LOGIN21 2-2
ตอนที่ 41 ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น
ความจริงแล้ว หลินจิงซูเองก็แทบจะลืมสิ่งที่เคยเรียนมาทั้งหมดตั้งแต่สมัยมัธยมต้นไปแล้ว แต่เมื่อถึงคราวที่ต้องมาสอนให้กับโจวอวี๋หาน เธอจึงได้พยายามเค้นเอาสิ่งที่พอจะจดจำได้ออกมา
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็พบว่าโจวอวี๋หานแทบไม่มีความรู้อะไรเลย เขาดูไม่เหมือนเด็กที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นเท่าไหร่นัก
ตลอดการเรียนการสอน หลินจิงซูได้ค้นพบอีกเรื่องว่า โจวอวี๋หานมักจะถูกสิ่งเร้ารอบตัวเบี่ยงเบนความสนใจ จนไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานเท่าที่ควร หรือจะให้พูดง่ายๆก็คือ สมาธิของเขาค่อนข้างสั้น และสิ่งนี้ก็เกิดขึ้นโดยที่ตัวของเขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น สังเกตได้จากสายตาที่ลอกแลกไปทางโน้นทีทางนี้ทีอยู่ตลอดเวลา เธอค่อนข้างมั่นใจอย่างยิ่งว่า สิ่งนี้ไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจของตัวบุคคล
นี่เองคือสาเหตุหลักที่ทำให้พัฒนาการของโจวอวี๋หานค่อนข้างต่ำกว่าเกณฑ์ปกติทั่วไป จนกลายเป็นว่าถูกคนรอบข้างตำหนิดุว่าจนก่อเกิดปัญหาเกี่ยวกับสภาพจิตใจ หล่อหลอมให้เขากลายเป็นเด็กที่ไม่กล้าแสดงออกอย่างที่เห็น
อนาคตของเด็กคนนี้จะค่อยๆดำมืดโดยไม่รู้ตัว
จางหลานแอบสอดส่องแง้มบานประตูห้องหนังสือที่เปิดอ้าอยู่ออกดูหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ต้องประหลาดใจและมีความสุขมากเมื่อพบว่า ลูกชายของเธอกำลังยกมือตอบคำถามด้วยท่าทางจริงจังและกระตือรือร้น
เพราะในฐานะคนเป็นแม่ จางหลานย่อมรู้ดีกว่าใครๆว่า ปกติแล้วโจวอวี๋หานเป็นเด็กที่มีอุปนิสัยอย่างไร และที่ผ่านมา ไม่เคยมีครูสอนพิเศษคนไหนที่สามารถคุมเขาได้อยู่เลยสักคน
ทุกครั้งที่โจวอวี๋หานก้นติดเก้าอี้ เพียงแค่จะนั่งนิ่งๆให้เกินสามนาทียังเป็นไปได้ยาก อย่างกับว่าบนเก้าอี้มีคมหนามคอยทิ่มแทงอยู่ หากไม่ลุกหนีไปดื้อๆ ก็มักจะหันซ้ายหันขวาอยู่ไม่เป็นสุข ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ทำให้จางหลานถึงกับเดือดดาลจนเลือดขึ้นหน้าทุกครั้งไป
นี่นับเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ที่เธอเห็นโจวอวี๋หานมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการเรียนได้นานขนาดนี้ มิหนำซ้ำยังกระตือรือร้นยกมือตอบคำถามอย่างเอาจริงเอาจังด้วย
แทบจะในวินาทีเดียวกันนั้น จางหลานถึงกับต้องเหลือบมองไปทางหลินจิงซูอย่างอดไม่ได้อยู่หลายครั้ง เธอเพิ่งจะจ้างวานสาวน้อยคนนี้ให้มารับหน้าที่เป็นครูสอนพิเศษให้ลูกชายของเธอ ทั้งที่เป็นครั้งแรกแท้ๆ แต่กลับสามารถทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ถึงเพียงนี้! เปรียบเสมือนหมอเทวดาผู้ช่วยชุบชีวิตม้าที่ตายแล้วให้ฟื้นขึ้นมายังไงยังงั้น
มีครูสอนพิเศษระดับแนวหน้าตั้งมากมายได้เคยพยายามสอนโจวอวี๋หานมาแล้ว แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ แต่สาวน้อยเพียงชั้นมัธยมปลายคนหนึ่ง กลับสามารถทำได้ดีถึงขนาดนี้เชียวรึ?
