LOGIN156 2-2
ตอนที่ 311 เมนูใหม่
เพราะการที่หลินจิงซูจงใจเว้นระยะห่างกันทุกคนรอบตัว บางทีอาจจะอธิบายได้ว่า เธอมีคนรักอยู่แล้วก็ได้?
แต่เมื่อได้ยินคำตอบของหลินจิงซูที่พูดออกมาว่า ‘ไม่มี’ หวู่ฮ่าวชิงก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หรือช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาอาจนิ่งนอนใจมากจนเกินไป และกว่าจะรู้ตัวอีกครั้ง ท่าทีการแสดงออกของหลินจิงซูที่มีต่อเขาก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว
ระยะหลังๆ หวู่ฮ่าวชิงเริ่มสังเกตเห็นว่ามีผู้ชายบางคนทั้งในและนอกคณะ เริ่มจะมาสารภาพรักกับหลินจิงซูบ้างแล้ว หรือกระทั่งแสดงออกให้รู้ไปเลยว่ามีความสนอกสนใจในตัวเธอมาก และเพราะเหตุนี้เอง อาจทำให้เธอเริ่มรู้สึกรำคาญและตีตัวออกห่างจากผู้ชายอีกครั้ง? และเขาก็ดันเป็นหนึ่งในนั้นที่โดนลูกหลงไปด้วย?
เพราะเหตุนี้ หวู่ฮ่าวชิงจึงหวั่นเกรงมาโดยตลอด และไม่กล้าออกตัวตามจีบหลินจิงซูเหมือนผู้ชายคนอื่นๆ ในความรู้สึกของเขา แค่ได้พูดคุยได้ยิ้มให้กันในฐานะเพื่อนสนิท เท่านี้เขาก็เป็นสุขใจแล้ว
เขาถือคติที่ว่า ยิ่งวิ่งวุ่นไล่ตาม ก็เปรียบดั่งผีเสื้อที่ยิ่งตีปีกหนี คำพูดประโยคนี้สามารถใช้ได้กับผู้หญิงเช่นกัน
ใช่ว่าหวู่ฮ่าวชิงจะไม่ตระหนักว่า ผู้หญิงคนนี้ล้ำค่าประหนึ่งบัวหิมะ ไม่ว่าใครๆต่างก็ชื่นชอบและถวิลหาทั้งสิ้น แต่กลับหาใช่ทุกคนที่จะสามารถได้ครอบครองสมใจ
อย่างไรก็ตาม หวู่ฮ่าวชิงยังเชื่อว่า ด้วยความพยายามไม่ย่อท้อและความจริงใจของเขา สักวันหนึ่งย่อมต้องพิชิตใจบัวหิมะดอกนี้ได้อย่างแน่นอน!
คิดได้เช่นนั้น หวู่ฮ่าวชิงก็เริ่มเรียบเรียงวิเคราะห์สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันทันที ข้อเสียเปรียบที่พบเจอในตอนนี้ก็คือ ทัศนคติด้านลบของหลินจิงซูที่เกิดจากความรำคาญต่อพวกผู้ชายที่ตามตอแย หากเป็นเช่นนี้ คงไม่มีวิธีแก้ไขใดที่จะเหมาะสมไปกว่าการเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ใหม่ เขาต้องค่อยๆเริ่มต้นจากการเป็นเพื่อนที่ดีของเธอไปก่อนและไม่อาจรีบร้อนได้
แล้ว…เขาควรจะเริ่มต้นยังไงดีล่ะ? ควรเข้าหาเธอทางไหนดี?
พินิจพิเคราะห์จากงานอดิเรกของเธอ เท่าที่รู้มา ดูเหมือนจะมีเพียงเรื่องบาสเก็ตบอลอย่างเดียวเท่านั้น และเพราะเหตุนี้เอง เขาจึงได้ตั้งใจจะมาชวนหลินจิงซูไปเล่นบาสเก็ตบอลที่สนามใจกลางเมืองช่วงสุดสัปดาห์ แต่ถึงอย่างนั้น…สุดท้ายเขาก็ถูกปฏิเสธอย่างไม่ไยดี
ทั้งที่เขาเองก็มั่นใจอย่างมากว่า แผนการเดทครั้งนี้จะต้องประสบความสำเร็จอย่างงดงามแน่นอน เห้ออ…
จ้องมองหลินจิงซูที่เดินจากไปจนลับสายตา หวู่ฮ่าวชิงก็อดรู้สึกผิดหวังไม่ได้
“ไปเถอะลูกพี่ชิง! เล่นบาสกันดีกว่า!”
เพื่อนชายคนหนึ่งร้องบอก
“นายไปเถอะ วันนี้ฉันไม่ค่อยมีอารมณ์ว่ะ”
หวู่ฮ่าวชิงโยนลูกบาสในมือส่งให้เพื่อนชายคนนั้น จากนั้น ก็สะพายกระเป๋าเรียนเดินคอตกกลับไปยังหอพักด้วยอาการเศร้าสร้อย
“อ้าว? ลูกพี่ชิงเป็นไรรึเปล่า? ไม่สบาย? หรือว่ามีไข้?”
