LOGIN155 1-2
ตอนที่ 308 พวกไร้น้ำยา!
ทางด้านพ่อของจ้าวลี่เป็นฝ่ายเปิดฉากจู่โจมเข้าใส่ก่อน เขากระโจนเข้าไล่จับร่างของหลินจิงซูอย่างบ้าคลั่ง แต่ทว่าเธอกลับไหวตัวทัน แล้วรีบวิ่งหนีไปหลบอยู่ด้านหลังของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่หน้ารั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างรวดเร็ว
“ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วยค่ะคุณลุงรปภ.! มีคนบ้าที่ไหนไม่รู้จะเข้ามาทำร้ายหนูค่ะ!!”
เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนั้นเห็นว่า กำลังมีใครบางคนจ้องจะรังแกนักศึกษาอยู่จริงๆ เขาก็ก้าวเท้าเดินขึ้นหน้าเพื่อเข้าห้ามปรามอย่างรวดเร็ว ชี้ไม้กระบองใส่พ่อแม่ของจ้าวลี่ พร้อมกับร้องตะโกนสั่งเสียงดัง
“พวกคุณหยุดเดี๋ยวนี้! ที่นี่คือมหาวิทยาลัย! ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามาอย่างเด็ดขาด! ถ้ายังขืนขัดคำสั่ง ก็อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะครับ!”
พ่อแม่ของจ้าวลี่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าปรามหยุดไว้ ด้วยความเคียดแค้นจุกอกแต่ทำอะไรไม่ได้ พวกเขาจึงได้แต่ร้องตะโกนโหวกเหวกโวยวายอยู่ตรงนั้นแทน
“นังคนสารเลว! แน่จริงก็อย่าหลบอยู่หลังคนอื่นสิวะ! อย่าให้เจอตัวข้างนอกก็แล้วกัน พวกฉันจะเอาแกให้ตายเลยคอยดู!!”
หลินจิงซูกระหยิ่มยิ้ม เมื่อได้ยินคำข่มขู่ ก็ถึงกับหัวเราะคิกคัก พร้อมพูดจาเย้ยหยันกลับไปว่า
“ขนาดสละได้แม้กระทั่งชีวิตยังมีปัญญาทำได้แค่นี้เองเหรอคะ? ไร้น้ำยาสิ้นดี”หลังจากหัวเราะขบขันจนสาแก่ใจแล้ว เธอก็หมุนตัวเดินกลับเข้ามหาวิทยาลัยไป
พ่อแม่ของจ้าวลี่เองก็ได้แต่ยืนแน่นิ่งจ้องมองด้วยความโกรธจัดอยู่หน้าประตูรั้วมหาวิทยาลัย ตลอดเวลาที่จับจ้องแผ่นหลังของสาวน้อยที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆนั้น สีหน้าและแววตาของทั้งคู่ล้วนดูประหนึ่งปีศาจที่อยากจะฉีกกระชากร่างของเธอออกเป็นชิ้นๆ!
ทั้งสองเองก็แทบไม่อยากจะเชื่อ ไม่เพียงการข่มขู่หลินจิงซูจะประสบความล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า แต่พวกเขายังต้องกลับไปพร้อมกับความอัปยศอดสูอีกด้วย!
ทำไมกัน! ทำไมนังเด็กสารเลวนี่ถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้?!
“แล้วพวกเราจะทำยังไงต่อดีล่ะ?”
แม่ของจ้าวลี่ร้องถามออกมาอย่างกระฟัดกระเฟียดไม่พอใจ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความขมขื่นใจไม่น้อย
ฝ่ายพ่อของจ้าวลี่เองก็กำหมัดแน่นพร้อมกับฟันกรอด แล้วจึงพูดขึ้นว่า
“ทำยังไงงั้นเหรอ? ก็ทุบร้านของมันให้พังอีกยังไงล่ะ! มันยังมีร้านอีกสาขาอยู่ข้างนอกไม่ใช่เหรอ? ไม่ว่ามันจะมีอีกกี่ร้าน เราก็ไปทุบทำลายมันให้หมดนั่นล่ะ! ถ้าชีวิตของพวกฉันไม่มีความสุข พวกแกก็อย่าหวังว่าจะมีความสุขได้เลย!”
สายตาคู่นั้นของแม่จ้าวลี่เคลื่อนมองไปยังทิศทางที่หลินจิงซูเดินจากไป เธอพยักหน้าเล็กน้อยแทนคำตอบ พร้อมกับสีหน้าที่ผันเปลี่ยนกลายเป็นน่าสยองพองขน
ในมุมมองพ่อและแม่ของจ้าวลี่นั้น พวกเขาต่างคิดว่า การทุบทำลายร้านค้าของหลินจิงซูนั้น นับเป็นการประกาศศักดิ์ดาอย่างหนึ่ง อีกทั้งต้องการพิสูจน์ให้อีกฝ่ายเห็นว่า ตราบใดที่พวกเขาเอาจริงขึ้นมา ย่อมไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอีกต่อไป!
เหตุผลทั้งหมดที่ขับเคลื่อนให้พวกเขาต้องทำเช่นนี้ ก็เพื่อบีบบังคับให้หลินจิงซูยอมประนีประนอมด้วยเท่านั้น
แต่คิดไม่ถึงจริงๆว่า…นังสัตว์นรกน้อยตัวนี้กลับดื้อด้านหัวแข็งมากจริงๆ!
“ว่าแต่นังสารเลวนี่มันจะไม่รู้จริงๆเหรอว่า ทั้งหมดนี่เป็นฝีมือของพวกเรา?”
