Share

ตอนที่ 42 ป้าจางออกโรง

Author: Chawin
last update Last Updated: 2026-02-12 14:15:29

22 1-2

            ตอนที่ 42 ป้าจางออกโรง

            หลินชิงอี้กำลังตัดฟืนอยู่หลังบ้าน เหงื่อแตกพลั่กไหลอาบกล้ามเนื้อมัดแน่นทั่วร่างกายของเขา

            “คุณลุงคะ!”

            “พี่ชิงอี้!”

            หลินเสวี่ยและอู๋ซิ่วเหลียนเดินปรี่เข้าไปให้กำลังใจคนที่ทำงานหนัก

            หลินเสวี่ยยังคงเป็นสาวน้อยที่มีอุปนิสัยอ่อนหวานเช่นเคย ทันทีที่เห็นหลินชิงอี้ เธอก็กระโดดเข้าควงแขนอีกฝ่ายไว้แนบชิดด้วยความรักใคร่ทันที

            หลินชิงอี้ยกมือขึ้นลูบไล้ศีรษะหลินเสวี่ยอย่างอ่อนโยน ระบายยิ้มพร้อมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เช่นกัน

            “ทำไมวันนี้หนูกับแม่ถึงได้กลับบ้านดึกล่ะ?”

            หลินเสวี่ยยิ้มตอบ

            “วันนี้หนูกับแม่ออกไปเลือกซื้อชุดสูทมาให้คุณลุงโดยเฉพาะยังไงล่ะคะ!”

            อู๋ซิ่วเหลียนตรงเข้ามาพร้อมกับชุดสูทสีดำใหม่เอี่ยมที่เกี่ยวบนแขนของเธอ ร้องบอกด้วยน้ำเสียงหวานล้ำปนเย้ายวนเล็กน้อยว่า

            “พี่ชิงอี้คะ นี่เป็นชุดที่เสวี่ยเสวี่ยกับฉันเลือกให้กับมือเลยนะ ระหว่างที่เราสองแม่ลูกออกไปเดินซื้อของ แต่ดูสิว่าพี่กลับต้องทำงานหนักเพื่อพวกเราขนาดไหน? ขอบคุณมากนะคะสำหรับทุกอย่างที่ทำให้เราตลอดทั้งปี เห้อ~ ไม่รู้ว่าพี่สะใภ้เสวี่ยเหม่ยต้องใจไม้ไส้ระกำขนาดไหน ทั้งที่พี่อุตส่าห์ทำงานเพื่อครอบครัวมากขนาดนี้ แต่เธอกลับไม่เคยหาซื้ออะไรให้พี่บ้างเลย มิหนำซ้ำยังเอาแต่โวยวายจะแยกครอบครัวให้ได้ เธอเคยรู้บ้างไหมว่า ในแต่ละวันพี่ต้องเหน็ดเหนื่อยมากขนาดไหน?”  

            หลินชิงอี้หยิบชุดสูทชูขึ้นสำรวจมอง แต่เมื่อเหลือบไปเห็นป้ายยี่ห้อ เขาก็ถึงกับขมวดคิ้วพูดขึ้นอย่างไม่สู้จะสบายใจนัก

            “เสื้อผ้าชุดนี้ไม่ใช่ของถูกๆเลย เธอกับเสวี่ยเสวี่ยก็ไม่ได้มีเงินเก็บเท่าไหร่นัก ไม่เห็นจะต้องฟุ่มเฟือยขนาดนี้เลย”

            อู๋ซิ่วเหลียนส่ายหน้าตอบกลับ

            “ถ้าเทียบกับที่พี่ทำงานหนัก เงินแค่นี้ไม่เสียดายเลย ฉันกับเสวี่ยเสวี่ยอยากจะตอบแทนอะไรพี่บ้างก็เท่านั้น”

            พูดจบเธอก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อให้หลินชิงอี้ เริ่มไล่ตั้งแต่ใบหน้า เลื่อนต่ำลงมาจนถึงแผ่นอกและกล้ามท้องตามลำดับ…

            พฤติกรรมของคนทั้งสองดูจะคลุมเคลือมากขึ้นเรื่อยๆ

            จางหลานที่พาหลินจิงซูเข้ามาที่สวนหลังบ้านตระกูลหลิน ก็ได้บังเอิญพบเห็นภาพฉากนี้เข้าพอดิบพอดี

            “หลินชิงอี้! นี่นาย…”

            จู่ๆเธอก็ร้องอุทานเสียงหลงลั่น ทำเอาหลินชิงอี้ถึงกับสะดุ้งเฮือกแทบกระโจนหนี

            “หะ-หัว..หัวหน้าจาง!?” เสี้ยวพริบตาถัดมา หลินชิงอี้รีบยกมือขึ้นผลักไสอู๋ซิ่วเหลียนออกไปให้พ้นหน้า และด้วยความแรงนี้ เกือบจะทำให้ร่างทั้งร่างของเธอล้มคะมำลงไปกับพื้น

            หลินจิงซูปั้นสีหน้าไร้เดียงสา ตัดสลับมองระหว่างคนทั้งสามด้วยความสับสนไม่เข้าใจ

            “พ่อคะ นั่นพ่อกำลังทำอะไรอยู่เหรอคะ? ทำไมถึงได้กอดกับป้ารองแบบนั้นล่ะ? พี่เสวี่ยเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?”