เพื่อนชายคนนั้นรับลูกบอลไป พลางเกาศีรษะด้วยความงุนงงสับสน
เพื่อนอีกคนเดินปรี่เข้ามายืนขำอยู่ข้างเคียงไม่ห่างกัน
“เมื่อครู่แกหูหนวกรึไง? พี่ชิงเพิ่งถูกประธานของเราปฏิเสธคำชวนไปหยกๆ! แล้วใครมันจะมีอารมณ์ไปเล่นกันวะ!”
“อ่อ อ่อ ก็ว่าทำไมจู่ๆถึงไม่อยากเล่นบาสขึ้นมาเฉยๆ ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาทั้งคู่นะ? ทะเลาะกันรึเปล่า?”
เพื่อนสองคนนั้นหันไปจ้องหน้ากัน คล้ายมองตาก็เข้าใจ
……
เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างแช่มช้า อุณหภูมิลดต่ำอากาศเริ่มเย็นตัวลง
วันนี้เป็นเวรที่หลินจิงซูต้องเฝ้าร้าน เวลานี้เธอนั่งวุ่นอยู่กับสมุดบันทึกเล่มหนึ่งตรงหน้า กำลังขีดเขียนบางสิ่งบางอย่างลงไป
“กำลังเขียนอะไรอยู่เหรอ?”
หลังเลิกเรียน หลี่ผางตี้เข้ามาทำงานพิเศษในร้านชานมไข่มุกตามปกติ บังเอิญเหลือบไปเห็นหลินจิงซูที่เอาแต่หมกหมุ่นอยู่กับหน้าสมุดเล่มนั้นนานแล้ว สบโอกาสจึงได้เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
หลินจิงซูไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากหน้ากระดาษด้วยซ้ำไป แต่ก็ยังเอ่ยตอบกลับไปว่า
“กำลังคิดค้นชานมไข่มุกสูตรใหม่อยู่น่ะ”
อากาศเริ่มเย็นลงเช่นนี้ เมนูชานมไข่มุกยอดนิยมตลอดกาล กลับถึงคราวต้องตกกระป๋องซะแล้ว เพราะเมนูทั้งหมดล้วนเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะกับอากาศร้อนทั้งสิ้น แต่ไม่เหมาะกับฤดูใบไม้ร่วงที่ใกล้จะมาถึงเลยแม้แต่น้อย ภายใต้สภาพอากาศที่เย็น ใครที่ไหนยังอยากจะดื่มอะไรเย็นๆอีกเล่า?
เธอในฐานะผู้ที่มาจากศตวรรษที่ 21 ยุคที่ทุกคนบนโลกกินชานมไข่มุกกันทุกวันและทุกฤดู ผนวกกับประสบการณ์ที่เคยทำงานพิเศษในร้านชานมไข่มุกในระยะสั้นๆ ทำให้รู้ว่าแผนการขั้นตอนต่อไปควรทำสิ่งใด?
และเพราะเธอมีความเข้าใจเป็นอย่างดีว่า แต่ละก้าวควรทำอย่างไรนี่เอง จึงส่งผลให้ธุรกิจชานมไข่มุกของเธอมีลูกค้าแวะเวียนมาใช้บริการอย่างไม่ขาดสายแทบทุกเวลา
อย่างไรก็ตาม ความยากในช่วงปี 90ก็ใช่ว่าจะไม่มี เพราะยุคนี้ยังไม่มีอุตสาหกรรมผลิตสารแต่งกลิ่นเกิดขึ้นในประเทศจีน
กล่าวคือ หัวเชื้อรสชาติต่างๆของชานมไข่มุกที่จำหน่ายอยู่ในร้าน ทั้งหมดล้วนได้จากการกลั่นต้มและทดลองเองเกือบทั้งสิ้น
ปลายปากกาชะงักหยุดชั่วจังหวะ ไอเดียความคิดสุดบรรเจิดได้ผุดขึ้นกลางใจของหลินจิงซูในทันใด
เธอวางปากกาในมือลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหมุนตัวขวับวิ่งปรี่ไปที่หลังครัวด้วยความไวแสง แล้วจัดการเปิดตู้วัตถุดิบรื้อค้นหาบางสิ่งบางอย่าง
“จิงซูหาอะไรอยู่เหรอจ๊ะ? ให้ฉันช่วยมั้ย?”
หลี่ผางตี้รีบวิ่งตามเข้าไปพร้อมเอ่ยถามอยู่ด้านหลัง
“ในครัวของเรามีน้ำตาลทรายแดงบ้างมั้ย? ช่วยหาให้ฉันหน่อยสิ!”
หลินจิงซูพลิกค้นสิ่งของชิ้นแล้วชิ้นเล่า พยายามเสาะหาสิ่งที่ต้องการอย่างใจจดใจจ่อ
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







