Masuk125 1-2
ตอนที่ 248 ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างกัน
ระยะหลังๆ เฉินเฉวียนเย่มักจะแวะเวียนมาที่หมู่บ้านติงเจี่ยถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนเสมือนว่าหมู่บ้านติงเจี่ยแห่งนี้ได้กลายเป็นบ้านหลังที่สองของเขาไปแล้ว
เฉินเฉวียนเย่ดูอารมณ์ดีทุกครั้งที่ย่างเท้าเข้าบ้านผู้เฒ่าติง และมักจะสรรหาเรื่องตลกครื้นเครงมาพูดคุยกับติงเสวี่ยเหม่ยเพื่อสร้างเสียงหัวเราะให้เธออยู่เสมอ
ขนาดลูกสาวแท้ๆ ยังทำให้เธอหัวเราะขบขันได้ไม่มากถึงเพียงนี้ด้วยซ้ำไป!
เห็นท่าทางสนิทสนมระหว่างคนทั้งสองแล้ว หลินจิงซูก็อดที่จะกลอกตามองค้อนไม่ได้ แอบพูดเย้าแหย่ติดตลกว่า
“ดูท่าพ่อเฉินจะดูถูกอกถูกใจแม่ของหนูไม่น้อยเลยนะคะ…”
เฉินเฉวียนเย่และติงเสวี่ยเหม่ยต่างก็สะดุ้งเฮือกเล็กน้อยทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘ถูกอกถูกใจ’ แต่ในเมื่อเห็นว่าหลินจิงซูจงใจเปิดทางให้ขนาดนี้แล้ว ฝ่ายชายจึงรีบตอบรับทันควัน อีกทั้งยังแอบหยอดทิ้งท้ายไว้ว่า
“สาวน้อย ถ้าเธอชอบใจ จะให้ย้ายมาอยู่ด้วยกันเลยฉันก็ไม่ขัดข้องนะ”
ทว่ากลับไม่คาดคิด จู่ๆหลินจิงซูก็ยักไหล่อย่างไม่ถือสา พร้อมตอบกลับด้วยน้ำเสียงสบายๆว่า
“ถ้าชอบแม่หนูเข้าจริงๆ นี่ไม่เท่ากับว่าพ่อเฉินแอบมีใจให้กับน้องสาวตัวเองหรอกเหรอค่ะ? อย่าลืมสิว่า ตอนนี้พ่อเฉินมีศักดิ์เป็นพ่อทูนหัวของหนูนะคะ แต่ก็อย่างว่าล่ะ ทั้งสองคนไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆกันซะหน่อย ไม่เห็นจะต้องกังวลเรื่องถูกผิดอะไรเลย”
“….”
“….”
ความสัมพันธ์ระหว่างเฉินเฉวียนเย่และติงเสวี่ยเหม่ยกลับมีกำแพงกระดาษชั้นบางขวางกั้นอยู่ หากเป็นคนในยุคปัจจุบัน เรื่องนี้ก็คงไม่ได้มีนัยยะสำคัญอะไร แต่สำหรับผู้คนในยุคสมัยนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับติงเสวี่ยเหม่ย ที่ได้อิทธิพลความหัวโบราณมาจากพ่อตัวเองเต็มๆ โดยธรรมชาติแล้วย่อมไม่กล้าทะลวงกำแพงกระดาษที่ว่านี้แน่
ส่วนเฉินเฉวียนเย่ก็อีกคน แม้ข้างนอกเขาจะเป็นถึงเจ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่ ที่ใครๆบนท้องถนนต่างก็ต้องยำเกรง แต่หากพูดถึงเรื่องความรักขึ้นมาเมื่อไหร่ เขาก็เป็นเพียงผู้ชายขี้อายที่ไม่กล้าแสดงออกคนหนี่งเท่านั้น บางทีก็เคอะเขินตัวบิดเสียยิ่งกว่าผู้หญิงซะอีก!
ทางด้านหลินจิงซูเองก็เช่นกัน พูดได้ว่าเธอเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าสองคนนั้นเท่าไหร่นัก ในชาติก่อนหน้า เธอเองก็ไม่เคยมีความรัก หรือมีคนที่แอบชอบเลยด้วยซ้ำ หากเป็นเรื่องทำนองนี้ เธอก็นับว่าไม่ทันคนเช่นกัน
เฉินเฉวียนเย่แอบคิดกับตัวเองในใจ การที่สาวน้อยตรงหน้าเอ่ยคำพูดเหล่านี้ออกมา ทั้งหมดเกิดจากความใสซื่อไม่เข้าใจอะไรจริงๆของเธอ หรือเพียงแค่แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจเท่านั้น เพราะจู่ๆ เธอก็พูดขึ้นมาเสมือนให้ความหวัง แต่แล้วก็ทำลายทุกอย่างลงทันทีในประโยคถัดมา? หรือเป็นไปได้ไหมว่า…เธอไม่ชอบเขา? เขายังไม่ดีพอสำหรับคุณติงเสวี่ยเหม่ยรึเปล่านะ?
….
วันถัดมา
หลังจากที่เสียงแตรรถดังขึ้นราวสองสามครั้ง หลินจิงซูก็เดินออกไปต้อนรับเฉินเฉวียนเย่วที่หน้าประตูบ้านเหมือนเช่นปกติทุกวัน
แต่ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปใกล้มากขึ้น หลินจิงซูก็ถึงกับตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจไปชั่วขณะ เพราะนอกจากเฉินเฉวียนเย่แล้ว ประตูหน้าด้านข้างคนขับยังมีคนผู้หนึ่งกำลังก้าวลงมาเช่นกัน และเขาก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นจู้หยานนั่นเอง!
จู้หยานกลับผิงเฉิงเพื่อมาหาเธอจริงๆ!
เธอแอบขยี้ตาเล็กน้อยอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น เดิมที่เธอคาดการไว้ว่า หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นที่จู้หยานถูกแทง ครอบครัวของเขาคงจะไม่ยอมให้เขากลับมาที่นี่อีกอย่างเด็ดขาด และเธอก็เตรียมใจไว้นานแล้วว่า นับจากนี้ต่อไป เธอคงจะไม่ได้พบเจอกับเขาอีกอย่างแน่นอน
“จู้หยาน นายกลับมาจริงๆเหรอนี่? แล้วครอบครัวนายที่เมืองหลวงล่ะ พวกเขายอมให้นายกลับมางั้นเหรอ?”
หลินจิงซูตบเท้าก้าวขึ้นหน้า ปั้นสีหน้าฉงนสงสัยขณะเอ่ยถาม
“ก็เพราะพวกเขาไม่ยินยอมน่ะสิ ผมก็เลยต้องแอบมาที่นี่”
จู้หยานสวมใส่เสื้อยืดสีขาวและกางเกงขายาวสีดำ ผิวพรรณของเขาขาวเปล่งปลั่งสะอาดสะอ้าน ผมเผ้าดูเหมือนจะยาวขึ้นกว่าเมื่อก่อนเล็กน้อย ขณะที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเวลานี้ ราศีของเขาก็เปล่งประกายเจิดจรัสอย่างมาก ดูประหนึ่งคุณชายผู้มาจากตระกูลสูงส่งอย่างแท้จริง
ดูไม่เข้ากับบ้านนอกคอกนาแห่งนี้จริงๆ
ได้ฟังคำตอบเช่นนั้นของเขา หลินจิงซูก็ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะร้องอุทานออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“อา…นายนี่มันบ้าดีเดือดไม่ใช่เล่นเลย!”
เธอผายมือต้อนรับการมาถึงของคนทั้งคู่ พร้อมกับเชื้อเชิญพวกเขาเข้าบ้าน จากนั้น จึงได้หั่นแตงโมเย็นเจี๊ยบลูกใหญ่ให้ทานแก้กระหายด้วย
“นี่สาวน้อย จะเริ่มแผนธุรกิจชานมเมื่อไหร่ล่ะ?”
เฉินเฉวียนเย่กัดแตงโมรสหวานฉ่ำคำโต แล้วจึงเอ่ยถามออกไป
หลายวันที่ผ่านมา หลินจิงซูเองก็กำลังร่างแผนงานโครงสร้างธุรกิจชานมไข่มุกอยู่พอดี เธอค่อนข้างจริงจังกับเรื่องนี้มาก
ความจริงแล้ว ร้านชานมไข่มุกควรได้ฤกษ์เปิดตัวไปตั้งแต่เมื่อหลายเดือนก่อนแล้ว แต่เพราะเรื่องสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วย ไหนจะยังมีเรื่องของชายหัวโล้นอีก ทำให้แผนเดิมที่เคยวางไว้ต้องเลื่อนออกไป ทุกอย่างจึงล่าช้าตามไปด้วยหมด
“พรุ่งนี้หนูว่าจะเข้าตัวเมืองเพื่อมองหาทำเลที่ตั้งร้านก่อนค่ะ เรื่องสถานที่เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ ก็เลยต้องรอบคอบหน่อยค่ะ”
สีหน้าท่าทางของหลินจิงซูเปลี่ยนเป็นขึงขังจริงจัง
ทั้งเฉินเฉวียนเย่และจู้หยานต่างเห็นพ้องต้องกัน ทั้งคู่พยักหน้าเห็นด้วยในทันที เวลานี้ รถยนต์ส่วนตัวก็มี การเดินทางเข้าตัวเมืองจึงใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมงเศษเท่านั้น
พูดเรื่องธุรกิจขึ้นมาแบบนี้ ทั้งสามคนต่างเลือดร้อนอยู่ไม่ติดบ้านขึ้นมาทันที ต่างฝ่ายต่างชักชวนกันให้ออกไปดูทำเลยในวันนี้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเฉินเฉวียนเย่ ที่ยังเสนอว่าให้หลินจิงซูชวนติงเสวี่ยเหม่ยออกไปดูพร้อมกันด้วย
แม้จะปุบปับกะทันหันไปเสียหน่อย แต่ทั้งสี่คนก็กำลังนั่งรถมุ่งหน้าสู่ตัวเมือง
ระหว่างทาง ติงเสวี่ยเหม่ยได้พูดเปรยขึ้นมาลอยๆ ถึงวันเกิดครบรอบ 18 ปีของหลินจิงซูที่กำลังใกล้จะมาถึงในอีกสองวันข้างหน้า ในฐานะคนเป็นแม่ เธอจึงต้องการแวะร้านขายเสื้อผ้า เพื่อหาซื้อชุดสวยๆให้ลูกสาวตนเองได้ใส่
เมื่อทั้งสามคนได้ยินและไม่เว้นแม้แต่เจ้าของวันเกิดอย่างหลินจิงซูเอง ต่างก็นิ่งไปด้วยความตะลึงงัน
หลินจิงซูลืมไปเสียสนิทว่า ตนเองใกล้จะบรรลุนิติภาวะในอีกสองวันข้างหน้าแล้ว เนื่องจากในชาติก่อนหน้า แม่ของเธอได้จากโลกนี้ไปเสียก่อน จึงไม่มีใครจดจำวันเกิดครบรอบ 18 ปีของเธอได้เลยแม้แต่คนเดียว กระทั่งวันเกิดในทุกๆปี แม้แต่เจ้าตัวเองอย่างเธอ ก็ยังลืมไปแล้วเสียด้วยซ้ำ
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แต่เมื่อได้ยินติงเสวี่ยเหม่ยแม่ของเธอที่ควรจะต้องตายไปแล้วในช่วงเวลานี้ เอ่ยเรื่องวันเกิดของเธอขึ้นมา จู่ๆหลินจิงซูก็พลันกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
“ซูซู นี่ลูกร้องไห้ทำไมจ๊ะ? แม่…แม่พูดอะไรผิดรึเปล่า? เอ…แต่แม่ว่าแม่ไม่ได้จำวันผิดนะ!”
เห็นลูกสาวตัวเองจู่ๆก็ร้องไห้ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเช่นนี้ ติงเสวี่ยเหม่ยก็แอบตื่นตระหนกตกใจไม่น้อย หรือเธอจะจำวันผิดจนเป็นเหตุให้หลินจิงซูเสียอกใจน้ำหูน้ำตาไหลแบบนี้กันนะ?
แต่ใจหนึ่งก็เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า อีกสองวันจะเป็นวันครบรอบวันเกิดสิบแปดปีของลูกสาวไม่ผิดแน่!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







