LOGINหลังรับคำสั่ง ทีมคุ้มกันและคนงานเหมืองต่างเร่งรีบแบ่งกำลังกันจัดเรือสามลำเพื่อออกค้นหาตามคำสั่ง แต่ยังไม่ทันออกเรือ เรือของปราบดาก็พาเมธาวี บุษรินทร์และอาริตามาถึงท่าเรือฟาร์มหอยมุก
“นายหัว! ค่อยโล่งใจหน่อย ผมเป็นห่วงแทบแย่ กำลังสั่งลูกน้องออกตามหาเลยครับ” แจ๊คกี้แสดงอาการโล่งอก ดีใจที่เจ้านายกลับมาอย่างปลอดภัย
“ฉันหายไปสามวันเลยนะ นี่เป็นห่วงแล้วเหรอ? ”
เมธาวีแกล้งพูดเย้าแหย่
“ก็ที่ผมทราบมานายหัวอยากมีความเป็นส่วนตัวกับ...นี่ครับ”
แจ๊คกี้เกือบลืมว่าเรื่องของเจ้านายกับบุษรินทร์นั้น เป็นสิ่งที่พูดต่อหน้าคนทั่วไปไม่ได้ เพราะที่นี่ใครก็รู้ว่าผู้หญิงของเมธาวีคือเอวา และจากสีหน้ากังวลของหญิงสาว แสดงว่าเธอกลัวคนจะได้ยิน
“เออแจ๊คกี้ นายช่วยพาอาริตาไปพักที่บ้านนะ จัดทีมคุ้มกันให้ดี” “อาริตาหรือครับ”
แจ๊คกี้ยอมรับว่ามองแวบแรกจำไม่ได้ว่าคนนี้คืออาริตา เพราะรูปเธอที่เคยเห็นอยู่ในชุดเสื้อผ้าหรู แต่งแต้มใบหน้าด้วยเครื่องสำอาง ไม่ใช่ผู้หญิงแต่งกายชาวบ้านแบบนี้ เมื่อมองเต็มตาแล้วจึงเห็นว่าเธอสวยแม้ไม่ได้แต่งแต้มใบหน้า
“ครับเจ้านาย” “ฉันจะกลับบ้านด้วย มีเรื่องต้องปรึกษากับนาย และประชุมคนของเราสักหน่อย”
“ครับนายหัว”
เขาไปที่บ้านแล้วเธอละ พอคิดก็เห็นใบหน้าเกลียดชังตัวเองของเบลล่าแล้ว บุษรินทร์ก็ไม่อยากให้ใครมาด่าว่าหน้าไม่อายอีก
“คุณมาร์กคะ ฉันจะไปรอที่วิลล่าได้ไหม?”
“ไม่ได้ ผมอยู่ที่ไหนคุณต้องอยู่ที่นั่น”
“แต่น้องสาวคุณอยู่ที่บ้านไม่ใช่เหรอ”
“คุณเบลล่า ออกจากบ้านพักตากอากาศแล้วล่ะครับ”
แจ๊คกี้ถือโอกาส รายงานให้เจ้านายทราบ
“ยังไงฉันก็อยากจะกลับไปที่วิลล่า นะคะคุณมาร์ก คุณสั่งงานเสร็จแล้วค่อยกลับมาหาฉัน” เธอวอนขออย่างหวังผล และสำเร็จเพราะเมธาวีกำลังมีหลายเรื่องให้คิด
“ก็ได้ เดชาไปตามป๋องแป้งให้ไปอยู่เป็นเพื่อนบุษรินทร์ด้วย”
“ครับนายหัว”
บุษรินทร์เอ่ยลาอาริตาและขอพูดคุยกับปราบดา หลังจากเมธาวีขึ้นรถกลับบ้าน
“คุณปราบฉันจะกลับกรุงเทพฯ” “เดี๋ยวนะ คุณบอกนายหัวมาร์กว่าจะไปรอที่วิลล่ากลางน้ำไม่ใช่เหรอ? ”
“ฉันบอกแบบนั้นเพราะต้องการแยกจากเขา เพื่อหลบออกไป จะได้หนีไง”
“ผมไม่เอาด้วยนะครับ”
ลักพาตัวอาริตาว่าอันตรายแล้ว ถ้าพาบุษรินทร์หนีดูท่าจะอันตรายยิ่งกว่า เมื่อเช้าเพิ่งเห็นเธอนอนกอดกับนายหัวมาร์ก และระหว่างนั่งเรือเมธาวียังคอยประคองเธอ มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้คือคนสำคัญของเขา
“ฉันดูออกนะว่าคุณรักพี่ตา คุณไม่อยากให้ทุกอย่างจบ นายวิโรจน์ติดคุกไวๆ เหรอ?”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการให้ผมพาคุณหนีไป”
“เกี่ยวสิ คุณก็รู้ว่านายวิโรจน์ต้องการฉัน ถ้าฉันเข้าไปอยู่ใกล้เขาก็น่าจะเก็บหลักฐานได้”
“เดี๋ยวนะ! คุณกำลังจะเอาชีวิตไปเสี่ยงกับปีศาจร้าย อย่าแม้แต่คิดเลย”
“คุณก็คอยช่วยฉันสิ นายวิโรจน์รอดพ้นมาหลายคดีแม้จะมีหลักฐาน ที่ผ่านมาคนที่เป็นพยานให้ผู้เสียหาย บางรายสาบสูญ บางรายเกิดอุบัติเหตุตาย ถ้าไม่ได้หลักฐานมัดตัวจังๆ คดีนี้ฉันมองว่าเขาน่าจะรอดอีก” ปราบดาถอนหายใจ
“จริงอย่างที่คุณพูด ผมเองก็ไม่แน่ใจนะว่า คนที่ขับรถนายหัวเมธีวันนั้น ยังมีชีวิตอยู่ไหม แต่คุณกับคุณมาร์ก...”
“ฉันกับคุณมาร์ก ไม่ได้ลึกซึ้งอะไรหรอกค่ะ เขามีคนรักแล้วส่วนฉันก็แค่คู่นอนใช้หนี้เขาเท่านั้น เราคุยกันแล้วว่าฉันจะเป็นอิสระถ้าออกจากเกาะได้”
เรื่องเมธาวีมีคู่หมายแล้วปราบดาเองก็พอรู้มาบ้าง บุษรินทร์ขอร้องเขาซ้ำๆ จนรู้สึกได้ว่าเธออยากจะหนีความเจ็บปวด ก็คงเป็นเรื่องของนายหัวมาร์กนั่นแหละ ป๋องแป้งมาอยู่เป็นเพื่อนบุษรินทร์ที่วิลล่า เธอเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นจนต้องไปติดเกาะให้หญิงรุ่นพี่ฟัง ทั้งสองคุยกันพักใหญ่ก่อนที่บุษรินทร์จะขอตัวเข้าห้อง โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์ บัตรต่างๆ ถูกเก็บรวบใส่กระเป๋าถือ
บุษรินมองไปรอบๆ ห้องนอน เธอกับเมธาวีมีครั้งแรกกันที่นี่ หลายบริเวณของบ้านพักนี้ เคยถูกใช้เป็นลานรัก ผสานร่างกายเข้าสู่กัน ความรู้สึกเสียววาบเกิดขึ้นเมื่อนึกถึง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีความสุขเหลือเกิน และกำลังรู้สึกเจ็บปวดเมื่อทุกอย่างกำลังจะจบ เธอใช้ลิปสติกเขียนข้อความลา ลงบนกระจกตรงโต๊ะเครื่องแป้ง เพื่อให้เขาไม่เป็นห่วงว่าตัวเองหายไปไหน
ประมาณทุ่มครึ่งตามเวลานัดหมาย ห้องที่ป๋องแป้งพักมีหูช้างเล็กล็อกแม่กุญแจอยู่ด้านนอก บุษรินทร์ไม่รู้ว่าแม่กุญแจอยู่ที่ไหน แต่เธอเคยเห็นป๋องแป้งเก็บเชือกฟางมัดปูไว้ในตู้ คงพอถ่วงเวลาได้ บุษรินทร์ใช้เชือกคล้องมัดหูช้างหน้าห้องขังป๋องป้องไว้ข้างใน เธอทำอย่างเบามือที่สุด มัดไว้หลายรอบจนมันใจว่าแน่นหนา ได้เวลาเรือของปราบดามา ป๋องแป้งซึ่งเข้าใจว่าเป็นเรือเมธาวีเธอต้องออกมาต้อนรับแต่ไม่สามารถเปิดประตูออกมาได้
“บุษ! เกิดอะไรขึ้น ปล่อยพี่นะบุษ!” ป๋องแป้งทั้งทุบทั้งเขย่าประตูซ้ำๆ ทำไมเปิดไม่ได้บุษรินทร์ล็อกไว้เหรอ แต่ไม่ได้ยินเสียงแม่กุญแจ คงใช้เชือกมัดละสิ ขังเธอเพราะต้องการหนีหรือ ไม่เคยคิดว่าบุษรินทร์จะหนีไป เพราะเธอไม่เคยเห็นนายหัวมาร์กจะให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนไหนเท่านี้มาก่อน และจากที่ดูบุษรินทร์เองก็รักเมธาวีเหมือนกัน
ตายแล้วป๋องแป้งเอ้ย ยิ่งเครียดๆ เรื่องน้องหมออยู่ เธอจะมาหัวขาดเพราะผู้หญิงนายหัวหนีไปอีกหรือ เปิดประตูได้ก็ไม่ทันการณ์ ป่านนี้เธอถึงฝั่งแล้วมั้ง ชั่วโมงครึ่งผ่านไปเรือส่งเมธาวีแล่นมาจอดเทียบท่า คืนนี้เขาให้ทีมคุ้มกันตามมาด้วยสองคน และจอดเรือไว้ที่นี่
ด้านในเงียบผิดปกติ บุษรินทร์น่าจะหลับไป สองคืนที่ผ่านมานอนลำบากที่เกาะ ตอนนี้คงหลับปุ๋ยละสิท่า พอคิดถึงเมื่อเช้าที่เขาตื่นขึ้นมาพบว่าเธอนอนก่ายกอด ก็ทำให้ชายหนุ่มเปรยยิ้มออกมา แต่ทำไมป๋องแป้งไม่ออกมารับเขานะ
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ







