LOGIN182 2-2
ตอนที่ 363 นัดหมายทานมื้อค่ำ
ทว่าน่าเสียดาย ชายคนนี้กลับไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยว่า แผนชั่วช้าสกปรกที่ตนเองกำลังวาดฝันไว้นั้น ได้ฉายปรากฏชัดเจนอยู่ทั่วทั้งใบหน้าที่น่ารังเกียจของตนเอง หลินจิงซูแสยะยิ้มมุมปากอย่างชั่วร้ายพร้อมกับนึกคิดอยู่ในใจเงียบๆ
ชั่วช้านักใช่มั้ย? ได้ เดี๋ยวจะจัดอาหาร ‘ดีๆ’ ให้สักมื้อตามต้องการ!
“พอดีเลยค่ะพ่อ! หนูเพิ่งได้ยินเพื่อนๆคุยกันว่า โรงแรมหรูในย่านดังเพิ่งจะเปิดให้บริการอาหารบุฟเฟต์นานาชาติ! หนูเองก็อยากจะลองไปกินดูสักครั้งในชีวิต! เดี๋ยวกลับถึงบ้านหนูจะรีบออกปากชวนแม่ทันที! แล้วเจอกันที่โน่นเลยนะคะ ดูเหมือนจะชื่อว่า…โรงแรมหลี่เจี่ยค่ะ!”
พบเห็นลูกสาวของตนดูเต็มอกเต็มใจที่จะช่วยเกื้อกูลสนับสนุนถึงเพียงนี้ หลินชิงอี้ก็ยิ่งมั่นใจเข้าไปใหญ่ว่า แผนการครั้งนี้จะต้องดำเนินไปได้อย่างราบรื่นไร้ปัญหา! อีกไม่นาน เขากำลังจะได้แต่งงานใหม่และเสพสุขอยู่บนกองเงินกองทองแล้ว!
ดูเหมือนแผนการครั้งนี้มีโอกาสที่จะสำเร็จสูงมากจริงๆ ขอเพียงสามารถเข้าถึงตัวติงเสวี่ยเหม่ยได้ ทุกอย่างก็เป็นอันสิ้นสุด! ในฐานะอดีตสามี หลินชิงอี้ย่อมรู้จักผู้หญิงอย่างติงเสวี่ยเหม่ยดีกว่าใครๆ ผู้หญิงที่ทั้งโง่ หูเบาแล้วก็ไร้เดียงสาอย่างอดีตภรรยาของเขาน่ะเหรอ แค่ตั้งใจพูดจาดีๆหยิบใช้คำหวานมาประดิษฐ์ประดอยสักสองสามประโยค รับรองว่ายัยนั่นต้องใจอ่อนแน่ๆ!
ยิ่งตอนนี้มีหลินจิงซูอยู่ข้างเขาอีกคน เพราะเห็นแก่ลูกสาวตัวเอง มีหรือที่ติงเสวี่ยเหม่ยจะไม่ยิ่งใจอ่อน?
ลองคิดดูสิ! หลังจากแต่งงานใหม่ในครั้งนี้ ชีวิตของหลินชิงอี้คนนี้จะมีความสุขสักเพียงใดกัน!
ถึงตอนนั้น อย่าว่าแต่จะมีเงินมีทองให้ดื่มเหล้าเล่นการพนันได้ตามใจอยากเลย อาศัยเครื่องจักรผลิตเงินอย่างสองแม่ลูกคู่นี้ เขายังจะมีเงินทองที่เหลือกินเหลือใช้มาเลี้ยงดูบ้านเล็กบ้านน้อยได้อีกนับไม่ถ้วน!
เห็นแก่ผลประโยชน์อันไร้สิ้นสุดของตนเองในอนาคต ไม่ว่าตอนนี้หลินจิงซูจะร้องขอสิ่งใด เขาย่อมต้องพยักหน้ายินยอมด้วยความเต็มใจ!
แม้จะยอมเสียเงินเสียเวลาไปสักหน่อยในตอนนี้ แต่อีกไม่นาน เขาก็จะได้ครอบครองทุกอย่างที่สองแม่ลูกมีอยู่ในปัจจุบัน!
