LOGIN"ฉะ ฉันเป็นผู้หญิงของพ่อคุณนะ"
ร่างอรชรก้าวถอยแข้งขาสั่น ควานมือไปด้านหลัง เพื่อคว้าจับโต๊ะเครื่องแป้งตั้งหลัก รอจังหวะพุ่งตัวออกจากจุดนี้ ชายหนุ่มเดินเข้าหาช้าๆ รอยยิ้มร้ายปรากฏขึ้น ราวกับกำลังบอกว่าครั้งนี้เขาเอาจริง ไม่ใช่แค่แกล้งข่มขวัญ
"คุณคงจะรู้ว่า หลังจากที่พ่อตายไปทุกสิ่งของพ่อก็เป็นของผม" เมื่อไหร่จะเลิกอ้างพ่อเสียที คิดว่าจะหลอกเขาได้จริงๆ หรือ อีกอย่างเธอยังมีอะไรต้องกลัว ก็เมื่อหิวเงินจนถึงขนาดสวมรอยเป็นแม่เลี้ยงของเขา อีกทั้งประวัติ มีผู้ชายแก่พันพัวตั้งหลายคน อย่างน้อยก็คงผ่านมือก็ไอ้ตัวการที่วางแผนฆ่าพ่อเขานั่นแหละ
"แต่ฉันไม่ใช่สิ่งของ ไม่ได้เป็นมรดกตกทอดของพ่อคุณนะ"
"คุณไม่มีค่าพอที่จะเปรียบเทียบตัวเองกับมรดกหรอกบุษรินทร์ คุณมันเป็นตัวหายนะ ทำทุกอย่างเพื่อเงิน ยอมนอนกับผู้ชายแก่คราวพ่อ ผมจะช่วยสงเคราะห์ให้ คุณจะรู้รสชาติของหนุ่มวัยฉกรรจ์ดูบ้าง ว่ามันถึงใจยังไง”
"ไม่นะอย่า! " เมธาวีรวบตัวเธอได้ เขาอุ้มขึ้นแล้วพาเดินเข้าไปในห้องน้ำ
"คุณทำอะไร?! " ใจดวงน้อยเต้นเร็วจนเกือบจะคร่อมจังหวะ ชายหนุ่มไม่ตอบวางเธอลงพื้น
"มันอยู่กลางน้ำ ถ้าผมจะทำคุณหนีไปไหนก็ไม่พ้นหรอก แต่ไม่ต้องห่วงผมไม่เคยขืนใจผู้หญิง และคนอย่างผมไม่เคยอดอยากจนต้องทำอย่างนั้น"
เขาจริงจังในน้ำเสียงที่บอก จังหวะนั้นหญิงสาวจ้องสบสายตาคมกริบ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมีเสน่ห์ และเปี่ยมไปด้วยความร้อนแรงในนั้น โดยรวมแล้วเมธาวีคือชายหนุ่มสุดเซ็กซี่ และมีรูปร่างเร้าใจที่สุดเท่าที่เคยได้เข้าใกล้ แค่จ้องเท่านั้นจังหวะหัวใจเธอเต้นช้าลงแต่เต้นแรงจะทะลุหน้าอก
"แช่น้ำอุ่นแล้วจะดีขึ้น อาบน้ำเสร็จแล้วออกมาตกลงกัน"
ออกคำสั่งแล้วเดินไปเปิดน้ำอุ่นลงในอ่างให้เธอ
"คุณออกไปสิ ฉันจะอาบน้ำ"
"เร็วๆ เลย"
เมธาวีทำเสียงดุก่อนหันหลังเดินออกไป บุษรินทร์สูดหายใจลึกๆ แล้วผ่อนออกมา เธอเองก็ผิดที่มาอ้างตัวเป็นผู้หญิงของเมธี เพราะหวังเงินจากเขา การคุยกันด้วยเหตุและผลน่าจะดีกว่า ราวแขวนในห้องน้ำมีผ้าเช็ดตัวสีเทาพาดอยู่ บุษรินทร์คว้ามาถือไว้ เธอถอดชุดอย่างยากลำบาก ก่อนลงไปแช่น้ำอุ่น ความร้อนช่วยให้ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาสามวันผ่อนคลายลงได้จริงๆ
ร่างเล็กในอ่างอาบน้ำตั้งช่วงไหล่ขึ้นมาโผล่เหนือฟองฟอด หญิงสาวหลับตาพริ้มหลายนาที แล้วจึงลืมตามองไปอีกด้านของห้องน้ำ มีม่านที่ถูกรวบไว้ ผนังกระจกติดฟิล์มฝั่งนี้ เธอมองเห็นท้องทะเลกว้างใหญ่สวยงาม ชะโงกหน้าส่องมองออกไปอีกด้านมีสระน้ำจืดด้วย นี่มันบ้านพักในฝันเลย มาวันแรกมัวแต่กลัวไม่ได้สังเกตอะไรมาก
คนตัวเล็กนุ่งกระโจมอกย่องออกจากห้องน้ำ สะเพร่าจริงๆ เลยทำไมเธอไม่ถามหาชุดเปลี่ยนก่อนอาบนะ ชุดเดรสมัดย้อมสีสันฉูดฉาด พร้อมชุดชั้นในสีชมพูหวานวางไว้บนเตียงส่วนเขาไปไหนไม่รู้ อาจปลีกตัวหลบให้เธอเปลี่ยนชุด
"คนบ้าซื้อชุดชั้นในให้ฉันด้วยเหรอ"
นี่มันบ้าบอสิ้นดี กัดปากขวยเขินแล้วคว้ากางเกงตัวจิ๋วมาใส่ก่อน ติดตะขอบราเซียร์จากด้านหน้า แล้วพยายามหมุนรอบตัวให้เต้ามาอยู่ข้างหน้า ไม่อยากเชื่อว่าจะปวดข้อมือหนักขนาดนี้ระหว่างนั้นได้ยินเสียงเดินเข้ามาในห้องบุษรินทร์รีบคว้าผ้าเช็ดตัวบนเตียงขึ้นมาพันรอบตัวแล้วกุมหน้าอกเอาไว้แน่น ก่อนหันมองคนตัวโตในสภาพเปลือยท่อนบน เดินยิ้มร้ายเข้ามาหาเธอ
"คุณมาร์กออกไปก่อนฉันยังแต่งตัวไม่เสร็จ นี่คุณบอกว่าอย่าเข้ามาไง! " เขาก้าวจนประชิดตัวเธอทางด้านหลังก่อนคว้าจับสายบราเซียร์
"ผมช่วยใส่"
"ไม่ ปล่อยนะ! " หญิงสาวตีมือของเขา แล้วต้องสะบัดมือตัวเองเบาๆ เพราะอาการเจ็บ
"ก็มือคุณเจ็บ อย่าดื้อได้ไหม ถ้าไม่ให้ช่วยใส่ผมจะถอดนะ"
ต้องใช้คำขู่ถึงยอมนิ่ง แต่ยังมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ ชายหนุ่มร่นผ้าเช็ดตัวลงมาใต้ทรวงอกเธอ
"ทำไมตะขอมันอยู่ด้านข้าง"
"ฉัน เอ่อ ใส่จากข้างหน้าแล้วหมุนไปไว้ด้านหลัง"
ตอบด้วยใบหน้าแดงเห่อ ไม่คิดว่าต้องมาอธิบายการใส่ยกทรงกับผู้ชายที่ไม่ใช่แฟน เธอหมุนไปได้แค่ครึ่งทาง ความจริงก็ใส่เองได้แค่ใช้เวลามากหน่อย ชายหนุ่มหัวเราะฮึในลำคอ ใช้ปลายนิ้วสะกิดตะขอหลุดออกจากกัน
"นี่คุณทำอะไร?! " บุษรินทร์สะดุ้งขยับตัวออกห่างแต่ถูกจับไหล่ทั้งสองเอาไว้
"ช่วยใส่ไง" "แล้วคุณถอดทำไม? "
"เฉยๆ เถอะน่า" เขาดุเบาๆ ดึงบราเซียร์ตัวนั้นออกมา จัดแจงทาบด้านเต้าทรงกับด้านหน้า หญิงสาวกุมหน้าอกแน่น
"หลับตาสิ จะได้ไม่เห็นว่าผมทำอะไร" เขาพูดอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่เธออายจนอยากจะร้องไห้ ถอนหายใจแรงๆ หนึ่งทีแล้วหลับตาปี๋ ปล่อยให้เขาสวมใส่ให้ ทว่ายิ่งหลับตายิ่งรับรู้สัมผัสได้ดี เนื้อผ้าแนบเข้ากับเต้าทั้งสอง มือหนาของเขาจับสายยกทรงสอดเข้าแขนเธอทีละข้าง หัวใจเธอสั่นระรัวอีกแล้ว
บุษรินทร์มีปฏิกิริยาเท่าไหร่เขายิ่งอ้อยอิ่ง หลอกล่อให้เธอแสดงออกซึ่งการตอบสนอง แผ่นหลังเนียนสวย สองเต้างามของและกลิ่นหอมของหญิงสาว ปลุกความต้องการของเมธาวีอย่างรุนแรงจนต้องสูดหายใจลึกๆ และกลืนน้ำลายอึกใหญ่
"เสร็จยัง? " ถามเพื่อให้เขาเร่งมือ
"ยังไม่เสร็จ ผมเคยบอกแล้วว่าถนัดถอดมากกว่า"
ริมฝีปากอุ่นกระซิบข้างหู ลมร้อนผ่าวปะทะติ่งหู ขนลุกซู่ทั่วสรรพางค์กาย รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ อย่างบอกไม่ถูก
"ช่วยรีบๆ ใส่เถอะ ฉันอายจะตายอยู่แล้ว"
เธอวอนขอเสียงสั่นเครือ
"ผมเปลี่ยนใจแล้ว เรามาคุยกันไปใส่ไปดีกว่า"
"คุยไปใส่ไปบ้าอะไรของคุณ หยุดนะ! " บุษรินทร์แหงนหน้าขึ้นแหวใส่ จะขัดขืนก็ไม่เต็มที่เพราะเจ้ายกทรงชมพูอยู่ในมือเขา มือใหญ่ทั้งสองกำลังฟอนเฟ้นหน้าอกเธอเบาๆ
"ใส่อะไรคุณก็น่าจะรู้ ถามหน่อยสิว่า หลังจากที่เลิกกับพ่อ คุณเคยทำมันกับใครไหม? "
"ทะ ทำอะไร คุณหมายถึงอะไร? "
"ฮึ ผู้หญิงที่มีประสบการณ์ โดยเฉพาะกับนายหัวเมธีไอดอลของผมแล้วนี่ไม่น่าถามแบบนี้เลยว่าไหม"
"อ๊ะ! " บุษรินทร์สะดุ้งโหยง เขาเลิกผ้าขนหนูขึ้นแล้วแทรกมือเข้าไปในแพนตี้ตัวน้อย นิ้วมือใหญ่ลูบที่ติ่งเกสรและเริ่มบดขยี้มัน เพียงเท่านั้นก็ร้องครางร่างกายอ่อนเปลี้ย โยกแผ่นหลังโคลงเคลงเข้ากับแผงอกแกร่ง นั่นยิ่งทำให้กล้ามเนื้อของเมธาวีตึงแข็งขึงขึ้นมากกว่าเดิม มือขวาจัดการความเป็นหญิง
อุ้งมือซ้ายขยุ้มหน้าอกดึงบราเชียร์โยนทิ้งไป บุษรินทร์สับสนถูกเขาลวนลามควรจะหวีดร้องสุดเสียง ขัดขืนจนตายไปข้างหนึ่งสิ แต่นี่อะไรทำไมถึงได้ทำตัวเป็นผู้หญิงร่านแบบนี้
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ


![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




