            ทั้งหมดทั้งมวล ผู้เฒ่าติงเลือกที่จะนั่งนิ่งๆ มองดูปฏิกิริยาของสองแม่ลูกตระกูลหลินโดยไม่เอ่ยปากค้านใดๆทั้งสิ้น

            ติงเสวี่ยเหม่ยวสะกิดแขนเรียกหลินจิงซูเบาๆ คล้ายจะส่งสัญญาณสื่อว่า ตัวเธอเองไม่ได้ต้องการให้อีกฝ่ายทำถึงขนาดนั้นเช่นกัน

            “แม่ไม่อยากให้ทำแบบนั้นใช่มั้ยคะ? ถ้างั้นย่ากับพ่อก็กลับบ้านไปเถอะค่ะ เพราะที่ผ่านมา ทุกคนในบ้านตระกูลหลินล้วนรุมข่มเหงรังแกหนูกับแม่ด้วยสารพัดวิธี ทั้งทุบตีทั้งทำร้ายจิตใจนับครั้งไม่ถ้วน กับเพียงแค่ก้มหัวขอโทษครั้งเดียวยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วแบบนี้จะให้แม่กับหนูเชื่อได้ยังไงว่าพวกคุณสำนึกผิดกันแล้วจริงๆ? กับแค่ลมปากมันจะไปมีน้ำหนักอะไร?”

            หลินจิงซูยืนประจันหน้ากับย่าอู๋ พร้อมกับสาธยายคำพูดเหล่านี้ออกมาให้คนทั้งสองฟังด้วยสีหน้าเย็นชา

             “นังเด็กอตัญญู! ตอนนี้แกจะพูดอะไรก็พูดได้! อยากให้ฉันคุกเข่าขอขมาแม่แกน่ะเหรอ? แล้วแกไม่กลัวว่าข่าวพวกนี้จะหลุดออกไปถึงหูคนนอกรึยังไง?! แกรับได้รึเปล่าล่ะ ถ้าต่อไปทุกคนจะพากันหัวเราะเยาะ และเห็นตระกูลหลินของเราเป็นตัวตลก! แล้วถ้าวันข้างหน้าสามีของแกรู้ว่า ตัวแกเองมีครอบครัวที่น่าขบขันแบบนี้เข้า เขาจะรับได้งั้นเหรอ? ส่วนแกก็จะถูกตราหน้าว่าเป็นเด็กอกตัญญู ไม่รู้จักเคารพนับถือผู้หลักผู้ใหญ่ไปจนชั่วชีวิต!”

            ในประโยคตอนท้าย ย่าอู๋หยิบยกเรื่องชื่อเสียงส่วนตัวและชีวิตคู่ในอนาคตของหลินจิงซูขึ้นมาข่มขู่

            ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนต่างก็ให้ความสำคัญกับการแต่งงานทั้งนั้น!

            ทว่าช่างน่าเสียดาย ที่คนอย่างหลินจิงซูสามารถกลัวอะไรก็ได้ เว้นเสียแต่เรื่องการแต่งงานเท่านั้น

            เพราะทั้งคำว่าชีวิตคู่ การแต่งงาน หรือแม้กระทั่งสามี ทั้งหมดนี้ล้วนไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมของเธอมาก่อนเลย ดังนั้น คำข่มขู่ไร้สาระเหล่านี้ จึงใช้การอะไรกับเธอไม่ได้เลย!

            แต่ถึงอย่างนั้น ด้านติงเสวี่ยเหม่ยกลับแอบเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย กลัวว่าชื่อเสียงของลูกสาวตนอาจต้องป่นปี้ลงเพราะคำว่าอกตัญญูไม่เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ เธอจึงรีบยกศอกสะกิดแขนลูกสาวอีกครั้งเพื่อส่งสัญญาณเตือน

            “เอาล่ะ ในเมื่อไม่อยากคุกเข่าขอขมากัน งั้นมาทางไหนก็เชิญกลับไปทางนั้น! แล้วอย่าให้เห็นว่ามาที่นี่กันอีกล่ะ!”

            หลินจิงซูไล่ตะเพิดส่งแขกพร้อมชี้นิ้วไปทางประตูบ้าน

            “ไปแล้วก็อย่าได้กลับมาอีกเชียวนะ! ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่มีวันแต่งงานใหม่กับคุณแน่นอน!” ติงเสวี่ยเหม่ยรีบพูดสมทบขึ้นทันที

            สถานการณ์แปรเปลี่ยนกลายเป็นเช่นนี้ ทำเอาหลินชิงอี้และย่าอู๋ต่างรู้สึกสับสนไปไม่เป็นอยู่ชั่วขณะหนึ่ง

            แต่ภายหลังไม่นานเกินรอ ดูเหมือนย่าอู๋คล้ายจะตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว ทันใดนั้นเอง จู่ๆเธอก็โยนไม้เท้าในมือทิ้งไป ร่างแก่ชราสั่นเทาของเธอค่อยๆย่อตัวอยู่ในท่าคุกเข่าลงกับพื้น ใบหน้าเย็นชาไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ

            !!!

