Masuk189 1-2
ตอนที่ 376 ตัดขาดความสัมพันธ์
หลินชิงอี้ตระหนักดีถึงชื่อเสียงที่ลูกสาวของตนกำลังแบกรับอยู่ในขณะนี้ ดังนั้น เขาจึงปราศจากความหวาดกลัวใดๆอย่างสิ้นเชิง!
ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า เหตุการณ์เมื่อสักครู่ได้กลายเป็นเรื่องใหญ่เกินควบคุมไปแล้ว ผู้คนต่างพากันให้ความสนใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว อาศัยข้อได้เปรียบในจุดนี้ เขามีเหตุผลมากเพียงพอที่จะเรียกร้องทวงบุญคุณจากลูกสาวตนเอง
นับตั้งแต่ที่หลินชิงอี้ตกงานและเป็นหนี้เป็นสินอย่างหนัก จนต้องระเห็จหนีตายมาอยู่ในตัวเมืองแห่งนี้ เขาต้องคอยหลบซ่อนตัวอยู่ตามตรอกซอกซอย ห้องเช่าสักแห่งหลังคาสักอันยังไม่มีให้ซุกหัวนอนด้วยซ้ำไป
เพราะเหตุนี้เอง หลินชิงอี้จึงรู้สึกเกลียดชังอดีตภรรยาอย่างสุดหัวใจ ที่เธอกลับมีชีวิตดีกว่าเขามาก! ยิ่งเห็นผู้หญิงคนนั้นยิ้มแย้มมีความสุขมากเท่าไหร่ ความอาฆาตแค้นที่ฝังลึกอยู่ภายในใจ ก็ยิ่งปะทุรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น!
และอีกหนึ่งเรื่องที่น่าอัปยศไม่ต่างกันก็คือ ทั้งที่หลินจิงซูเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาแท้ๆ แต่นังเด็กอกตัญญูนั่นกลับเข้าข้างผู้ชายคนอื่น มิหนำซ้ำยังวางแผนตลบหลังเล่นงานเขาจนเกือบตาย!
“บอกมาว่าอยากได้เท่าไหร่ถึงจะยอมไสหัวไป”
ทันทีที่ได้ยินลูกสาวของตนพูดประโยคนี้ออกมา หลินชิงอี้ก็ถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะลั่น
“นังลูกเลว แกน่ะไม่เพียงสนับสนุนชายชู้ให้ได้อยู่กินกับแม่ของแก แต่พอประสบความสำเร็จได้ดิบได้ดีแล้ว กลับไม่คิดที่จะดูแลรับผิดชอบพ่อบังเกิดเกล้าอย่างฉัน เพราะฉะนั้น ถึงตอนนี้แกควรต้องแสดงความกตัญญูให้ฉันได้เห็นบ้าง ทรัพย์สินทั้งหมดของแกมีอยู่เท่าไหร่ ฉันขอครึ่งหนึ่ง!”
“ในฐานะที่ฉันเป็นพ่อแท้ๆของแก ฉันจะไม่มีวันยอมให้ไอ้หน้าตัวเมียนี่ ได้เสพสุขบนกองเงินกองทองที่ควรจะต้องเป็นของฉันหรอกนะ!!”
สุดท้ายก็มีแต่เรื่องเงินกับเรื่องของตัวเองเท่านั้น ติงเสวี่ยเหม่ยที่ยืนอยู่ข้างเคียงกันถึงกับเดือดดาลจนเลือดขึ้นหน้า แทบอยากจะคว้ามีดมาจากมือของลูกสาว แล้วตรงเข้าสังหารอีกฝ่ายให้ตายๆไปเสีย!
หากไม่ใช่เพราะเฉินเฉวียนเย่ค่อยช่วยดูแลและสนับสนุนหลินจิงซูเรื่อยมา มีหรือที่เธอและลูกสาวจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเช่นทุกวันนี้?