            หลินชิงอี้พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือไม่หยุด พ่นคำตะกุกตะกักแทบฟังไม่เป็นประโยคออกมา

            “จะ-จิงซู ลูก…ลูกกลับมาพร้อมป้าจางได้ยังไง?”

            “อ่อ พอดีวันนี้หนูไปรับจ้างสอนพิเศษให้ลูกชายป้าจางค่ะ ป้าจางเห็นว่าดึกมากแล้วก็เลยมาส่ง”

            อู๋ซิ่วเหลียนพยุงตัวขึ้นจากอาการเสียสมดุลฉับพลัน เห็นภาพเหตุการณ์กำลังดำเนินไปเช่นนั้นก็ถึงกับกัดฟันกรอดด้วยความโกรธจัด เพราะเธอมั่นใจยิ่งกว่าอะไรดีว่า นังเดรัจฉานน้อยตัวนี้จงใจพาหัวหน้างานของหลินชิงอี้มาที่นี่ เพื่อหวังทำลายชื่อเสียงของพวกเธออย่างชัดเจน! นังเด็กชาติชั่วสารเลว!!

            พยายามข่มกลั้นไฟโทสะที่ลุกโชนภายในใจ อู๋ซิ่วเหลียนกัดฟันเค้นเสียงดังเล็ดลอดออกมาว่า

            “ไม่ใช่ว่าแกต้องกลับไปที่บ้านริมแม่น้ำเหรอ? ใครใช้ให้สาระแนมาที่นี่?”

            “หนูขอโทษค่ะ หนูตั้งใจจะกลับไปที่บ้านริมแม่น้ำจริงๆ แต่ป้าจางต่างหากที่ยืนกรานจะมาที่นี่…”

            หลินจิงซูก้มศีรษะตัวสั่นเทิ้มราวกับกำลังหวาดกลัวอู๋ซิ่วเหลียนที่ขึ้นเสียงใส่

            จังหวะเดียวกันนั้น จางหลานก็ตวาดเสียงดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ สวนตอบกลับไปทันควันว่า

            “ฉันสาระแนเองจะทำไม!? ฉันนี่แหละที่สาระแนจะมาส่งจิงซูน้อยที่นี่เอง!! เธอจะกลับบ้านตัวเองมันผิดนักรึไง? พ่อแท้ๆของเธอก็อยู่ที่นี่ แต่เป็นพวกเธอสองแม่ลูกมากกว่า ที่มาทำอะไรลับๆล่อๆกับหลินชิงอี้ที่หลังบ้านแบบนี้? หน้าด้านหน้าไม่อายจริงๆ!”

            แต่ละพยางค์คำด่าจากปากของจางหลาน เปรียบเสมือนน้ำเดือดปุดๆที่กระหน่ำสาดใส่หลินชิงอี้ไม่หยุด เขารู้สึกเครียดเกร็งจนตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก เมื่อเห็นอู๋ซิ่วเหลียนขยับเข้าใกล้ เขาก็รีบถอยห่างราวกับพบเจอโรคระบาด

            “หัวหน้าจางครับ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะครับ ซิ่วเหลียนก็แค่ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้ผมเฉยๆ ไม่เชื่อดูนี่สิครับ!”

            จางหลานกลับไม่แยแสสนใจเขาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอปรายหางตามองไปทางหลินจิงซูที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาแทน พลางถอดถอนหายใจด้วยความเศร้าหมอง เห็นแบบนี้แล้วเธอไม่แปลกใจเลยว่า เหตุใดหลินจิงซูจึงได้ดูมีวุฒิภาวะที่โตเกินวัยเช่นนี้ ที่แท้ก็เป็นเพราะมีพ่อไม่เอาไหนกับญาติสันดานเสียแบบนี้นี่เอง!

            สาวน้อยคนนี้จึงต้องพึ่งพาตัวเองตั้งแต่ยังเด็กแบบนี้!

            แล้วใช่ว่าเมื่อครู่นี้จางหลานจะไม่เห็น การจะช่วยซับเหงื่อใครสักคน จำเป็นจะต้องแสดงท่าทีเย้ายวนแบบที่อู๋ซิ่วเหลียนทำเชียวเหรอ? กระทั่งคนตาบอดยังมองออก ดูยังไงก็มีเจตนาไม่บริสุทธิ์อยู่ดี!