ทางด้านหลินจิงซูก็ไม่คิดที่จะประมาท ได้ตระเตรียมแผนการของตนเองไว้แล้วเช่นกัน เธอรีบจัดการจองห้องอาหารส่วนตัวที่แพงที่สุดภายในโรงแรมอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็แน่นอน...โรงแรมที่ว่าก็คือโรงแรมหลี่เจี่ย
อย่างที่ทุกคนทราบกัน ตำแหน่งผู้จัดการแผนกจัดเลี้ยงของโรงแรมหลี่เจี่ยในปัจจุบัน ก็คือหลินจิงซูนั่นเอง
คิดจะเล่นงานใคร ก็ควรทำในถิ่นของตัวเองจึงจะปลอดภัยที่สุด!
ในบ่ายวันนั้น หลินจิงซูได้คาบเอาเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นไปแจ้งให้ติงเสวี่ยเหม่ยรู้ทันที
เมื่อได้ข่าวการกลับมาของหลินชิงอี้ ติงเสวี่ยเหม่ยก็ถึงกับหน้าถอดสีซีดเผือดลงจากเดิมมาก ย้อนนึกไปถึงเรื่องราวต่างๆในอดีต เธอแทบอยากจะฆ่าผู้ชายสารเลวคนนี้กับมือตัวเองด้วยซ้ำ!
ใช่ว่าตัวเธอเองจะไม่ล่วงรู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของอีกฝ่าย ที่จู่ๆก็คิดกลับตัวกลับใจและต้องการจะขอคืนดีกับเธอ หรือต่อให้หลินชิงอี้จะมาด้วยความจริงใจ แต่ติงเสวี่ยเหม่ยก็ได้ปฏิญาณกับตัวเองแล้วว่า เธอจะไม่มีวันลงเอยกับเดรัจฉานตัวนี้อีกอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะชาตินี้หรือชาติหน้า!
“ไม่ซูซู แม่จะไม่มีวันกลับไปอยู่ร่วมกับคนชั่วช้าแบบนั้นอีกแล้ว! ต่อให้ลูกจะก้มกราบแม่ แม่ก็ยังขอย้ำคำเดิมไม่คิดเปลี่ยนแปลง!!”
เห็นว่าแม่ตนเองจงเกลียดจงชังหลินชิงอี้เพียงใด หลินจิงซูก็พยักหน้าเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ
“แม่คะ ไม่ต้องห่วง หนูไม่คิดจะให้แม่กลับไปคืนดีกับคนแบบนั้นอยู่แล้ว แต่หนูมีแผนการค่ะ…”
“มีแค่โอกาสนี้เท่านั้นที่คนอย่างมันจะประเคนตัวเองมาให้เราเชือดถึงหน้าประตู! แม่เองก็น่าจะรู้ คนประเภทนี้ถ้าปล่อยให้มันระมัดระวังตัวมากไปกว่านี้ ก็จะยิ่งจัดการได้ลำบาก เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ควรทำให้มันได้เห็นกับตาไปเลยค่ะว่า เราสองแม่ลูกในตอนนี้ ไม่ได้เล่นงานง่ายๆเหมือนเมื่อก่อน!”
หลินจิงซูตระหนักดีว่า วันใดที่ธุรกิจของเธอเติบโตรุ่งเรืองยิ่งขึ้น วันนั้น หลินชิงอี้ก็จะยิ่งไร้ความสุขและทุกข์ทรมานใจจนแทบคลั่ง!
สำหรับคนชั่วช้าอย่างหลินชิงอี้ ความตายยังนับว่าง่ายเกินไป หลินจิงซูต้องการให้พ่อของเธอใช้ชีวิตที่เหลือวนเวียนอยู่กับความผิดพลาด และความรู้สึกเสียดายจวบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต!
หยิบใช้ประโยชน์จากโอกาสที่มีในครั้งนี้ ทำให้หลินชิงอี้ได้เห็นด้วยตาตัวเองชัดๆไปเลยว่า ชีวิตของลูกสาวและอดีตภรรยาของเขานั้น ช่างดีเลิศวิเศษเพียงใดในตอนนี้! ใครกันที่ยังย่ำอยู่กับที่ และใครกันที่เดินหน้าก้าวต่อไปได้แล้ว!
หวังว่าสิ่งนี้จะช่วย ‘ตบ’ หลินชิงอี้ให้ตื่นจากฝันลมๆแล้งๆได้!
“ว่าไงนะ? จะให้แม่ของเธอออกไปทานอาหารค่ำกับหลิงชิงอี้นี่นะ?! เอาจริงเหรอสาวน้อย?!!”
