ทะลุมิติไปเปลี่ยนนางร้ายในนิยายยุค80

ทะลุมิติไปเปลี่ยนนางร้ายในนิยายยุค80

last updateHuling Na-update : 2025-01-28
By:  moonlight -miniOngoing
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
31Mga Kabanata
2.6Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

มือเหี่ยวย่นลูบไล้ไปยังหน้าปกนิยายเล่มโปรด ชีวิตของเธอนั้นไม่ต่างจากนิยายนักหรอก แต่ชีวิตเธอไม่ได้เหมือนนางเอกในนิยาย กลับเมื่อนางร้ายในนิยายเล่มนี้ คิดว่าความสวยคือใบเบิกทางทุกอย่าง

view more

Kabanata 1

บทที่ 1

Jamie

Jamie’s palms were already sweaty as she stepped onto the crowded rooftop.

The party was loud — bass-heavy music vibrating through the wooden deck, fairy lights twinkling against the London night sky, and the distant hum of the city below. She had let her best friend Maya drag her here, promising it would be “good for her” to get out more. What Maya didn’t know was that Jamie had only agreed because she heard Lena might show up.

Lena. Maya’s older sister.

The one woman Jamie had been secretly craving for three long years.

At twenty, Jamie still felt inexperienced compared to most of her friends. She had kissed a few girls at university parties, but nothing serious. Nothing that made her body burn the way just *thinking* about Lena did.

And there she was.

Lena stood near the railing, a glass of red wine in her hand, looking like sin wrapped in designer clothes. Her black crop top clung to her full breasts and toned stomach, while tight jeans hugged her hips and long legs. Her dark wavy hair cascaded over one shoulder, and her sharp eyes scanned the crowd with bored confidence — until they landed on Jamie.

A slow, dangerous smile spread across Lena’s lips.

Jamie’s heart slammed against her ribs. She tried to look away, but it was too late. Lena was already walking toward her, hips swaying with every step.

“Well, well,” Lena purred when she was close enough for Jamie to smell her perfume — something warm and spicy. “If it isn’t my little sister’s favorite girl. Jamie.”

“Hey, Lena,” Jamie replied, trying to sound casual. Her voice came out breathier than she intended.

Lena’s gaze dragged slowly down Jamie’s body — over the tight little black dress she’d worn, the way it hugged her curves, then back up to her flushed face.

“You look… grown up,” Lena said, voice low. “When did that happen?”

Jamie swallowed hard. “I’m twenty now.”

“I know exactly how old you are.” Lena stepped closer, invading Jamie’s space. The heat from her body made Jamie’s nipples tighten against the thin fabric of her dress. “I’ve been keeping count.”

The air between them felt electric. Around them, people laughed and danced, completely unaware of the tension crackling in their little corner of the rooftop.

“Where’s Maya?” Lena asked, eyes never leaving Jamie’s mouth.

“Downstairs. Making out with some guy she just met.”

Lena let out a soft, wicked laugh. “Good. That means she’s distracted.” She reached out and brushed a strand of hair behind Jamie’s ear, her fingers lingering on the sensitive skin of her neck. “I’ve been watching you tonight, you know.”

Jamie’s breath hitched. “You have?”

“Mmm. You’ve been avoiding looking at me… but your body keeps turning toward me. Like you can’t help it.” Lena’s thumb traced Jamie’s jawline. “Tell me something, baby. How long have you wanted me to fuck you?”

Jamie’s knees nearly buckled at the blunt words. Heat flooded between her thighs.

“I… Lena, we can’t,” she whispered, even as her body leaned closer. “You’re Maya’s sister.”

Lena’s eyes darkened with lust. “That’s exactly why we *should*.” She leaned in until her lips brushed Jamie’s ear. “I’ve seen the way you look at me during family dinners. The way you squeeze your thighs together when I wear short dresses. You’ve been fantasizing about me for years, haven’t you?”

Jamie couldn’t deny it. Her face burned with shame and arousal.

“Yes,” she admitted in a shaky whisper.

Lena hummed in satisfaction. “Good girl. I like honesty.” Her hand slid down to Jamie’s waist, gripping her possessively. “Come with me.”

She didn’t wait for an answer. Lena took Jamie’s hand and led her through the crowd toward the quieter side of the rooftop, where tall plants created semi-private corners. Jamie’s heart raced as she followed, knowing she should pull away but completely unable to.

When they reached a shadowed spot, Lena pushed Jamie gently but firmly against the wall, caging her in with her taller body.

“You’re shaking,” Lena observed, a pleased smirk on her lips. “Are you nervous, baby?”

“A little,” Jamie confessed.

Lena’s hand came up to cup Jamie’s face. “You don’t need to be nervous with me. I’m going to take care of you tonight.” Her thumb stroked Jamie’s lower lip. “But I am going to be in control. Do you understand?”

Jamie nodded quickly, already feeling herself getting wet.

“Use your words,” Lena commanded softly.

“Yes… I understand.”

Lena’s smile was pure sin. “Good girl.”

Then she kissed her.

The kiss wasn’t gentle. It was hungry, demanding, and full of years of pent-up tension. Lena’s tongue swept into Jamie’s mouth, claiming her completely. Jamie moaned into the kiss, her hands fisting in Lena’s top. Lena pressed her thigh between Jamie’s legs, applying delicious pressure right where she needed it.

When Lena finally pulled back, both of them were breathing hard.

“Look at you,” Lena murmured, eyes gleaming. “Already so desperate for me. I bet your panties are soaked.”

Jamie whimpered, unable to deny it.

Lena’s hand slid down Jamie’s body, teasingly slow, until she reached the hem of her dress. “Should I check?”

Before Jamie could answer, fingers brushed against her inner thigh, moving higher…

