로그인เสียงเคาะประตูดังปัง! ถี่ๆ ที่ห้องพักของป๋องแป้ง ทำให้เมธาวีกับลูกน้องทั้งสองมุ่งไปที่นั่นก่อน ห้องป๋องแป้งถูกเชือกฟางมัดขังเอาไว้ แล้วบุษรินทร์ละ มีคนร้ายลักพาตัวเธอหรือเปล่า ป๋องแป้งยังไม่ออกมาจากห้อง แต่ชายหนุ่มผละตัวไปที่ห้องนอนของเขา ภายในว่างเปล่าไม่มีบุษรินทร์ที่เตียง
เปิดประตูเข้าไปในห้องน้ำ ไม่มีเช่นกัน ในใจร้อนรนเป็นห่วงเธอเหลือเกิน เขาเดินออกมาที่ล็อกเกอร์หัวเตียงเปิดออกมาไม่มีกระเป๋าของบุษรินทร์ ลักพาตัวเอาของไปด้วยหรือ เขาเริ่มรู้สึกแปลก จังหวะนั้นหันไปที่กระจกบนโต๊ะเครื่องแป้งจึงเห็นข้อความที่ถูกเขียนด้วยลิปสติกสีนู้ด
“ฉันกลับกรุงเทพแล้วนะคะ ตามข้อตกลงของเรา ถ้าออกจากเกาะได้ คุณจะให้อิสระกับฉัน ลาก่อนค่ะ”
เมธาวียืนนิ่งไปชั่วครู่ รู้สึกตัวชาก่อนจะค่อยๆ ร้อนระอุ ขบกรามดังกรอด ท่ามกลางอารมณ์โกรธสุดขีด ก็เกิดคำถามในหัวว่าบุษรินทร์ไปได้ยังไง ใครเป็นคนพาไป หรือมีการวางแผนอะไรลับหลังเขา เธอกลัวไม่ได้ไปจากเขามากขนาดต้องหนีเลยหรือ ไม่มีทางที่เขาจะเหนี่ยวรั้งคนที่อยากจะไปจากตัวเองขนาดนี้ คิดถึงตรงจุดนี้ก็เกิดความสับสนว่า ถ้าบุษรินทร์ขอไปเขาจะยอมให้เธอไปง่ายๆ หรือเปล่า ทำไมถึงรู้สึกไม่อยากให้เธอไปไหน ชายหนุ่มเดินสีหน้าตึงออกจากห้อง ป๋องแป้งยืนน้ำตาคลอเพราะกลัวความผิดที่เธอดูแลบุษรินท์ไม่ดี ปล่อยให้หนีไปได้
“นายหัวคะ ฉันขอโทษ ไม่คิดเลยว่าบุษจะหนีไป พูดคุยกันก็ไม่ได้มีสัญญาณบ่งบอกว่าจะไปจากที่นี่เลย”
หญิงสาวยกมือไหว้ขอโทษ ไม่มีคำต่อว่าด่าทอทั้งที่สีหน้าเมธาวีดูโกรธมากราวกับจะฆ่าคนได้ แต่เขากลับพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง
“เรากลับขึ้นฝั่งกันเถอะ”
“ให้ผมแจ้งคนของเราติดตามไหมครับ”
“ฉันสั่งให้ตามงั้นเหรอ! ”
เขาตวาดใส่หน้าลูกน้อง ระเบิดอารมณ์ที่พยายามข่มเอาไว้ ก่อนจะเดินหัวเสียลงเรือไป ทั้งสองรวมถึงป๋องแป้งรีบตามลงเรือไป
นายหัวมาร์กไม่เคยใส่ใจผู้หญิงคนไหนนอกจากเบลล่าและเอวา เคยมีกรณีคู่นอนของเขาไปยุ่งพัวพันกับชายอื่น เมธาวีไม่เคยมีอาการฉุนเฉียวหรือแคร์ผู้หญิงเหล่า แค่สั่งห้ามมาให้เห็นหน้าอีก แต่กับบุษรินทร์แล้ว ดูออกเลยว่าเขาโกรธมาก ถึงกับเก็บตัวเงียบๆ คนเดียวในห้อง
บุษรินทร์กลับมาถึงกรุงเทพฯ เมื่อสองวันก่อนด้วยยังไม่พร้อมเจอใคร จึงเช่าโรงแรมชั่วคราว เพราะเธออยู่ในช่วงเวลาทำใจ เจ็บปวดที่จากเมธาวีมา เพิ่งรู้ตัวเองว่ารักเขามากก็ตอนที่นอนร้องไห้ฟูมฟายในห้อง เขามีแฟนแล้ว และเธอเป็นแค่คู่นอนปลดหนี้ ถ้าไม่จบตอนนี้อีกไม่นานก็ต้องจบอยู่ดี และอาจเสียใจยิ่งกว่า หลังทุกอย่างดีขึ้น บุษรินทร์จะกลับไปอยู่กับน้ายุพา เพราะรู้ว่าตอนนี้น้าไม่มีใคร สามีก็ทิ้งลูกชายก็ติดคุก
ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ปราบดาขอกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ และติดต่อบุษรินทร์ ขอให้เปลี่ยนใจเรื่องเข้าหานายวิโรจน์ เพราะหลังเขาแจ้งเรื่องเมธาวีรอดชีวิตมาได้ นายวิโรจน์โกรธและใช้ความรุนแรงกับเด็กในบ้าน พอได้ฟังเธอก็สงสารจับใจ กลับยิ่งอยากเข้าไปบ้านหลังนั้นเร็วขึ้น