จางหลานในตอนนี้ไม่ใช่แค่รู้สึกขอบคุณหลินจิงซูเท่านั้น แต่ยังรู้สึกชื่นชมสาวน้อยคนนี้อย่างสุดซึ้งอีกด้วย
สมแล้วที่เป็นพ่อลูกกัน ลูกไม้หล่นไปไกลต้นจริงๆ คนพ่อก็ขยันขันแข็งในหน้าที่การงาน ส่วนคนเป็นลูกก็มีความสามารถสูงตั้งแต่ยังเด็ก
กว่าจะสอนหนังสือเสร็จก็มืดค่ำแล้ว หลินจิงซูอยากจะรีบกลับบ้านไปดูแลแม่ จึงได้พยายามบ่ายเบี่ยงปฏิเสธที่จะรับประทานอาหารเย็นร่วมกับครอบครัวของจางหลาน
แต่คนนิสัยโผงผางเลือดร้อนอย่างจางหลาน มีหรือจะยอมปล่อยไปโดยไม่ให้สิ่งตอบแทน? เธอยืนกรานจะเลี้ยงข้าวเย็นหลินจิงซูสักมื้อก่อน จึงจะยอมปล่อยตัวเธอกลับไป
“จิงซูน้อย เดี๋ยวฉันปั่นจักรยานไปส่งหนูเองดีกว่า เป็นผู้หญิงกลับบ้านคนเดียวดึกๆดื่นๆแบบนี้มันอันตราย”
พูดจบจางหลานก็เดินไปเข็นจักรยานจ่ายตลาดสีแดงออกมาจากในบ้าน ถ้วยชามยังไม่ต้องล้าง เพราะต้องการจะไปส่งสาวน้อยให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัยเสียก่อน
หลินจิงซูตระหนักดีว่า ปฏิเสธไปก็ไม่มีผลอะไร เธอจึงได้พยักหน้าพร้อมเอ่ยขอบคุณ แล้วกระโดดขึ้นเบาะหลังซ้อนท้ายอีกฝ่ายออกไป
ระหว่างทางกลับบ้าน หลินจิงซูเริ่มสอบถามจางหลานเกี่ยวกับเรื่องของหลินชิงอี้อย่างต่อเนื่อง ทางด้านจางหลานก็คิดเพียงว่า สาวน้อยคนนี้คงจะคิดถึงพ่อน่าดู เพราะแม้กระทั่งที่ทำงาน หลินชิงอี้ก็เก็บความลับเรื่องการแยกครอบครัวไว้เงียบกริบไม่บอกใคร แต่จางหลานใช่ว่าจะไม่รู้ สามีของเธอเป็นตำรวจที่เข้าไกล่เกลี่ยเรื่องนี้ สำหรับเรื่องติงเสวี่ยเหม่ยกับหลินจิงซูที่แยกบ้านอาศัยกับคนตระกูลหลินนั้น แน่นอนว่าเธอย่อมรู้ดี
จางหลานรู้สึกไม่สบายใจอย่างมากเมื่อได้ฟังเรื่องราวเหล่านี้ เพราะเธอเองก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน คนเป็นผู้ชายอย่างพ่อกลับเลือกที่จะอยู่กับน้องสะใภ้และหลานสาวภายในบ้านหลังใหญ่นี่นะ? ส่วนสองแม่ลูกกลับถูกขับไสให้ไปอยู่บ้านโทรมๆริมแม่น้ำน่ะเหรอ? นี่มันหมายความว่ายังไง?
เหตุผลสำคัญที่เธอต้องการขี่จักรยานไปส่งหลินจิงซูที่บ้านนั้น ก็เพราะต้องการที่จะไปคุยกับหลินชิงอี้ให้รู้เรื่องเหมือนกัน ในฐานะหัวหน้างาน เธอต้องการสะสางปัญหาส่วนตัวของลูกน้อยให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะเมื่อไหร่ที่เรื่องนี้ถูกเปิดเผยขึ้นภายในโรงงาน การเลื่อนตำแหน่งของหลินชิงอี้ก็จะต้องพังย่อยยับลงอย่างไม่เป็นท่าแน่นอน!
อย่างที่เคยกล่าวไป สังคมการทำงานในยุคสมัยนี้ยังให้ค่ากับเรื่องศีลธรรมของตัวบุคคลอยู่ ไม่ใช่สนใจแต่เรื่องประสิทธิภาพการทำงานเพียงอย่างเดียว
จางหลานปั่นจักรยานมาหยุดที่หน้าประตูบ้านตระกูลหลิน ทันทีที่เห็นเช่นนั้น หลินจิงซูก็รีบทักท้วงด้วยความร้อนใจ
“คุณป้าจางคะ บ้านของหนู…”
“ป้ารู้เรื่องของเราหมดแล้ว วันนี้ป้าจะมาเปิดอกคุยกับเขาให้รู้เรื่อง”
จางหลานหันไปลูบไล้ศีรษะหลินจิงซูอย่างอ่อนโยน
“ไม่ต้องกลัวนะ มีป้าอยู่ด้วยทั้งคน พ่อเราไม่กล้าทำอะไรแน่!”
“เอ่อ…ป้าจางคะ หนูรู้สึกขอบคุณจริงๆที่ป้าทำเพื่อหนูขนาดนี้ แต่อย่าลำบากเลยค่ะ พ่อไม่ได้รักหนูกับแม่แล้ว ส่งหนูกลับบ้านริมแม่น้ำเถอะนะคะ…”
หลินจิงซูหรี่ตาระคนเศร้าโศก ก้มหน้าก้มตาส่งเสียงสะอื้นเบาๆอย่างเกินจะหักห้ามไหว
“จิงซูน้อยเป็นเด็กดีขนาดนี้ พ่อเราจะรักไม่ลงได้ยังไงกันจ๊ะ? ป้าว่าทุกอย่างจะต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ”
จางหลานกุมมือสาวน้อยไว้แน่นด้วยความรักใคร่เอ็นดู เห็นหลินจิงซูที่สดใสร่าเริงตลอดเวลาต้องมีสีหน้าเศร้าหมองขนาดนี้ เธอรู้สึกบีบหัวใจอย่างบอกไม่ถูก
ระหว่างก้มหน้าไม่มีใครสังเกตเห็นนั้น หลินจิงซูก็แอบแสยะยิ้มชั่วร้ายออกมาเงียบๆ เธอรู้สึกประทับใจอย่างยิ่งที่สามารถใช้ประโยชน์จากจางหลานได้รวดเร็วกว่าที่คิดไว้ ต้องขอบคุณผู้หญิงคนนี้มากจริงๆ
วิธีเดียวที่เธอจะสามารถตอบแทนบุญคุณของจางหลานได้ก็คือ การช่วยติวหนังสือให้โจวอวี๋หาน เพื่อให้เขาทำแนนสอบออกมาได้ดีๆ
หลังจากนี้หลินจิงซูตั้งใจว่า จะช่วยเป็นครูสอนพิเศษอบรมขัดเกลาให้โจวอวี๋หานเรียนเก่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่อย่างนั้น บุญคุณครั้งนี้ย่อมถือว่ายังไม่ได้ทดแทน!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล





![ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

