LOGIN124 2-2
ตอนที่ 247 กรรมสนองหลินเสวี่ย
ได้ยินเช่นนั้น หลินเสวี่ยก็ถึงคราวสิ้นท่า! แม้แต่คำพูดโต้เถียงสักประโยค ก็ยังไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้สักคำ ถูกต้องแล้ว…เธอเป็นคนเขียนโพยฉบับนั้นขึ้นมาเองจริงๆ! และลายมือทั้งหมดที่ขีดเขียนลงไปบนแผ่นกระดาษนั้น เธอก็จงใจเลียนแบบลายมือให้เหมือนกับของหลินจิงซูที่สุด! โดยคิดเพียงแค่ว่า หากทำเช่นนี้แล้ว หลินจิงซูก็จะไม่มีทางดิ้นหลุดจากความผิดที่ถูกใส่ความได้อย่างแน่นอน แต่ใครจะคิดไปถึงว่า ยังมีอีกหนึ่งวิธีในการสืบเสาะหาความจริงอย่างเช่นการพิสูจน์ลายมือ!
หากโพยฉบับนี้ได้รับการพิสูจน์ลายมือขึ้นมาจริงๆ นี่ไม่เท่ากับว่าเธอต้องจบเห่อย่างนั้นหรือ?
ไม่มีทาง! ฉันไม่มีวันยอมเด็ดขาด!
“อย่ามาใส่ร้ายกันหน้าด้านๆแบบนี้สิ! เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย!? แกเองที่เป็นคนโกงข้อสอบ หยุดโยนความผิดให้คนอื่นมั่วซั่วแบบนี้เลย!!”
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าหลินเสวี่ยจะชั่วร้ายขนาดไหน แต่เธอก็ยังเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งเท่านั้น ทุกอารมณ์ความรู้สึกที่ส่งผ่านสีหน้าออกมาในเวลานี้ ล้วนบ่งบอกเรื่องราวทุกอย่างได้หมดแล้ว…
ใครได้พบเห็นต่างก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า สาวน้อยที่ชื่อหลินเสวี่ยคนนี้กำลังดูร้อนรนมากขนาดไหน?
เมื่อเสาะพบพิรุธผ่านทางใบหน้า และอากัปกิริยารวมถึงการพูดของหลินเสวี่ยแล้ว บรรดาครูผู้คุมสอบต่างเห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกันทันที
แต่ถึงอย่างนั้น ไม่ว่าหลินเสวี่ยจะทำตัวน่าสงสัยเพียงใด ก็ไม่อาจตัดสินลอยๆได้ ทั้งเธอและหลินจิงซูจำเป็นต้องถูกเก็บลายนิ้วมือ และถูกพาตัวไปที่ห้องปกครองพร้อมกัน
การโกงข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยถือเป็นโทษร้ายแรงไม่อาจงดเว้นได้ อีกทั้งในทางคดีความยังเป็นเรื่องผิดกฎหมายชัดเจนด้วย เมื่อใดก็ตามที่ความจริงปรากฏชัด ผู้กระทำผิดจะถูกคว่ำบาตร และไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการสอบเข้ามหาวิทยาลัยไปอีกหลายปีทีเดียว
ระหว่างรอผลลายนิ้วมืออย่างเป็นทางการ ทางโรงเรียนจำต้องคุมตัวหลินจิงซูและหลินเสวี่ยไว้ก่อน
“ข่าวด่วน! ข่าวด่วน! โรงเรียนของเรามีคนโกงข้อสอบด้วยล่ะ!”
“ดูนั่น! ดูนั่น! ใช่เธอคนนั้นรึเปล่า? ได้ยินว่าโกงข้อสอบแล้วถูกจับได้ แต่ยังหน้าด้านโบ้ยความผิดให้คนอื่นอีก! ผลสรุปคือถูกควบคุมตัวไว้ทั้งคู่! คนที่ถูกใส่ร้ายนี่โคตรซวยเลย!”
“ผมรู้จักสองคนนั่นด้วย! พวกเธอชื่อหลินเสวี่ยกับหลินจิงซู ทั้งคู่เรียนอยู่ห้องใกล้ๆกับผมเองล่ะ!”
“….”
เฉินเฉวียนเย่ที่กำลังยืนคอยอยู่หน้าประตูโรงเรียน ได้ยินบทสนทนาเหล่านั้นของนักเรียนที่เดินผ่านไปมา จึงรีบคว้าตัวหนึ่งในนั้นแยกมาซักถามทันที
“เดี๋ยวก่อนพ่อหนุ่ม! เมื่อครู่พูดว่าอะไรนะ? นักเรียนที่ชื่อหลินจิงซูโกงข้อสอบงั้นเหรอ?”
เฉินเฉวียนเย่ได้แต่ยืนอึ้งด้วยความเหลือเชื่อ
“เอ่อใช่ครับคุณน้า ดูเหมือนว่าคนที่โกงจะเป็นหลินจิงซู ตอนนี้เธอกับนักเรียนอีกคนอยู่ในห้องปกครองตรงโน้นครับ น่าจะถูกทางโรงเรียนสอบสวนยกใหญ่เลยล่ะครับ”
นักเรียนชายคนนั้นเอ่ยอธิบายให้ฟัง
……….
เนื่องจากนิติเวชในผิงเฉิงไม่ได้เจริญถึงขั้นที่มีเทคโนโลยีอย่างเครื่องตรวจสอบลายนิ้วมืออยู่
ดังนั้น ทางกระทรวงศึกษาและเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงความเห็นว่า ให้นำกระดาษโพยดังกล่าวของหลินจิงซูส่งไปยังนิติเวชในเมืองหลวงเพื่อทำการตรวจสอบโดยเร็วที่สุด พูดได้คำเดียวว่า เจ้าหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงานต่างก็ต้องยุ่งหัวหมุนกันตลอดทั้งคืนนั้น
ผลการตรวจสอบลายนิ้วมือถูกส่งตรงมาจากเมืองหลวงทันทีในเช้าวันถัดมา
เมื่อความจริงทุกอย่างกระจ่างชัดเจน เหตุการณ์ความวุ่นวายทั้งหมดจึงได้รับข้อสรุป ทางโรงเรียนถึงได้ยอมปล่อยตัวหลินจิงซูออกมาในท้ายที่สุด
หลินจิงซูเดินแบกร่างไร้วิญญาณของตนออกมา และขณะกำลังจะก้าวเท้าออกจากประตูโรงเรียน ภาพแรกที่เธอพบเห็นก็คือ เฉินเฉวียนเย่และติงเสวี่ยเหม่ยกำลังยืนรออยู่หน้าประตูโรงเรียน
“ซูซู นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่? ทุกคนในโรงเรียนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ลูกโกงข้อสอบ! ทำไมลูกถึงได้คิดสั้นแบบนี้ห๊ะ?!”
ย้อนกลับไปในคืนก่อนหน้า เฉินเฉวียนเย่ต่อสายตาตรงไปที่หมู่บ้านติงเจี่ย เพื่อแจ้งข่าวกับติงเสวี่ยเหม่ยว่า ลูกสาวของเธอถูกทางโรงเรียนกักตัวไว้ไม่ให้กลับบ้าน เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่ขอให้เธอไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้ เพราะมีเขาคอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่หน้าประตูโรงเรียนตลอดทั้งคืน จนกระทั่งเช้าตรู่ของวันนี้ ติงเสวี่ยเหม่ยจึงรีบเร่งตามมาสมทบอีกคน
“เดี๋ยวก่อนค่ะ แม่ต้องใจเย็นๆก่อนนะคะ! หนูไม่ได้โกงข้อสอบอะไรทั้งนั้น! ทั้งหมดเป็นเพราะหนูถูกหลินเสวี่ยใส่ร้าย โชคยังดีที่มีหลักฐานจากลายนิ้วมือพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของหนูได้ หนูก็เลยถูกปล่อยตัวออกมาก่อน แต่ถ้าไม่มีหลักฐานเหล่านี้ หนูคงถูกตัดสิทธิ์จากการสอบครั้งนี้อย่างแน่นอน!”
พูดถึงเรื่องนี้ทีไร เธอก็อดที่จะโมโหขึ้นมาไม่ได้จริงๆ หลินจิงซูอธิบายให้แม่ฟังอย่างกล้ำกลืนฝืนทน
ภายหลังได้ฟังคำบอกเล่าทั้งหมด ติงเสวี่ยเหม่ยและเฉินเฉวียนเย่ต่างก็รู้สึกโล่งใจคลายกังวลเป็นอย่างมาก
แต่ถึงอย่างนั้น คนที่ต้องเผชิญกับปัญหาเข้าเต็มๆก็คือหลินเสวี่ย ผลจากการตรวจสอบลายนิ้วมือได้ระบุชัดเจนว่า เว้นเสียแต่ลายนิ้วมือของครูผู้คุมสอบกับหลินจิงซูเล็กน้อยที่ขอบกระดาษแล้ว ที่เหลือส่วนใหญ่ก็เป็นลายนิ้วมือของหลินเสวี่ยทั้งหมด
เรื่องมาถึงขนาดนี้คงไม่ต้องบอกว่าใครเป็นฝ่ายผิดหรือถูกแล้ว หลักฐานชิ้นนี้ไม่เพียงมีน้ำหนักมากพอที่จะปลดปล่อยหลินจิงซูจากทุกข้อกล่าวหา แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการใช้มัดตัวคนที่ใส่ร้ายเธออีกด้วย! และไม่ว่าหลินเสวี่ยจะแอบใช้โพยนี้เพื่อโกงข้อสอบด้วยหรือไม่ มันก็ไม่ได้สำคัญอะไรอีกต่อไป เพราะโทษที่เธอจะต้องได้รับคือโทษสถานหนักอย่างไม่ต้องสงสัย
ช่วงท้ายของการสอบสวน ทางกระทรวงศึกษาได้มีคำตัดสินลงมาดังนี้ ผลคะแนนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั้งหมดของหลินเสวี่ยในครั้งนี้จะถือเป็นโมฆะทันที และเธอจะไม่ได้รับอนุญาตให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกเป็นเวลาสามปีนับจากวันนี้เป็นต้นไป
แน่นอน หลินจิงซูรู้สึกมีความสุขอย่างมากหลังจากที่ได้ทราบผลการตัดสิน
เหตุการณ์นี้สอนให้เธอรู้ว่า อย่าประเมินความชั่วช้าของหลินเสวี่ยต่ำจนเกินไป แต่ใครจะไปนึกเล่าว่า อีกฝ่ายจะสิ้นคิดได้ถึงเพียงนี้ ถึงขั้นงัดเอาแผนการสกปรกแบบนี้มาเล่นงานเธอเชียวเหรอ?
จุดจบหลังจากนี้ของหลินเสวี่ยจะเลวร้ายเพียงใดนั้น แม้แต่หลินจิงซูเองก็ยังไม่อาจคาดเดาได้ด้วยซ้ำไป
จากการกระทำทั้งหมดที่ผ่านมาของเด็กสาวคนนี้ คงนิยามได้เพียงสั้นๆว่า กรรมตามสนอง
คนที่ผลักดันให้ชีวิตของเธอลงสู่จุดตกต่ำเช่นนี้กลับไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นตัวของเธอเอง!
กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารลอยคลุ้งมาจากในครัว เตะกระตุ้นต่อมอยากอาหารของหลินจิงซูเข้าเต็มเปา!
“ได้เวลาทานข้าวแล้วจ้า!”
ติงเสวี่ยเหม่ยร้องตะโกนส่งสัญญาณถึงอาหารมื้ออร่อย
บนโต๊ะปรากฏอาหารจานโปรดของหลินจิงซูวางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นซุปเนื้อตุ๋น เนื้อย่างผัดซอสxo เป็นต้น นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป หลินจิงซูจะไม่ต้องคอยกังวลเกี่ยวกับเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกต่อไปแล้ว!
หากตัดเรื่องนี้ออกไป ภาระใหญ่หลวงก็เสมือนถูกยกออกจากบ่าทั้งสองข้างของเธอแล้ว ในที่สุด หลินจิงซูก็มีเวลาว่างให้กับการครุ่นคิดวางแผนฉกฉวยโฉนดบ้านกลับคืนมาเสียที รวมไปถึงเรื่องการเปิดร้านชานมไข่มุกในตัวเมืองอีกด้วย!
ในช่วงบ่าย เสียงแตรรถก็ดังขึ้นหน้าหมู่บ้านติงเจี่ย
เนื่องด้วยหลินจิงซูเป็นคนหูดี ฟังปราดเดียวก็รู้ว่า เสียงแตรที่ดังขึ้นนี้จะต้องเป็นเฉินเฉวียนเย่แวะเวียนมาที่นี่อย่างแน่นอน
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







