Share

เก็บใจไว้ช้ำ 5.1

last update Last Updated: 2026-02-09 16:04:00

"รูดเบาๆ " เขาจับมือสอนงานเธอไปด้วย

"ซี้ดส์ อ่าห์...ชักแบบนั้นแหละ"

ชายหนุ่มใบหน้าเหยเกเพราะเสียวซ่าน หนังห่อหุ้มลำลึงค์ถอกดึงรั้งให้ส่วนปลายเบ่งบาน น้ำใสซึมออกมาเคลือบวาววับ เรื่องขอให้ใช้ปากหยุดไว้ก่อนดีกว่าเพราะนาทีนี้เขาต้องการเข้าสู่เธอ เมธาวีประกบจูบเร่าร้อน โอบกอดหญิงสาวให้นอนราบไปกับเตียง แทรกกายแยกขาเรียวทั้งสองให้เปิดกว้าง แท่งเนื้อแข็งขึงจรดร่องหลืบที่แทบมองไม่เห็นทางให้มุดเข้าไป

"อ่า"  

เขาเจ็บจนต้องหยุดและครางออกมา เข้าได้เพียงเล็กน้อยก็ต้องหยุดก่อน ส่วนคนใต้ร่างเหยียดเกร็งสั่นระริกราวกับกำลังชักกระตุกบีบรัดพยายามปิดกั้น สีหน้าเธอบิดเบ้และน้ำตาคลอ

"หยุด เถอะนะคะ ฉันเจ็บ"

ชายหนุ่มไม่รับฟังพยายามกดเข้าไปอีกหน จนผ่านทะลุม่านความสาวได้ บุษรินทร์เปล่งเสียงครางทรมานปานถูกเชือด ได้ยินเสียงร้องไห้สะอื้นเบาๆ ร้องไห้บีบน้ำตาเธออาจแสดงได้ แต่ร่างกายไม่โกหก ผู้หญิงคนนี้ยังบริสุทธิ์อยู่

"นิ่งๆ ก่อน ผมจะยังไม่ขยับ" 

ชายหนุ่มหยุดพักความเจ็บปวดทั้งสองฝ่าย เขาคงใหญ่โตเกินไป และเธอไม่เคยผ่านใครมาก่อน หัวใจหนุ่มหล่อเต้นแรง เคยมีประสบการณ์กับหญิงพรหมจรรย์แล้วหลายคน แต่ไม่มีครั้งไหนตื่นเต้นแบบนี้ ไม่มีใครร้องไห้อย่างน่าสงสารได้เท่าบุษรินทร์ อาจเพราะเธอกำลังกลัว กลัวแต่ก็ยอมคงเพราะเงินสำคัญกับเธอมาก คิดถึงจุดนี้ก็โกรธขึ้นมาซะอย่างนั้น

"คุณโกหกผมว่าเคยเป็นของพ่อมาก่อน"

"ฉันเคยเป็นคนรักคุณเมธี ไม่ได้บอกนี่ว่าเคยมีอะไรกับเขา" 

"นั่นแหละ คุณทำให้ผมเข้าใจผิด ว่าคุณเคยผ่านมาแล้วทั้งพ่อผม และนายวิโรจน์ ช่วยไม่ได้นะ ผมไม่รู้นี่ว่าคุณไม่เคย แต่ถึงคุณจะบริสุทธิ์ มันก็ยังไม่คุ้ม ไม่สาสมที่คุณมาอ้างตัวเป็นผู้หญิงของพ่อหรอก"

"เอ๊ะ! เจ็บนะ หยุดเถอะ คุณมาร์ก...อืม"

เขาไม่รับฟังคำขอแต่กลับดันตัวเข้าสุด ขยับโยกช้าๆ เพราะรู้ว่าหญิงสาวเจ็บปวดมากแค่ไหน ริมฝีปากหนาบดเคล้าปิดกลั้นเสียงครางทรมาน คิดเอาเองว่าบุษรินทร์ต้องมีประสบการณ์มาแล้ว และคงไม่รอดเงื้อมมือนายวิโรจน์ไปได้ ทำไมต้องรู้สึกดีที่เธอบริสุทธ์ผุดผ่องด้วย ในเมื่อไม่ได้รักผู้หญิงคนนี้ และไม่เคยยินดีหรือภูมิใจกับการได้เปิดซิงผู้หญิง

บั้นท้ายปอดขยับเน้นๆ ผลักดันความแข็งแกร่งแทรกสู่เธอ อย่างเชื่องช้า ไปพร้อมกับปลุกเร้าปรนเปรอทรวงอกเธอด้วยริมฝีปาก หลอกล่อให้คล้อยตามจนได้ยินเสียงร้องเจ็บปวดเปลี่ยนเป็นเสียงครางแผ่ว รับรู้ได้ว่าทุกส่วนของกายเล็กผ่อนคลาย และโอบกอดบ่ากว้างเอาไว้ราวกับเรียกร้องหาเขา 

เมธาวีเคลื่อนไหวสะโพกหนักหน่วงในจังหวะเร็วและแรงขึ้น ทำให้เขาหายจากความอึดอัดที่ถูกรัดเสียแน่น น้ำแห่งความปรารถนาของเธอซึมออกมามาก ช่วยให้การเคลื่อนไหวคล่องตัวขึ้น แต่คนไร้ประสบการณ์ทำตัวไม่ถูก และยังเกร็งอยู่มาก

"ปล่อยความต้องการออกมา ขยับเข้าหาผม ใช่ ดีมาก โอว"

บุษรินทร์ถูกควบคุมและถูกดึงเข้าสู่ความหฤหรรษ์อันแสนประหลาด ความเป็นชายของเขาทำเธอเจ็บปวดที่สุด และสิ่งนั้นนั่นเองกำลังทำให้เธอเสียวซ่านไปทุกอณูกายวืดหวิวแปลกๆ ยิ่งเขาเหวี่ยงสะโพกแรงๆ แท่งร้อนดังไฟรัวเข้าออกถี่ๆ จุดให้เพลิงสวาทแผดเผาเธอ ไม่คิดว่าตัวเองจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ร้องครางออกมาไม่ขาดปาก

"คุณมาร์ก" หลับตาพร่ำเรียกชื่อชายผู้กระทำต่อเธอออกมาหลายต่อหลายครั้ง ยิ่งทำให้เขาได้ใจ กระตุกยิ้มมุมปาก

"เสียวมากเหรอ ชอบไหมตอบผมสิ"

"ฉัน อา..." เธอไม่รู้จะตอบอย่างไร รู้เพียงว่าดีเหลือเกิน

"คุณมาร์ก" หลับตาเรียกชื่อชายผู้กระทำต่อเธอออกมาหลายต่อหลายครั้ง ยิ่งทำให้เขาได้ใจ กระตุกยิ้มมุมปาก

"เสียวมากเหรอ ชอบไหมตอบผมสิ"

"ฉัน อา..."

เธอไม่รู้จะตอบอย่างไร รู้เพียงว่าดีเหลือเกิน ที่เจ็บก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามปวดและเสียวในคราวเดียว ทรมานเหมือนใจจะขาด แต่ก็อยากถูกเขากระทำต่อไป ชายหนุ่มลุกนั่งยกขาหนึ่งข้างของบุษรินทร์พาดไว้ที่แขนของเขา เริ่มตอกอัดความเป็นชายเข้าไปใหม่

"คุณมาร์ก" 

"ตอบผมได้ไหม รู้สึกยังไง อยากให้หยุดหรือเปล่า"

"อย่านะคะ อย่าหยุด" เธอห้ามเขาเสียงสั่นเครือ

ฝ่ามือหนาทั้งสองเกาะกุมทรวงอกอวบเอาไว้ ก่อนตะบันเข้าใส่ด้วยพละกำลังทั้งหมด เขากวาดสายตาคมกริบมองใบหน้าหวานที่กำลังอยู่ในอารมณ์กระสัน เธอพริ้มเปล่งเสียงครางอย่างไม่อดกลั้นเซ็กซี่เหลือเกิน ยิ่งมองยิ่งเกิดอารมณ์ ร่างกายเธอบีบรัดเขาแน่นแต่ยืดหยุ่นได้ดี

"คุณมาร์กฉันไม่ไหว อา มันเหมือนใจจะขาด"

บุษรินทร์ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา อีกทั้งยังปั่นป่วนในช่องท้องจากการถูกรุกรานรุนแรง ร่างกายเธอเหมือนจะแหลกเป็นเสี่ยงๆ หวีดร้องเสียงหลงเหมือนมีแสงระยิบระยับผุดรอบตัว เมธาวีเร่งจังหวะจนรับรู้ถึงความชื้นแฉะที่มากขึ้น เขาค่อยๆ ผ่อนและหยุดนิ่ง ลืมตามองคนตัวเล็กที่นอนระทวยใต้ร่างเขา เนื้อตัวทั้งคู่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทั้งที่อุณหภูมิห้องเย็นเฉียบ ความแข็งแกร่งในตัวเธอถูกเนื้อในบีบรัด เขาหมุนสะโพกวนทั้งที่เธอยังหายใจหายคอไม่ทั่วท้อง

"อ่ะ อา คุณมาร์กฉันเหนื่อยนะ และเจ็บมากด้วย"

"ก็คุณตอดผมไม่หยุดนี่ "

ฝ่ามือใหญ่จับเธอพลิกตะแคงเขาช้อนขาเรียวมาไว้ที่แขนพับ แล้วแทรกความใหญ่โตเข้าสู่หญิงสาวจากทางด้านหลัง ที่แสนคับแน่น แต่เคลื่อนไหวได้ลื่นไหลเพราะหยาดน้ำของเธอ กลิ่นกำหนัดของเธอกระตุ้นให้เขาขยับโยกเร็วขึ้น เมธาวีคำรามฮึมฮัมเบาๆ อย่างพึงพอใจ โอบกอดหัวไหล่คนนอนตะแคงด้านหน้า แล้วดึงรั้งหญิงสาวให้หันมารับจูบ ระหว่างนั้นมือก็ขยำหน้าอกไปด้วย ท่อนเนื้อใหญ่เคลื่อนเข้าออก

บุษรินทร์สั่นสะเทือนในวงแขนกำยำ ในหัวสมองลืมเลือนทุกสิ่งอย่าง รับรู้เพียงความสุขจากการร่วมรัก มีความสุขงั้นหรือ เธอกับเขาไม่ได้รักกันสักหน่อย แต่ปฏิเสธความสุขที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย

"วินวินทั้งคู่" ตอนนี้เธอเข้าใจคำที่เขาบอก เรื่องเซ็กซ์ไม่มีใครเสียเปรียบได้เปรียบ เขากำลังบำเรอให้เธออยู่ คิดแบบนี้จะสบายใจมากกว่า เมธาวีเปลี่ยนท่วงท่า สอนลีลารักให้คนไร้ประสบการณ์ เธอเรียนรู้ที่จะส่ายเอวรับ แอ่นความเป็นหญิงให้เขาบดอัดเข้าใส่

"อา คุณนี่ สู้ไม่เบาเลย ซี้ดส์ ไม่ไหวแล้ว บุษรินทร์"

คนคร่อมด้านบนคำรามเสียงดังจับต้นขาเธอแน่น เร่งจังหวะบั้นเอวระวิงและกดเข้าลึกสุด ธารน้ำอุ่นพุ่งเข้าสู่ช่องท้อง และบุษรินทร์เองก็หลั่งความสุขสมอีกคราร่วมกับเขาด้วย เมธาวีหอบหายใจซบใบหน้าเปื้อนเหงื่อลงกับซอกคอที่เปียกชื้นเช่นกัน 

เธอโอบกอดชายหนุ่มเอาไว้แน่น ขมิบช่องคลอดบีบรัดเหมือนต้องการสัมผัสสิ่งที่ยังแทรกอยู่ในนั้น

"พระเจ้า! คุณจะท้องหรือเปล่า" 

เขาพึมพำเบาๆ ที่ผ่านมาไม่เคยพลาดเพราะกลัวผู้หญิงผูกมัด นั่นเพราะเธอเหล่านั้นเป็นฝ่ายเข้าหา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับบุษรินทร์ เป็นความต้องการที่เกิดอย่างไม่ทันตั้งตัว สัมผัสเธอเพลิดเพลินจนไม่สนใจอะไร ยิ่งได้รู้ว่าได้เป็นคนแรกก็ไม่คิดถึงเครื่องป้องกัน การได้ปลดปล่อยเชื้อพันธุ์เข้าสู่เธอนี่มันคือสวรรค์ชัดๆ

"ฉันเองก็ไม่รู้ว่าปลอดภัยไหม" เพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีอะไรกับใคร

"เอาไว้ค่อยคิดว่าจะทำยังไง แล้วคุณเป็นยังไง" เขายกตัวขึ้นจ้องใบหน้าเธอทั้งยิ้มหวาน

"เป็น อะไร หรือคะ"

บุษรินทร์อายเธอตะแคงหน้าหนีสายตาคม แต่เขาโอบข้างแก้มทั้งสองให้มองขึ้นมา เพิ่งรู้ว่าเวลาเมธาวียิ้มด้วยรอยยิ้มเป็นสุข ทำให้เธอรู้สึกสุขใจไปด้วย ไม่เหมือนก่อนนี้ที่คอยเอาแต่ต่อว่า ทำหน้าบึ้งใส่เหมือนเกลียดกันมาเป็นร้อยปี

"ฟินหรือเปล่า" เขากระซิบข้างหูแล้วซุกใบหน้าไซ้สูดดมกลิ่นเข้าไปเต็มปอด

"คนบ้า ฉันไม่รู้หรอก" 

น้ำเสียงเขินอายจนเก็บทรงไม่อยู่ เมธาวีหัวเราะฮึในลำคอ เคลื่อนไหวปลุกความเป็นชายภายในตัวเธอให้ค่อยๆ ขยายหลังพักหายใจหายคอ 

บทรักร้อนแรงส่งท้ายจบในช่วงหลังเที่ยงคืน เมธาวีตื่นขึ้นมาในช่วงเช้าตรู่ เพราะลมหายใจร้อนผ่าวรดเข้าที่ซอกคอเขา ใช้หลังมืออังที่หน้าผาก 

"เป็นไข้เลยเหรอ ทำอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็ป่วย"

เขาส่ายศีรษะ วันนี้ต้องไปรับเบลล่าที่สนามบิน และมีธุระกับเอเดรียน อีกอย่างเขาไม่ใช่คนที่จะต้องมาดูแลคนป่วยอะไรแบบนี้ ชายหนุ่มเอาผ้าผืนเล็กชุบน้ำบิดให้หมาดเอามาวางไว้ที่หน้าผากเล็ก แล้วออกไปกับเรือที่มารับทิ้งบุษรินทร์หลับเพียงลำพัง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   การลงทัณฑ์ของเมีย 14.2

    ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   การลงทัณฑ์ของเมีย 14.1

    อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.4

    คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.3

    “แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.2

    “โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.1

    บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status