เข้าสู่ระบบ255 1-2
ตอนที่ 461 ความไร้ปราณีของจู้หยาน
“จิงซู เมื่อครู่หมายความว่ายังไง? ที่พูดไปทั้งหมดเป็นความจริงงั้นเหรอ? จู่ๆคุณมาที่นี่ก็เพราะเรื่องนี้ใช่มั้ย? คิดไม่ถึงจริงๆว่าจางซีซีจะเล่นสกปรกได้ขนาดนี้ ฉวยจังหวะตอนที่ผมไม่อยู่โรงแรม แอบก่อกวนสร้างปัญหาให้คุณลับหลัง นิสัยน่ารังเกียจยังไม่พอ ยังขี้ขลาดตาขาวกล้าทำไม่กล้ารับอีกต่างหาก! ผมจะโทรแจ้งตำรวจให้มาจับเธอเอง! นี่เป็นบทลงโทษที่จางซีซีสมควรได้รับแล้ว!”
“ไม่ต้องห่วงนะจิงซู ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยังไงผมก็จะขอยืนหยัดเคียงข้างคุณเสมอ เพียงแค่มิตรภาพตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของเรา มันก็มากพอที่จะทำให้ผมเชื่อคำพูดของคุณแล้ว ผมไม่มีวันถูกผู้หญิงน่าขยะแขยงพรรค์นี้หลอกอย่างแน่นอน!”
ได้ฟังคำพูดเหล่านั้นจากปากของจู้หยานแล้ว หลินจิงซูก็รู้สึกราวกับว่า ศักดิ์ศรีของเธอได้ถูกกู้คืนกลับมา ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นอย่างมาก
แต่ถึงอย่างนั้น หลินจิงซูก็แอบกังวลอยู่ลึกๆว่า เนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดของย่าจู้หยาน ถึงเธอจะไม่พอใจอีกฝ่ายมากแค่ไหน แต่ก็ต้องไว้หน้าบ้าง อีกทั้งปัญหาความวุ่นวายในโรงแรมก็ได้รับการแก้ไขเสร็จสิ้นแล้ว รวมไปถึงสามารถสืบหาคนร้ายที่อยู่เบื้องหลังได้แล้วเช่นกัน เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางรุนแรงแบบนั้นของจู้หยาน ที่ราวกับจ้องจะเล่นงานอีกฝ่ายให้ตายกันไปข้าง เธอจึงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ เพราะหากปล่อยให้เลยเถิดมากเกินไปกว่านี้ อาจจะเป็นการไม่เหมาะไม่ควรนัก
เหตุผลเดียวที่เธอมาในวันนี้ก็เพื่อตักเตือนสั่งสอน หวังว่าจางซีซีจะหยุดและไม่ทำพฤติกรรมเช่นนี้อีก
เพราะเรื่องที่เธอทำนั้น ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของโรงแรมเท่านั้น แต่ยังอาจลามไปถึงชีวิตส่วนตัวของเธอได้เช่นกัน
จู้หยานได้แต่จ้องมองหลินจิงซูตาระห้อยด้วยความรู้สึกผิดเต็มหัวใจ หากเขาสามารถจัดการปัญหาภายในครอบครัวได้ตั้งแต่แรก มีหรือที่วันนี้จะมีเรื่องเช่นนี้เกิดกับหลินจิงซูได้?
ยิ่งเมื่อได้เห็นจางซีซีที่ยังคงไร้สำนึก ไม่คิดแม้แต่จะยอมรับความผิดที่ตนเองก่อขึ้นด้วยซ้ำ อีกทั้งยังพยายามปลุกปั่นทำตัวน่าสงสารหวังให้ย่าของเขาเห็นใจ จู้หยานก็ยิ่งรู้สึกขยะแขยงผู้หญิงคนนี้เข้าไปใหญ่
“จางซีซี สุนัขข้างถนนยังมีคุณธรรมมากกว่าคุณซะอีก! เห็นว่าพ่อกับแม่ของคุณอยู่ต่างประเทศ ทิ้งให้คุณต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังในประเทศจีน ผมก็เลยสงสารเห็นใจ และยอมมาอยู่ที่บ้านหลังนี้เป็นเพื่อนคุณ แต่ดูเหมือนว่า ผมจะมองคุณผิดไปมากจริงๆ ผู้หญิงเลวๆอย่างคุณไม่ควรได้รับความรักหรือความเมตตาใดๆทั้งนั้นไม่ว่าจากใคร!”