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
31 Kabanata
บทที่ 1
บทนำจิตตรานักอ่านตัวยง หนังสือนิยายของเธอเต็มผนังห้องทั้งสี่ด้าน เธออ่านไปก็มักจะก่นด่าพระเอกโง่ นางเอกโง่ ส่วนนางร้ายหากเจอในชีวิตจริงจะจิกหัวตบด้วยเปลือกทุเรียน นั่นเป็นความคิดของเธอในสมัยยังสาว เมื่อเหี่ยวย่นลูบไล้ไปยังหน้าปกนิยายเล่มโปรด ชีวิตของเธอนั้นไม่ต่างจากนิยายนักหรอก แต่ชีวิตเธอไม่ได้เหมือนนางเอกในนิยาย กลับเมื่อนางร้ายในนิยายเล่มนี้ หยิ่งผยองคิดว่าตนเหนือกว่าผู้หญิงคนอื่นด้วยเกิดมามีรูปโฉมงดงามสะดุดตา คิดว่าความสวยคือใบเบิกทางทุกอย่าง กว่าจะรู้ตัวว่าความสวยนั่นไม่จีรัง เธอก็ไม่เหลือใครแล้ว แม้แต่คนที่รักเธอสุดหัวใจก็ตายจากไปก่อนที่เธอจะมีโอกาสได้ตอบแทนความรักของเขาบทที่1หญิงชราอายุร้อยปีที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงเอื้อมมือเหี่ยวหยุ่นตามสังขาลไปหยิบรูปและจดหมายเก่า ๆ ที่เสียบเอาไว้ในหนังสือนิยายเล่มโปรดขึ้นมาดูทั้งสองอย่างนั้นเป็นของคนสำคัญของเธอมอบเอาไว้ให้เมื่อนานมาแล้ว เป็นของคนที่เธอรู้ว่ารักก็เมื่อมันสายไปเสียแล้ว เธอไม่รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า เพราะนี่เป็นจดหมายฉบับสุดท้ายของเขาที่ส่งมาเธอรู้ว่าเขาประสบอุบัติเหตุจนขาเสียเดินไม่ได้ จึงไม่กล้ามาพบหน้าเธอ แต่ถึง
Magbasa pa
บทที่2
บทที่2“ฟางเออร์เป็นอะไรไปเล่าลูก ไม่ใช่ลูกหรอกหรือที่บอกว่าที่ยังไม่ต้องการมีคู่หมั้นคู่หมายหรือคนรักก็เพราะอยากจะเลือกคนที่มาเป็นสามีให้ดีที่สุดน่ะ” คำของแม่ทำให้ฟางเหนียงยิ่งมั่นใจ คำพูดมั่นอกมั่นใจอย่างนี้เป็นของแม่ของหลินเฟยนางร้ายในหนังสือแน่ ๆ แต่ทำไมถึงไม่ให้เธอเป็นหลินเฟย แต่กลับให้เธอเป็นตัวของเธอเอง นี่คงเป็นของขวัญที่สวรรค์มอบให้แก่คนใกล้ตายสินะไม่สิเธอคงตายไปแล้วถึงได้มาอยู่ที่นี่ แต่ไม่ว่าเรื่องนี้จะจริงหรือไม่เธอก็จะพยายามทำให้มันดีที่สุด ในแบบที่ไม่เหมือนเดิม ในแบบที่ดีกว่าเดิม“ไม่แล้วค่ะ หนูไม่อยากคิดแบบนั้นอีกแล้ว” ฟางเหนียงเอ่ยก่อนจะลุกออกไป พ่อแม่ได้แต่สงสัยกับอาการราวผีเข้าของลูกสาว แล้วยังคำแทนตัวนั่นอีก “คุณไม่ใช่ปกติลูกเรียกตัวเองฟางฟางเหรอ” คนเป็นพ่อก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ก็ต้องตกใจเมื่อลูกสาวเดินกลับมาหา“ตอนนี้ปีอะไรคะ”“1982ไงลูก” คนเป็นแม่ตอบฟางเหนียงฟังคำตอบแล้วก็กลับขึ้นไปห้องของตัวเอง ถ้าหากเธอไม่ทำอะไรเลย ชีวิตของเธอก็หมายถึงหลินเฟยที่เธอเข้ามาสวมบทบาทอยู่ในตอนนี้ก็จะต้องแต่งงานกับลูกชายคนโตของตระกูลหวังที่เป็นเศรษฐีใหม่ หลังจากปี 1979 ที่ทางรัฐ
Magbasa pa
บทที่3
บทที่3ซินเทียกับหลงกู๋เห็นบุตรสาวทำสีหน้าไม่พอใจก็ปล่อยมือออกจากบรรดาของเหล่านั้น แต่ก็รับกระต่ายมาแล้วเพราะมันก็แค่กระต่ายตัวหนึ่ง ของมีค่าและแพงกว่านี้ยังรับมาได้กะอิแค่กระต่าย อย่างไรผู้ชายหลายคนก็ใช้วิธีนี้หาทางเข้าหาฟางเหนียงอยู่แล้วหลังจากกระดาษและของกินไม่กี่อย่างทั้งสองก็ไม่กล้าจะรับอะไรอีกเพราะกลัวลูกสาวจะไม่พอใจ ก่อนที่คนเป็นพ่อเป็นแม่จะเร่งเดินตามลูกสาวให้ทัน แต่กลับเจอฟางเหนียงรออยู่ที่หน้าบ้าน“เมื่อเช้าหนูบอกกับพ่อแม่แล้วว่าถ้าพ่อแม่รับของใครอีกหนูจะแต่งงานกับเขาไปให้จบ ๆ พ่อแม่คิดว่าหนูพูดเล่นเหรอคะ หนูบอกชัดเจนแล้วว่าให้เลิกนิสัยรับของคนอื่นไปเรื่อยแบบนี้” แม้ว่าจะคุยกันระหว่างพ่อแม่ลูก แต่ชายหนุ่มหลายคนก็ได้ยินคำของหญิงสาวชัดเจน“ก็ลูกทำตัวเหมือนกับผีเข้าตั้งแต่เมื่อวานแม่จะไปรู้ได้อย่างไรว่าเรื่องไหนจริงเรื่องไหนไม่จริงล่ะฟางเอ๋อร์” ซินเทียกระซิบบอกลูกสาวฟางเหนียงถอนหายใจก่อนจะหันมองบรรดาชายหนุ่มที่มาออกันอยู่ที่หน้าประตูบ้านของเธอ แต่ไห่ฮวนกลับยืนอยู่ที่มุมหนึ่งหน้าประตูด้วยท่าทางเจียมตัวกว่าคนอื่น“ฟางเหนียงเมื่อครู่แม่ของคุณรับของจากผมไปแล้วนะเช่นนั้นก็แสดงว่า
Magbasa pa
บทที่4
บทที่4ยุคนี้การแต่งงานไม่ได้ดูยุ่งยากวุ่นวายเหมือนแต่ก่อน ก็แค่กินเลี้ยงกันในบ้านไม่ได้มีพิธีมากมาย แค่จดทะเบียนถ่ายรูปเอาไว้เป็นหลักฐานเท่านั้นก็ถือว่าสมบูรณ์ เรื่องราวระหว่างฟางเหนียงและไห่ฮวนเกิดขึ้นรวดเร็วจนทุกคนในหมู่บ้านไม่อาจจะห้ามตัวเองไม่ให้นินทาเรื่องของทั้งสองคนได้ถึงขั้นมีคนบอกว่าสินสอดก็คงมีแค่กระต่ายตัวนั้นในวันนั้นนั่นแหละ อันที่จริงมันก็ถูกประมาณนั้น เพราะฟางเหนียงบอกกับไห่ฮวนว่าไม่ต้องจ่ายสินสอดให้กับเธอแม้ไห่ฮวนจะบอกว่าตนเองเอาของไปขายแค่ไม่กี่อย่างก็พอแล้วก็ตามเธออ่านนิยายเรื่องนี้มาแล้วย่อมรู้ว่าเขามีสมบัติมากกว่าที่คิด นั่นก็เพราะว่าระหว่างที่คน ๆ นี้โตขึ้น ในนิยายเขียนเอาไว้ว่าเขาจับสัตว์ที่สามารถใช้เป็นอาหารไปแลกกับของมีค่าในบ้านของคนในหมู่บ้านปัญหาก็คือหากอยู่ดี ๆ นำของเหล่านั้นไปขายช่วงนี้เรื่องเก่าของเขาอาจจะแดงขึ้นมา เพราะในเวลานั้นการล่าสัตว์ผิดกฎหมาย แต่เพราะในนิยายนั้นเจ้าตัวนำของเหล่านั้นไปขายเพื่อช่วยเหลือนางร้ายของเรื่องตอนที่นางร้ายบาดเจ็บเพราะถูกสามีอย่างคุณชายหวังซ้อม ยอมเปิดเผยความผิดของตนเพื่อช่วยเหลือหญิงสาวที่แต่งงานไปแล้ว แต่เขายอมทำไปเพื
Magbasa pa
บทที่5
