เข้าสู่ระบบ116 1-2
ตอนที่ 230 อยากขอโทษ? คุกเข่าสิ!
ย่าอู๋ใช้วาทศิลป์ที่ตนช่ำชองเริ่มหว่านล้อมละลายน้ำแข็งในใจของผู้เฒ่าติง จนท้ายที่สุดก็ปรากฏเป็นภาพฉากของคนทั้งสองที่กำลังพูดคุยกันอย่างอารมณ์ดี จังหวะนี้เอง หลินชิงอี้ยกศอกสะกิดแขนผู้เป็นแม่เบาๆ เพื่อส่งสัญญาณให้รีบเข้าประเด็นหลักที่มาในวันนี้เสียที
ถึงแม้ย่าอู๋จะรู้สึกไม่เต็มใจมากขนาดไหนก็ตาม แต่เพื่อเงินก้อนโตตรงหน้า เธอก็สามารถทำได้ทุกอย่าง!
เธอกัดฟันหันไปพูดกับติงเสวี่ยเหม่ยขึ้นทันที
“เสวี่ยเหม่ย ฉันได้ยินจากชิงอี้ว่า ฉันเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอไม่อยากแต่งงานใหม่กับเขาใช่มั้ย? เรื่องนี้เป็นความจริงรึเปล่า?”
ติงเสวี่ยเหม่ยเพียงแค่นั่งนิ่งเฉยไม่เอ่ยตอบอะไรทั้งสิ้น และเฝ้าดูการแสดงของหญิงชราตรงหน้าต่อไป
“ฉันรู้ตัวว่าผิดมากขนาดไหน สำหรับหลายๆเรื่องที่ฉันเคยทำผิดต่อเธอในอดีต ฉัน..ไม่สิ…แม่คนนี้อยากจะขอโทษได้รึเปล่า? พวกเรากลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันเหมือนเมื่อก่อนจะได้มั้ย?”
เมื่อผู้เฒ่าติงได้ยินคำพูดที่หลุดออกจากปากเหล่านี้ เขาก็อดที่จะตกตะลึงไม่ได้
ตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณมา หน้าที่หนึ่งของลูกสะใภ้ก็คือการดูแลปรนนิบัติรับใช้แม่สามี และไม่ว่าแม่สามีจะทำตัวเลวร้ายกับลูกสะใภ้มากเพียงใด ลูกสะใภ้ก็จำต้องรู้จักอดทนให้เป็น
นี่คือกฎของหญิงที่แต่งงานออกเรือนไป
ดังนั้น การที่แม่สามีเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอโทษขอโพยลูกสะใภ้ขึ้นมาแบบนี้ จึงนับเป็นครั้งแรกในชั่วชีวิตของผู้เฒ่าติงที่ได้เห็นภาพฉากเช่นนี้ด้วยตาตัวเอง
“ย่าคะ? นี่มันเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”
หลินจิงซูกระพริบตาปริบๆ ตีสีหน้าเศร้าสร้อยพร้อมเอ่ยถามออกไปอย่างไร้เดียงสา ก่อนหน้าที่เธอกล้าตะโกนเรียกขานอีกฝ่ายว่า ‘นังแก่’ นั้น ก็เพราะคุณตาของเธอกำลังอาบน้ำอยู่นั่นเอง จึงย่อมไม่ได้ยินเสียงใดๆทั้งสิ้น แต่ในยามที่ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ เธอจึงจำต้องรับบทเป็น ‘หลานสาวผู้ใสซื่อ’
ย่าอู๋ขบฟันแน่นเจียนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆด้วยความเคียดแค้น แอบก่นด่าสาปแช่งนังเด็กผีนี่อยู่ในใจนับครั้งไม่ถ้วน
“ย่าคะ ถ้าอธิบายไม่ชัดเจนว่าเคยทำผิดอะไรไว้กับแม่ของหนูบ้าง แล้วแม่จะรู้ได้ยังไงล่ะคะ? จู่ๆก็พูดขอโทษออกมาลอยๆแบบนี้ ไม่เท่ากับว่าจงใจทำส่งๆให้มันจบๆไปหรอกเหรอคะ?”
