LOGIN184 1-2
ตอนที่ 366 ดั่งผีเสื้อปีกหัก
เฉินเฉวียนเย่จ้องมองหลินชิงอี้ตาขวาง ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความเดือดดาลอย่างที่สุด เขาจะไม่มีวันปล่อยให้ผู้ชายคนนี้มาทำอะไรลูกสาวบุญธรรมที่รักยิ่งของตนได้เป็นอันขาด! เจ้าตัวรีบรับคมมีดที่เสียบแทงเข้ามาด้วยสองมือเปล่า ธารเลือดสีแดงฉานไหลรินไปตามซอกนิ้วมือก่อนจะหยดลงสู่พื้นดังติ๋งๆ
พบเห็นภาพฉากอันน่าสยดสยองเบื้องหน้า เสมือนการราดน้ำมันลงบนกองไฟ ความอดทนของหลินจิงซูเกินขีดจำกัดแล้วเช่นกัน เธอเตรียมจะไปหยิบมีดคมบนโต๊ะอีกเล่ม หวังจ้วงแทงกระหน่ำใส่ร่างหลินชิงอี้ให้ตายคามือเช่นกัน!
แต่เฉินเฉวียนเย่กลับชิงลงมือก่อนด้วยความเร็วประดุจสายฟ้า ประเคนกำปั้นหนักดุจค้อนตอกกระแทกใส่หน้าของหลินชิงอี้อย่างเต็มกำลัง จนเกือบทำให้อีกฝ่ายหมดสติขณะทรุดร่วงลงไปกองกับพื้น
ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เฉินเฉวียนเย่ยังกระโดดตามไปคร่อมร่างของหลินชิงอี้ไว้ ทับแขนอีกฝ่ายไม่ให้ขยับเขยื้อนใดๆได้ ก่อนจะกระหน่ำซัดหน้าอีกนับหลายสิบชุดราวกับคนคลุ้มคลั่ง!
หลินชิงอี้ถูกซัดจนน่วม ใบหน้าของเขาบวมเป่งราวกับหัวหมู ทั้งน้ำหูน้ำตาและน้ำเลือดไหลกองรวมกันจนท่วมปากอยู่จุดเดียว ได้แต่โหยหวนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างน่าสมเพชที่สุด
“ช่วยด้วย! ตรงนี้มีคนกำลังจะฆ่ากันตาย!!”
ได้ยินเสียงร้องตะโกนจากแขกรอบข้าง ทั้งพนักงานและพ่อครัวต่างก็พากันวิ่งกรูกันออกมาอย่างโกลาหลทันที ก่อนจะพบเห็นว่าหลินจิงซูเองก็อยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วยเช่นกัน
สถานการณ์ตรงหน้าเกิดขึ้นกะทันหันเกินกว่าใครจะปะติปะเรื่องราวได้ ยิ่งเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัวของผู้จัดการแผนกอย่างหลินชิงซูด้วยแล้ว ยิ่งไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่มย่ามหรือแทรกแซงใดๆ
ขณะที่เฉินเฉวียนเย่กำลังสาวหมัดกระหน่ำใส่หน้าหลินชิงอี้ที่อยู่บนพื้นอย่างเมามัน หลินจิงซูกลับโบกมือร้องบอกให้ทุกคนอยู่ในความสงบอย่างใจเย็น
“แค่ทะเลาะกันนิดหน่อยเท่านั้นค่ะ ไม่ต้องสนใจหรอก ทุกคนแยกย้ายกันกลับไปทำงานของตัวเองกันต่อเถอะ”
ภายหลังได้ยินเช่นนั้น หลินชิงอี้แทบอยากจะตอบโต้ทันที ทว่าภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เขาเป็นได้เพียงแค่กระสอบทรายมีชีวิต ได้แต่อดทนจนกระทั่งเฉินเฉวียนเย่กระหน่ำใส่จนสาแก่ใจแล้ว ในที่สุดเขาก็มีโอกาสได้พูดสักที แต่ขณะที่กำลังจะปริปากอ้าออกนั้น กลับมีทั้งน้ำเลือดน้ำลายไหลทะลักออกมา ไหนจะเศษฟันเศษเนื้อฉีกขาดที่ไหลออกมากองรวมกันอีก
“อย่า…อย่าไปฟังที่มันพูด ฉัน…ฉันเป็นแขกของที่นี่นะ! การถูกคนทำร้ายทุบตีในโรงแรมแบบนี้ ถือเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง! ถ้าพนักงานอย่างพวกแกไม่ไปเป็นพยานให้ฉันล่ะก็ ฉันจะฟ้องเอาพวกแกเข้าคุกไปพร้อมกันให้หมดนี่เลย!!”