ครั้งสุดท้ายที่เฉินเฉวียนเย่โคจรมาพบกับหลินชิงอี้ เขาก็ตระหนักได้ในทันทีว่า อีกฝ่ายถวิลหาการแต่งงานใหม่กับอดีตภรรยามากเพียงใด
และเขาก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า… เลือดย่อมข้นกว่าน้ำเสมอ หากหลายสิ่งหลายอย่างเป็นไปตามที่เขาเคยวิตกกังวลขึ้นมาจริงๆ นั่นย่อมเท่ากับว่า ชีวิตอันแสนสุขที่เขาได้พยายามแทบตายกว่าจะได้มาครอบครองนั้น มิต้องพังลงอย่างไม่เป็นท่าหรอกหรือ?
แน่นอน หลังได้ยินคำพูดเกริ่นนำของหลินจิงซู เฉินเฉวียนเย่ก็ถึงกับปั้นหน้าบูดบึ้งไม่สบอารมณ์เลยทีเดียว
“พ่อเฉินคะ ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกค่ะ ยังไงชาตินี้พ่อเฉินก็ต้องได้ครองคู่กับแม่ของหนูอยู่แล้ว!”
“ในเมื่อพ่อสารเลวนั่นเอาแต่วนเวียนมาสร้างปัญหาให้ไม่เลิก พวกเราสองแม่ลูกก็ยิ่งต้องจัดการขั้นเด็ดขาดไม่ใช่เหรอคะ? คิดแต่จะโบกธงขาวเป็นไอ้ขี้แพ้โดยไม่ทำอะไรเลยรึไง? เอาแต่กังวลจนไม่เป็นอันทำอะไรแบบนี้ นี่ไม่ใช่นิสัยของลูกพี่เฉินแห่งถนนไป๋ฮั่นที่หนูรู้จักเลยนะคะ”
เผชิญกับคำพูดปลุกใจของหลินจิงซูเข้า กลับกระตุ้นความกล้าหาญภายในตัวของเฉินเฉวียนเย่ให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง แน่นอน เขาจะไม่มีวันปล่อยให้ใครหน้าไหนมาสั่นคลอนความสัมพันธ์ของตนกับติงเสวี่ยเหม่ยได้อย่างแน่นอน!
ขนาดเด็กสาวตัวแค่นี้ยังคิดได้เลย แล้วทำไมเขาจะต้องมัวแต่หวาดกลัวด้วยล่ะ!
“จิงซู เรื่องจะไปพบพ่อของเธอน่ะ ฉันเองก็ไม่คิดจะคัดค้านหรอกนะ แต่ถ้าอีกฝ่ายรู้ความจริงว่า ฉันกับแม่ของเธออยู่ด้วยกันแล้ว คนแบบนั้นจะต้องหาทางทำอะไรสักอย่างเพื่อสร้างความเดือดร้อนให้เธออีกแน่ๆ! จำไม่ได้เหรอว่า ครั้งที่แล้วเธอไปโกหกอะไรไว้บ้างสาวน้อย? นี่ถ้าอีกฝ่ายสติหลุดจนคลุ้มคลั่งขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ?”
ทุกอย่างอยู่ในการคำนวณของหลินจิงซูหมดแล้วตั้งแต่แรก ด้วยสถานะของหลินชิงอี้ในปัจจุบัน แทบไม่เหลือทุนรอนอะไรจะมาสู้รบปรบมือกับพวกเธอสองแม่ลูกอีกแล้วเช่นกัน
ถ้าชีวิตของผู้ชายคนนี้ไม่ถึงคราวคับขันเจียนตายแล้วจริงๆ คนอย่างหลินชิงอี้จะไม่มีวันยอมทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเอง เพื่อมาตามงอนง้ออ้อนวอนพวกเธอสองแม่ลูกอย่างแน่นอน
“พ่อเฉินคะ หนูเข้าใจดีว่าพ่อเฉินเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของหนูกับแม่ขนาดไหน ก็เพราะพ่อเฉินเป็นคนรักครอบครัวยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดแบบนี้ยังไงล่ะคะ หนูถึงได้วางใจกล้าที่จะฝากฝังแม่ให้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับคุณ คุณน่ะดีกว่าหลินชิงอี้ไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่”
เฉินเฉวียนเย่นั่งปรึกษาหารือและตระเตรียมแผนการกับหลินจิงซูจนมั่นอกมั่นใจแล้ว จึงค่อยนัดแนะกับติงเสวี่ยเหม่ยต่อไป
ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ล้วนเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ สาวน้อยอย่างหลินจิงซูย่อมไม่มีสิทธิ์จะร่วมวงด้วยได้
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







