LOGIN215 1-2
ตอนที่ 411 ตาต่อตาฟันต่อฟัน (1)
เวลาล่วงเลยผ่านไป หลังจากที่จู้หยานเริ่มสร่างเมาสติสัมประชัญญะกลับคืนมา สิ่งแรกที่เขาทำคือวิ่งปรี่ลงไปที่ชั้นแรกของโรงแรมอย่างไม่คิดชีวิต
แต่ในเวลานี้ หลินจิงซูไม่ได้อยู่ที่บาร์นั่งดื่มเหมือนเคย เธอกำลังนั่งทานอาหารค่ำอยู่กับหวู่ฮ่าวชิงในโซนบุฟเฟ่ต์
“ประธาน ได้ยินว่าไม่เลือกพ่อครัวใหม่เข้าทำงานเลยสักคนเหรอ?”
หลินจิงซูพยักหน้าตอบ ถึงแม้วันนี้จะมีหลายคนแห่แหนเข้ามายื่นใบสมัครกันมากมาย แต่กลับมีเพียงหยิบมือที่พอจะทำอาหารสไตล์ตะวันตกได้บ้าง ส่วนที่เข้าขั้นชำนาญนั้นนับว่าเป็นศูนย์ โชคดีที่วันนี้ได้รับคำแนะนำจากจู้หยาน ซึ่งพอจะช่วยต่อลมหายใจให้กับโซนอาหารบุฟเฟ่ต์ไปได้อีกสักระยะหนึ่ง
แต่เป็นไปไม่ได้เช่นกันที่พ่อครัวอาหารจีนจะสามารถเรียนรู้ศาสตร์แห่งอาหารตะวันตกได้ทั้งหมด ดังนั้น หลินจิงซูจึงมีแผนสำรองอยู่ในใจแล้ว ในเมื่ออาหารจานหรูของที่นี่ส่วนใหญ่เป็นอาหารนานาชาติ เช่นนั้นเธอก็จะแก้ปัญหาด้วยการจ้างพ่อครัวต่างชาติมาทำอาหารบ้านเกิดเลยก็สิ้นเรื่อง!
แม้ค่าตัวของพ่อครัวระดับนี้จะค่อนข้างสูงก็จริง แต่เธอตั้งใจจะจ้างมาสักคนสองคน เพื่อให้มาคอยควบคุมดูแลคนอื่นๆอีกที
หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน นี่จะไม่ใช่แค่เป็นการเพิ่มจุดขายหลักให้กับโซนอาหารบุฟเฟต์เท่านั้น แต่ยังช่วยให้แขกที่เข้าพักได้ซึมซับบรรยากาศ และกลิ่นอายของเมืองนอกประหนึ่งว่าได้ไปอยู่ต่างประเทศจริงๆ! นี่ล่ะที่เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ทั้งได้แก้ปัญหาเรื่องรสชาติอาหารด้วย และยังสามารถเพิ่มจุดขายโดดเด่นให้กับโรงแรมอีกด้วย!
“ฉันมีแผนการในหัวไว้เรียบร้อยแล้ว! ถึงแม้ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมของเรากำลังไปได้สวย แต่ใช่ว่าเราจะประมาทหรือหยุดพัฒนาเพียงแค่นี้ได้ เป้าหมายต่อไปของเราก็คือการพัฒนาโรงแรมหลี่เจี่ยให้ไปสู่ระดับหกดาวในอนาคต! และเพื่อเป้าหมายนี้ เราก็ห้ามมองข้ามรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว!”
หวู่ฮ่าวชิงได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับส่ายหน้ายิ้มๆ เขาเคยได้ยินแต่คำว่าโรงแรมระดับห้าดาวที่บ่งบอกถึงคุณภาพบริการระดับสูงสุด เคยมีหกดาวที่ไหนกัน? แต่ก็ว่าไม่ได้ วิสัยทัศน์ของผู้หญิงคนนี้ออกจากกว้างไกลกว่าตัวเขามาก คงจะมองเห็นอะไรบางอย่าง หรือกำลังคาดคะเนอนาคตข้างหน้าอยู่ก็ได้ จึงกระหายที่จะพัฒนาธุรกิจโรงแรมถึงเพียงนี้
หวู่ฮ่าวชิงพยักหน้ามุ่งมั่น ไม่ว่าผู้หญิงคนนี้จะเลือกทางเดินไหน เขาก็พร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่เช่นกัน
“ประธาน อย่าห่วงไปเลย เดี๋ยวฉันจะช่วยอีกแรง สั่งการมาได้เลยครับเจ้านาย!”