            ทุกคนต่างพากันตกใจอย่างยิ่งยวด!

            จะมีก็เพียงหลินจิงซูเท่านั้นที่ดูถูกอกถูกใจเป็นที่สุด ทุกอย่างอยู่ในการคาดเดาของเธอตั้งแต่แรกแล้ว คนอย่างย่าอู๋ยอมสละทิ้งทุกอย่างเพื่อเงินได้

            นี่ล่ะคือตัวอย่างของคำว่าคนหน้าเงินอย่างแท้จริง!

            หลินชิงอี้ที่ยืนอยู่ด้านหลัง ต้องมาเห็นแม่ตัวเองทำเรื่องอัปยศอดสูเช่นนี้ เขาในฐานะคนเป็นลูกก็ถึงกับรับไม่ได้! เพราะเหตุนี้ จึงค่อยๆข่มตาหลับด้วยความเจ็บปวดสุดหัวใจ

      “เสวี่ยเหม่ย แม่ขอร้องเถอะนะ ได้โปรดให้โอกาสชิงอี้อีกสักครั้งเถอะ”

                  ขณะที่พูดออกไปแบบนั้น ย่าอู๋ก็ค่อยๆใช้สองมือที่สั่นเทา พาตัวเองคลานเข่าเข้าไปหยุดอยู่ที่ปลายเท้าของติงเสวี่ยเหม่ย

                  ติงเสวี่ยเหม่ยถึงกับต้องรีบเหลือบมองหาหลินจิงซูดด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด

                  เธอไม่รู้ว่าตนเองควรจะทำอย่างไรต่อไปจริงๆ!

                  หลินจิงซูแอบพยักหน้าให้เธอเล็กน้อยเป็นการส่งสัญญาณบอกว่า ในเมื่ออีกฝ่ายยอมคุกเข่าขอมาแบบนี้ แม่ก็แค่ยืดอกรับไว้

                  แต่ก็น่าแปลกใจ แทนที่ติงเสวี่ยเหม่ยจะรู้สึกเศร้าสลดกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตรงกันข้าม เธอกลับสัมผัสได้ถึงกระแสความสุขเกินจะอธิบาย ที่กำลังไหลทะลักเอ่อล้นอยู่ภายในใจของตน

                  เป็นเวลากว่าสิบปีเต็มที่แม่สามีต่ำช้าคนนี้ได้กดขี่ข่มเหงและรังแกเธอสารพัด แต่แล้ววันนี้ก็มาถึงจริงๆ!

                  วันที่เธอได้รับความยุติธรรมอีกครั้ง!

                  ติงเสวี่ยเหม่ยรู้สึกดีใจเสียยิ่งกว่าเมื่อครั้งทำธุรกิจจนได้เงินวันละพันหยวนด้วยซ้ำ!

                  ย่าอู๋ก้มศีรษะจรดติดพื้นค้างอยู่ในท่านั้นเป็นเวลานานกว่าห้านาทีเต็ม แต่กลับไม่มีวี่แววเลยว่า ติงเสวี่ยเหม่ยจะยอมให้อภัย แม้แต่จะปริปากพูดอะไรสักคำออกมาก็ยังไม่มี!

จนท้ายที่สุด เป็นหลินชิงอี้ที่อดทนอดกลั้นต่อไปไม่ไหว เขารีบวิ่งเข้าไปประคองแม่ให้ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

“เสวี่ยเหม่ย แม่ผมก็ยอมคุกเข่าขอโทษคุณแล้ว หรือยังต้องขอกลับไปคิดดูก่อนอีกงั้นเหรอ?!”

หลินชิงอี้เคลื่อนสายตาดุร้ายจ้องมองติงเสวี่ยเหม่ย ก่อนย้ายไปทางหลินจิงซูเป็นลำดับถัดมา

เขารู้ดีตั้งแต่แรกแล้วว่า เรื่องคุกเข่าขอโทษนั้นไม่ใช่ความต้องการของติงเสวี่ยเหม่ยอย่างแน่นอน และคนต้นคิดทั้งหมดก็คือเด็กสาวที่เหิมเกริมตรงหน้าเขานี่เอง!

            “พ่อคะ หนูอยากรู้จริงๆว่า อะไรที่ทำให้ย่ากับพ่อเปลี่ยนใจกะทันหันแบบนี้? ถึงขนาดยอมคุกเข่าขอขมางั้นเหรอคะ?”

            เวลานี้ ทั้งผู้เฒ่าติง ติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิง ต่างก็พากันยืดคอชูตั้งเพื่อรับชมละครฉากตรงหน้าด้วยความสงสัยใคร่รู้ และหากพฤติกรรมทั้งหมดทั้งมวลของสองแม่ลูกตระกูลหลินนี้ เกิดจากแรงกระตุ้นบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังจริง ความเคารพนับถือและไว้วางใจที่เคยมีให้กัน นับว่าถึงคราวต้องพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่าแล้ว!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status