LOGIN183 1-2
ตอนที่ 364 เห็นแก่ความทรงจำดีๆที่เคยมีร่วมกัน
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง หลินชิงอี้ก็ได้ตัดสินใจควักเงินก้อนใหญ่ เพื่อใช้ประกอบสร้างแผนการแต่งงานใหม่ในครั้งนี้ให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด
หลินชิงอี้ที่สวมใส่เสื้อเชิ้ตยืนถือตะกร้าผลไม้ราคาถูก กำลังเฝ้าคอยการมาถึงของสองแม่ลูกด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจยิ่ง
กระทั่งเสียงประตูโรงแรมเปิดดังขึ้น หลินชิงอี้ถึงกับต้องขมวดคิ้วแน่น เพราะนอกจากลูกสาวและอดีตภรรยาของเขาจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่แล้ว กลับมีชายอีกคนติดตามมาอย่างใกล้ชิดด้วยท่าทีที่สนิทสนมอย่างมากด้วย
“จิงซูลูกพ่อ วันนี้เรามาทานอาหารกันเฉพาะครอบครัวนะ ทำไมถึงได้พาคนนอกมาด้วยล่ะ?”
สัมผัสได้ถึงท่าทีเคร่งขรึมชวนให้รู้สึกสะพรึงกลัวของชายตรงหน้า หลินชิงอี้ถึงกับเผลอผงกศีรษะให้เล็กน้อยอย่างลืมตัว หลังจากพินิจมองอย่างละเอียดแล้ว จึงค่อยพบว่าเป็นพ่อทูนหัวคนนั้นที่ลูกสาวของเขาเคยพาไปก่อนหน้า
หลินชิงอี้ค่อยรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย และเป็นฝ่ายริเริ่มจับไม้จับมือกับเฉินเฉวียนเย่ก่อนเพื่อผูกมิตร แต่ติงเสวี่ยเหม่ยกลับเดินขึ้นหน้ามาขวางไว้ ไม่ปล่อยให้ชายที่อยู่ด้านหลังของเธอได้จับมือกับเขา
หลังจากสังเกตมอง พวกเขาทั้งสามดูราวกับ…เป็นครอบครัวเดียวกัน
เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลินชิงอี้ถึงกับหน้าถอดสี ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหม่นทมิฬลงหลายส่วน แต่เพื่อแผนการอันยิ่งใหญ่ เขาจำต้องปั้นหน้าทำใจดีสู้เสือ และผายมือเชื้อเชิญทุกคนให้เข้าไปในห้องอาหารส่วนตัว
“ทานกันให้เต็มที่เลยนะ ทานให้เต็มอิ่มเลย!! อาเหม่ย ฉันสั่งซี่โครงหมูผัดเปรี้ยวหวานที่เธอชอบไว้ให้ด้วยนะ! ลองชิมดูรับรองจะต้องติดใจ! อาหารที่โรงแรมนี่ขึ้นชื่อว่ามีราคาแพงมาก แต่ไม่เป็นไร ฉันเหมาไว้สำหรับทุกคนแล้ว! อยากจะตักอะไรกินก็ตามสบาย ไม่ต้องเกรงใจ วันไหนมีเวลาว่างฉันก็มักจะแวะมากินอาหารที่นี่อยู่บ่อยๆ บ่อยซะจนแทบจะสนิทกับเจ้าของที่นี่แล้วล่ะ!”
ได้ทีหลินชิงอี้ก็พูดโวโอ้อวดเสียใหญ่โต อีกทั้งยังจงใจบอกให้ทุกคนรู้ต่อหน้าอดีตภรรยาว่า อาหารที่โรงแรมแห่งนี้มีราคาสูงเพียงใด! ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างความประทับใจ และโน้มน้าวให้อีกฝ่ายรู้สึกอยากกลับมาแต่งงานกับตนใหม่อีกครั้ง!
แต่ใครจะไปคาดคิด เมื่อติงเสวี่ยเหม่ยได้ยินเช่นนั้น แทนที่เธอจะรู้สึกดีใจหรือตื่นเต้นไปกับชีวิตที่หรูหราของอดีตสามีในตอนนี้ เธอกลับระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นออกมาแทน!
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชีวิตของเธอภายใต้ชายคาบ้านตระกูลหลิน หลินชิงอี้ผู้เป็นสามีไม่เคยยอมควักเงินแม้แต่เศษหยวนเพื่อเธอเลยสักครั้ง ยิ่งเป็นเรื่องของลูกสาวด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง!
“หยุดเสแสร้งเล่นละครตบตาฉันสักทีเถอะหลินชิงอี้ ที่เรียกฉันมาในวันนี้ มีอะไรอยากจะพูดก็รีบๆพูดมา ทั้งฉันทั้งลูกสาวต่างก็อยู่พร้อมหน้าแล้ว พูดให้จบๆไปวันนี้เลย แล้วจากนี้ก็ไม่ต้องมาพบเจอกันอีก!”