แม่ของจ้าวลี่เริ่มขมวดคิ้วและรู้สึกเอะใจขึ้นฉับพลัน ก่อนจะเอ่ยถามต่อไปว่า
“หรือจริงๆมันจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเป็นฝีมือของพวกเรา? แล้วตอนนี้ก็เลยพยายามยั่วยุให้เราต้องลงมืออีกครั้ง ทั้งหมดก็เพื่อหวังจับตัวพวกเรา? ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง นี่มันไม่ใช่กับดักหรอกเหรอ?”
แต่พ่อของจ้าวลี่กลับส่ายหน้า เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ต่อให้จะเป็นกับดักหรือไม่ก็ตาม และต่อให้มันรู้ตัวแล้วยังไงล่ะ? เพราะไม่ว่ายังไงเขาก็จะทุบทำลายร้านของมันให้สิ้นซาก!
ตกดึกในค่ำคืนเดียวกันนั้น วันนี้ลมหนาวค่อนข้างแรงเป็นพิเศษ พ่อแม่ของจ้าวลี่ได้ตระเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างไว้อย่างพร้อมแล้ว และตอนนี้ก็กำลังมุ่งหน้าไปยังร้านชานมไข่มุกสาขาแรกที่อยู่ข้างมหาวิทยาลัย
นี่เป็นค่ำคืนกลางเดือนตุลาคมที่อากาศเริ่มจะหนาวเย็นอีกครั้ง
บนท้องถนนเปล่าเปลี่ยวไร้ผู้คนราวกับถูกทิ้งร้าง ไม่มีแม้แต่เสียงเห่าหอนของสุนัขสักตัว
พ่อของจ้าวลี่ถือถังสีไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็ถือค้อนหนัก
ทั้งสองเร่งงัดแงะกุญแจประตูกรงเหล็กหน้าร้านชานมไข่มุกอย่างช่ำชอง
สาเหตุว่าทำไมทั้งคู่ไม่ทุบทำลายกุญแจและลูกกรงเหล็กให้จบๆไปนั้น ก็เพราะเกรงว่าจะส่งเสียงดังเกินไป ซึ่งอาจดึงดูดความสนใจของชาวบ้านในบริเวณนี้ได้นั่นเอง
หลังจากเข้ามาไปภายในร้านได้ พ่อของจ้าวลี่ก็เริ่มยกค้อนชูขึ้นสุดแขน จากนั้นก็เหวี่ยงลงทุบข้าวของและอุปกรณ์ทั้งหลายภายในร้านอย่างบ้าคลั่ง! ทุบโต๊ะกระจกตรงหน้าอย่างสุดแรงจนมันแตกร้าวสยายเส้นดั่งใยแมงมุม ส่วนอีกดอกก็กระแทกใส่อุปกรณ์หลังครัวจนเละเทะกลาดเกลื่อนพื้นไปหมด
“พวกคุณสองคนทำอะไรอยู่ตรงนั้นน่ะ?!”
จู่ๆก็มีตำรวจนายหนึ่งโผล่ออกมาจากไหนมิทราบ วิ่งตรงเข้ามาพร้อมกับกระบองในมือ
“หมอบลงเดี๋ยวนี้! นี่เป็นคำสั่ง! ยกสองมือขึ้นกุมหัวเร็วเข้า!!”
พ่อแม่ของจ้าวลี่ที่ไม่ทันได้ระวังตัว ถึงกับหยุดชะงักทุกการเคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน เสี้ยวอึดใจเดียวกันนั้น แสงไฟดวงใหญ่ก็สว่างวาบพุ่งสาดกระทบใส่ดวงตาของคนทั้งคู่อย่างจัง ทำเอาพวกเขาถึงกับตาพร่ามัวอะไรไม่เห็นไปชั่วขณะ แต่กระนั้น ก็ยังพยายามหรี่ตาขึ้นมองและเห็นได้เพียงลางๆ
นั่นมันชุดเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่ตำรวจนี่!
“บอกให้หมอบลงยังไงล่ะ! รีบประสานมือไว้ที่ท้ายทอยแล้วหมอบลงเร็วเข้า!!”
ทั้งพ่อและแม่ของจ้าวลี่ต่างตื่นตระหนกตกใจอย่างมาก เร่งโยนอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุในมือทิ้งไปอย่างรวดเร็ว พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างว่าง่าย พวกเขาทั้งสองหมอบตัวลงกับพื้น พร้อมประกบสองมือไว้บนท้ายทอยด้วยความหวาดกลัว
“พรึบ!” ไฟทั่วทั้งร้านเปิดสว่างโร่
ในที่สุด ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าก็กลับมาชัดเจนอีกครั้ง!
เฉินเฉวียนเย่ยืนล้วงกระเป๋าส่องไฟฉายสาดใส่อยู่ที่หน้าประตูร้านเพียงลำพัง พร้อมกับเฝ้ามองสองผัวเมียคู่นั้นที่กำลังนอนหมอบอยู่กับพื้นตัวสั่นด้วยความรังเกียจ
เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างเป็นประจักษ์ต่อสายตา พ่อแม่ของจ้าวลี่ต่างก็หันไปมองหน้ากันด้วยอาการตื่นตระหนกที่ยังไม่จางคลายหายไป ก่อนจะตระหนักได้ในทันว่า พวกเขาทั้งคู่ได้ตกหลุมพรางของนังเดรัจฉานน้อยเข้าอย่างจังแล้ว!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