สายตาของหลินจิงซูกลอกมองไปทางอีกฝ่าย และอดที่จะพูดจาหยอกล้อออกมาไม่ได้
“ถึงตอนนี้นายจะเป็นแค่เด็กฝึกงานของโรงแรม แต่มั่นใจเถอะว่า พอเรียนจบก็จะมีงานดีๆเข้ามาในชีวิตของนายเอง ว่าแต่อย่ามามัวติดพันอยู่กับอาชีพเด็กเสิร์ฟที่นี่อยู่ล่ะรู้มั้ย?”
แต่สำหรับหวู่ฮ่าวชิงแล้ว เขากลับไม่ได้คิดเช่นนั้น เหตุผลเดียวที่เขายอมก้าวเข้ามาทำงานพิเศษในโรงแรมแห่งนี้ ทั้งหมดก็เพื่อหาโอกาสได้ใกล้ชิดกับหลินจิงซูเท่านั้น แต่ใครจะไปคาดคิดว่า เมื่อเวลาผ่านไปความคิดของเขาก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน เหตุผลที่เขายังคงยืนหยัดทำงานอยู่ที่นี่ ส่วนหนึ่งไม่ใช่เพื่อหลินจิงซูอีกต่อไป แต่เพื่อช่วยเหลือนักศึกษาที่ด้อยโอกาสอีกหลายชีวิตต่างหาก
“ประธานไม่ต้องเป็นห่วง! ลูกผู้ชายพูดแล้วย่อมไม่คืนคำ! ในเมื่อฉันเคยบอกว่าจะช่วย ฉันก็จะคอยช่วยเหลือสนับสนุนประธานจนสุดทาง! จะไม่มีวันผิดสัญญาอย่างแน่นอน!”
“ยิ่งไปกว่านั้นนะ พนันกันมั้ยว่า ตอนนี้รับรองว่าไม่มีใครรู้งานในโรงแรมได้ดีกว่าฉันแล้วล่ะ? ถ้าประธานต้องการเลขาเก่งๆสักคน ฉันนี่ล่ะคือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดแล้ว!”
หลินจิงซูถึงกับหัวเราะคิกคักและรู้สึกขอบคุณในน้ำใจที่หวู่ฮ่าวชิงมอบให้เสมอมาด้วย พูดถึงตำแหน่งเลขาข้างกายขึ้นมา เธอเองก็เริ่มฉุกคิดถึงเรื่องนี้เช่นกัน หากมีใครสักคนที่สามารถไว้ใจได้และคอยเป็นมือเป็นเท้าแทนเธอ เธออาจสามารถเพิ่มพูนผลลัพธ์จากเดิมได้เป็นสองเท่า
แล้วก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า ที่ผ่านมาหากไม่ได้หวู่ฮ่าวชิงคอยช่วยงาน หลายสิ่งหลายอย่างก็คงไม่ราบรื่นเหมือนที่เป็นอยู่ในตอนนี้
ธุรกิจโรงแรมกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นและกำลังขยายตัว ส่วนหนึ่งของความสำเร็จควรต้องยกความดีความชอบให้เขาด้วยเช่นกัน
“เอาล่ะ เอาล่ะ ฉันขี้เกียจฟังแล้ว เอาเป็นว่าถ้านายเรียนจบแล้วไม่รู้จะทำอะไร ตำแหน่งเลขาของฉันก็ยังว่างสำหรับนายเสมอ หวังว่านายกับฉันจะสามารถทำงานร่วมกันได้ดีไปเรื่อยๆนะ”
ได้ยินเช่นนั้น หวู่ฮ่าวชิงก็ถึงกับยิ้มอย่างมีความสุขจนแก้มแทบปริ และนั่นยิ่งกระตุ้นให้เขาตื่นตัวจากเดิมหลายเท่า ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ เขาก็ไม่มีอะไรต้องกลัว!
แต่ใครจะคาดคิดว่า ในมุมลับสายตาด้านหนึ่ง จู้หยานกำลังเฝ้ามองคนทั้งคู่พูดคุยกันอย่างยิ้มแย้มมีความสุขอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล จังหวะเดียวกันนั้น เขาก็ได้ตัดสินใจเผยตัวออกมา
หลินจิงซูแอบประหลาดใจเล็กน้อย ตั้งแต่ที่อีกฝ่ายขึ้นไปพักจนถึงตอนนี้ ก็เพิ่งจะผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วโมงเศษเท่านั้น ทำไมเขาถึงมาปรากฏตัวตรงนี้ได้?
“อ้าว? นายมาที่นี่ทำไม? บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้นอนพักอยู่ในห้อง เสร็จงานแล้วฉันไปหาเอง? แต่ช่างเถอะ ไหนๆก็มาแล้ว นี่นายกินอะไรแก้เมาเพิ่มดีมั้ย? โรงแรมของเรามีบุปเฟ่ต์บริการด้วยนะ บริการแบบนี้ที่อังกฤษน่าจะมีให้เห็นเป็นปกติใช่มั้ย?”
ได้ยินคำถามจากปากหลินจิงซู จู้หยานยังคงแน่นิ่งไร้ซึ่งปฏิกิริยาโต้ตอบ ก่อนที่มุมปากจะเชิดกระตุกยิ้มส่งให้หนึ่งทีเท่านั้น จากนั้น จึงเลื่อนเก้าอี้เข้าไปนั่งร่วมวงด้วย
“พูดถูกแล้วล่ะ แต่บุฟเฟ่ต์ที่อังกฤษมีแต่ขนมปังกับเบียร์ อ่อแล้วก็โยเกิร์ตตบท้ายนิดหน่อย ไม่มีของร้อนเหมือนบ้านเราหรอกนะ”
“แต่ก็อย่างที่บอก ผมไม่ชอบอาหารที่นั่นเท่าไหร่ ก็เลยทำกินเองซะส่วนใหญ่ มีบ้างที่ขอให้เพื่อนร่วมคลาสคนจีนมาสอนทำอาหารบ้านเกิดให้ ในอังกฤษจะมีบางพื้นที่ที่คนจีนมักจะรวมตัวอาศัยกันอยู่เป็นกลุ่ม ทุกคนเรียกที่นั่นว่าไชน่าทาวน์ ถ้าอยากจะซื้อวัตถุดิบปรุงอาหารจีน คนส่วนใหญ่ก็ต้องไปซื้อที่นั่น”
ได้ยินจู้หยานเล่าเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันของตนในต่างแดนเช่นนี้ หลินจิงซูก็ค่อนข้างสนอกสนใจฟังอย่างมาก แม้ไม่ถึงขั้นถวิลหาต้องการบินไปเรียนที่นั่น แต่เรื่องราวในต่างแดนเช่นนี้ก็ใช่ว่าจะหาฟังได้บ่อยๆ ยิ่งเป็นในยุคสมัยนี้ด้วยแล้ว จะมีคุณชายฐานะร่ำรวยที่ไหนยอมมานั่งเล่าให้ฟังเป็นฉากๆเหมือนจู้หยานอีกล่ะ?
แต่ฟังแล้วก็น่าสงสัยเหมือนกัน เพื่อนร่วมคลาสมาจากประเทศจีนที่ว่า…หรือจะเป็นคุณหนูจากครอบครัวร่ำรวยคนนั้น?
แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ คุณชายกับคุณหนูผู้มั่งคั่ง ดูเป็นอะไรที่ลงตัวเหมาะสมกันอย่างยิ่งแล้ว…
“ถ้าอังกฤษมีทุกอย่างเพียบพร้อมขนาดนั้น ทำไมยังกลับมาที่นี่อีกล่ะ?”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