รับฟังคำพูดที่ไร้ยางอายของหลินชิงอี้ หลินจิงซูได้แต่ยืนนิ่งไม่ปริปากตอบโต้ในทันที
ตัวเธอเองมีตำแหน่งเป็นถึงผู้จัดการแผนกของโรงแรมแห่งนี้ ทั้งพ่อครัวและพนักงานทุกคนในที่นี้ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนของหลินจิงซูทั้งสิ้น
ระหว่างแขกคนหนึ่งที่เข้ามาสร้างปัญหากับผู้จัดการที่มีสิทธิ์ชี้ขาดอนาคตด้านอาชีพการงาน คิดว่าพนักงานโรงแรมจะเลือกเข้าข้างใครกันล่ะ?
“แขกทุกคนในที่นี้ต่างก็เห็นเต็มตาว่า ใครกันที่หยิบมีดหวังจะฆ่าแกงกันก่อน จริงมั้ย? ทุกคนต่างก็เป็นพยานได้ บาดแผลก็มีให้เห็น ถ้าแน่จริงก็ไปแจ้งตำรวจเลยสิ!”
สิ้นเสียงพูดจบ หลินชิงซูจึงค่อยหันไปอธิบายให้กับพนักงานโรงแรมทุกคนฟังด้วยท่าทีสงบนิ่ง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ทุกคนไม่ต้องกังวลไป เรามีพร้อมทั้งพยานหลักฐาน ใครก็ฟ้องพวกคุณไม่ได้ทั้งนั้นล่ะ และที่สำคัญ ผู้ชายคนนี้เป็นพ่อของฉันเอง เขาเคยมีพฤติกรรมคลุ้มคลั่งเพราะติดเหล้าแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง เหตุการณ์ที่ทำลงไปก็เป็นเพียงแค่การป้องกันตัวเท่านั้น ทุกคนแยกย้ายกันกลับไปทำงานต่อเถอะ แขกคนอื่นๆกำลังรอรับบริการอยู่ อ่อ…แล้วก็อย่าลืมเสิร์ฟเครื่องดื่มค็อกเทลให้ทุกคนฟรีคนละหนึ่งแก้วด้วยนะ ถือว่าเป็นคำขอโทษที่ทำให้พวกเขาเกิดความตื่นตระหนก”
หลินจิงซูเอ่ยปากออกคำสั่งกับพนักงานโรงแรมทุกคนอย่างมืออาชีพ ทำเอาหลินชิงอี้ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงทันที
“พวกแก…ทำไมพวกแกต้องฟังคำสั่งนังนี่ด้วย? ฉันเป็นคนจ่ายเงินค่าอาหารโต๊ะนี้นะ พวกแกต้องฟังที่ฉันพูดต่างหาก!!”
หลินชิงอี้แหกปากโวยวายราวกับคนเสียสติ ข่มขู่ว่าจะโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดี บอกว่าจะฟ้องเรื่องนี้ให้ถึงศาลก็ดี
ทว่าในเวลาเดียวกันนั้น เฉินเฉวียนเย่ก็ได้เปิดเผยความจริงเรื่องหนึ่งด้วยท่าทีใจเย็นว่า
“จิงซูเป็นผู้จัดการแผนกจัดเลี้ยงของโรงแรมหลี่เจี่ย ถ้าคุณยังเอาแต่สร้างปัญหาไม่เลิก แค่เธอเอ่ยปากคำเดียว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของที่นี่ก็จะหิ้วปีกคุณโยนออกไปจากที่นี่ทันที”
แค่คำพูดประโยคเดียว ก็ทำเอาหลินชิงอี้ถึงกับชะงักพูดอะไรไม่ออกอีก ก่อนจะเคลื่อนสายตาไปจับจ้องมองหลินจิงซูด้วยความโกรธเกรี้ยวแทน
“นังเด็กเวร! แก…แกกล้าดียังไงถึงได้หลอกฉัน!! ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าแม่ของแกเพิ่งจะแต่งงานใหม่ แต่แก…แกก็ยังวางแผนโกงฉัน! เดรัจฉานอย่างแกไม่รอดแน่! ฉันจะแจ้งตำรวจจับแกนังสารเลว!!”
เผชิญกับคำกล่าวหาสารพัดของหลินชิงอี้ เธอแสร้งทำเป็นหูหนวกไม่สนใจแยแสใดๆอีก จากนั้น จึงหันไปผลักติงเสวี่ยเหม่ยและเฉินเฉวียนเย่ให้ออกไปรอด้านนอกก่อน พร้อมกล่าวย้ำเตือนคนทั้งคู่ว่า
“แม่ พ่อเฉิน ออกไปรอข้างนอกก่อนเถอะค่ะ ตรงนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่หนูจัดการเอง”
ติงเสวี่ยเหม่ยที่ยังไม่หายตกใจจากเหตุการณ์เมื่อครู่ เธอกลัวว่าหลินชิงอี้จะลงมือทำร้ายลูกสาวของเธออีก จึงรีบพูดขึ้นว่า
“ซูซู ห้ามเข้าใกล้พ่อของลูกเป็นอันขาดเข้าใจมั้ย? เพราะไม่รู้ว่ามันจะเป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีก!”
