LOGINลูเซียโน่อุ้มเด็กชายตัวน้อยผิวขาวอมชมพูด้วยมือเพียงข้างเดียว เขาเดินออกมาจากคฤหาสน์ของราฟาเอล ข้างกายของมาเฟียหนุ่มมีอัญญาเดินเคียงข้างอยู่ โดยที่มือแกร่งของลูเซียโน่จับมือเธอเอาไว้แน่น ถึงแม้ว่าเขาจะอุ้มลูกน้อยอยู่ก็ตาม
“นายน้อยเหรอครับ” ริคิที่ยืนอยู่ข้างรถเอ่ยถามเจ้านาย เมื่อลูเซียโน่กับอัญญาเดินมาถึงรถเรียบร้อยแล้ว
“อือ” ใบหน้าหล่อคมพยักหน้าให้คนสนิทเบาๆ ทำให้ริคิอมยิ้มเล็กน้อย ต่อจากนี้ไปพวกเขาก็จะได้เลี้ยงลูกชายของเจ้านายแล้วสินะ
“เอาลูกมา ฉันอุ้มเอง” อัญญาเอ่ยขึ้นมา เพราะอาการบาดเจ็บที่แขนของชายหนุ่มยังไม่หายดี เธอไม่อยากให้แผลของเขาปริหรือฉีกมากไปกว่านี้
“ฉันอุ้มให้” ลูเซียโน่บอกกล่าวหญิงสาว เขานึกชื่นชมอัญญาอยู่ภายในใจ ขนาดเขาอุ้มเด็กชายยังไม่ถึงวัน เขายังปวดแขนแล้ว และที่ผ่านมาอัญญาต้องอุ้มอาร์โนด์คนเดียวมาโดยตลอด ลูเซียโน่ตั้งใจว่าต่อไปนี้เขาจะเป็นคนอุ้มลูกเอง
หญิงสาวปรายตามองแผลที่แขนของชายหนุ่มเล็กน้อย ยังดีที่เขาใช้อีกข้างหนึ่งในการอุ้มเด็กชาย และแขนข้างที่เจ็บอยู่คอยจับมือเธอเอาไว้
“ไปไหนต่อครับนาย” ริคิเอ่ยถาม
“กลับคฤหาสน์เลย…แล้วก็มึงไปจัดการเรื่องห้องให้ลูกกูด้วย แล้วก็หาพี่เลี้ยงให้สักสี่คน”
“สองคนก็พอ” อัญญาพูดแทรกขึ้นมา จะต้องเว่อร์วังทุกอย่างเลยสิพ่อคุณ
“สองคนก็สองคน” ลูเซียโน่มองหน้าหญิงสาวพลางบอกกล่าวลูกน้อง ทำให้ริคิยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
หลังจากนั้นพวกเขาขึ้นไปยังรถคันหรูทันที ริคิประจำตำแหน่งคนขับรถเหมือนดั่งเช่นทุกครั้ง ลูเซียโน่นั่งอยู่หลังเบาะคนขับกับอัญญา และมีเด็กชายตัวน้อยที่นั่งอยู่บนตักของชายหนุ่ม
ริคิลอบมองกระจกมองหลังอยู่เป็นระยะ เขาเห็นนายน้อยที่นั่งอยู่บนตักเจ้านายและเอื้อมมือคว้าอากาศหรือดูดนิ้วตัวเองเล่นบ้างตามประสาเด็กทารกที่กำลังเรียนรู้สิ่งต่างๆ แต่ที่ดูไม่เข้ากันกับเด็กตัวน้อยๆ ก็คงจะเป็นมาเฟียหนุ่มร่างกำยำคมเข้มนี่แหละ
“เอเลน่า” มาเฟียหนุ่มเอ่ยเรียกหญิงสาวขึ้นมา ขณะที่พวกเขากำลังนั่งรถมุ่งตรงไปยังคฤหาสน์ของลูเซียโน่อยู่ หญิงสาวจึงเลื่อนสายตามาสบตากับชายหนุ่ม
“เราไปหาแม่กันไหม แม่คงดีใจมากเลยที่ได้เจอเธอกับหลานชาย” สิ้นเสียงของมาเฟีย อัญญานิ่งเงียบไปชั่วครู่ เธอหลงลืมเรื่องของผู้มีพระคุณของเธอไปสนิทเลย ทั้งๆ ที่แม่ของชายหนุ่มช่วยเหลือเธอไว้ตั้งมากมาย
“ฉันยังไม่พร้อม” เสียงหวานตอบกลับไปพลางจ้องมองลูกชายเล็กน้อย
“ทำไมไม่พร้อม” ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัย มีอะไรที่หญิงสาวยังไม่พร้อมอีกเหรอ? ตัวเขายังไม่ชัดเจนหรือว่าเธอยังไม่เชื่อใจเขา
“ไม่ทำไม…แค่ยังไม่พร้อม” พูดจบ หญิงสาวก็เลื่อนมือไปเล่นกับเด็กชายที่นั่งอยู่บนตักแกร่ง โดยที่มีมือแกร่งจับตัวเด็กชายเอาไว้อยู่ตลอดเวลา
ลูเซียโน่มองหญิงสาวที่ทำหน้านิ่งเรียบไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา เขาไม่รู้ความคิดของอัญญาเลย ตอนนี้เธอกำลังรู้สึกหรือคิดอะไร เขาไม่เคยรู้มันอย่างแท้จริงเลย
“กลับมาแล้วเหรอครับนายท่าน” เสียงของอาเกลเอ่ยทักทายเจ้านาย เมื่อลูเซียโน่กับอัญญามาถึงคฤหาสน์และเดินขึ้นมายังบันไดหินอ่อนก่อนถึงประตูบ้าน สาวใช้ที่ยืนอยู่หน้าประตูก้มศีรษะให้เจ้านายอย่างพร้อมเพรียงกัน ซึ่งมีโคลอี้ยืนอยู่ข้างอาเกลด้วย
“เด็กชายคนนั้น…” อาเกลมองเด็กทารกในอ้อมแขนของเจ้านาย และยังไม่ทันที่หญิงแก่จะได้เอ่ยจบประโยค โคลอี้ก็เอ่ยพึมพำกับตัวเองขึ้นมา
“หน้าเหมือนนายท่านมากๆ เลยนะคะ”
“เด็กคนนี้ชื่ออาร์โนด์ เป็นลูกชายของฉันกับเอเลน่า” สิ้นเสียงลูเซียโน่ เหล่าบรรดาสาวใช้ต่างก็ยิ้มกว้างออกมาด้วยท่าทางดีอกดีใจ
“ฉันฝากทุกคนดูแลเมียกับลูกของฉันด้วยนะ”
“ค่ะนายท่าน!” สาวใช้ตอบรับอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ยินดีต้อนรับกลับมานะคะ…มาดาม” อาเกลเอ่ยกับมาดามของคฤหาสน์หลังนี้
อัญญาได้แต่ส่งยิ้มบางๆ ให้เหล่าบรรดาสาวใช้ ส่วนโคลอี้ที่เคยเป็นเหมือนสาวใช้ประจำตัวของหญิงสาวก็เอาแต่ส่งยิ้มหวานมาให้อัญญาอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่ลูเซียโน่จะจับมือบางเดินเข้าไปในคฤหาสน์พร้อมกับลูกชายที่อยู่ในอ้อมแขนของมาเฟีย
ภายในคฤหาสน์กำลังวุ่นวายกับการเตรียมห้องนอนให้คุณชายของบ้าน ลูเซียโน่จึงพาอัญญากับลูกมาที่ห้องนอนของตัวเองก่อน เขาอุ้มลูกไปนอนบนที่นอนของเขา จากนั้นอัญญาก็เข้ามากล่อมลูกชายนอนต่อ
ชายหนุ่มร่างกำยำจึงปลีกตัวไปนั่งอยู่ตรงโซฟาพร้อมกับหยิบแล็ปท็อปขึ้นมาเปิดทำงานอย่างเงียบที่สุด อัญญานอนตะแคงมองลูกชายพลางใช้มือบางตบตูดเด็กเบาๆ ชายหนุ่มนั่งทำงานอยู่บนโซฟาแต่ก็ปรายตามองหญิงสาวอยู่เป็นระยะ
จนกระทั่งเวลาผ่านไปสักพักหนึ่ง เด็กน้อยเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างง่ายดาย เมื่อหญิงสาวเห็นว่าลูกหลับสนิทแล้ว เธอจึงค่อยๆ ผละออกมาจากเด็กชายและลุกขึ้นมาจากเตียงอย่างช้าๆ
“ลูกหลับแล้วเหรอ” ลูเซียโน่ละสายตาออกจากหน้าจอแล็ปท็อปพลางเอ่ยถามหญิงสาว
“ใช่” อัญญาจัดแจงเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ เธอตอบกลับชายหนุ่มสั้นๆ
“มานี่มา” ลูเซียโน่เอ่ยเรียกให้อัญญามานั่งลงข้างๆ เขา หญิงสาวจึงเดินไปใกล้ๆ ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงโซฟา
“แผลคุณ” เธอสังเกตเห็นผ้าพันแผลสีขาวที่มีเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็หาย” ชายหนุ่มตอบกลับเหมือนกับว่าเขาไม่ได้สนใจบาดแผลของตัวเองสักเท่าไหร่ เขาปิดหน้าจอแล็ปท็อปลง ก่อนที่ร่างกำยำจะลุกขึ้นยืนและเลื่อนตัวไปกอดรัดหญิงสาวจากด้านหลัง ใบหน้าหล่อเหลาซบลงบนไหล่แบบบางอย่างออดอ้อน
“เอเลน่า มีเรื่องที่ฉันอยากรู้” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมา
“เรื่องอะไร” เธอเอ่ยถาม
“ที่เธอตามไปช่วยฉันวันนั้น เธอเป็นห่วงฉันใช่ไหม” เขาเอ่ยกระซิบถามข้างหูของหญิงสาว
“เปล่า” อัญญาไม่ยอมบอกความจริงชายหนุ่ม ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วเธอเป็นห่วงเขามากๆ
“ตอบให้มันตรงกับใจตัวเองบ้างสิครับคุณภรรยา”
“ใครภรรยาของคุณ”
“คนนี้ไง” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า เขาจุมพิตลงบนไหล่บางเพื่อตอกย้ำคำพูดของตัวเอง
“ไม่ใช่” หญิงสาวยังคงเอ่ยคัดค้านชายหนุ่มอยู่
“จะไม่ใช่ได้ยังไงล่ะ ก็มีอยู่คนเดียวนี่แหละ ไหนจะมีเจ้าตัวเล็กด้วยกันแล้วอีก” สิ้นเสียงชายหนุ่ม หญิงสาวเงียบไปชั่วครู่
“ฉันดีใจนะ…ที่สุดท้ายแล้วมันเป็นเธอ ในที่สุดฉันก็มีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบเหมือนคนอื่นเขาสักที” มือแกร่งเคลื่อนไปจับมือประสานกับมือเล็กของหญิงสาวเอาไว้ในขณะที่เขายังโอบกอดเธอเอาไว้อยู่ น้ำเสียงของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความจริงใจและอ่อนโยน
“เธอไม่ดีใจเลยเหรอ?” เขาเอ่ยถามต่อ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ตอบกลับอะไรมา
“ดีใจ” เสียงหวานตอบกลับอย่างนิ่งเรียบและแผ่วเบา
“อะไรนะ” เขาแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน แล้วขยับใบหน้าหล่อเหลามาเบียดเสียดใบหน้าของหญิงสาวมากขึ้น
“ก็บอกว่าดีใจไง”
“หึๆ …ฉันรักเธอนะ” สิ้นเสียงชายหนุ่ม ใจดวงน้อยเต้นตุบๆ ขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินคำว่ารักจากชายหนุ่ม เธอจึงไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำตัวอย่างไรหรือตอบกลับชายหนุ่มไปแบบไหนดี
“อือ” หญิงสาวขานรับในลำคอ ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ได้เซ้าซี้ให้เธอบอกรักกลับ เพราะเขารู้จักนิสัยของอัญญาดี ถ้าเธออยากพูดเธอก็จะพูดมันออกมาเอง
“ที่รัก” ชายหนุ่มเอ่ยเรียกหญิงสาว
“ที่รัก?” ใบหน้าสวยคมขมวดคิ้ว
“ใช่ ต่อไปนี้ฉันจะเรียกเธอว่าที่รัก”
“อย่ามาทำตัวหวานไปหน่อยเลยคุณ”
“ไม่ได้ทำตัวหวาน แต่หวานจริงๆ ลองชิมไหมล่ะ” น้ำเสียงของชายหนุ่มที่เคยจริงจังเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ขึ้นมาอย่างฉับพลัน
“หยุดเลย…ฉันหิวข้าว” ใบหน้าสวยคมขยับหนีชายหนุ่มเล็กน้อย
“อยากกินอะไรครับ”
“อะไรก็ได้” หญิงสาวตอบกลับ
“งั้นเดี๋ยวสามีให้พี่เลี้ยงเข้ามาดูลูกแทนนะ แล้วเราไปกินข้าวข้างนอกกัน”
“อือ” ใบหน้าสวยคมพยักหน้าให้ชายหนุ่มเบาๆ
ลูเซียโน่จึงคลายอ้อมกอดออกจากเอวคอดกิ่ว แล้วเลื่อนมือไปหยิบโทรศัพท์ในกางเกงมากดโทรออกหาใครบางคน แต่มือหนาอีกข้างก็ยังคงกอบกุมมือเล็กเอาไว้ราวกับว่าเขากลัวว่าเธอจะหายไปจากเขาอีก