ติงเสวี่ยเหม่ยรู้สึกเบื่อเต็มทน กับการที่จะต้องมีสัมภเวสีคอยระรานสร้างปัญหาให้เธอไม่จบไม่สิ้นเช่นนี้!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ เธอเองก็ไม่จำเป็นต้องมานั่งเป็นห่วงหรือกังวลเรื่องลูกสาวอีกต่อไปแล้ว มิหนำซ้ำยังมีสุภาพบุรุษที่ทั้งดีเลิศและจริงใจยิ่งกว่า มาคอยช่วยปลอบประโลมและเติมเต็มหัวใจของเธอให้กลับมาสมบูรณ์เข้มแข็ง แล้วยังจะมีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องกลับไปหาผู้ชายเฮงซวยอย่างอดีตสามีนั่นอีกล่ะ?
เห็นปฏิกิริยาตอบสนองที่แข็งกระด้าง และไร้มนุษย์สัมพันธ์อย่างสิ้นเชิงของติงเสวี่ยเหม่ย หลินชิงอี้ก็ได้แต่ยิ้มแห้ง ยกมือขึ้นลูบท้ายทอยด้วยความประหม่า
“อาเหม่ย อย่าพูดแบบนั้นสิ พวกเราต่างก็เป็นสามีภรรยาอยู่กินกันมาตั้งหลายปีแล้วนะ ถึงแม้จะหย่าร้างกันไป แต่ความทรงจำดีๆมากมายที่เคยมีร่วมกันก็ยังคงอยู่นะ”
“ถึงแม้ฉันจะเคยเป็นคนใจยักษ์ใจมารทำให้พวกเธอสองแม่ลูกต้องเสียใจมาก่อน แต่ตอนนี้ฉันเองก็สำนึกแล้ว อีกทั้งยังพยายามทำทุกอย่างเพื่อชดเชยความผิดเหล่านั้น! นอกจากฉันแล้ว ยังจะมีผู้ชายคนไหนที่สามารถมารับหน้าที่พ่อและสามีที่ดีได้อีกล่ะ ที่ฉันพูดมาจริงมั้ยล่ะอาเหม่ย?”
สังเกตเห็นร่องรอยรู้สึกผิด และความน่าสงสารเห็นใจที่สะท้อนผ่านแววตาของหลินชิงอี้ ติงเสวี่ยเหม่ยกลับไม่ใช่ผู้หญิงโง่เขลาคนเดิมเหมือนในอดีตอีกต่อไป ความรู้สึกของเธอที่มีต่อผู้ชายคนนี้ มีเพียงแค่ความสมเพชหยามเหยียดอย่างที่สุดเท่านั้น! ความทรงจำดีๆร่วมกันงั้นเหรอ? หมายถึงมหานรกขุมนั้นรึไง?!
“เลิกพร่ำเพ้อสักทีเถอะ อดีตก็คืออดีต ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะย้อนกลับไปแก้ไขได้อีก สิ่งเดียวที่ฉันปรารถนาอย่างที่สุดในตอนนี้ก็คือ ขอให้คุณไสหัวไปไกลๆ แล้วอย่าได้มารบกวนชีวิตของฉันกับลูกอีกจนชั่วชีวิต! ซูซูโตมากพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว พวกเราสองแม่ลูกไม่จำเป็นต้องมีคุณอยู่ในชีวิตอีกต่อไป”
ปฏิกิริยาตอบสนองที่เด็ดเดี่ยวเสมือนไร้หัวใจเช่นนี้ ทำเอาหลินชิงอี้ถึงกับตื่นตระหนกไปชั่วขณะ เขาไม่ได้ใช้เงินลงทุนไปตั้งมากมาย เพื่อจะมารับฟังคำพูดเหล่านี้สักนิด!
แต่ค่าอาหารมื้อนี้ก็ได้จ่ายไปแล้ว อีกทั้งอาหารก็ถูกยกมาวางจนเต็มโต๊ะแล้วเช่นกัน หลินชิงอี้ไม่มีวันยอมแพ้ง่ายๆเพียงแค่นี้แน่
“อาเหม่ยของฉัน อย่าพูดจาใจร้ายนักสิ เห็นแก่ลูกสาวของเราเถอะนะ ซูซูเองก็ไม่ได้อยากกำพร้าพ่อ ที่สำคัญซูซูยังเป็นคนบอกเองด้วยว่า อยากให้เราสามคนกลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันเหมือนเดิม!”
“ถ้าไม่เชื่อก็ลองถามซูซูลูกสาวของเราสิ นี่เธอไม่รู้หรอกเหรอว่าซูซูดีอกดีใจขนาดไหน เมื่อรู้ว่าพวกเราทั้งสามจะได้กลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันอีกครั้ง? จริงมั้ยซูซูลูกพ่อ?”
หลินชิงอี้กล่าวประโยคนี้จบ ก็รีบหันไปขยิบตาส่งให้หลินจิงซู โดยคาดหวังให้สาวน้อยคนนี้ช่วยสร้างสันติภาพขึ้นระหว่างเขากับติงเสวี่ยเหม่ย
แต่กลับไม่คาดคิดว่า หลินจิงซูจะเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเพลิดเพลินไปกับรสชาติอาหารจานหรูโดยไม่อะไรแม้แต่คำเดียว ตั้งแต่อาหารถูกยกมาเสิร์ฟ ราวกับหลินจิงซูได้เข้าสู่สภาวะหูหนวก ไม่สนใจโลกภายนอกอีกเลย หักหน้าหลินชิงอี้ที่สู้อุตส่าห์ไว้ใจอย่างสิ้นเชิง
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







