LOGIN215 2-2
ตอนที่ 412 ตาต่อตาฟันต่อฟัน (2)
แต่ดูเหมือนว่าจู้หยานจะไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของประโยคนั้น เขาจึงร่ายอธิบายต่อไปตามปกติ
“ยังไงความรู้สึกตอนที่อยู่ที่นั่นกับที่นี่มันก็ไม่เหมือนกัน อ่อ นี่ถ้ามองข้ามเรื่องอาหารไปได้ เรื่องเทคโนโลยีกับสภาพแวดล้อมรอบตัวที่ได้พบเจอในแต่ละวัน ที่อังกฤษนับว่าดีกว่าที่จีนหลายๆอย่างเลยล่ะ”
“พอได้ไปเปิดหูเปิดตา ได้เห็นอะไรหลายๆอย่างก็ต้องยอมรับเลยว่า กรอบความคิดของคนจีนยังคับแคบเกินไป ทุกคนที่นี่มัวแต่ก้มหน้าก้มตาเรียนกันแทบตาย เพื่อหวังเอาปริญญาไปแลกกับงานดีๆใช่มั้ย แต่ในมหาวิทยาลัยที่อังกฤษ กลับสอนให้ทุกคนรู้จักกับคำว่าความหมายที่แท้จริงของชีวิต ตามหาสิ่งที่ตนเองใฝ่ฝัน เมื่อรักในงานที่ชอบ ประสิทธิภาพในการทำงานก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย เมื่อนั้น งานดีๆมากมายก็จะเข้ามาในชีวิตของเราเอง นี่ล่ะคือการศึกษาของประเทศอังกฤษ”
“ไม่เหมือนกับบ้านเรา ที่วันๆเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำข้อสอบอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ถ้ารู้จักนำแนวคิดจากต่างประเทศเข้ามาปรับใช้ดูบ้าง เชื่อเถอะว่า ด้วยศักยภาพของคนจีนอย่างพวกเรา รับรองว่าไม่แพ้ชาติใดในโลกเหมือนกัน”
หวู่ฮ่าวชิงที่นั่งฟังคำพูดเชิงเหยียดหยามของจู้หยาน ก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา ก็ในเมื่อต่างประเทศดีขนาดนั้น แล้วยังจะกลับมาที่นี่อีกทำไม?
เห็นชัดว่า ผู้ชายคนนี้กำลังจงใจพูดล้างสมองของหลินจิงซู!
เมื่อคิดได้เช่นนั้น หวู่ฮ่าวชิงก็พูดแทรกขัดจังหวะการสนทนาของคนทั้งสองขึ้นมาทันที และความคิดความเห็นของเขาก็ขัดแย้งกับจู้หยานอย่างสิ้นเชิง
“แต่ฉันไม่คิดแบบนั้นนะ การที่นักเรียนในประเทศเราเน้นทำข้อสอบจริงจังตลอดเวลาแบบนี้ มันชี้ให้เห็นว่าระดับไอคิวของพวกเราสูงขนาดไหน ใครจะไปรู้ล่ะ บางทีอาจจะสูงกว่าพวกเด็กนอกแถวนี้ด้วยซ้ำ!”
ทุกพยางค์คำพูดที่หวู่ฮ่าวชิงเปล่งออกมา ล้วนเผยให้เห็นถึงร่องรอยความเป็นปรปักษ์อย่างชัดเจน ซึ่งในจุดนี้จู้หยานก็สังเกตเห็นได้แจ่มแจ้ง เมื่อบรรยากาศผันเปลี่ยนผิดเพี้ยนไปจากเดิมที่ควรจะเป็น เห็นสองหนุ่มใกล้จะเปิดฉากปะทะคารมกันอีกครั้ง หลินจิงซูก็อดที่จะเข้าห้ามปรามไม่ได้
“เอาล่ะ เอาล่ะ พอได้แล้วสองหนุ่ม อย่ามาทะเลาะกันตรงนี้ต่อหน้าแขกเลยนะ มันไม่สำคัญหรอกว่าในหรือนอกประเทศอะไรจะดีไปกว่ากัน”
“ขอเพียงสามารถลดระยะความห่างเหินของสองสิ่งได้ ยอมรู้จักเปิดใจเรียนรู้จุดแข็งและจุดอ่อนของกันและกัน วันนั้น โลกของเราคงจะน่าอยู่ขึ้นอีกเป็นกอง! เชื่อเถอะว่าพลังแห่งเทคโนโลยีมันล้ำเกินกว่าจะจินตนาการคาดคิดได้ ในอีกสิบยี่สิบปีข้างหน้า ใครจะไปรู้ว่า ผู้คนทั่วโลกอาจจะเชื่อมต่อสื่อสารกันได้อย่างอิสระ ปราศจากพรมแดนใดๆขวางกั้นก็ได้ ถึงตอนนั้น คงไม่สำคัญแล้วล่ะว่า คุณหรือใครจะมาจากที่ไหนหรือประเทศอะไรจริงมั้ย?”