ทว่าตอนนี้ รางวัลของความพยายามที่เฉินเฉวียนเย่สมควรจะได้ กลับถูกอดีตสามีผู้ไร้ยางอายของเธอคาบไปอย่างหน้าตาเฉย!
นี่มันไร้เหตุผลสิ้นดี!
ติงเสวี่ยเหม่ยที่ทนฟังไม่ไหวอีกต่อไป จากหญิงสาวที่มีนิสัยอ่อนแอไม่กล้ายืนหยัดเพื่อสิ่งใด ยามนี้เธอได้กลับกลายมาเป็นอีกคน ยกมือขึ้นชี้หน้าก่นด่าสาปแช่งหลินชิงอี้ด้วยถ้อยคำหยาบคายสารพัด
“แกต่างหากที่สารเลว ไอ้ชาติหมา ไอ้หน้าตัวเมีย! หลินชิงอี้ แกคิดว่าตัวเองเป็นพ่อที่ดีเลิศประเสริฐนักรึไง? คนอย่างแกเป็นพ่อที่ดีให้ซูซูสักครั้งยังเป็นไม่ได้เลย! แล้วน้ำหน้าอย่างแกยังมีสิทธิ์อะไรมาแหกปากเห่าหอนอยู่ตรงนี้? ชีวิตของฉันกับซูซูสมบูรณ์ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องการภาระอย่างแกเข้ามาเพิ่ม!!”
“ต่อให้วันนี้ฉันต้องตาย แกก็อย่าหวังว่าจะได้เงินจากพวกเราไปแม้แต่หยวนเดียวเลย!!”
หลินจิงซูเร่งเข้าดับไฟเดือดดาลของผู้เป็นแม่อย่างรวดเร็ว หากเปรียบเทียบกันในตอนนี้ กลับเป็นฝ่ายลูกสาวที่ดูใจเย็นสงบกว่าคนเป็นแม่มาก
สุดท้ายแล้ว ยามต้องเผชิญกับมนุษย์ประเภทที่ไร้ตรรกะเช่นนี้ คิดจะมีชัยชนะเหนือกว่านั้น ต้องไม่ใช่ด้วยกำลังแต่เป็นมันสมองต่างหาก
และเธอเองก็ตระหนักรู้ถึงขีดความไร้ยางอายของหลินชิงอี้ผู้นี้ได้เป็นอย่างดี
ยามที่ไล่ต้อนสุนัขจนตรอก มันย่อมต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนได้มีชีวิตอยู่รอดต่อไป
แน่นอนว่า แม้จะยอมให้เงินหลินชิงอี้ไปในวันนี้ ทว่าภายหลังจากที่มันนำไปถลุงจนเกลี้ยงแล้ว สักวันย่อมต้องหยิบยกเรื่องสายสัมพันธ์พ่อลูกขึ้นมาข่มขู่เอาเงินใหม่อีกรอบและอีกรอบไปเรื่อยๆ กลายเป็นวัฎจักรวนเวียนไร้ที่สิ้นสุดอยู่อย่างนี้
คิดจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ประสบพบเจอกับปัญหาเช่นนี้อีกในอนาคต ทางเดียวคือต้องใช้ไหวพริบเข้าสู้
“ไม่จำเป็นต้องโต้เถียงกันให้เปลืองน้ำลายแล้วล่ะแม่ พูดไปคนอย่างมันก็ไม่ฟัง อยากได้ความกตัญญูจากฉันงั้นเหรอ? ย่อมได้!”
“แม้แต่ห้องที่พวกเราพักอาศัยอยู่ในตอนนี้ ฉันก็ยอมยกให้ได้ แต่มีเพียงเงื่อนไขเดียวเท่านั้นก็คือ ความสัมพันธ์พ่อลูกระหว่างเราต้องขาดจากกัน! นับจากนี้ไปจวบจนวันตาย อย่าได้นับญาติกันอีกต่อไป!”
น้ำเสียงคำพูดที่เปล่งดังจากปากของหลินจิงซูเวลานี้ ฟังดูสงบนิ่งชวนให้รู้สึกใจหาย ทำเอาหลินชิงอี้ที่อยู่ตรงหน้าถึงกับตัวแข็งทื่อ ตะลึงงันไม่ได้สติไปครู่หนึ่งเช่นกัน
“นี่แก! แกรังเกียจฉันขนาดนี้เลยเหรอ!?”
ในเมื่อหลินชิงอี้ยังมีหน้าเอ่ยถามอะไรแบบนี้ออกมาได้ หลินจิงซูย่อมพยักหน้าตอบกลับไปตามตรงอย่างไม่มีลังเลเช่นกัน
“พ่อที่เห็นลูกคนอื่นดีกว่าลูกสาวตัวเอง พ่อแบบนี้ยังมีอะไรให้น่าเคารพอีกเหรอ? อย่าว่าแต่คุณสมบัติความเป็นพ่อเลย คุณสมบัติความเป็นคนยังมีหลงเหลืออยู่รึเปล่าก็ไม่รู้! มาคราวนี้เพราะอยากจะได้เงินใช่มั้ย? ถ้าได้แล้วก็ไสหัวไปซะ อย่าโผล่หน้ามาให้เห็นอีกล่ะ”
หลินจิงซูยังคงยึดตามหลักการของตัวเองเสมอมา คิดจะฆ่าคนห้ามให้มือตัวเองเปื้อนเลือด สิ่งเดียวที่หลินชิงอี้รู้ก็คือ เขาสามารถอ้างสิทธิ์ฐานะความเป็นพ่อเพื่อรีดไถเงินจากลูกสาวตัวเองได้ ดังนั้น ทันทีที่ทราบว่าสิ่งที่เปรียบเสมือนตัวช่วยเดียวนี้กำลังจะหายไป เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อทวงคืนมันกลับมา!
“จิงซู ในชีวิตของลูกไม่เคยมีพ่อคนนี้อยู่ในใจเลยใช่มั้ย? ฉัน…ฉันเป็นพ่อแท้ๆของแกนะ!!”
นี่เป็นโอกาสสุดท้าย ถ้าพลาดครั้งนี้ ชีวิตที่เหลืออยู่ของเขาต้องเป็นอันจบสิ้นเช่นกัน!
เรื่องบาปบุญคุณโทษหรือความกตัญญูต่อผู้เป็นบิดานั้น หลินจิงซูปล่อยวางไปนานแล้วตั้งแต่ชาติก่อน บัดนี้ เธอมากับความอาฆาตพยาบาทที่พร้อมล้างแค้นพ่อไร้ยางอายผู้นี้อย่างสาสม!
“บอกมาเลยว่าต้องการเท่าไหร่ เดี๋ยวฉันจะจ่ายให้เป็นก้อนเลย แล้วจากนี้ต่อไป ความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคน จะนับว่าไม่เกี่ยวข้องกันอีก”
เผชิญกับใบหน้าที่เด็ดเดี่ยวและเฉียบขาดของหลินจิงซูที่ไร้หัวใจ หลินชิงอี้พึงตระหนักได้ทันทีว่า ตนเดินหมากผิดอย่างสิ้นเชิง!
ในชั่วขณะเดียวกันนั้น หลินชิงอี้จึงหันไปชี้นิ้วใส่หน้าเฉินเฉวียนเย่แทน พร้อมตะคอกถามทันที
“ไอ้หน้าตัวเมียนี่มันดีกว่าฉันตรงไหน? ฉันเป็นคนเลี้ยงแกมันตั้งแต่เล็กจนโต! ส่วนมันเพิ่งจะมาทำดีด้วยไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง นี่แกทั้งรักทั้งหลงมันจนถึงขนาดเทิดทูนเป็นพ่อแทนฉันเชียวเหรอ?!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







