LOGINลานประชุมของหุบเขามังกรถูกเปิดใช้งานอีกครั้ง
ผู้นำของสองเผ่านั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะหิน เผ่าเกล็ดแดงขึ้นชื่อเรื่องพลังเพลิง เผ่าเกล็ดเงินมีพลังน้ำแข็ง ทั้งสองเผ่าเคยร่วมมือกันปกป้องชายแดนมาหลายครั้ง แต่ความขัดแย้งเรื่องเขตแดนสะสมมานานจนกลายเป็นความไม่ไว้วางใจ เฟิงเทียนหลงนั่งอยู่ตรงกลาง ไป๋อวี้เหยานั่งอยู่ข้างเขา ไม่มีใครกล้าพูดอะไรในช่วงแรก จนกระทั่งผู้นำเผ่าเกล็ดแดงเป็นฝ่ายเปิดปาก "ฝ่าบาท พวกเราไม่ได้ต้องการทำสงคราม" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินมองอีกฝ่าย "แต่พวกเจ้ารุกล้ำเขตของเรา" "เขตนั้นเป็นของพวกเรามาก่อน" เสียงเริ่มดังขึ้น เฟิงเทียนหลงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะหนึ่งครั้ง กึก ทุกคนเงียบ "ข้าจะฟังทีละคน" ผู้นำทั้งสองฝ่ายก้มศีรษะ เฟิงเทียนหลงหันไปหาเผ่าเกล็ดแดง "พูด" อีกฝ่ายจึงอธิบายว่าพื้นที่ริมแม่น้ำเคยเป็นแหล่งแร่พลังของพวกเขา แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเผ่าเกล็ดเงินขยายพื้นที่เข้ามา เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินก็รีบโต้แย้ง "พวกเราไม่ได้ยึดพื้นที่" "แต่พวกเจ้าตั้งเสาหินของเผ่าไว้!" "เพราะแม่น้ำเปลี่ยนทาง!" เสียงเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง เฟิงเทียนหลงยังคงนิ่ง ไป๋อวี้เหยามองทั้งสองฝ่าย ก่อนจะถามขึ้น "ขอถามได้ไหม?" ผู้นำทั้งสองหันมาหานาง เฟิงเทียนหลงเองก็มองนางด้วยความสนใจ "ถามสิ" "แม่น้ำเปลี่ยนทางเมื่อไร?" ทุกคนเงียบ ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินตอบ "ประมาณสิบปีก่อน" "แล้วแร่พลังอยู่ตรงไหน?" "ใต้แม่น้ำเดิม" ไป๋อวี้เหยาคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ถ้าอย่างนั้นพวกท่านกำลังแย่งพื้นที่เดียวกัน ทั้งที่แหล่งแร่อาจอยู่ใต้เขตที่เปลี่ยนไปแล้ว" ผู้นำทั้งสองมองหน้ากัน เฟิงเทียนหลงหันไปหาแม่ทัพที่ยืนอยู่ด้านข้าง "ตรวจสอบพื้นที่" "พ่ะย่ะค่ะ" ไป๋อวี้เหยามองแผนที่บนโต๊ะ "ถ้าแบ่งเขตตรงกลาง อาจเกิดปัญหาอีก" "เจ้าคิดอย่างไร?" นางชี้ไปยังพื้นที่ทางเหนือ "ถ้าแหล่งแร่อยู่ตรงนี้ ท่านสามารถให้ทั้งสองเผ่าร่วมกันใช้ได้หรือไม่?" ผู้นำเผ่าเกล็ดแดงขมวดคิ้ว "ร่วมกัน?" "ใช่" ไป๋อวี้เหยาพูด "แทนที่จะผลักอีกฝ่ายออกไป ก็แบ่งผลประโยชน์ตามจำนวนที่ใช้" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินนิ่งคิด เฟิงเทียนหลงมองนางด้วยแววตาชื่นชม "เป็นความคิดที่ดี" เขาหันไปหาผู้นำทั้งสอง "ตั้งแต่วันนี้ แหล่งแร่จะอยู่ภายใต้ราชสำนัก" "แต่ทั้งสองเผ่าจะได้รับสิทธิ์ใช้ร่วมกัน" ผู้นำเผ่าเกล็ดแดงถาม "แล้วถ้ามีใครฝ่าฝืน?" เฟิงเทียนหลงตอบทันที "ข้าจะจัดการ" ไม่มีใครถามต่อ เพราะทุกคนรู้ว่าคำว่า "จัดการ" จากปากจักรพรรดิหมายถึงอะไร การประชุมดำเนินต่อไปอีกพักใหญ่ สุดท้ายทั้งสองเผ่ายอมรับข้อตกลง เมื่อคนอื่นออกจากห้องจนหมด ไป๋อวี้เหยาจึงถอนหายใจ "ในที่สุดก็จบ" เฟิงเทียนหลงมองนาง "เหนื่อยไหม?" "นิดหน่อย" "ข้าบอกแล้วว่าไม่จำเป็นต้องเข้าประชุม" "แต่ถ้าข้าไม่เข้า ข้าก็คงไม่รู้ว่าพวกเขามีปัญหาอะไรกัน" เขาพยักหน้า "จริง" นางมองเขา "ท่านโกรธไหมที่ข้าเสนอความคิดเห็น?" "ทำไมข้าต้องโกรธ?" "เพราะข้าเป็นมนุษย์" เฟิงเทียนหลงนิ่ง จากนั้นตอบอย่างจริงจัง "ข้าไม่สนใจว่าเจ้าเป็นมนุษย์หรือมังกร" เขามองตานาง "ถ้าความคิดของเจ้าช่วยให้ปัญหาจบลงได้ ข้าก็จะฟัง" นางยิ้ม "ขอบคุณ" เขาเอื้อมมือมาจับมือของนาง "แต่มีข้อหนึ่ง" "อะไร?" "ครั้งหน้าอย่าก้มดูแผนที่จนลืมดูข้า" นางหัวเราะ "ท่านหึงแผนที่หรือ?" "ใช่" "แม้แต่แผนที่?" "ถ้ามันแย่งความสนใจจากเจ้า ก็ใช่" นางส่ายหน้า "ท่านนี่หวงทุกอย่างจริง ๆ" "เฉพาะเจ้าที่ข้าหวง" ยังไม่ทันที่นางจะตอบ เสียงระเบิดก็ดังขึ้นจากด้านนอก ตูม! ประตูห้องประชุมสั่นสะเทือน เฟิงเทียนหลงลุกขึ้นทันที สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชา "อยู่ตรงนี้" "เกิดอะไรขึ้น?" "ข้าไม่รู้" เขาเดินออกไป แต่ไป๋อวี้เหยาตามไปด้วย "อวี้เหยา" "ข้าจะอยู่ข้างท่าน" เขามองนางครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า "อยู่ด้านหลังข้า" ทั้งคู่เดินออกจากห้อง ลานด้านนอกเต็มไปด้วยควัน มังกรหลายตนกำลังพยายามควบคุมพลังที่ปะทุขึ้นจากพื้น เปลวไฟสีแดงพุ่งขึ้นจากรอยแยก น้ำแข็งสีฟ้ากระจายไปทั่ว พลังของสองเผ่ากำลังปะทะกันอีกครั้ง "เกิดอะไรขึ้น?" เฟิงเทียนหลงถาม แม่ทัพรีบเข้ามารายงาน "แก่นพลังใต้ลานเกิดการปะทุพ่ะย่ะค่ะ" "พลังของใคร?" "ยังไม่ทราบ" เฟิงเทียนหลงมองพื้น ดวงตาสีทองเปลี่ยนเป็นประกาย ดวงตาจักรพรรดิทองคำ เขามองทะลุพื้นหิน เห็นเส้นพลังสีแดงและสีฟ้าที่กำลังพันกัน "อย่าใช้พลัง!" เขาสั่ง แต่มีมังกรหนุ่มคนหนึ่งกำลังจะพ่นไฟเพื่อหยุดเปลวพลัง "หยุด!" เฟิงเทียนหลงตะโกน สายไปแล้ว ไฟถูกปล่อยออกมา ทันทีที่เปลวไฟสัมผัสพลังใต้ดิน แรงระเบิดก็รุนแรงขึ้น ตูม! พื้นลานแตกออก เศษหินพุ่งขึ้นฟ้า ไป๋อวี้เหยาถูกแรงกระแทกผลักถอยหลัง เฟิงเทียนหลงหันกลับทันที "อวี้เหยา!" ร่างของเขาเปลี่ยนเป็นมังกรดำในพริบตา ปีกขนาดมหึมากางออก เขาใช้ร่างทั้งร่างบังนางไว้ เศษหินกระแทกเกล็ดสีดำ แต่ไม่สามารถสร้างบาดแผลได้แม้แต่น้อย ไป๋อวี้เหยามองร่างใหญ่ตรงหน้า "เทียนหลง!" มังกรดำหันกลับมามองนาง เมื่อเห็นว่านางปลอดภัย ดวงตาสีทองจึงสงบลง แต่พลังใต้พื้นยังคงปะทุ เฟิงเทียนหลงหันกลับ คำรามลั่น พลังมังกรจักรพรรดิ ระเบิดออก มังกรทุกตนในลานถูกกดลงกับพื้น เขากางกรงเล็บ เพลิงมังกรดำปรากฏขึ้นรอบตัว เปลวไฟสีดำไม่ได้เผาทุกอย่าง มันพุ่งลงสู่รอยแยกโดยตรง แดงและฟ้าถูกกลืนหาย แต่แก่นพลังใต้ดินยังไม่หยุด เฟิงเทียนหลงจึงปล่อยพลังเพิ่ม อาณาเขตสีทองแผ่ขยายไปทั่วหุบเขา ภูเขาสั่นสะเทือน แม่น้ำหยุดไหลชั่วขณะ เมฆเหนือหุบเขาถูกผลักออกเป็นวงกว้าง จักรพรรดิมังกรคำราม แรงกดดันมหาศาลกดแก่นพลังลงทีละน้อย จนในที่สุด... ทุกอย่างก็สงบ เปลวไฟหายไป น้ำแข็งละลาย เหลือเพียงรอยแตกยาวบนพื้น เฟิงเทียนหลงคืนร่างมนุษย์ เขาเดินตรงกลับมาหานาง "เจ็บตรงไหนหรือไม่?" "ไม่" "แน่ใจ?" "แน่ใจ" เขาจับไหล่นาง ตรวจดูอีกครั้ง "ดี" ไป๋อวี้เหยามองเขา "ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม?" "ข้าไม่เป็นไร" "เกล็ดของท่าน..." นางมองร่างมังกรเมื่อครู่ "ไม่มีรอยเลย" เขายิ้ม "เกล็ดมังกรจักรพรรดิแข็งที่สุดในแดนมังกร" "แม้แต่พลังแบบนั้นก็ทำอะไรไม่ได้?" "แทบไม่ได้" นางยิ้ม "เก่งจริง ๆ" คำชมสั้น ๆ ทำให้เฟิงเทียนหลงยิ้มกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม่ทัพที่อยู่ใกล้ ๆ แอบมองอย่างประหลาดใจ เมื่อครู่จักรพรรดิยังน่ากลัวจนทุกคนไม่กล้าหายใจ แต่เพียงได้รับคำชมจากนาง... กลับดูเหมือนมังกรตัวใหญ่ที่กำลังดีใจเพราะเจ้าของชม ไป๋อวี้เหยาสังเกตเห็นสายตาคนอื่น นางจึงกระซิบ "ท่านกำลังยิ้ม" "เพราะเจ้าชมข้า" "คนอื่นเห็นหมดแล้ว" "ช่างพวกเขา" นางหัวเราะ เฟิงเทียนหลงจับมือของนาง "กลับกันเถอะ" "ได้" ก่อนออกจากหุบเขา ไป๋อวี้เหยาหันกลับไปมองเหล่ามังกรทั้งสองเผ่า วันนี้พวกเขายังไม่ได้กลายเป็นพวกเดียวกัน แต่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองฝ่ายยอมยืนอยู่ในพื้นที่เดียวกันโดยไม่ชักอาวุธ การเปลี่ยนแปลงอาจต้องใช้เวลา แต่บางครั้ง... การหยุดสงครามหนึ่งครั้ง ก็เพียงพอที่จะทำให้อนาคตเปลี่ยนไปแล้ว เฟิงเทียนหลงกุมมือนางแน่นขึ้น "เหนื่อยหรือไม่?" "นิดหน่อย" "งั้นคืนนี้ข้าจะทำอาหารให้" ไป๋อวี้เหยาหันขวับ "ท่านทำเป็นด้วยหรือ?" เขานิ่งไป "ไม่" นางหัวเราะทันที "แล้วจะทำอะไร?" "ข้าจะยืนอยู่ข้างเจ้า" "นี่มันไม่ใช่การทำอาหาร" "แต่ข้าทำได้ดี" นางส่ายหน้าอย่างขำ ๆ "งั้นกลับไป ข้าจะทำเอง" "ได้" เขาตอบง่าย ๆ "ข้าจะอยู่ข้างเจ้า" ทั้งสองเดินออกจากหุบเขาไปพร้อมกัน โดยไม่มีใครรู้ว่า... ศึกระหว่างสองเผ่าในวันนี้ไม่ได้เพียงทำให้เหล่ามังกรเริ่มยอมรับคำตัดสินของจักรพรรดิ แต่มันกำลังทำให้ไป๋อวี้เหยาเริ่มกลายเป็นคนสำคัญในสายตาของทั้งแดนมังกรทีละน้อยพระราชวังมังกรกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง รายงานจากหุบเขามังกรถูกส่งมายังห้องทรงงานอย่างต่อเนื่อง ข้อพิพาทระหว่างเผ่าเกล็ดแดงและเผ่าเกล็ดเงินถูกยุติลงชั่วคราว แหล่งแร่พลังถูกแบ่งเขตใหม่ นักรบทั้งสองฝ่ายได้รับคำสั่งให้หยุดการปะทะ และที่สำคัญที่สุด... ทั้งสองเผ่าเริ่มส่งตัวแทนมาพูดคุยกันแทนการใช้อาวุธ ไป๋อวี้เหยานั่งอยู่ริมหน้าต่างของห้องทรงงาน อ่านรายงานฉบับหนึ่งอย่างตั้งใจ เฟิงเทียนหลงนั่งอยู่หลังโต๊ะ แต่สายตาของเขากลับไม่ได้อยู่บนเอกสาร มันอยู่ที่นาง ไป๋อวี้เหยารู้สึกได้ จึงเงยหน้าขึ้น "ท่านมองข้าทำไม?" "มองไม่ได้หรือ?" "ท่านมองมาเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว" "ข้าเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีความอดทนมาก" นางวางรายงานลง "ท่านไม่มีงานทำหรือ?" "มี" "แล้วทำไมไม่ทำ?" "ข้ากำลังทำ" "ทำอะไร?" "มองเจ้า" นางถอนหายใจ "นี่เรียกว่างานหรือ?" "สำหรับข้าใช่" ไป๋อวี้เหยาส่ายหน้า "จักรพรรดิมังกรนี่จริง ๆ เลย" เฟิงเทียนหลงยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะ "ออกไปเดินกัน" "ตอนนี้?" "ใช่" "ท่านไม่มีประชุมหรือ?" "เลื่อนแล้ว" "อีกแล้ว?" "ข้าเป็นจักรพรรดิ" "แล้ว?" "ข้ามีสิทธิ์เลื่อนประชุม" นางห
ลานหินของหุบเขามังกรยังคงมีรอยแตกจากเหตุการณ์ก่อนหน้า เหล่ามังกรกำลังช่วยกันซ่อมแซมพื้นที่ ขณะที่ผู้นำทั้งสองเผ่ายืนมองสถานการณ์ด้วยสีหน้าครุ่นคิด ไป๋อวี้เหยาเดินอยู่ข้างเฟิงเทียนหลง "ดูเหมือนทุกคนจะสงบลงแล้ว" "ชั่วคราว" เขาตอบ "ความขัดแย้งที่สะสมมานานไม่หายไปในวันเดียว" "แต่วันนี้อย่างน้อยก็ไม่มีใครต่อสู้กัน" "เพราะพวกเขากลัวข้า" นางหันมองเขา "แล้วท่านไม่อยากให้พวกเขาเชื่อใจกันหรือ?" "อยาก" เฟิงเทียนหลงมองไปยังมังกรสองเผ่า "แต่ความเชื่อใจต้องเกิดจากพวกเขาเอง" ไป๋อวี้เหยาพยักหน้า ทันใดนั้นมังกรหนุ่มเกล็ดแดงคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาคือคนที่เคยเปิดฉากต่อสู้ในวันก่อน ชายหนุ่มคุกเข่าลง "ฝ่าบาท" เฟิงเทียนหลงหยุด "มีอะไร?" "ข้าต้องการขอทดสอบฝีมือกับเผ่าเกล็ดเงิน" ไป๋อวี้เหยาขมวดคิ้ว "ยังจะสู้กันอีกหรือ?" มังกรหนุ่มรีบส่ายหน้า "ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาชนะ" เขามองไปยังอีกฝ่าย "ข้าต้องการประลองอย่างเป็นทางการ" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินนิ่งไป "ประลอง?" "ใช่" ชายหนุ่มพูด "เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเราไม่ได้จำเป็นต้องเกลียดกัน" ไป๋อวี้เหยามองเขาอย่างแปลกใจ เฟิงเทียนหลงเองก็ไม่ได้พูด
ลานประชุมของหุบเขามังกรถูกเปิดใช้งานอีกครั้ง ผู้นำของสองเผ่านั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะหิน เผ่าเกล็ดแดงขึ้นชื่อเรื่องพลังเพลิง เผ่าเกล็ดเงินมีพลังน้ำแข็ง ทั้งสองเผ่าเคยร่วมมือกันปกป้องชายแดนมาหลายครั้ง แต่ความขัดแย้งเรื่องเขตแดนสะสมมานานจนกลายเป็นความไม่ไว้วางใจ เฟิงเทียนหลงนั่งอยู่ตรงกลาง ไป๋อวี้เหยานั่งอยู่ข้างเขา ไม่มีใครกล้าพูดอะไรในช่วงแรก จนกระทั่งผู้นำเผ่าเกล็ดแดงเป็นฝ่ายเปิดปาก "ฝ่าบาท พวกเราไม่ได้ต้องการทำสงคราม" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินมองอีกฝ่าย "แต่พวกเจ้ารุกล้ำเขตของเรา" "เขตนั้นเป็นของพวกเรามาก่อน" เสียงเริ่มดังขึ้น เฟิงเทียนหลงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะหนึ่งครั้ง กึก ทุกคนเงียบ "ข้าจะฟังทีละคน" ผู้นำทั้งสองฝ่ายก้มศีรษะ เฟิงเทียนหลงหันไปหาเผ่าเกล็ดแดง "พูด" อีกฝ่ายจึงอธิบายว่าพื้นที่ริมแม่น้ำเคยเป็นแหล่งแร่พลังของพวกเขา แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเผ่าเกล็ดเงินขยายพื้นที่เข้ามา เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินก็รีบโต้แย้ง "พวกเราไม่ได้ยึดพื้นที่" "แต่พวกเจ้าตั้งเสาหินของเผ่าไว้!" "เพราะแม่น้ำเปลี่ยนทาง!" เสียงเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง เฟิงเทียนหลงยังคงนิ่ง ไป๋อวี้เหยา
ลานฝึกของหุบเขามังกรถูกปิดลงชั่วคราว เศษหินจากการต่อสู้ยังคงกระจายอยู่ทั่วพื้น ผู้คนของทั้งสองเผ่าต่างช่วยกันเก็บกวาด ไม่มีใครกล้าพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากนัก ไป๋อวี้เหยาเดินเคียงข้างเฟิงเทียนหลงกลับเข้าสู่เขตพักของราชสำนัก รอยถลอกเล็ก ๆ บนแขนของนางถูกพันด้วยผ้าสีขาวเรียบร้อยแล้ว แต่คนที่เดินอยู่ข้างกันยังคงมองมันเป็นระยะ นางถอนหายใจ "ท่านมองแผลข้ามาสิบรอบแล้ว" "สิบเอ็ด" "นับด้วยหรือ?" "แน่นอน" "มันไม่ได้เจ็บแล้ว" "ข้ารู้" "ถ้ารู้แล้วจะมองทำไม?" เฟิงเทียนหลงนิ่งไป "เพื่อให้แน่ใจ" ไป๋อวี้เหยาส่ายหน้า "ท่านนี่..." ยังไม่ทันพูดจบ เสียงมังกรคำรามก็ดังขึ้นจากท้องฟ้า ทั้งคู่เงยหน้าพร้อมกัน มังกรเกล็ดแดงสามตัวกำลังบินไล่ตามมังกรเกล็ดเงินอีกสองตัว เปลวไฟสีแดงพุ่งผ่านอากาศ น้ำแข็งสีฟ้าตอบโต้ทันที "พวกเขายังไม่หยุดอีกหรือ?" ไป๋อวี้เหยาถาม เฟิงเทียนหลงถอนหายใจ "ดูเหมือนจะไม่" เขาหันไปหาองครักษ์ "พานางกลับตำหนัก" "ไม่" ไป๋อวี้เหยาขัดขึ้น เฟิงเทียนหลงหันมามอง "อวี้เหยา" "ข้าไม่เข้าไปในสนามรบ" นางชี้ขึ้นฟ้า "แต่ข้าอยากเห็นว่าท่านจะจัดการอย่างไร" เขานิ่งไปเล็กน
ลานหินกลางหุบเขามังกรเต็มไปด้วยความตึงเครียด มังกรสองกลุ่มยืนประจันหน้ากันคนละฝั่ง ฝั่งหนึ่งมีเกล็ดสีแดงเข้ม อีกฝั่งมีเกล็ดสีเงินอมฟ้า ไม่มีใครยอมถอย ไป๋อวี้เหยาที่กำลังเดินกลับจากริมแม่น้ำกับเฟิงเทียนหลงหยุดลงเมื่อเห็นความผิดปกติ "เกิดอะไรขึ้น?" เฟิงเทียนหลงมองไปยังลานหิน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที "พวกเขากำลังจะสู้กัน" "ทำไม?" "ความขัดแย้งระหว่างสองสายเลือด" เขาตอบสั้น ๆ ก่อนหันไปหาองครักษ์ "พานางออกไปจากตรงนี้" ไป๋อวี้เหยาขมวดคิ้ว "แล้วท่านล่ะ?" "ข้าจะจัดการเอง" "อีกแล้วหรือ?" เขามองนาง "อวี้เหยา ที่นี่อันตราย" "ข้ารู้" นางมองมังกรสองกลุ่ม "แต่ถ้าท่านเข้าไป ข้าก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น" เฟิงเทียนหลงนิ่งไป เขาไม่อยากให้นางเข้าใกล้การต่อสู้ แต่ก็รู้ดีว่านางไม่ใช่คนที่จะยอมกลับไปนั่งรอโดยไม่ถามอะไร "อยู่ข้างข้า" เขาพูดในที่สุด "ห้ามวิ่งเข้าไป" "ตกลง" "หากข้าบอกให้ถอย เจ้าต้องถอยทันที" "ได้" เขาจับมือนาง "และอย่าปล่อยมือข้า" ไป๋อวี้เหยามองมือที่ถูกจับไว้ "ท่านกลัวข้าหายหรือ?" "มาก" คำตอบตรง ๆ ทำให้นางพูดไม่ออก ทั้งคู่เดินเข้าไปใกล้ลานหิน เสียงโต้เถี
ประตูหินขนาดมหึมาเปิดออกช้า ๆ ไป๋อวี้เหยายืนอยู่ข้างเฟิงเทียนหลง มองเส้นทางเบื้องหน้าด้วยความสนใจ หุบเขาที่อยู่ตรงหน้าต่างจากพื้นที่อื่นในแดนมังกรอย่างชัดเจน ภูเขาสูงเรียงตัวล้อมรอบผืนดินกว้างใหญ่ หน้าผาสีดำมีเส้นแร่สีทองแทรกอยู่เป็นแนวยาว น้ำตกจากยอดเขาไหลลงสู่แม่น้ำสีเงินที่ทอดผ่านกลางหุบเขา บนท้องฟ้ามีมังกรจำนวนมากบินอยู่ บางตนบินเป็นกลุ่ม บางตนฝึกเปลี่ยนร่าง บางตนต่อสู้กันกลางอากาศ และบางตนนอนขดตัวอยู่บนหน้าผารับแสงอาทิตย์ ไป๋อวี้เหยามองทุกอย่างอย่างตื่นตาตื่นใจ "ที่นี่คือหุบเขามังกร?" "ใช่" เฟิงเทียนหลงเดินเคียงข้างนาง "ที่นี่เป็นสถานที่ที่มังกรสายเลือดโบราณใช้ฝึกฝนและเติบโต" "แล้วท่านเคยมาที่นี่บ่อยไหม?" "ตอนเด็ก" นางหันมองเขา "ตอนเด็กท่านเป็นอย่างไร?" เขานิ่งไปครู่หนึ่ง "ซน" ไป๋อวี้เหยาหัวเราะ "ข้าเดาไว้แล้ว" "เจ้ารู้ได้อย่างไร?" "ดูจากตอนนี้ก็รู้" เฟิงเทียนหลงเลิกคิ้ว "ตอนนี้ข้าซนตรงไหน?" "ชอบตามข้า" "นั่นไม่เรียกว่าซน" "ชอบหวงข้า" "นั่นก็ไม่ใช่" "ชอบหาเรื่องมานั่งข้าง ๆ" เขาเงียบ ไป๋อวี้เหยายิ้มกว้าง "เห็นไหม?" "ข้าแค่ชอบอยู่ใกล้เจ้า" คำตอ