หลินจิงซูเน้นเสียงกระชับหนักแน่น กระทั่งจู้หยานและหวู่ฮ่าวชิงถึงกับพูดไม่ออก
ในสายตาของคนอื่น ทุกประโยคคำพูดที่หญิงสาวคนนี้พูดออกมา ดูช่างเพ้อฝันและเลื่อนลอย
แต่อย่างที่ทุกคนรู้กันดี สิ่งที่หลินจิงซูพูดออกมา ล้วนแล้วแต่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้วในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นโลกที่เธอเคยอาศัยอยู่
ระดับความเจริญของเทคโนโลยีและชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีนกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ ที่ความเป็นไปได้ไร้สิ้นสุด จากประเทศแห่งเกษตรกรรมอย่างที่ชาวโลกเคยรู้จัก กำลังวิวัฒนาการกลายเป็นผู้นำในด้านไอทีระดับแนวหน้าของโลก!
ในอีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศจีนจะเจริญถึงขั้นที่ว่า แม้แต่นักเรียนแลกเปลี่ยนจากต่างประเทศ ก็ล้วนทะลักเข้ามาศึกษาเล่าเรียนที่นี่ เพื่อจะได้นำองค์ความรู้ที่ได้กลับไปพัฒนาประเทศบ้านเกิดของตัวเอง!
ไม่ว่าจะเป็นชาวอเมริกันหรือชาวอังกฤษ รวมไปถึงอีกหลายๆชาติในโลก ยังต้องตบเท้าก้าวเข้ามาสมัครเรียนต่อที่ประเทศจีนกันไม่ขาดสาย สิ่งนี้แสดงให้เห็นแล้วว่า ระบบการศึกษาในประเทศของเราได้ล้ำหน้าไปขนาดไหนแล้ว!
ความจริงจู้หยานเองก็อยากกลับมาเรียนต่อที่จีนใจจะขาดเช่นกัน แม้ปากจะพรรณนาชื่นชมถึงความดีงามของประเทศอังกฤษเพียงใด แต่ภายในใจลึกๆยังมีสถานที่ใดที่อยู่แล้วสบายใจกว่าบ้านเกิดอีกเล่า?
ทว่าน่าเสียดายที่อิสระของจู้หยานยังคงติดพันอยู่กับสัญญาที่ได้ให้ไว้กับย่า เหตุนี้เขาจึงทำได้เพียงพยักหน้าเห็นชอบกับมุมมองความคิดของหลินจิงซูอย่างเงียบๆ และไม่คิดที่จะพูดอะไรอีก
เห็นจู้หยานปั้นสีหน้าบึ้งตึงคล้ายกำลังเคร่งเครียด หลินจิงซูจึงรีบไปหยิบเค้กในครัวมาให้ชิ้นหนึ่ง
“นายลองชิมดูสิ ชีสเค้กเพิ่งจะอบเสร็จร้อนๆเลย ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะถูกปากนายรึเปล่า”
หลินจิงซูเฝ้ามองจู้หยานที่ลองชิมอย่างมีความหวัง
ถึงแม้ช่วงชีวิตที่ผ่านมาของหลินจิงซู จะไม่เคยมีชีวิตที่สวยหรูเหมือนใครๆ ไม่มีเงินทองใช้จ่ายเหมือนหญิงสาวฐานะร่ำรวยคนอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เธอจะไม่เคยลิ้มลองขนมอร่อยๆ
ตั้งแต่เริ่มทำขนมหวานมา ยังไม่เคยมีโอกาสให้จู้หยานได้ลองชิมฝีมือของเธอเลยสักครั้ง ฉะนั้น ครั้งนี้เธอจึงรู้สึกคาดหวังมากเป็นพิเศษ
“จิงซู อย่าบอกนะว่าทำชีสเค้กชิ้นนี้ด้วยตัวเองจริงๆ?”
หลินจิงซูยิ้มพร้อมกับพยักหน้าด้วยความตื่นเต้น
“ก็ต้องแน่นอนอยู่แล้วสิ! รีบชิมดูได้แล้วน่า!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