สองเดือนต่อมาลูเซียโน่อุ้มเด็กชายที่หน้าตาคล้ายคลึงกับเขาเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องน้ำภายในห้องนอนของเขา อาร์โนด์สวมชุดเด็กสีฟ้าดูตัวใหญ่ขึ้นมากเมื่อเทียบกับสองเดือนที่แล้ว ลูเซียโน่จึงไม่ให้อัญญาอุ้มลูกเองเลยสักครั้ง เพราะเขาไม่อยากให้ภรรยาเหนื่อย ร่างกำยำเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องน้ำสักพักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปเคาะประตูน้ำพร้อมกับส่งเสียงเรียกหญิงสาว“ที่รัก…เป็นไงบ้าง” แต่ทว่าก็ไร้เสียงตอบกลับจากคนในห้องน้ำ ชายหนุ่มเคาะประตูห้องน้ำอีกครั้งและเอ่ยเรียกภรรยาต่อ“เอเลน่า”ทันใดนั้นเอง ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก ร่างผอมบางเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยใบหน้านิ่งเรียบจนชายหนุ่มไม่สามารถเดาออก“เป็นไงบ้าง” เขาถามอัญญาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นและดูมีความหวังอย่างเห็นได้ชัดหญิงสาวจึงค่อยๆ ยื่นที่ตรวจครรภ์ที่เธอเพิ่งตรวจในห้องน้ำเมื่อสักครู่นี้ไปให้ชายหนุ่มดู ใบหน้าหล่อเข้มปรากฏรอยยิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นขีดสีแดงสองขีดขึ้นบนที่ตรวจ“น้ำเชื้อพ่อมันดีจริงๆ เลย อาร์โนด์จะมีน้องแล้วนะลูก” ลูเซียโน่อุ้มเด็กน้อยเขย่าเบาๆ พลางบอกกล่าวกับลูกชายด้วยท่าทางดีอกดีใจ และเหมือนว่าเด็กทารกตัวน้อยเหมือนจะ
ในวันต่อมาลูเซียโน่กับอัญญากลับมาที่คฤหาสน์ของมาเฟียหนุ่ม ร่างกำยำสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเดินโอบไหล่ภรรยาคนสวยที่สวมชุดเดรสสีขาวดูอ่อนโยนและน่าทะนุถนอม ตั้งแต่หลังวันที่แต่งงานกัน ชายหนุ่มก็ขอให้อัญญาแต่งตัวแบบนี้ เพราะเขาบอกว่าเธอสวยและดูน่ารักมากกว่าเวลาที่สวมเพียงเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์คู่สามีภรรยาป้ายแดงเดินเคียงคู่กันมาและก้าวขึ้นไปยังบันไดหินอ่อนก่อนถึงหน้าประตูของคฤหาสน์ มือแกร่งโอบไหล่หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่ต่อหน้าสาวใช้ พ่อบ้าน หัวหน้าแม่บ้านที่ยืนรอรับมาดามอย่างเป็นระเบียบ และต้อนรับมาดามอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็มีโคลอี้ยืนอยู่ข้างหัวหน้าแม่บ้านด้วย“กลับมาแล้วเหรอคะมาดาม…นายท่าน” พ่อบ้านเอ่ยทักทายขึ้นมา “ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการนะคะมาดาม” หัวหน้าแม่บ้านเอ่ยต่อ“ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการค่ะมาดาม” เสียงของสาวใช้คนอื่นพูดต่ออย่างพร้อมเพรียงกัน “ขอบคุณทุกคนมากนะ” อัญญาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้รับการปฏิบัติที่ดีและอบอุ่นเช่นนี้จากคนอื่นมาก่อน เมื่อทุกคนพร้อมใจกันต้อนรับเธอด้วยใบหน้าที่สดใสและจริงใจเช่นนี้ มันทำให้อัญญารู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูกลูเซียโน่ลอ
เช้าวันต่อมาลูเซียโน่กับอัญญามาว่ายน้ำกันบนสระว่ายน้ำของโรงแรมหรูที่มองเห็นวิวทะเลได้รอบทิศทาง มาเฟียหนุ่มยังไม่ได้กลับไปทำงาน เพราะอยากดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้ให้ได้มากที่สุดอัญญาสวมชุดบิกินีสีดำผูกคอและหลัง ส่วนช่วงล่างก็สวมเพียงบิกินีตัวจิ๋วที่ผูกด้านข้างสะโพกกลมกลึงเอาไว้ทั้งสองข้าง แค่กระตุกปมทีเดียวก็หลุดออกหมดแล้ว เป็นครั้งแรกที่อัญญาสวมชุดว่ายน้ำให้ชายหนุ่มเห็น ลูเซียโน่จึงตาลุกวาวเป็นพิเศษ ชายหนุ่มท่อนบนเปลือยเปล่าเผยอกแกร่งกำยำ ท่อนล่างของชายหนุ่มสวมเพียงกางเกงว่ายน้ำขาสั้นเท่านั้น เขานอนกอดร่างผอมบางที่เกยอยู่บนตัวของเขา พวกเขานอนมองสระว่ายน้ำที่มีพื้นหลังเป็นทะเลอยู่บนที่นอนข้างสระ “ไปว่ายน้ำกันไหม” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมา “อือ” หญิงสาวจึงพยักหน้าให้เขาเบาๆจากนั้นทั้งสองคนก็ค่อยๆ เดินลงมายังสระว่ายน้ำพร้อมกัน จนกระทั่งตัวของชายหญิงทั้งสองคนลงไปในน้ำอย่างช้าๆ ลูเซียโน่ไม่อยากให้ใครเห็นเรือนร่างของภรรยา เขาจึงเหมาสระว่ายน้ำแห่งนี้เป็นเวลาหนึ่งวัน และแน่นอนว่าแม้กระทั่งพนักงาน เขาก็ไม่ยอมให้เขามาเลยสักคนลูเซียโน่เลื่อนตัวมามองอัญญาในชุดบิกินีสุดเซ็กซี่ แค่ชายหนุ่มมองหญิงเพียงเ
เวลาผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น งานแต่งที่แสนเรียบง่ายของมาเฟียหนุ่มกับอดีตสปายสาวถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายริมหาดทรายสีขาว ที่มีพื้นหลังเป็นทะเลสีฟ้าครามสะท้อนกับแสงพระอาทิตย์ที่อยู่เหนือทะเลสะท้อนพื้นน้ำ ซุ้มดอกกุหลาบสีขาวโปร่งบางตั้งอยู่ตรงจุดที่ทะเลกับท้องฟ้าบรรจบกันพอดี เจ้าบ่าวสุดหล่อสวมชุดสูทดูสง่างามยืนจับมือกับหญิงสาวที่สวมชุดเจ้าสาวสีขาวสายเดี่ยวและเป็นกระโปรงผ้าสั้นเหนือเข่าที่มีบางเบาสบายสยายลงไปจนถึงพื้น คู่บ่าวสาวยืนจับมือกันอยู่ตรงกลางซุ้มดอกไม้โดยมีบาทหลวงที่ยืนอยู่ด้านหลังของพวกเขา เสียงคลื่นซัดเบาๆ กระทบฝั่งดังอย่างต่อเนื่องพร้อมกับกำลังปรบมือให้กับช่วงเวลาสำคัญ เจ้าบ่าวโน้มใบหน้าไปจูบเจ้าสาวอย่างอ่อนโยนเท่าที่เจ้าบ่าวจะทำได้ทันทีที่พวกเขาแลกแหวนแทนใจให้กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่ามือแกร่งของมาเฟียหนุ่มก็แอบบีบเคล้นก้มงอนงามของเจ้าสาวอยู่ดีพิธีแต่งงานของลูเซียโน่กับอัญญาผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นและเรียบง่าย แขกเหรื่อในงานมีเพียงแค่คนที่รู้จักกันเท่านั้น อีกทั้งยังมีบอดี้การ์ดร่างกำยำหลายสิบชีวิตที่ยืนหน้าตานิ่งเรียบอยู่รอบๆ งานแต่งของมาเฟียลูเซียโน่จูบหญิงสาวอ
“กลับมาแล้วเหรอครับ นายท่าน…มาดาม” เสียงของเอเตียนเอ่ยทักทาย เมื่อเจ้านายกับมาดามเดินเคียงข้างกันเข้ามาในคฤหาสน์“กลับมาแล้ว” ลูเซียโน่โอบไหล่แบบบางของอัญญาเอาไว้พลางตอบกลับพ่อบ้าน “นายท่านครับ…สาวใช้คนหนึ่งทำความสะอาดห้องเก็บสะสมของเก่าแก่ แล้วเผลอทำแจกันตกแตกครับ” พ่อบ้านบอกกล่าวกับเจ้านายต่อทันที“ฉันเคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรือไง ใครทำงานพลาดก็ไล่ออกไปสิ” “ถึงขั้นไล่ออกเลยเหรอ” เสียงของอัญญาแทรกขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าสวยคมที่ขมวดคิ้ว ถึงแม้ว่าสาวใช้จะมีความผิดจริง แต่เธอคิดว่าการที่ถึงขึ้นไล่ออกมันรุนแรงเกินไป เธอเองก็เคยใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบาก เธอถึงรู้สึกเข้าอกเข้าใจคนที่ลำบากเหมือนกัน“เอ่อออ” ชายหนุ่มตะกุกตะกักเล็กน้อย เขาไม่รู้จะตอบกลับอัญญาอย่างไรดี เพราะที่ผ่านมาเขาทำเช่นนี้มาตลอด“ฉันว่ามันเกินไปนะ คนเราก็มีผิดพลาดกันได้” เสียงแข็งกระด้างของอัญญาบอกกล่าวชายหนุ่มต่อ“งั้นที่รักคิดว่าเราควรจัดการยังไงดีล่ะ” มือแกร่งลูบไล้ไหล่แบบบางเบาๆ “ก็แค่หักเงินเดือนหรืออะไรก็ได้”“เอ่ออ…ถ้างั้นก็หักเงินเดือนเธอไปก่อน แล้วถ้าทำผิดอีกครั้งก็ค่อยไล่ออก” “ครับนายท่าน” พ่อบ้านก้มศีรษะเล็กน้อยเป็น
ลูเซียโน่กับอัญญาอยู่กินข้าวเย็นกับโลล่าที่ฟาร์ม ก่อนที่พวกเขาจะกลับมาที่คฤหาสน์ อาร์โนด์หลับคาอกอัญญาไปตั้งแต่ตอนที่พวกเขากำลังขับรถออกมาจากฟาร์ม ลูเซียโน่ไม่ได้พาหญิงสาวค้างคืนที่บ้านไม้ เนื่องจากพรุ่งนี้เขามีประชุมกับกลุ่มเพื่อนต่อเมื่อกลับถึงคฤหาสน์ พี่เลี้ยงพาเด็กชายไปที่ห้องนอนของตัวเอง ส่วนลูเซียโน่กับอัญญากลับมาที่ห้องนอนของมาเฟียหนุ่ม พวกเขารีบอาบน้ำและเข้านอนกันทันที และในวันต่อมาพวกเขาก็ต้องรีบตื่น เพราะชายหนุ่มต้องไปทำงานที่กาสิโนก่อนในช่วงเช้า“ทำไมคุณถึงไม่ให้ฉันอยู่คฤหาสน์” เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นมา ในขณะที่พวกเขากำลังนั่งรถคันหรูมุ่งตรงไปยังกาสิโน“ก็อยากอยู่ด้วยตลอดเวลา” ลูเซียโน่หันมามองหน้าหญิงสาวพลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส เขาไม่อยากอยู่ห่างจากเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว “แล้วก็ลากฉันไปนั้นไปนี้ตลอดแบบนี้เนี่ยนะ” “ผัวเมียก็ต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลาสิ” ชายหนุ่มตอบกลับ ก่อนที่เสียงโทรศัพท์จะดังขึ้นมา “ขอรับโทรศัพท์ก่อนนะ” เสียงทุ้มบอกกล่าวหญิงสาว จากนั้นมือแกร่งล้วงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดรับสายทันทีลูเซียโน่รับโทรศัพท์และคุยงานด้วยใบหน้านิ่งเรียบอยู่ตลอดทาง ม