            ไม่ เธอไม่สามารถทนเห็นลูกน้องตัวเองล่วงประเวณีทำผิดพลาดได้มากขนาดนี้! จางหลานขึ้นเสียงดุดันจงใจเตือนสติอีกฝ่ายว่า

            “หลินชิงอี้ มันสายเกินจะแก้ตัวแล้ว! กระทั่งญาติตัวเองก็ไม่เว้น!”

            ประโยคนี้ทำเอาหลินชิงอี้ถึงกับสั่นสะท้านสุดขั้วหัวใจ เม็ดเหงื่อเย็นผุดปรากฏฉาบชุ่มทั่วหน้าผากของเขา ใบหน้าถอดสีซีดเซียวอย่างวิตกกังวล

            เขายังพยายามที่จะอธิบายต่อไปอย่างไม่ลดละ

“หัวหน้าจาง ไม่ ไม่ใช่นะครับ…”

หลินชิงอี้เป็นพวกบ้างานยิ่งกว่าอะไรดี สามารถพูดได้เต็มปากว่า เขาอุทิศตัวให้กับงานมากว่าครึ่งชีวิต!

พูดตามตรงก็คือ หากหลินชิงอี้ต้องตกงานขึ้นมาจริงๆ ย่อมเท่ากับว่าชีวิตนี้เขาจะไม่เหลือคุณค่าใดๆอีกแล้ว

หลินเสวี่ยแอบสังเกตเห็นว่า สถานะของจางหลานคนนี้ดูเหมือนจะพิเศษมาก ไม่อย่างนั้น เธอคงไม่สามารถทำให้หลินชิงอี้ขวัญหนีดีฝ่อได้มากขนาดนี้แน่นอน

เธอจึงใช้ความสงบเสงี่ยมเข้าสู้ เริ่มร่ายอธิบายให้ฟังว่า

“คุณป้าคะ คุณแม่กับหนูเห็นว่า ตลอดทั้งปีมานี้ลุงชิงอี้ไม่เคยมีเสื้อผ้าดีๆใส่เลย ชุดที่มีอยู่ก็ขาดเป็นรูแทบหมดสภาพอยู่แล้ว พวกเรามีเจตนาดีต้องการซื้อให้ใหม่ก็เท่านั้นเอง นี่ถือเป็นการตอบแทนบุญคุณของลุงชิงอี้ที่มีต่อพวกเราสองแม่ลูกตลอดมาค่ะ ลุงชิงอี้ดีกับพวกเรามากจริงๆนะคะ ดีซะจนไม่รู้ว่าชาตินี้เราสองแม่ลูกจะตอบแทนได้หมดรึเปล่า และหากชาติหน้ามีจริง หนูก็อยากจะเกิดมาเพื่อตอบแทนคุณลุง…”

สิ้นประโยคคำพูด หลินเสวี่ยก็หันไปโค้งศีรษะให้จางหลานอย่างนอบน้อม

“ขอบคุณมากเลยนะคะที่ใจดีมาส่งจิงซูถึงบ้าน ปกติแล้วเธอมักจะชอบกลับบ้านดึกๆดื่นๆแบบนี้เป็นประจำ ทำให้ลุงชิงอี้อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้”

เหตุที่หลินเสวี่ยต้องทำเช่นนี้ ไม่เพียงต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตนเองและอู๋ซิ่วเหลียน แต่ยังหวังว่าจะสามารถทิ้งความประทับใจเล็กๆน้อยๆให้แก่จางหลานได้อีกด้วย

แม้ไม่รู้ว่าจางหลานคนนี้เป็นใครมาจากไหน แต่ดูจากลักษณะของเธอแล้ว คล้ายจะเป็นคนมีอำนาจพอสมควร เธอจึงต้องรีบผูกมิตรกับคนประเภทนี้เอาไว้ก่อน!

ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนไม่ชอบเด็กที่มีสัมมาคาราวะ อีกทั้งยังรู้ประสาแบบนี้จริงไหมล่ะ?

            หลินเสวี่ยมั่นใจมากว่า การที่ตนเองแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ออกไป จะต้องได้รับคำชมว่าเป็น ‘เด็กฉลาด’ อย่างแน่นอน ไหนเลยจะคาดคิดว่า จางหลานกลับขมวดคิ้วและก่นด่าแทน

            “หลินชิงอี้ นี่ไม่เคยอบรมสั่งสอนหลานสาวบ้างเลยรึไง? นิสัยไม่ดี ไม่มีมารยาท พูดขัดจังหวะผู้ใหญ่ที่กำลังคุยกันได้ยังไง? หรือพอน้องชายตายไป ก็ไม่มีใครอบรมสั่งสอนเด็กต่องั้นเหรอ?”

           

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status