บทที่5หลังจากทานอาหารเช้าด้วยกันเสร็จเรียบร้อย“เดี๋ยวให้ผมขี่จักรยานไปส่งไหมครับ” ไห่ฮวนเสนอก่อนจะเงียบไปเมื่อคิดได้ว่าฟางเหนียงอาจจะอายเพื่อนนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยหรือเปล่าที่ต้องอยู่กับเขา “ได้สิคะ” ฟางเหนียงไม่รู้จะอธิบายอย่างไรให้ชายหนุ่มฟัง ตอนที่แต่งงานกันเธอก็ไม่ได้โกหกอะไรเขาเลยแม้แต่นิดย้อนกลับไปตอนก่อนแต่ง“ทำไมถึงยอมแต่งกับผมล่ะครับ” ไห่ฮวนถามด้วยใบหน้าที่ค่อนข้างตึงเครียด “ก็เพราะคุณให้ของขวัญเป็นคนแรกไงคะ” ฟางเหนียงไม่ได้โกหก เธอก็แค่บอกไม่หมดก็เท่านั้น และนั่นก็ทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มหมองลงไปในทันทีแต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นหญิงสาวก็ต้องกลั้นใจไม่เอ่ยปากความจริงออกไป จะบอกไปได้อย่างไรว่าเขามีใบหน้าเหมือนคนที่เธอรัก และเธออยากมีโอกาสอีกครั้งกับเขา เรื่องแบบนั้นมันเหลือเชื่อเกินไป“ถ้าผมทำอะไรให้ไม่พอใจก็บอกได้นะครับ” ฟางเหนียงส่ายหน้า “ทำไมล่ะครับ” ไห่ฮวนถามด้วยความสงสัย “มันไม่ใช่ว่าต้องเป็นคำว่า หากมีอะไรไม่เข้าใจกันก็บอกเหรอคะ ไม่ว่าจะฉันหรือคุณที่ทำดี หรือไม่ดี เราก็ควรจะพูดคุยกัน คำที่คุณว่าเมื่อครู่มันเหมือนกับบอกถ้ามีอะไรให้ฉันด่าคุณได้เลย แบบนั้นไม่เอาหรอกค่ะ”
Magbasa pa
บทที่6
บทที่6ฟางเหนียงกลับมาบ้านหลังจากเรียนที่มหาวิทยาลัยวันสุดท้าย ทุกอย่างผ่านไปด้วยความวุ่นวายกับการเรียนและพบปะเพื่อนฝูง ใจเธอยังมีความคิดเรื่องแผนการในอนาคตที่ต้องคุยกับไห่ฮวนอีกมากมาย เมื่อกลับถึงบ้าน เธอพบว่าไห่ฮวนกำลังเตรียมอาหารเย็นอยู่ในครัว ชายหนุ่มหันมายิ้มเมื่อเห็นเธอเข้ามา“เหนื่อยไหมครับ วันนี้ที่มหาวิทยาลัยเป็นยังไงบ้าง” เขาถามด้วยความเป็นห่วง“ไม่เหนื่อยเท่าไรค่ะ แค่ยุ่ง ๆ นิดหน่อย” ฟางเหนียงตอบพร้อมกับถอดเสื้อคลุมและวางกระเป๋าลงบนโต๊ะหลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ ฟางเหนียงและไห่ฮวนนั่งลงที่ห้องนั่งเล่น ฟางเหนียงเริ่มต้นพูดถึงแผนการที่เธอคิดไว้“ไห่ฮวนค่ะ ฉันคิดว่าเราน่าจะเริ่มต้นธุรกิจเล็ก ๆ ด้วยกันนะคะ เราสามารถใช้สิ่งที่เรามี เช่น การล่าสัตว์และการขายสินค้าท้องถิ่น เพื่อเริ่มต้น” ฟางเหนียงกล่าวด้วยความมุ่งมั่น“จะขายอาหารป่าอย่างนั้นเหรอ” ไห่ฮวนย้อนคำพูดของภรรยาฟางเหนียงพยักหน้ารับ “ฉันมีสูตร” ชายหนุ่มที่ไม่เคยปล่อยให้ภรรยาทำอะไรเลยแม้แต่งานบ้านก็ทำหน้าไม่แน่ใจ แต่เพราะเขาเป็นคนที่ยอมฟางเหนียงทุกอย่างจึงบอกว่าจะไปหาต้นทุนมาให้แต่ ภรรยาคนสวยกลับบอกว่าเธอมีต้นทุนอยู่แล้ว ที
Magbasa pa
บทที่7
บทที่7“มีอะไรกินก็เก็บเอาไว้กินกันเองเถอะไม่เห็นจะต้องเอามาให้พ่อกับแม่เลยสักนิด แล้วเครื่องปรุงพวกนี้ไม่ใช่ว่ามันแพงหรือยังไง” เพราะพ่อกับแม่คิดเหมือนกันว่าชายหนุ่มไม่ได้มีอาชีพเป็นจริงเป็นจังก็แค่รับจ้างไปเรื่อย ๆ บางทีก็ไม่ได้ออกไปไหนด้วยซ้ำจึงเหมาคิดเอาว่าเงินทองของไห่ฮวนน่าจะไม่พอใช้แต่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย ที่จริงก่อนหน้าจะออกมาจากบ้านฟางเหนียงก็เพิ่งบอกสามีว่าไม่ต้องจัดการเรื่องเงินในกระเป๋าเธอก็ได้ แต่ไห่ฮวนก็มักจะเอาเงินมาใส่เพิ่มให้เสมอ ๆ เธอรู้ว่าสามีของเธอมี แต่เธอไม่ได้เลือกเขาเพราะเรื่องนี้สักหน่อย อยู่กันมาจะครบปีแล้วจนตอนนี้เธอจะเรียนจบอยู่แล้วสามีของเธอก็ไม่กล้าแตะต้องเธอสักนิดทุกวันเอาแต่ไปรับไปส่ง เอาอาหารไปส่งให้พ่อแม่เธอ กลับมาทำงานบ้าน ไปขายของ ไปหาของป่าแล้วก็วนกลับมาเตรียมอาหารเย็นเอาไว้ให้เธอทุกอย่างในบ้านเธอไม่ต้องทำไม่ต้องแตะต้องเลยแม้แต่นิด ปกติอยู่บ้านพ่อแม่ก็ไม่เคยทำอยู่แล้ว พอมาอยู่กับไห่ฮวนยิ่งไม่ต้องทำเข้าไปใหญ่เธอไม่รู้หรอกว่าตัวละครนี้ในนิยายจะทำถึงขั้นนี้ให้นางร้ายหรือไม่ แต่ไห่ฮวนที่เธอรู้จักน่ะทำเช่นนี้แน่ ๆ“เขาเอามาให้แม่ก็รับ
Magbasa pa
บทที่8
บทที่8เพราะกำลังลองผิดลองถูกกับสูตรอาหารที่ว่า จึงทำให้ช่วงนี้ฟางเหนียงอยู่ตัวคนเดียวบ่อย แม้ไห่ฮวนจะไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ต้องขึ้นเขาไป และฟางเหนียงก็ไปซื้อของบางอย่างที่ตลาด ของที่หาจากในป่าบนเขาไม่ได้ การได้พบเจอพวกเด็กปากมากที่เอาแต่ล้อเธอว่าเป็นเมียนายพรานตัวเหม็นทำให้แม้แต่พ่อค้าแม่ค้าก็ยังหัวเราะเยาะเธอ แต่ที่พ่อค้าแม่ค้าหัวเราะไม่ใช่เพราะคำว่า เมียนายพรานตัวเหม็น แต่เป็นเพราะไม่ว่าเด็กที่ล้อจะเป็นหญิงหรือชาย ฟางเหนียงก็ไม่ได้กังวลใจแม้แต่น้อยที่จะหยิบเอาไม้หรือก้อนหินข้างทางมาโยนใส่ ก่อนจะตะโกนขู่กลับว่าจะหักขาเด็กเหล่านั้น บางครั้งก็ขู่นัดเด็กชายไปเจอกันตัวต่อตัวในป่า ซึ่งทำให้คนที่พบเห็นบางคนหัวเราะซะด้วยซ้ำเพราะมันน่ารัก“ระวังเอาไว้เถอะ ถ้าจับได้จะหักขาให้ไม่เหลือเลย” ฟางเหนียงตะโกนไล่หลังไป“เด็กพวกนี้ไม่รู้จักไห่ฮวน เขาเก่งจะตายก่อนหน้าจะประกาศค้าเสรีถ้าไม่ได้เจ้าเด็กนั่นป่านนี้ครอบครัวน้าอาจจะแย่แล้วก็ได้” ที่จริงฟางเหนียงก็รู้เรื่องเช่นนี้บ้างอยู่แล้วว่าไห่ฮวนหาของป่ามาแลกกับทุกอย่างไม่ได้ต้องการจะร่ำรวย แต่ต้องการจะให้คนมีกินกันนั่นก็เพราะช่ว
Magbasa pa
บทที่9