ใบหน้าหลินจิงซูเผยรอยยิ้มกว้าง พร้อมปั้นสีหน้าที่สุดแสนจะใสซื่อบริสุทธิ์
เห็นสีหน้าที่ไร้เดียงสาของอีกฝ่าย ย่าอู๋ก็แทบอยากจะตบเข้าที่ใบหน้าเน้นๆหนักๆสักที!
“แม่จะไม่ปล่อยให้เธอต้องทำงานบ้านหนักๆคนเดียวอีกต่อไป จะไม่..เอ่อ…ทุบตี…แล้วก็ไล่พวกเธอสองแม่ลูกออกจากบ้านอีกแล้ว…”
สาธยายมาถึงตรงนี้ ย่าอู๋ก็ได้แต่แสร้งปั้นหน้าและเก็บอากัปกิริยาของตนเอง ทำท่าทางให้ดูน่าเห็นใจที่สุด เธอร่ำไห้ขอโทษด้วยความเศร้าโศกเสียใจอีกว่า
“แม่รู้สึกเสียใจมากจริงๆ ที่หลงผิดทำอะไรแบบนั้นกับลูกสะใภ้ที่รักของตัวเองได้ลงคอ! ขอแค่ยอมกลับไปบ้านของเราด้วยกัน งานบ้านทั้งหมด…แม่จะช่วยเอง! แม่จะช่วยทำทุกอย่างให้เอง!”
แม้ผู้เฒ่าติงจะมีแนวความคิดล้าหลังชนิดที่ว่า เมื่อมีแขกแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนถึงบ้าน สถานะเจ้าบ้านจะต้องต่ำลงหนึ่งส่วนก็ตามที แต่ในเวลานี้ เมื่อต้องมาได้ยินกับหูตัวเองว่า ลูกสาวสุดที่รักของตนต้องอยู่อย่างทรมานเพียงใดในบ้านตระกูลหลิน ไม่ว่าเขาจะเป็นคนขี้เกรงใจแค่ไหนก็ตาม แต่จังหวะนี้ เขาก็ได้ระเบิดอารมณ์ออกมาโดยไม่สนใจอะไรแล้วเช่นกัน
“นี่คุณทุบตีเสวี่ยเหม่ยด้วยงั้นเหรอ?”
ผู้เฒ่าติงร้องถามด้วยสีหน้าบูดบึ้งไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
ทุกคนต่างหับขวับจ้องมองไปทางผู้เฒ่าติงเป็นตาเดียว แต่ละคนต่างเผยแสดงสีหน้าที่แตกต่างกันออกไป
“ลูกสะใภ้ของแม่! แม่รู้ตัวแล้วว่าได้ทำผิดมากขนาดไหน! ถ้าแค่คำขอโทษยังไม่เพียงพอ งั้นก็เอาเลย! ตบตีแม่คนนี้คืนได้เลย ทำจนกว่าลูกสะใภ้จะพอใจ! เอาเลยไม่ต้องเกรงใจ! ขอแค่เสวี่ยเหม่ยยอมยกโทษให้แม่คนนี้ แม่ก็ยินดีที่จะทำทุกอย่าง!”
ย่าอู๋ตอบสนองฉับพลัน เธอลุกขึ้นเดินไปหาติงเสวี่ยเหม่ยอย่างรวดเร็ว ไม่ลังเลที่จะพูดวาจาเหล่านี้ออกมา
แต่ทั้งหมดล้วนเป็นเพียงแค่การแสดง เพราะถ้ามันกล้าดีทุบตีเธอขึ้นมาจริงๆ หลังจากเรื่องราวทุกอย่างจบลง มันก็เตรียมตัวตายได้เลย!
“เสวี่ยเหม่ยเอาเลย! เอาเลยลูก! ทุบตีแม่คนนี้ได้เลย! ช่วยปลดปล่อยแม่คนนี้จากความผิดพลาดในอดีตทีเถอะ!!”
เห็นย่าอู๋ออกท่าออกทาง ลงทุนแสดงละครฉากใหญ่ต่อหน้าติงเสวี่ยเหม่ยถึงเพียงนี้ หลินจิงซูก็ไม่รอช้า ขอร่วมสนุกด้วยอีกคน เธอกระตุกแขนย่าอู๋ร้องเรียก และพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้มว่า
“ย่าคะ แม่ของหนูเป็นคนจิตใจดี คงไม่กล้าลงมือทุบตีย่าหรอกค่ะ แต่ถ้าเป็นหนู…น่าจะพอทำใจตีย่าลงได้บ้าง สนใจจะเปลี่ยนเป็นหนูแทนมั้ยล่ะคะ? เผื่อว่าหนูจะช่วยปลดปล่อยย่าจากความทุกข์ทรมานใจได้!”
ย่าอู๋ตาโตด้วยความตกตะลึง เสี้ยววินาทีเดียวกันนั้น ก็บังเกิดรังสีสังหารอันหนาวเหน็บแผ่ซ่านออกมาจากทั่วร่างกายของหลินจิงซู และนั่นทำให้หญิงชราถึงกับรีบถอยหลังกรูดไม่กล้าอยู่ใกล้อีกต่อไป
“จิงซู นี่หลานพูดอะไรออกมาน่ะ ย่าคนนี้อยากให้แม่ของเราทุบตีจริงๆนะ เผื่อว่าจะสามารถชดใช้ความผิดที่เคยก่อ…”
หลินจิงซูใช้ประกายตาคู่คมกริบของตนทิ่มแทงใส่อีกฝ่ายจนต้องหุบปากเงียบลง เธอระบายยิ้มที่ปราศจากอันตรายใดๆอีกครั้ง พร้อมกับเสนอขึ้นว่า
“ลืมเรื่องใช้กำลังไปดีกว่าค่ะ บ้านเราไม่นิยมทำอะไรที่สิ้นคิดแบบนั้น ความจริงก็ยังมีอีกหนึ่งวิธีนะคะ ที่จะช่วยให้แม่ของหนูหายโกรธได้ มิหนำซ้ำยังทำได้ง่ายกว่าการทุบตีหลายขุมเลยล่ะค่ะ!”
“วิธีอะไรงั้นเหรอหลานย่า? บอกมาเถอะ ไม่ว่าอะไรย่าคนนี้ก็ยินดีทำทั้งนั้น!”
ย่าอู๋เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น ราวกับต้องการขอโทษติงเสวี่ยเหม่ยจากใจจริง
“ขอเพียงย่ายอมคุกเข่าขอขมาแทบเท้าแม่ของหนู บางทีแม่อาจจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างก็ได้นะคะ”
หลินจิงซูเน้นเสียงคำว่า ‘คุกเข่า’ มากเป็นพิเศษ
ทันทีที่คำพูดประโยคนี้หลุดออกมา ทุกคนทั้งที่อยู่ด้านในและด้านนอก ต่างก็พากันตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ!
“เจ้าเด็กคนนี้มันเหี้ยมได้ใจจริงๆ! จุ๊จุ๊…เจ้าหนูหลินจิงซู นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันขอชื่นชมจากใจจริง! ถึงกับกล้าขอให้ย่าตัวเองคุกเข่าขอขมาแม่นี่นะ!”
ติงเสวี่ยหยานที่แอบดูเหตุการณ์ทุกอย่างจากด้านนอกไกลๆ พบเห็นจังหวะนี้เข้าไปก็ถึงกับตบเข่าฉาดด้วยความสาแก่ใจ
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