หลินจิงซูพยักหน้ารับทราบ เพราะเหตุนี้ยังไงล่ะ เธอถึงต้องให้ทั้งสองคนออกไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน เพราะตอนนี้ฝ่ามือของเฉินเฉวียนเย่เองก็มีบาดแผลฉกรรจ์จากคมมีดบาด ซึ่งนับว่าอันตรายไม่น้อย
ภายใต้สถานการณ์ที่ทุกคนต่างให้ความสนอกสนใจเช่นนี้ ประการแรก หลินจิงซูจะไม่มีวันทำเรื่องที่ตนเองเสียเปรียบอย่างทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายเด็ดขาด และสอง ต่อให้หลินชิงอี้จะแจ้งตำรวจจริงๆ แต่สำนวนคดีโดยส่วนใหญ่กลับจะเป็นเพียงการทะเลาะวิวาทกันในครอบครัวเท่านั้น อาศัยข้อหาเพียงแค่นี้ ไม่มีทางทำอะไรเธอได้อยู่แล้ว ตรงกันข้าม คนที่จะเสียหายที่สุดคงหนีไม่พ้นตัวหลินชิงอี้เอง เขาจะต้องถูกตีตราว่าเป็นพวกชอบใช้ความรุนแรงกับลูกเมียทันที
และที่สำคัญที่สุดก็คือ คนติดเหล้าติดพนันเช่นเขา ตำรวจไม่มีวันเชื่อคำพูดของคนประเภทนี้อยู่แล้ว
หลินจิงซูตระหนักถึงข้อได้เปรียบนี้ของตัวเองดี เหตุนี้ เธอจึงไม่รู้สึกเกรงกลัวใดๆเลยสักนิด มิหนำซ้ำยังต้องการยั่วยุให้หลินชิงอี้เปิดเผยความชั่วช้าของตนเองออกมาให้มากยิ่งขึ้น!
หลังจากที่ติงเสวี่ยเหม่ยและเฉินเฉวียนเย่ออกไปแล้ว หลินชิงอี้ก็ค่อยๆประคองสังขารตัวเองลุกขึ้นจากพื้น พร้อมกับยกมือขึ้นชี้หน้าตวาดด่าหลินจิงซูดั่งผู้เหนือกว่าทันที
“นังลูกทรพี! กล้าดียังไงมาหลอกลวงฉันแบบนี้! เอาเงินทั้งหมดที่แกหลอกฉันคืนมาเดี๋ยวนี้เลย! แกทำงานอยู่ที่นี่ใช่มั้ย? ดี! ถ้าไม่คืน ฉันจะทำให้แกตกงานเลยคอยดู!”
ด้วยสถานะภาพของหลินชิงอี้ในปัจจุบัน นอกจากนิสัยอันธพาลที่มีอยู่เดิมในตัวแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรให้ใช้พึ่งพาได้อีก และเจ้าตัวเองก็ค่อนข้างมั่นใจว่า อาศัยเพียงสิ่งนี้สิ่งเดียวย่อมสามารถกำราบหลินจิงซูได้ไม่ยาก
ท้ายที่สุดนี้ หลินจิงซูก็เป็นแค่เด็กสาวคนหนึ่ง จะมีปัญญาทำอะไรเขาได้ไปมากกว่านี้ล่ะ!
หลินจิงซูถึงกับหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง เมื่อได้เห็นถึงทัศนคติความนึกคิดของอีกฝ่ายผ่านคำพูดคำจา
“ดูท่า…หนูจะประเมินความไร้ยางอายของคุณต่ำเกินไปจริงๆ แต่ทำยังไงได้ล่ะ? ใครจะไปคิดว่า พ่อแท้ๆของตัวเองจะต่ำทรามได้ถึงขนาดนี้!”
สำหรับขยะชิ้นหนึ่งที่หมดค่าไร้ฤทธิ์เดช หลินจิงซูไม่จำเป็นต้องพูดจาดีๆด้วยอีกต่อไป
ยิ่งเป็นหลินชิงอี้ผู้ไร้มโนธรรมความเป็นมนุษย์ด้วยแล้ว ในสายตาของเธอ ไม่เคยเห็นมันเป็นพ่อมานานแล้วเช่นกัน!
เธอไม่เห็นมันเป็นสิ่งอื่น นอกเสียจากของเล่นชิ้นหนึ่งที่หลินจิงซูต้องการทรมานเล่นอย่างช้าๆ ค่อยๆให้ได้ลิ้มรสชาติของความสิ้นหวังอ่อนแอ โดยที่ตัวมันเองไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลยสักอย่าง ปล่อยให้ชีวิตที่แตกสลายของมันค่อยๆกัดกร่อนไปจนถึงขั้วหัวใจ ดั่งผีเสื้อปีกหักที่ไม่มีวันโบยบินได้อีก ปล่อยให้ตายไปภายใต้ความรู้สึกไร้ค่าตราบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
จมอยู่กับอดีตที่แสนหอมหวานแต่ไม่มีวันหวนคืน อยู่กับปัจจุบันที่สายเกินแก้ และ…ทำได้เพียงเฝ้าฝันถึงอนาคตที่สวยงามแต่ไม่มีวันเป็นจริง!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