“ฉลาดไม่เลวที่เลือกเข้าทางคุณย่า เพราะในบรรดาสมาชิกตระกูลจู้ทั้งหมด คุณย่านับว่าโง่เขลาที่สุดแล้ว! เลียแข้งเลียขากันเข้าไปเถอะ!”
“ส่วนคุณย่าครับ ในวันเกิดครบรอบ 70 ปีนี้ ผมขออวยพรให้คุณย่าตาสว่างได้สักวันนะครับ แล้วก็หยุดด่าคืนอื่นว่าโง่ว่าชั้นต่ำซะทีเถอะครับ แต่ถ้าเป็นไปได้ คุณย่าลองตักน้ำชะโงกดูเงาตัวเองบ้างก็ดี รู้มั้ยครับว่าคุณย่าเหมือนตัวตลกในสายตาคนอื่นแค่ไหน? ผมรู้สึกอับอายจริงๆครับที่มีย่าแบบนี้”
แต่ช่างน่าแปลก น้ำเสียงท้ายประโยคคำอวยพรของจู้หยานกลับปราศจากอารมณ์ขุ่นเคืองใดๆอย่างสิ้นเชิง แต่ทั้งสีหน้าและแววตาที่มีให้หญิงชราตรงหน้านั้น กลับเต็มไปด้วยความสงสารและสมเพชอย่างเกินคณานับ
จู้หยานได้แต่หวังอย่างยิ่งว่า อย่างน้อยที่สุด ย่าของเขาน่าจะคิดอะไรได้บ้างก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายของชีวิตจะมาถึง
ได้ฟังคำพูดรุนแรงจากปากจู้หยาน ต้องยอมรับจริงๆว่ากระทั่งหลินจิงซูเองยังรู้สึกตกใจไม่น้อย แต่เมื่อนึกย้อนถึงสิ่งต่างๆที่ผ่านมาในชีวิตของเขา เธอเองก็อดที่จะเห็นใจไม่ได้เช่นกัน
สุดท้ายแล้ว เธอได้แต่เดินเข้าไปตบไหล่จู้หยานอย่างแผ่วเบา พร้อมถอนหายใจและอธิบายให้เขาฟังไปตามตรง
“จู้หยาน พอได้แล้วล่ะ อย่าทำร้ายจิตใจย่าของนายมากไปกว่านี้เลยนะ ที่ฉันมาในวันนี้ก็เพราะต้องการจะมาเตือนนายว่า ให้หมั่นระวังพฤติกรรมของจางซีซีไว้บ้างก็ดี จะรักจะชอบกันยังไงก็ช่าง เรื่องนั้นฉันไม่ได้สนใจอยู่แล้ว แต่ระวังอย่าให้เธอมาสร้างปัญหาให้ฉันอีกก็พอ!”
“ถ้าเรื่องใหญ่ขนาดนี้เธอยังกล้าทำ วันหน้าเธออาจทำอะไรลับหลังนายมากกว่านี้ก็ได้ บอกตามตรงนะจู้หยาน ฉันไม่อยากจะซวยเพราะผู้หญิงคนนี้อีก!”
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ยิ่งได้ฟังหลินจิงซูพูดจาเหมือนไร้เยื่อไยต่อกันเช่นนี้ จู้หยานก็ยิ่งอารมณ์เสียเดือดดาลมากขึ้น! เขาไม่พูดพล่ามทำเพลง ตรงเข้ากระชากร่างของจางซีซี พร้อมผลักอีกฝ่ายเข้าไปในห้องครัวด้วยความฉุนเฉียว
สองฝ่ายสบผสานสายตากัน ทว่ามีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ฉายสะท้อนผ่านดวงตาคู่นั้นของจู้หยานออกมา มันคือไฟแห่งความเคียดแค้น
“ตอบผมมาเดี๋ยวนี้ ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้นด้วย?! ไม่รู้บ้างรึไงว่า ผมเองก็ทำงานอยู่ที่โรงแรมนั่นด้วย? ถ้าเกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาจริงๆ มันยุติธรรมกับพนักงานคนอื่นๆที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วยเหรอ? เบื้องหลังของพวกเขาเหล่านั้นยังมีอีกหลายชีวิตในครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดู! จางซีซี ไม่ว่าในสายตาของคุณจะมองหลินจิงซูเป็นศัตรูหรือตัวอะไรก็ตาม แต่คุณควรที่จะเผชิญหน้ากับเธออย่างขาวสะอาด!”
“ไม่ใช่ใช้วิธีสกปรกไร้ยางอายแบบนี้ เรื่องนี้ยิ่งทำให้ผมเห็นว่า ผู้หญิงอย่างคุณมันไร้คุณค่าขนาดไหน! และถ้าชาตินี้ผมต้องแต่งงานกับคุณจริงๆ ผมขอตายดีกว่า!”
“ถ้าครั้งนี้ยังยอมรับผิดในสิ่งที่ตัวเองก่อไม่ได้ ชีวิตที่เหลือของคุณหลังจากนี้คงได้ไปกินข้าวแดงอยู่ในคุกแน่! และผมขอบอกว่า ขืนคุณยังไม่ยอมหยุด ผมจะใช้ทุกอย่างที่ผมมี ทำให้คุณต้องนอนในคุกไปจนวันตาย อย่าได้ออกมาเห็นแสงเดือนแสงตะวันอีกเลย!!”
จู้หยานพักหายใจหนึ่งจังหวะ พยายามสงบสติอารมณ์ที่พุ่งพล่านของตนเอง แล้วจึงพูดต่อว่า
“เอาล่ะ ครั้งนี้ผมจะเห็นแก่หน้าคุณย่า ถ้ายังมีครั้งต่อไปล่ะก็ คุณเตรียมตัวเข้าคุกได้เลย! แล้วเรื่องที่ผมให้สอนทำอาหารอะไรนั่น ก็ไม่ต้องแล้ว เพราะผมไม่ต้องการ!”
เห็นจู้หยานแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวใส่ตนเองเพื่อปกป้องหลินจิงซูเช่นนี้ จางซีซีก็ยิ่งโกรธแค้นอย่างบอกไม่ถูก
เธอไม่เข้าใจจริงๆว่า ทำไมทุกคนถึงได้ชื่นชอบหลินจิงซูกันขนาดนนี้? ทั้งที่เห็นอยู่ว่า ตัวเธอนั้นดีกว่าเหนือกว่าไม่รู้เท่าไหร่!
ตั้งแต่เด็กจนโต คนรอบข้างล้วนแต่คอยประคบประหงม และเอาใจจางซีซีประหนึ่งสมบัติล้ำค่า เรียกได้ว่าแทบไม่เคยมีใครกล้าขัดใจเธอมาก่อน?
“จู้หยาน ต้องการอะไรก็บอกกันดีๆสิ มีอะไรที่ฉันสู้หลินจิงซูไม่ได้งั้นเหรอ? ขอแค่นายบอกมา ฉันจะปรับปรุงให้ดีขึ้น! ฉันรับปากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นเรื่อยๆ จนกว่านายจะหันมารักฉันบ้าง!”
“ไม่รู้สึกบ้างเหรอว่า ฉันเหมาะสมจะเป็นว่าที่ภรรยาของนายมากที่สุดแล้ว! คุณย่าท่านก็ถูกอกถูกใจฉันมากด้วย!”
“ไม่ว่าจะเรื่องพื้นฐานครอบครัว ฐานะการเงินหรือสถานะทางสังคม ฉันล้วนมีคุณสมบัติพร้อมทุกข้อ และเหมาะที่จะเป็นภรรยาของนาย เป็นสะใภ้ของบ้านตระกูลจู้! แล้วฉันจางซีซีคนนี้ ยังมีอะไรที่แพ้นังหลินจิงซูนั่นอีก!! ทำไมนายถึงได้ดีกับนังนั่นนักล่ะ? หรือเพียงเพราะแม่นั่นเฉลียวฉลาด สามารถสานฝันทำให้นายได้เป็นพ่อครัวโรงแรมสมใจงั้นเหรอ? จู้หยาน นายเข้าใจอะไรผิดรึเปล่า? ตั้งแต่พบเจอกันครั้งแรก ฉันยังไม่เคยพูดจาดูถูกความฝันของนายสักครั้งเลยนะ? ด้วยอำนาจเงินและอิทธิพลของตระกูลจาง พวกเราสองคนสามารถกลายมาเป็นเชฟระดับโลกได้ พวกเรามาเปิดภัตตาคารหรูและโด่งดังไปด้วยกันเถอะนะ! นายว่าดีมั้ย? วิเศษไปเลยใช่มั้ยล่ะ?? ว่าไง…นายจะรักฉันได้บ้างรึยัง? คะ-ขอแค่…แค่ให้ฉันได้อยู่ในสายตาของนายบ้างก็ยังดี!! ขอร้องเถอะนะ!!!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







