LOGIN254 2-2
ตอนที่ 460 เหตุการณ์เลวร้ายถึงขีดสุด
คำพูดของจางซีซีได้กระตุ้นต่อมความสงสัยอยากรู้ของจู้หยานเข้าเต็มๆ เขาเพิ่งจะตระหนักว่า ที่แท้หลินจิงซูแอบดูอยู่ข้างนอกตั้งนานแล้วเหรอนี่?
“จิงซู คุณมาที่นี่ได้ยังไง? หรือวันนี้ไม่อนุมัติให้ผมลาหยุดงั้นเหรอ? หรือที่โรงแรมคงจะยุ่งมากใช่มั้ย? ก็เลยต้องมาตามตัวผมกลับไปแบบนี้?”
ได้ฟังคำพูดหยอกเย้าติดตลกของจู้หยาน หลินจิงซูกลับมองข้ามไม่ได้ใส่ใจแต่อย่างใด ทว่าอีกฝ่ายก็ยังคงพูดต่อไม่หยุด
“เข้ามาสิ เข้ามา อยู่ทานเค้กครบรอบอายุ 70 ปีของคุณย่าก่อน ผมจะปล่อยให้คุณพลาดช่วงเวลาสำคัญของงานครั้งนี้ไปได้ยังไงล่ะ จริงมั้ย?”
“เรื่องงานโรงแรมปล่อยให้พวกพนักงานจัดการกันเองสักวันคงไม่เป็นอะไรหรอก! โอ้? แต่จะว่าไป ไหนๆคุณก็มาถึงที่นี่แล้ว อยู่ค้างกับผมสักคืนดีมั้ย? ห้องผมว่างพอดี!”
เพราะจู่ๆหลินจิงซูก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเช่นนี้ อีกด้านหนึ่งจู้หยานก็ตระหนักได้ในทันทีว่า จะต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ เขาจึงจะต้องทำทุกวิธีทางเพื่อรั้งให้เธออยู่ที่นี่ต่อไป
พูดจบ จู้หยานก็ลากหลินจิงซูเข้ามาที่โต๊ะจัดเลี้ยงทันที แต่หญิงชรากลับนั่งตัวสั่นด้วยความโกรธเกลียด แขกไม่ได้รับเชิญอย่างนังหลินจิงซูมันกล้าปรากฏตัวที่นี่ได้ยังไง? จากบรรยากาศงานวันเกิดที่ควรเต็มไปด้วยความสุขของเธอ เวลานี้กลับถูกทำลายจนป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดีเพราะนังสารเลวคนนี้คนเดียว!
เหลือบเห็นหญิงชรากำลังนั่งตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ หลินจิงซูก็ไม่วายส่งสายตาเหยียดใส่อีกฝ่ายเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังโค้งศีรษะพร้อมกล่าวอวยพรวันเกิดให้ตามมารยาท
แต่หญิงชรากลับไม่ยอมรับสิ่งอัปมงคลเหล่านี้ เธอทุบโต๊ะลุกพรวดจากเก้าอี้ทันที!
“พวกแกหายหัวไปไหนกันหมด?! ปล่อยคนนอกเข้ามาในบ้านได้ยังไง? รีบพาตัวมันออกไปเดี๋ยวนี้! วันนี้เป็นวันเกิดเป็นวันสำคัญของฉัน อย่าปล่อยให้ผู้หญิงน่ารังเกียจน่าขยะแขยงอย่างนังนี่เข้ามาอีก!”
“นังผู้หญิงไร้ยางอาย แกกล้าบุกเข้ามาในบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้ได้ยังไง! นังผู้หญิงบ้านนอกไร้การอบรม! พ่อแม่ไม่เคยสั่งสอนเรื่องมารยาทให้บ้างรึไง?!”
ถูกต่อว่าถึงพ่อแม่เช่นนี้ หลินจิงซูก็เริ่มมีโมโหและทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน
“สักแต่จะอ้าปากด่าคนอื่นไม่ถามไถ่! สาเหตุที่ดิฉันต้องมาในวันนี้ ก็เพราะวีรกรรมของหลานสะใภ้ตัวดีของคุณนั่นล่ะะ! กล้าดียังไงถึงให้คนไปสร้างปัญหาที่โรงแรมของฉัน! ต่อให้วันนี้จะเป็นวันเกิดหรือวันตายของคุณ ฉันก็จะมา! มาเพื่อจะคุยกับคนของคุณให้รู้เรื่อง!”
ทันทีที่หลินจิงซูเปิดประโยคหัวข้อนี้ขึ้นมา จู้หยานก็ถึงกับตะลึงงันสุดขีด เพราะไหนเลยจะคาดคิดว่า คุณหนูผู้รากมากดีมีการศึกษาสูงจากประเทศอังกฤษอย่างจางซีซีนั้น แท้จริงแล้วเนื้อแท้จะมีนิสัยที่เลวร้ายถึงเพียงนี้!
ทำชั่วต่อหน้ายังนับเป็นผู้กล้า แต่เล่นแทงข้างหลังกันแบบนี้ช่างน่ารังเกียจสิ้นดี!
แต่ยังไม่ทันที่จู้หยานจะได้ปริปากเอ่ยคำถามใดๆออกมา หญิงชราก็พลันเดือดดาลสุดขั้ว ชี้หน้าด่ากราดใส่หลินจิงซูอย่างไม่ไว้หน้า
“ในหัวสมองของแกจะต้องเต็มไปด้วยเรื่องชั่วช้าสกปรกแค่ไหนกันนะ ถึงได้กล้าใส่ร้ายผู้หญิงใสซื่ออย่างแม่หนูจางซีซีได้ลง?! คิดว่ามีปากแล้วจะพูดอะไรก็ได้งั้นเหรอ? หลานชายของฉันไม่ได้โง่จนหลงเชื่อแกไปซะทุกอย่างหรอกนะ! เชอะ ลูกไม้ตื้นๆแบบนี้ อย่าคิดว่ายายแก่อย่างฉันจะมองไม่ออก! คิดจะมาเป็นมือที่สามแย่งชิงจู้หยานไปจากแม่หนูจางซีซีใช่มั้ยล่ะ? คงจะอิจฉามากสินะ ที่เห็นพวกเขาสองคนมีความสุขกันแบบนี้! ฉันจะบอกอะไรให้ นังจิ้งจอกอย่างแกน่ะ ถึงจะมีลูกเล่นแพรวพราวแค่ไหน หรือต่อให้หลานชายของฉันจะมองไม่ออกยังไง แต่คนอย่างแกก็ไม่มีทางหลุดรอดไปจากสายตาของฉันได้หรอก!”
หลินจิงซูที่ต้องถูกหญิงชราคนนี้เข้าใจผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอกลับชินชาและไม่รู้สึกสะทกสะท้านใดๆเลยแม้แต่น้อย เธอไม่แม้แต่จะคิดอธิบายให้เปลืองน้ำลายเปล่าด้วยซ้ำ แต่กลับจ้องเขม็งไปทางจางซีซีด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟด้วยความโกรธเกรี้ยว ไม่ว่าอย่างไร วันนี้อีกฝ่ายจะต้องมีคำอธิบายดีๆให้กับเธอ!
สุดท้ายแล้ว กลับเป็นฝ่ายหลินจิงซูที่ยอมถอยให้หนึ่งก้าว ไม่คิดที่จะยุ่งเกี่ยวใดๆกับจางซีซีเลยแม้แต่น้อย กลับเป็นผู้หญิงคนนี้เสียเองที่เลือกจะล้ำเส้นของเธอก่อน
ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้…ก็อย่าโทษว่าเธอโหดเหี้ยมอำมหิตก็แล้วกัน!
“จางซีซี ในเมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้แล้ว จะยอมสารภาพได้รึยังว่า เธอได้จ้างวานคนให้มาก่อกวนสร้างปัญหาในโรงแรมของฉัน?”
“คนที่เธอจ้างวานมาได้สารภาพกับฉันทั้งหมดแล้ว ถ้ายังไม่แม้แต่จะคิดยอมรับ ฉันก็จะส่งตัวผู้หญิงคนนั้นให้ตำรวจสอบสวนแล้วซัดทอดเธอเอง ต่อให้เธอจะร่ำรวยมีอำนาจมากแค่ไหน แต่ถ้าต้องเป็นข่าวหน้าหนึ่งในฐานะคนร้ายต้องโทษจำคุกแล้วล่ะก็ คงรู้นะว่า ชั่วชีวิตของเธอนับจากนี้จะเหมือนกับตกนรกหมกไหม้แค่ไหน?”
เมื่อจางซีซีได้ยินเช่นนั้น เธอก็ถึงกับตื่นตระหนกอย่างที่สุด ใบหน้าซีดเผือดลงทันที ต่อให้เธอจะเก่งกาจมากฤทธิ์เดชเพียงใด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า สุดท้ายแล้วเธอก็เป็นแค่เด็กสาวอายุเพียง 18 ปีคนหนึ่งเท่านั้น เมื่อได้ยินว่าเรื่องนี้กำลังจะถึงมือตำรวจ เธอก็แทบเสียสติคลุ้มคลั่งทันที
ภายใต้อิทธิพลจากแรงกดดันทางจิตวิทยาของหลินจิงซู เธอตัดสินใจคุกเข่าลงต่อหน้าหญิงชราทันที และส่งไม้ให้อีกฝ่ายจัดการแทน
“คุณย่าคะ ช่วยหนูด้วย! หนูถูกหลินจิงซูปรักปรำค่ะ! เธอน่าจะรู้ว่าพ่อแม่ของหนูยังไม่กลับประเทศจีน คงไม่มีใครคอยช่วยเหลือ ก็เลยฉวยโอกาสนี้สาดโคลนให้ร้ายหนู ต้องการทำให้หนูเสื่อมเสียชื่อเสียง! ฮือๆ…ฮือๆ…หนูผิดเองที่เผลอมีใจให้จู้หยาน ถ้าหนูรู้ว่าหลานชายของคุณย่ามีเจ้าของอยู่แล้ว หนูคงจะไม่กลับมาที่นี่!”
“แต่หนูไม่โทษจู้หยานหรอกนะคะ เขาก็แค่ผู้ชายที่น่าสงสารคนหนึ่งเท่านั้น เขาถูกผู้หญิงชั่วร้ายคนนี้ปั่นหัวบงการชีวิตอยู่!”
ยิ่งหญิงชราได้ฟังมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกสงสารจางซีซีจับใจมากขึ้นเท่านั้น และเธอก็ถึงกับชี้หน้าไล่ตะเพิดหลินจิงซูให้ไสหัวออกไปด้วยถ้อยคำหยาบคายสารพัด และเป็นจู้หยานที่ออกหน้าปกป้องหญิงสาวที่ตนรักอีกครั้ง เมื่อเห็นหลานชายไม่สนใจใยดีตนเองในวันสำคัญเช่นนี้ หญิงชราก็ถึงกับทรุดลงนั่งด้วยความเสียใจ
นี่นับเป็นครั้งแรกในรอบเจ็ดสิบปีก็ว่าได้ ที่หญิงชรารู้สึกโดดเดี่ยวอย่างมากในวันเกิดที่แสนล้ำค่าของตนเอง…
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







