เข้าสู่ระบบ183 2
ตอนที่ 365 เรียนรู้และยอมรับความจริง
ติงเสวี่ยเหม่ยที่ได้ตกลงกับลูกสาวมาเป็นอย่างดี เธอได้พูดในสิ่งที่ควรต้องพูดไปหมดแล้ว และไม่อยากจะนั่งร่วมโต๊ะกับบุคคลที่น่าขยะแขยงเช่นนี้ให้เสนียดจับอีกต่อไป เธอจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้เตรียมเดินจากไปพร้อมกับเฉินเฉวียนเย่โดยไม่พูดไม่จาใดๆอีก
หลินชิงอี้สาดสายตาแสดงความไม่พอใจใส่หลินจิงซูฉับพลัน แต่ขณะที่กำลังจะขึ้นเสียงตวาดใส่นั้น จู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆจากลูกสาว น้ำเสียงของเขาจึงอ่อนยวบลงทันที
“จิงซูลูกพ่อ พ่อเข้าใจนะว่าที่ผ่านมาลูกไม่เคยมีโอกาสได้ทานอาหารดีๆแบบนี้เลย แต่ตอนนี้ช่วยพ่อพูดกับแม่ก่อนจะได้มั้ย? ขอเพียงพวกเราสามคนสามารถกลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันได้อีกครั้ง พ่อรับปากจะพาลูกมาทานข้าวที่โรงแรมหลี่เจี่ยทุกวันเลย!”
หลินจิงซูแสร้งปาดน้ำตาอย่างแผ่วบาง ลุกขึ้นด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง จากนั้น จึงหันไปประจันหน้ากับติงเสวี่ยเหม่ยและเฉินเฉวียนเย่
“แม่คะ หนูว่าสิ่งที่พ่อพูดไปทั้งหมดก็ฟังดูมีเหตุผลดีนะคะ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของตัวหนูเอง ทำไมแม่ถึงต้องพรากหนูจากคุณพ่อ ทำให้หนูต้องกลายมาเป็นเด็กกำพร้าพ่อแบบนี้ด้วยล่ะคะ?”
ติงเสวี่ยเหม่ยเห็นเช่นนั้นก็ถึงกับนิ่งอึ้ง และแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาจริงๆว่า ลูกสาวของเธอจะสามารถตีบทแตกแสดงละครได้แนบเนียนถึงเพียงนี้! หากไม่ใช่เพราะมีการพูดคุยวางแผนกันมาก่อน ป่านนี้เธอคงหลงเชื่อหลินจิงซูอย่างสนิทใจไปแล้วว่า เธอกำลังเข้าข้างหลินชิงอี้อยู่จริงๆ!
ติงเสวี่ยเหม่ยเลิกคิ้วกระตุกเล็กน้อย จู่ๆเธอก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ก่อนจะพูดไปตามบทที่ได้คุยกันไว้
“ซูซูไม่ต้องห่วง ลูกจะต้องไม่กำพร้าพ่ออีกต่อไป แม่ได้แต่งงานมีครอบครัวใหม่ที่ทั้งเพียบพร้อม และอบอุ่นในแบบที่ลูกต้องการทุกอย่างแล้ว! ลืมพ่อเฮงซวยไร้น้ำยาคนเก่าไปได้เลย!”
ทันทีที่หลินชิงอี้ได้ฟัง เขาก็ถึงกับใจหายวูบตกลงตาตุ่มทันที!
อะไรนะ?!
นี่…นี่หมายความว่ายังไงกัน?
ดวงตาของหลินชิงอี้เบิกกว้างจนแทบถลน เมื่อหันกลับไปมองลูกสาวตนเองที่เปรียบเสมือนความหวังสุดท้าย แต่สิ่งเดียวที่เขาพบเห็น กลับเป็นรอยยิ้มอันน่าสะพรึงที่ถูกแต่งแต้มไว้ทั่วใบหน้า ยิ่งเห็นเช่นนั้น เขาก็ยิ่งใจหายมากกว่าเดิม!
“นี่มัน…นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!? แม่ของแกแต่งงานใหม่กับผู้ชายอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?! ทำไมฉันถึงไม่รู้! แล้วทำไมแกถึงไม่บอกฉันห๊ะ?! นี่พวกแก…พวกแกสองแม่ลูกรวมหัวกันหลอกฉันใช่มั้ย?!!”
หลินชิงอี้ผู้สิ้นหวังถึงขีดสุด ไม่อยากจะรับฟังอะไรต่อไปอีกแล้ว!
ขณะเดียวกัน ติงเสวี่ยเหม่ยเองก็ไม่อยากเสียเวลาอยู่ตรงนี้อีกต่อไปเช่นกัน แต่เมื่อกำลังจะหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่คิดจะเหลียวหลังกลับมามองอีก เธอก็กลับถูกหลินชิงอี้กระชากแขนรั้งไว้แน่น ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายหนีจากไปได้
“นังแพศยา! นี่แกกล้าดียังไงถึงได้คบชู้กับชายอื่นลับหลังฉัน! วันนี้ฉันจะกระทืบแกให้ตายเป็นการสั่งสอน!”
