LOGIN156 1-2
ตอนที่ 310 ไม่กล้าล้ำเส้นอีกต่อไป
แลเห็นร่องรอยขวัญผวาที่ขีดเขียนอยู่ทั่วใบหน้าพ่อของจ้าวลี่ หลินจิงซูได้แต่แอบแสยะยิ้มมุมปาก แม้ว่าปัจจุบันเฉินเฉวียนเย่จะรามือจากวงการมาเฟียอย่างเด็ดขาดแล้ว แต่บารมีแห่งความเป็นเจ้าพ่อบนถนนไป๋ฮั่นเมื่อครั้งอดีต ก็ยังคงสลักลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเขา
หยิบยกเหตุผลนี้ขึ้นอ้างเพียงข้อเดียว ก็ทำเอาพ่อแม่ของจ้าวลี่ถึงกับหวาดกลัวจนขี้ขึ้นหัว แทบจะในเวลาเดียวกัน พวกเขาทั้งคู่ต่างก็ล้มเลิกความคิดที่จะล้างแค้นสาวน้อยคนนี้ไปโดยปริยาย!
“คุณลุงคุณป้าคะ หวังว่าหลังจากพ้นโทษออกมาแล้ว จะกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีซะทีนะคะ ถ้าคิดในแง่ดี ก็ถือซะว่าได้อยู่เป็นเพื่อนแก้เหงาให้ลูกสาวในคุกก็แล้วกัน”
หลินจิงซูย่อมรู้กาลควรไม่ควรดี ว่าเวลาไหนควรแรงและเวลาไหนควรต้องเบา เธอส่งยิ้มให้คนทั้งสองด้วยความหวังดี ก่อนจะหมุนตัวออกไปด้วยความพึงพอใจ
ภายหลังที่หลินจิบงซูจากไปแล้ว ทั้งพ่อและแม่ของจ้าวลี่ต่างก็หันไปมองหน้ากันด้วยใบหน้าซีดเผือด
พวกเขาทั้งสองเคยคิดฝันที่ไหนกันว่า เหตุการณ์ทุกอย่างจะลงเอยเช่นนี้? ไม่เพียงล้มเหลวเรื่องการช่วยเหลือลูกสาวตัวเอง ตรงกันข้าม! พวกเขากลับต้องมาซวยกันด้วย!
สองสามีภรรยาคิดเพียงว่า หลินจิงซูนั้นเป็นเพียงสาวน้อยนักศึกษาธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น แม้ทางบ้านจะเปิดกิจการร้านขายชานมไข่มุก แต่ทว่าก็เป็นเพียงครอบครัวธรรมดาทั่วไปที่ไม่มีภูมิหลังใดๆ
แต่กลับคิดไม่ถึงจริงๆ ปรากฏว่าเธอมาจากครอบครัวที่มีพ่อเป็นมาเฟีย! ไม่ใช่แค่คนไม่ดีเท่านั้น แต่เป็นพวกนอกกฎหมายเต็มตัวเลยทีเดียว!
คงไม่ต้องสาธยายเรื่องความโหดเหี้ยมอีกแล้ว?
จินตนาการถึงสีหน้าท่าทางอันน่าสะพรึงขวัญของชายคนเมื่อคืน ผนวกกับคำบอกเล่าเมื่อสักครู่ของหลินจิงซู ทุกอย่าง…ล้วนค่อนข้างชัดเจนแจ่มแจ้งมากแล้ว! กระทั่งพ่อของจ้าวลี่ยังอดใจสั่นขวัญหายไม่ได้!
หลังจากถูกปล่อยตัวออกจากคุกแล้ว วันข้างหน้า พวกเขาย่อมไม่กล้าล้ำเส้นหลินจิงซูและคนเหล่านี้อีกแน่ๆ!
เท่านี้ก็เข็ดหลาบเกินพอแล้วจริงๆ!
……
เมื่อปราศจากปัญหาของจ้าวลี่และพ่อแม่ของเธอแล้ว ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของหลินจิงซูก็กลับสู่วัฎจักรของความน่าเบื่อหน่ายอีกครั้ง
ในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่หวู่ฮ่าวชิงมาชวนหลินจิงซูออกเดท โดยเอาเรื่องเล่นบาสเก็ตบอลมาอ้าง
“คุณประธาน ไปเล่นบาสกันเถอะ!”
