LOGIN154 2-2
ตอนที่ 307 ร้านถูกพัง (2)
ได้ยินเช่นนั้น เฉินเฉวียนเย่ก็ถึงกับหัวร้อนเดือดดาลขึ้นอีกครั้ง
“เจ้าเด็กบ้า! ก็ถ้ารู้ตัวคนร้ายแล้วทำไมถึงไม่บอกกับทางตำรวจไปล่ะ?!”
หลินจิงซูกวาดสายตามองผู้คนรอบข้างที่แห่แหนเข้ามาดูด้วยความสนใจ ก่อนจะบอกเล่าถึงเหตุผลและข้อกังวลใจของตนให้เฉินเฉวียนเย่ได้รู้
เฉินเฉวียนเย่ฟังจบก็ถึงกับสบถก่นด่าออกมาอย่างอดไม่ได้
“ไอ้คนครอบครัวนี้มันเป็นบ้าอะไรกันไปหมดนะ! สัตว์นรกทั้งนั้นจริงๆ! สาวน้อย ไม่ว่าจะยังไงเธอก็ห้ามให้จ้าวลี่ออกจากคุกได้เด็ดขาด ขืนให้โอกาสคนแบบนี้ได้ออกมาเรียนต่อจนจบ สุดท้าย คนพรรค์นี้ก็ไม่พ้นต้องกลายมาเป็นมะเร็งของสังคมเข้าสักวันอยู่ดี! ทางที่ดี พวกเรารีบขุดรากถอนโคนครอบครัวนี้ให้สิ้นซากดีกว่า!”
“กำแหงได้ใจถึงขั้นกล้าทุบทำลายร้านของเราแบบนี้ มันท้าทายกันมากเกินไปแล้ว! ฉันจะทำให้พวกมันได้รู้ซึ้งว่า ในอดีตฉันคือใคร?!”
เฉินเฉวียนกัดฟันเสียงดังครืดคราด น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความอำมหิต
หลินจิงซูปรายหางตามองอีกฝ่ายเล็กน้อย สำหรับเรื่อง ‘วิธีการ’ สั่งสอนผู้คนของเฉินเฉวียนเย่นั้น เธอนี่ล่ะที่รู้ซึ้งดียิ่งกว่าใครๆ!
สภาพที่จะเหลือรอดกลับมาคงไม่ต่างอะไรกับติงจู้ฮั่วเมื่อชาติก่อนอย่างแน่นอน ขาคู่นั้นของเขาต้องพิการไปชั่วชีวิต…
“พ่อเฉินคะ อย่าลืมว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสังคมที่อยู่ภายใต้ระบอบกฎหมาย ที่นี่ไม่ใช่หมู่บ้านชนบทหรือถนนไป๋ฮั่นที่จะสามารถทำอะไรตามอำเภอใจได้ ขืนบุ่มบ่ามทำอะไรลงไป พวกเราอาจจะถูกฟ้องร้องได้…”
เธอรีบร้องเตือนสติด้วยสีหน้าจริงจัง
ความจริงแล้ว เหตุผลหลักที่เธอไม่ต้องการให้เฉินเฉวียนเย่ลงมือด้วยตัวเองนั้น เป็นเพราะหลินจิงซูได้คิดหาแผนการมากำราบคนชั่วทั้งสองได้แล้วนั่นเอง มิหนำซ้ำยังเป็นวิธีการที่ถูกกฎหมายอีกด้วย
สรุปก็คือ ต่อให้เฉินเฉวียนเย่ไม่กลายร่างเป็นลูกพี่เฉินผู้โหดเหี้ยม เธอก็มีวิธีจัดการกับคนพวกนั้นแบบนองเลือดได้…
“แต่เราไม่มีหลักฐานจะมัดตัวพวกมันได้เลยนะ? ทำไมไม่ให้ฉันเรียกพวกไปรุมกระทืบให้จบๆซะล่ะ?”
เฉินเฉวียนเย่ยังคงหงุดหงิดฉุนเฉียวอย่างมาก เอ่ยปฏิเสธความคิดเห็นของสาวน้อยตรงหน้าเป็นนัยๆ
“พ่อเฉินคะ เชื่อใจหนูสักครั้งเถอะนะคะ ตอนนี้หนูคิดแผนจัดการพวกมันได้แล้ว! แต่ถ้าไม่สำเร็จ ถึงตอนนั้น…ก็ออกโรงได้เลยค่ะลูกพี่เฉิน!”