ในที่สุดหลินชิงอี้ก็เปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของตนออกมา ทว่ายังไม่ทันที่จะได้เคลื่อนไหวลงมือใดๆ เขาก็กลับถูกฝ่ามือหนักดุจเหล็กกล้าของเฉินเฉวียนเย่ผลักไสร่างจนแทบล้มคะมำคอพับ
“ผมขอแนะนำตัวใหม่อีกครั้งนะครับ ผมเฉินเฉวียนเย่ ไม่ใช่แค่เป็นพ่อทูนหัวของจิงซูเท่านั้น แต่ยังเป็นพ่อเลี้ยงของเธอด้วย ส่วนนี่ติงเสวี่ยเหม่ย ภรรยาของผมครับ จากนี้เป็นต้นไป หวังว่าคุณจะไม่มารบกวนชีวิตครอบครัวของพวกเราอีก ถ้ายังขืนไม่รามือ…ผมเอาคุณตายแน่!”
“ถ้าไม่ใช่เพราะจิงซูขอร้องให้พวกเราเล่นตามแผนที่เธอวางไว้ล่ะก็ คิดว่าชาตินี้คุณคงจะไม่มีวันได้เห็นหน้าเสวี่ยเหม่ยอีกแล้ว!”
เสี้ยวขณะอึดใจที่ได้ยินเช่นนั้น หลินชิงอี้ก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่า ตนเองถูกหลอก!
เวรเอ๊ย! นี่ฉันถูกนังเดรัจฉานหลินจิงซูหลอกอีกแล้วเหรอนี่?!
ยิ่งคิดหลินชิงอี้ก็ยิ่งแค้นมาก เขาไม่พูดไม่จาอะไรอีก แต่กลับพุ่งตัวกระโจนใส่หลินจิงซู หวังจะตบสั่งสอนให้ตายกันไปข้าง!
ทว่าหลินจิงซูก็เตรียมพร้อมรับมืออยู่นานแล้ว อาศัยประสาทการสนองสนองและการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วว่องไว เธอจึงสามารถเอี้ยวตัวหลบเลี่ยงได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะหวดหนึ่งท่าเตะตัดขาหลินชิงอี้จนอีกฝ่ายล้มพับลงไปอยู่ในท่าคุกเข่าต่อหน้าติงเสวี่ยเหม่ย และไม่ลืมที่จะพ่นถ้อยคำสบประมาททิ้งท้ายผู้เป็นพ่อที่ไม่เอาไหนเล็กน้อยว่า “กระจอก!”
เดรัจฉานที่หลินชิงอี้ตัวนี้ มันได้ก่อกรรมทำเข็ญกับแม่ของเธอไว้มากมายจนเกินให้อภัย และคนอย่างมันก็สมควรต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้แล้ว!
“พ่อคะ เห็นแล้วไม่ใช่เหรอคะว่า ตอนนี้แม่ของหนูมีชีวิตที่ดีขนาดไหน? ได้สุภาพบุรุษที่ทั้งดีและมีคุณสมบัติเพียบพร้อมยิ่งกว่าคุณไม่รู้กี่สิบเท่า มาเติมเต็มอีกครึ่งชีวิตที่เหลือของเธอ ตอนนี้คุณก็ไม่จำเป็นต้องห่วงอะไรแล้วนะคะ เพราะพวกเราสองแม่ลูกมีความสุขดี ส่วนคุณน่ะ…เป็นแค่ส่วนเกินของครอบครัวเรา!”
คำสบประมาทดูถูกที่อัดแน่นไปด้วยความหยามเหยียดของหลินจิงซู ทำให้หลินชิงอี้รู้สึกโกรธแค้นอาฆาตอย่างที่สุด แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้เพียงคลุ้มคลั่งจนแทบเป็นบ้า! เขาไม่เคยนึกเคยฝันมาก่อนในชีวิตว่า ท้ายที่สุดแล้วตนเองจะมาถูกสองแม่ลูกที่อ่อนแอคู่นี้ทรยศหักหลังเอาได้!
ภายใต้สภาวะงุนงงสับสนทางอารมณ์อย่างที่สุด หลินชิงอี้ไม่เพียงสูญเสียความรู้สึกผิดชอบชั่วดี นอกจากจะไม่รู้สึกรู้สากับความผิดที่ตนก่อขึ้นแล้ว ยังโยนความผิดบาปทั้งหมดไปให้หลินจิงซูแทนเสียดื้อๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะมีนังตัวดีนี่คอยยุยงเติมเชื้อไฟใส่ มีหรือที่ผู้หญิงหน้าโง่หัวอ่อนอย่างติงเสวี่ยเหม่ยจะร่านไปหาผู้ชายคนอื่นแบบนี้ได้?!
ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่ หลินชิงอี้ก็ยิ่งรู้สึกร้อนรุ่มใจจนแทบคลั่ง! ชั่วขณะอึดใจนั้น เขาก็วิ่งไปคว้ามีดคมบนโต๊ะ ก่อนจะพุ่งจู่โจมเข้าใส่หลินจิงซูและเฉินเฉวียนเย่ที่อยู่เบื้องหน้าอย่างไม่ลังเล!
“สาวน้อย ระวัง!!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