หวู่ฮ่าวชิงยืนทำท่าหล่อเท่ด้วยการหมุนลูกบาสอยู่บนนิ้ว สีหน้าท่าทางเต็มไปด้วยความกระฉับกระเฉงตามวัย
ตั้งแต่เปิดภาคเรียนมาจนกระทั่งถึงตอนนี้ ซึ่งก็นับว่าเป็นเวลานานไม่น้อย แต่ท่าทีของหลินจิงซูที่มีต่อหวู่ฮ่าวชิง ก็ยังคงดูห่างเหินราวกับเป็นคนอื่นคนไกลอยู่เสมอ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็พอเข้าใจได้ เพราะเธอเป็นเช่นนี้กับทุกๆคน เว้นเสียแต่กับผู้หญิงด้วยกันเท่านั้น
ทว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนๆ กลับมีเหตุการณ์ชวนให้เขาถึงกับใจเต้นแรง เมื่อจู่ๆหลินจิงซูก็เป็นฝ่ายริเริ่มเข้าหาเขา อีกทั้งยังชอบชวนเขาไปเล่นบาสเก็ตบอลด้วยอยู่บ่อยครั้ง ปฏิกิริยาเหล่านี้ได้สร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกคนในคณะไม่น้อย จนเริ่มมีบางคนซุบซิบพูดถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองแล้ว
เผชิญหน้ากับเสียงซุบซิบนินทาเหล่านี้ หวู่ฮ่าวชิงกลับแอบมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
ใช่แล้ว…เขาชอบหลินจิงซูตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งอีกฝ่ายทำตัวราวกับมีใจให้กันแบบนี้ หวู่ฮ่าวชิงก็ยิ่งรู้สึกมีความสุขมากเข้าไปใหญ่ จนถึงกับตื่นเต้นนอนไม่หลับเลยทีเดียว!
แต่หวู่ฮ่าวชิงหารู้ไม่ว่า พฤติกรรมทั้งหมดตลอดที่ผ่านมาของหลินจิงซูนั้น เธอทำไปก็เพื่อปลุกกระตุ้นธาตุแท้ภายในตัวของจ้าวลี่ให้ตื่นขึ้นเท่านั้นเอง ทั้งหมดล้วนมีผลประโยชน์อยู่เบื้องหลัง!
“วันนี้ฉันขี้เกียจน่ะ นายไปชวนคนอื่นเล่นเถอะ”
หลินจิงซูกำลังเก็บหนังสือเรียนบนโต๊ะเข้ากระเป๋า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นปฏิเสธพร้อมรอยยิ้ม
ยามแสงอาทิตย์ตกกระทบใบหน้า ปรากฏประกายสีเหลืองทองปกคลุม ยิ่งทำให้ความงดงามของสาวสวยเปล่งประกายสดใสกว่าครั้งไหนๆ
หวู่ฮ่าวชิงตกสู่ภวังค์เสน่หาของหลินจิงซูโดยสมบูรณ์
“นี่คุณประธาน ช่วงวันหยุดสัปดาห์พอจะมีเวลาว่างรึเปล่า?”
หวู่ฮ่าวชิงลูบท้ายทอยเล็กน้อยด้วยความประหม่า ก่อนจะยืนกอดลูกบาสตัวกลมพร้อมพูดต่อว่า
“ถ้าพอมีเวลาว่าง ฉันอยากจะชวนไปเล่นบาสที่สนามใจกลางเมืองด้วยกัน นอกจากเราสองคนแล้ว ก็ยังมีเพื่อนผู้หญิงคนอื่นๆไปด้วยนะ เผื่อประธานจะช่วยสอนพวกสาวๆเล่นบาสได้”
หลินจิงซูเลิกคิ้วรู้สึกเอะใจเล็กน้อย แล้วเอ่ยปฏิเสธไปโดยแทบไม่ต้องคิด
“ฉันคงไม่ว่างหรอก ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ต้องไปช่วยแม่ดูแลร้านชานมไข่มุก ต้องขอโทษด้วยนะ”
สิ้นเสียงพูดจบประโยค เธอก็หยิบกระเป๋าแล้วเดินจากไปทันที
หวู่ฮ่าวชิงจ้องมองผ่านหลังของหญิงสาวที่หลงรักค่อยๆเดินห่างออกไป ดวงตาคู่นั้นพลันหรี่แคบลงเล็กน้อย
ทำไมถึงได้รู้สึกว่า หลินจิงซูกลับไปเป็นคนเดิมอีกครั้งแล้ว? คนที่ทั้งเย็นชาและปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างเหินห่างกันนะ?
แม้ใบหน้าของเธอจะมีรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา แต่นั่นก็เป็นเพียงรอยยิ้มตามมารยาทเท่านั้น
ซึ่งไม่เหมือนกับรอยยิ้มเมื่อสัปดาห์ก่อนเลยสักนิด ผู้หญิงคนนี้ดูเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!
ตอนที่พวกเขาสองคนเล่นบาสเก็ตบอลด้วยกันเมื่อหลายวันก่อน หวู่ฮ่าวชิงยังแอบอาศัยจังหวะทีเผลอ สอบถามถึงเรื่องหัวใจของหลินจิงซูแบบเนียนๆ เพราะตลอดที่ผ่านมา มีคำถามหนึ่งที่ยังคงค้างคาใจเขาอยู่เรื่อยมา
ผู้หญิงคนนี้มีคนรักหรือยังนะ?
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