หลินจิงซูเอ่ยตอบพร้อมกับยิ้มเหยียด ดูช่างลึกลับอย่างยิ่ง
เฉินเฉวียนเย่เฝ้ามองท่าทางที่สุดแสนจะมั่นใจของหลินจิงซู และด้วยเหตุผลบางอย่างที่มิอาจบรรยายได้ ทำให้เขารู้สึกเชื่อมั่นในตัวสาวน้อยตรงหน้ายิ่งกว่าอะไรดี ภายหลังสงบอารมณ์ให้เย็นลงได้ เขาจึงพยักหน้าตอบรับแต่โดยดี
“เข้าใจแล้ว งั้นลองใช้แผนการของเธอไปก่อนก็แล้วกันนะสาวน้อย”
พ่อทูนหัวและลูกบุญธรรมคู่นี้ตัดสินใจปิดบังเรื่องราวทั้งหมด ไม่ปริปากพูดเรื่องร้านถูกพังกับติงเสวี่ยเหม่ยสักคำ
ทั้งสองเร่งมือช่วยกันทำความสะอาดคาบสกปรกภายในร้านจนสะอาดหมดจด แล้วจึงจัดหาซื้อข้าวของใหม่เข้าร้าน พร้อมกันนั้น ก็สั่งให้พนักงานทุกคนในร้านใหม่แห่งนี้ไปพักร้อนกันให้หมด และไม่ให้เสนอหน้ามาทำงานในช่วงสองสามวันนี้อย่างเด็ดขาด
เมื่อไม่มีคนดูแลร้าน สถานที่แห่งนี้จึงต้องปิดตัวลงชั่วคราว
วันรุ่งขึ้น ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามที่หลินจิงซูคาดไว้ไม่มีผิด หลังจากเรียนเสร็จและตั้งใจว่าจะกลับบ้าน พ่อแม่ของจ้าวลี่ก็มาดักรออยู่ที่หน้าประตูรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว
ใบหน้าของคนทั้งคู่ล้วนบูดบึ้ง ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย หลินจิงซูยิ้มเหยียดก่อนจะพูดขึ้นว่า
“มีอะไรอีก? จะมาทำตัวเป็นสัมภเวสีขอส่วนบุญอีกแล้วเหรอคะ?”
ด้านแม่ของจ้าวลี่ถึงกับเดือดดาลอย่างมาก ยกนิ้วขึ้นชี้หน้าพร้อมคำรามก่นด่าสาปแช่งไม่หยุด
“นังคนชั่วช้า! นังเดรัจฉาน! ถ้าแกไม่ยอมช่วยลูกสาวฉัน ฉันก็จะขอตามจองล้างจองผลาญแกไปจนชั่วชีวิต!!”
หลินจิงซูช้อนตามองใส่อย่างสมเพชใจ น้ำเสียงที่เอ่ยตอบเปี่ยมไปด้วยความเหยียดหยามดูถูก
“เชิญตามสบายเลยค่ะ แต่ถ้าวันหนึ่งเกิดตายขึ้นมา ก็ไม่ต้องเป็นวิญญาณมาหลอกหลอนกันหรอกนะคะ เพราะแค่ตอนมีชีวิตอยู่ก็อัปลักษณ์ไปถึงจิตใจแล้ว นี่หนูแทบไม่อยากนึกถึงสภาพศพตอนตายเลยนะเนี่ย! หนูกลัวว่าตัวเองจะฝันร้ายน่ะค่ะ!!”
“แก!!”
แม่ของจ้าวลี่ยิ่งทวีความโกรธจัด นังสัตว์นรกน้อยตัวนี่ไม่เกรงกลัวเธอแม้แต่น้อยจริงๆน่ะเหรอ?!
“คุณป้าคะ หนูขอบอกตามตรงนะคะ นิสัยสันดานของลูกสาวป้ามันดัดยากแล้วจริงๆ ปล่อยให้ประสบการณ์ในคุกได้อบรมสั่งสอนเธอให้กลายมาเป็นคนดีบ้างเถอะนะคะ ขืนปล่อยเธอออกมาตอนนี้ เกิดไปฆ่าชิงทรัพทย์คนอื่นขึ้นมาจะทำยังไง? อย่าปล่อยให้ภัยสังคมแบบนั้นออกมาในตอนนี้เลยจะดีกว่าค่ะ!”
หลินจิงซูตีหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ ทว่าทุกพยางค์วาจาที่พูดออกไป ล้วนหนักหน่วงรุนแรงราวกับถอดรองเท้าตบใส่หน้าอีกฝ่าย! เด็กสาวคนนี้ขึ้นชื่อว่ามีฝีปากที่ดุเด็ดเผ็ดมันเป็นที่สุด คำพูดของเธอสามารถเชือดเฉือนผู้คนได้นิ่มๆภายใต้อากัปกิริยาที่สงบเยือกเย็น
“แก..แก…ฉันไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าแกแล้วจริงๆ!”
พ่อของจ้าวลี่เองก็โมโหจนแทบหายใจหายคอไม่ออกไปชั่วขณะ แต่ละคำที่หลินจิงซูฟาดใส่ ทำเอาเขาแทบกระอักเลือดออกมา! ท้ายสุดก็ทำได้เพียงทิ้งทวนข่มขู่ไปว่า
“เก่ง! แกเก่ง! เก่งมาก! แล้วฉันจะคอยดูว่าแกยังจะปากเก่งไปได้อีกสักกี่น้ำ! ยังไงพวกฉันก็แค่ตาเฒ่ายายเฒ่าแก่ๆคู่หนึ่งเท่านั้น ต่อให้ต้องสละทั้งชีวิต พวกฉันก็ขอลากแกลงนรกไปด้วยกัน!! วันนี้แกต้องตาย!!”
ทั้งสองอดทนอดกลั้นต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว สิ้นเสียงเท่านั้น ต่างก็พุ่งกระโจนเข้าใส่หลินจิงซูอย่างคลุ้มคลั่ง!!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