บทที่9“เรียนจบมาก็สูงไม่รู้ทำไมถึงได้คิดจะไปเปิดร้าน”“ป้ายุ่งเรื่องตัวเองไปเถอะ” ยังไม่ทันที่หญิงมีอายุจะพูดจบไห่ฮวนก็หันไปพูดใส่หน้าอย่างไม่รักษาน้ำใจจนฟางเหนียงที่เดินมาด้วยกันตกใจ“ทำไมไปว่าป้าเขาอย่างนั้น” ไห่ฮวนส่ายหน้า “ไม่มีอะไรหรอก คุณเข้าบ้านไปก่อนเถอะ ผมจะไปหาอะไรบนเขาหน่อยนี่ก็อีกสักพักกว่าจะมืด” ฟางเหนียงพยักหน้า ไห่ฮวนตามติดเธอตลอด ถึงจะบอกว่าไปเขาแต่พอถึงแยกสุดท้ายก็ยังมาเดินส่งเธอจนเข้าบ้านก่อนที่จะย้อนกลับไปอีกทางเพื่อขึ้นเขาทุกคนดูจะเป็นห่วงกับเรื่องที่เธอกำลังจะทำนี่ แต่ฟางเหนียงกลับไม่กลัวหรือกังวลแม้แต่นิด แน่นอนว่าคนที่เป็นห่วงและกังวลไม่มีไห่ฮวนอยู่ในนั้น เขานั้นเชื่อใจเธอจนชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ไม่ว่าเธอจะทำอะไรไห่ฮวนก็เห็นด้วยทุกอย่าง แต่เขาไม่ควรห่วง นั่นก็เพราะเธอไม่ได้ทำอะไรอย่างนี้ครั้งแรกเพราะสูตรอาหารที่ทุกคนกินแล้วก็ชมเนี่ย ไม่ได้เป็นสูตรทั่ว ๆ ไปแต่เธอลงคอร์สเรียนมาเพื่อเปิดร้านของตัวเองในชาติก่อนเพราะถึงแม้เฟิ่งหลุนจะรวย แต่เขาก็ไม่ปล่อยให้เงินกระเด็นมาถึงเธอเลยแม้แต่นิด เธอก็จึงต้องออกไปหาเงินใช้เองแน่นอนว่าสิ่งที่เธอเคยลงคอร์สเป็นสูตรที่เก่
Magbasa pa
บทที่10
บทที่10เรื่องที่ฟางเหนียงกำลังจะเปิดร้านอาหารในเมืองเริ่มเป็นที่รู้กันทั่วไปมากขึ้น และนั่นก็ยิ่งทำให้คนที่ไม่ชอบฟางเหนียงยิ่งปากเสียมากกว่าเดิมแน่นอนว่าชายหนุ่มที่เมื่อก่อนแสนดีกับทุกคน ตอนนี้คนอย่างไห่ฮวนนั้นดีกับภรรยาเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น“ฝีมือจะกินได้หรือเปล่าก็ไม่รู้มีดีแค่หน้าตา” ไห่ฮวนเดินตรงไปตามเสียงนั่นเขาจ้องเขม็ง “ป้าทำไมถึงได้ปากเสียจังเลย หน้าตาก็ไม่ดี ปากก็ยังไม่ดี อาหารอร่อยหรือไม่ป้าก็ไม่มีทางรู้หรอกเพราะปากป้าเสียไปแล้ว” คำว่าของไห่ฮวนทำเอาฟางเหนียงอึ้งอ้าปากค้าง และอึ้งหนักกว่าเดิมเพราะหลังจากพูดเสร็จชายหนุ่มก็เดินกลับมาหาเธอด้วยรอยยิ้ม คำว่ากล่าวฟางเหนียงจึงน้อยลงเรื่อย ๆ เพราะเหตุนั้นไม่ใช่เพราะไม่อยากว่า แต่ไม่อยากโดนด่ากลับแล้วไม่รู้จะด่าคืนยังไง เพราะจะว่าไปบางครั้งไห่ฮวนก็ไม่ได้ด่า แต่ว่าเสียจนไปไม่เป็น“จะไปในเมืองกันอีกแล้วเหรอ อาไห่แม่ฝากฟางเอ๋อร์ด้วยนะ” ฟางเหนียงได้ยินคำที่แม่ของตัวเองเรียกสามีก็หลุดยิ้มกว้างออกมา เพราะเหมือนความฝันของเธอมันใกล้จะเป็นจริงเรื่อย ๆ แล้ว แต่ดูเหมือนอะไรอะไรก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด“หมายความว่าอย่างไรเช่าที่นี่ไม่ได้แล้ว”
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status