“นายวิโรจน์มีเด็กที่เลี้ยงไว้กี่คนคะ? ” [พวกที่งานน้อยต้องอยู่ที่บ้านนี้ มีสามคน แต่คนที่โดนหนักสุดตอนนี้คือเมริกา]
“เมริกาที่เป็นนางแบบหรือคะ เท่าที่ทราบเธอก็งานเยอะตัวท็อปของวงการนี่หน่า ทำไมถึงถูกทำร้าย”
[ริก้าทำทุกอย่างเพื่อนายวิโรจน์ บางครั้งเธอเป็นคนคิดวางแผนฆ่าที่แนบเนียน ผมเคยอยู่ในเหตุการณ์วางแผนฆ่าภรรยาเก่าของนายวิโรจน์ ล่าสุดริก้าจ้างคนลักพาตัวคุณโรส แต่ถูกด็อกเตอร์กฤษณ์บุกเข้ามาช่วยไว้ทัน เธอก็เลยถูกทำโทษที่ทำงานพลาด และยังเป็นเหตุให้ด็อกเตอร์กฤษณ์ออกจากทีมที่ปรึกษาทางกฎหมาย]
ไม่อยากเชื่อเลยว่านายวิโรจน์จะมีเบื้องหลังดำมืด ยิ่งฟังก็ให้รู้สึกว่าคนคนนี้นรกส่งมาเกิดหรืออย่างไร บุษรินทร์โล่งใจที่โรสไม่เป็นอะไร การเข้าไปสืบเรื่องชักจะน่ากลัวอย่างคำเตือนเสียแล้ว
“ถ้าริก้ากำลังถูกทำร้าย เธออาจยอมบอกความจริงก็ได้”
[ถ้ายังมีชีวิตอยู่นะ ริก้าถูกขังไว้ห้องลับ เป็นห้องเก็บเสียง คนที่ถือกุญแจมีแค่นายวิโรจน์กับ รปภ.ที่คอยเอาข้าวเอาน้ำไปให้ การวางแผนเอากุญแจทำได้ยาก และสำคัญคุณจะเอาตัวรอดจากนายวิโรจน์ได้ยังไง]
ปราบดามีน้ำเสียงหนักใจ อย่างที่เขาบอกวิโรจน์เหี้ยมยิ่งกว่าปีศาจ
“คุณก็ช่วยบุษสิ อย่าให้เขาทำอะไรบุษได้”
หญิงสาวยืนยันจะเอาตัวเข้าเสี่ยง วางแผนการเข้าหานายวิโรจน์อย่างไม่ให้ดูเป็นการจงใจ และทุกอย่างเข้าทาง หลังเธอกลับเข้าทำงานรายการทีวีขายสินค้า โครงการบ้านจัดสรรค์ไนท์ เสปซ ติดต่อขอลงโฆษณา ซ้ำยังประสานเธอเป็นการส่วนตัวให้มาถ่ายแบบ โปรโมทบ้านทั้งที่ไม่ใช่นางแบบมืออาชีพ
หญิงสาวรู้ได้ทันทีว่า นายวิโรจน์เองก็กำลังเข้าหา คงเพราะอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับเมธาวี เธอเองก็พยายามไปในที่ที่เขาไปอย่างเนียนๆ เจอกันโดยบังเอิญหลายครั้ง ท่าทางยั่วน้อยๆ แม้ว่าจะห่างหายไปนานและรู้ว่าเธอไปกับใคร บุษรินทร์ก็ยังคงเป็นผู้หญิงน่ารักทั้งกิริยาและพูดจาสุภาพเช่นเดิม แตกต่างจากแม่กุหลาบพิษเพื่อนรักของหญิงสาว
ถึงแม้จะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งที่บุษรินทร์บอกว่ามีปัญหากับโรส เรื่องที่เธอทิ้งโรสไว้ที่ผับ จึงกลับไปอยู่กับน้าเหมือนเดิม วิโรจน์ให้คนตามสืบหลายวันจนแน่ใจว่าบุษรินทร์กับโรสไม่ได้ติดต่อกันจริง เมื่อไม่มีนังกุหลาบพิษทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง บุษรินทร์ก็ดูเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เปิดโอกาสให้เข้าหาเหมือนว่าเธอเปลี่ยนใจอยากเป็นผู้หญิงของเขาแล้ว
วิโรจน์เริ่มชวนหญิงสาวควงคู่ออกงาน จนเป็นข่าวในหน้าสังคมบ่อยครั้ง แต่เธอไม่ได้แสดงออกว่าไม่พอใจ ยิ่งทำให้หนุ่มใหญ่ร่างกายยังฟิตอย่างเขามั่นใจในตัวเองมากขึ้น
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ







