เข้าสู่ระบบ188 2-2
ตอนที่ 375 กลับมาทวงบุญคุณ
และด้วยประสบการณ์ความรู้ในชาติก่อนหน้า เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปหลังจากที่จีนเปิดประเทศเต็มตัวแล้ว ราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์กว่าหลายแห่ง ก็จะมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดไปด้วย! ปัจจุบัน เธอยังมีโอกาสเก็บเงินเพื่อทยอยซื้อที่ดินสะสมเอาไว้ รอคอยจนกว่าจะถึงวันนั้น ไม่ว่าจะขายทอดหรือปล่อยเช่า ก็ล้วนจะมีแต่กำไรกับกำไรทั้งนั้น!
“แม่! พ่อเฉิน! หนูกลับมาแล้วค่ะ!”
แต่ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องเช่า เธอก็ได้พบว่า ข้าวของภายในล้วนกระจัดกระจายเลอะเทอะไปหมด หลินจิงซูตระหนักได้ในทันที มีคนนอกบุกรุกเข้ามาที่นี่! วินาทีเดียวกันนั้น เธอได้สติตื่นตัวอย่างรวดเร็ว สิ่งแรกที่ทำก็คือการกวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อเสาะหาว่าแม่ของเธอกับพ่อเฉินไปอยู่ ณ ที่ใด!
“พ่อเฉิน? แม่? อยู่ไหนกันคะ?!”
หลังจากตระเวนค้นหาด้านในอยู่ครู่ใหญ่กลับไม่พบสิ่งใด หลินจิงซูจึงรีบวิ่งออกไปตามหาคนทั้งคู่ข้างนอกต่อทันที
หลังจากไตร่ตรองจนรอบคอบแล้ว เธอจึงตัดสินใจหมุนตัวกลับ และมุ่งหน้าตรงไปยังร้านชานมไข่มุกในทันที
เมื่อเข้าใกล้ระยะหน้าร้าน หลินจิงซูก็คล้ายพบเห็นร่างที่คุ้นเคยกำลังนอนคุกฝุ่นกลิ้งไปมาอยู่กับพื้น โดยที่รัศมีรอบข้างต่างรายล้อมไปด้วยฝูงชน
ยิ่งเธอเข้าไปใกล้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องตะลึงงันมากขึ้นเท่านั้น ปรากฏว่าอีกฝ่ายหาใช่ใครอื่น แต่เป็นหลินชิงอี้ที่ถูกขับไล่ออกจาโรงแรมเมื่อครั้งก่อน
ติงเสวี่ยเหม่ยผู้เป็นแม่นั่งตัวสั่นหน้าซีดด้วยความตื่นตูมอยู่ภายในร้านชานมไข่มุก โดยมีเฉินเฉวียนเย่กำลังยืนขวางหน้าปกป้องอีกฝ่ายอยู่
“จิงซู ในที่สุดก็มาซะที! ไอ้หน้าตัวเมียนี่จ้องจะฮุบธุรกิจชานมไข่มุกทั้งหมดของเรา มันมาที่นี่เพื่อต้องการจะเอาเงินทั้งหมดในร้านไป!”
หลินชิงอี้ยิ่งออกอาการคลุ้มคลั่งหนักเข้าไปใหญ่ เมื่อเห็นลูกสาวแท้ๆของตนมาถึง
“นังลูกชั่ว! แกกล้าดียังไงถึงได้โกหกฉัน! ไหนบอกว่าเป็นแค่ลูกจ้างในโรงแรมนั่นยังไงล่ะ? แล้วทำไมตอนนี้แกถึงได้กลายมาเป็นผู้ถือหุ้นแล้ว! แก…ฉันจะแจ้งตำรวจให้มาจับแก! แกหลอกเอาเงินก้อนสุดท้ายที่เหลือของฉันไป! ถ้าวันนี้แกไม่มีคำอธิบายดีๆให้กับฉันล่ะก็ ฉันไม่ยอมจบง่ายๆแน่!”
“ในเมื่อตอนนี้แกก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ถึงเวลาที่แกจะต้องทดแทนบุญคุณฉันซะที! ทำหน้าที่เลี้ยงดูรับผิดชอบฉันในฐานะลูกในไส้ให้ดีด้วย!”
ท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายของหลินชิงอี้ ส่งผลให้ฝูงชนที่สัญจรผ่านไปมาแถวนั้น เริ่มรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับบังเกิดเหตุจราจลขนาดย่อมขึ้น ส่วนทางด้านหลินจิงซูที่ไม่ต้องการให้เรื่องอื้อฉาวภายในครอบครัวต้องถูกเปิดเผยไปมากกว่านี้ เธอจำต้องปั้นหน้านิ่งเดินตรงเข้าไปภายในร้านอย่างสงบเยือกเย็น ก่อนจะหยิบมีดคมเล่มหนึ่งออกมา…
เผชิญพบภาพฉากนี้เข้า ติงเสวี่ยเหม่ยถึงกับใจหายวาบ หวาดกลัวเหลือเกินว่าลูกสาวคนนี้จะคิดสั้นทำอะไรโง่ๆลงไป
“ซูซู ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าได้หุนหันพลันแล่นล่ะ! อย่าเอาอนาคตของตัวเองไปเสี่ยงกับเดนมนุษย์แบบนั้นเลย!!”
แต่พูดไปก็เท่านั้น หลินจิงซูไม่แม้แต่จะสนใจฟังคำเตือนเรียกสติใดๆ เธอย่างเท้าทีละก้าวตรงเข้าใกล้หลินชิงอี้มากขึ้นเรื่อยๆ…
“แก…นี่แกจะทำบ้าอะไร?! ยะ-อย่าเข้ามานะ! อย่าเข้ามานะโว้ย! คนมุงดูมากมายขนาดนี้ แกจะกล้าฆ่าฉันจริงๆน่ะเหรอ?!”
หลินชิงอี้รีบตะกายร่างลุกขึ้นจากพื้นด้วยความทุลักทุเล แข้งขาคู่นั้นสั่นพับขวัญเสียอย่างที่สุด
สิ่งที่เขาอยากได้คือเงินจากหลินจิงซู ไม่ใช่การถูกลูกสาวตัวเองเอามีดจ้วงแทงให้ตาย!
“แก…แกนี่มันชั่วช้าสารเลวจริงๆ! แกใช่มั้ยที่เป็นคนเป่าหูแม่ของแกให้ไปมีชู้ ให้ไปแต่งงานใหม่กับผู้ชายคนอื่น! แถมยังหลอกเอาเงินค่าเล่าเรียนไปจากฉันนับพันๆหยวนอีกด้วย! ตัวเองเป็นถึงผู้ถือหุ้นโรงแรมใหญ่โต แต่กลับปล่อยให้พ่อของตัวเองกลายเป็นคนไร้บ้าน มีสภาพน่าสมเพชเวทนาแบบนี้นี่นะ! นัง…นังลูกทรพี! นังลูกชั่ว!!”
ไม่ว่าหลินชิงอี้จะแหกปากตะโกนก่นด่าสาปแช่งจนเสียงแหบแห้งสักเพียงใด แต่กลับไม่สามารถหยุดยั้งลูกสาวตนเองในเวลานี้ได้
คราวนี้หลินจิงซู…ตั้งใจจะเอาถึงตายจริงๆ!
“เคยบอกไปแล้วไม่ใช่รึไง? ว่าอย่าได้เสนอหน้ามาก่อกวนชีวิตของพวกเราอีก ในเมื่อเอาแต่จะสร้างปัญหาก่อความวุ่นวายให้กันไม่เลิกแบบนี้ เงินสักหยวนก็อย่าหวังว่าจะได้จากฉัน!!”
“พูดอย่างกับว่าตัวเองเป็นพ่อที่ประเสริฐนักล่ะ? เงินเลี้ยงดูลูกน่ะเคยจ่ายให้บ้างรึเปล่า? บางวันฉันกันแม่ถึงขั้นต้องกินดินกินเศษข้าวเหลือเพื่อประทังชีวิต! แล้วแกล่ะ เคยสนใจชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเราสองแม่ลูกบ้างรึเปล่า!? วันๆเอาแต่กินเหล้าแล้วก็เล่นการพนัน น่าสมเพชสิ้นดี!!”
หลินจิงซูไม่คิดที่จะปิดบังอีกต่อไป แสดงจุดยืนของตนต่อหน้าธารกำนัลอย่างไม่หวั่นเกรง
“ขออภัยลูกค้าทุกท่านด้วยนะคะ วันนี้ร้านชานมไข่มุกของเราปิดทำการหนึ่งวันค่ะ! ถ้าอยากจะกิน เชิญไปที่สาขาอื่นก่อนนะคะ! ขอบพระคุณค่ะ!”
สิ้นเสียงพูดเท่านั้น หลินจิงซูก็ตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อหลินชิงอี้ แล้วลากอีกฝ่ายกลับเข้าไปภายในร้านโดยเร็ว
ทันทีที่ม่านเหล็กรูดปิดลง หลินชิงอี้ก็แผงฤทธิ์เดชอีกครั้ง กระโจนลุกขึ้นจากพื้นด้วยความเดือดดาล
“แก! แกคิดจะฆ่าพ่อคนนี้รึไง? นังลูกเนรคุณ!!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







