เข้าสู่ระบบลานหินกลางหุบเขามังกรเต็มไปด้วยความตึงเครียด
มังกรสองกลุ่มยืนประจันหน้ากันคนละฝั่ง ฝั่งหนึ่งมีเกล็ดสีแดงเข้ม อีกฝั่งมีเกล็ดสีเงินอมฟ้า ไม่มีใครยอมถอย ไป๋อวี้เหยาที่กำลังเดินกลับจากริมแม่น้ำกับเฟิงเทียนหลงหยุดลงเมื่อเห็นความผิดปกติ "เกิดอะไรขึ้น?" เฟิงเทียนหลงมองไปยังลานหิน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที "พวกเขากำลังจะสู้กัน" "ทำไม?" "ความขัดแย้งระหว่างสองสายเลือด" เขาตอบสั้น ๆ ก่อนหันไปหาองครักษ์ "พานางออกไปจากตรงนี้" ไป๋อวี้เหยาขมวดคิ้ว "แล้วท่านล่ะ?" "ข้าจะจัดการเอง" "อีกแล้วหรือ?" เขามองนาง "อวี้เหยา ที่นี่อันตราย" "ข้ารู้" นางมองมังกรสองกลุ่ม "แต่ถ้าท่านเข้าไป ข้าก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น" เฟิงเทียนหลงนิ่งไป เขาไม่อยากให้นางเข้าใกล้การต่อสู้ แต่ก็รู้ดีว่านางไม่ใช่คนที่จะยอมกลับไปนั่งรอโดยไม่ถามอะไร "อยู่ข้างข้า" เขาพูดในที่สุด "ห้ามวิ่งเข้าไป" "ตกลง" "หากข้าบอกให้ถอย เจ้าต้องถอยทันที" "ได้" เขาจับมือนาง "และอย่าปล่อยมือข้า" ไป๋อวี้เหยามองมือที่ถูกจับไว้ "ท่านกลัวข้าหายหรือ?" "มาก" คำตอบตรง ๆ ทำให้นางพูดไม่ออก ทั้งคู่เดินเข้าไปใกล้ลานหิน เสียงโต้เถียงดังขึ้น "พวกเจ้าเป็นฝ่ายรุกล้ำเขตของเรา!" มังกรเกล็ดเงินตอบกลับ "เขตนี้เป็นของบรรพบุรุษพวกเรามาก่อน!" "โกหก!" "เจ้าต่างหากที่โกหก!" ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หนึ่งในมังกรเกล็ดแดงก้าวออกมา "ถ้าเช่นนั้นก็ใช้กำลังตัดสิน!" ปีกขนาดใหญ่กางออก เปลวไฟสีแดงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า อีกฝ่ายคำราม น้ำแข็งสีฟ้าปรากฏขึ้นรอบตัว ไป๋อวี้เหยามองอย่างตกตะลึง "พวกเขาจะสู้จริง ๆ" "ใช่" เฟิงเทียนหลงปล่อยมือจากนาง "อยู่ตรงนี้" เขาก้าวออกไป "หยุด" เสียงของจักรพรรดิดังขึ้น แต่ความโกรธทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่ยอมฟัง มังกรเกล็ดแดงพุ่งเข้าหาคู่ต่อสู้ เปลวไฟขนาดใหญ่ระเบิดออก อีกฝ่ายสร้างกำแพงน้ำแข็งรับไว้ ตูม! แรงปะทะทำให้พื้นหินแตกกระจาย มังกรจำนวนมากถอยหนี เฟิงเทียนหลงยกมือขึ้น "ข้าบอกให้หยุด" คราวนี้เสียงของเขาเต็มไปด้วยอำนาจ แต่กลับมีมังกรหนุ่มตะโกนขึ้น "พวกเรามีสิทธิ์ปกป้องเผ่าของตัวเอง!" "ใช่!" "พวกเราจะไม่ยอมก้มหัวให้ใคร!" มังกรเกล็ดแดงพุ่งขึ้นฟ้า อีกฝ่ายตามขึ้นไป การต่อสู้เริ่มรุนแรงขึ้น เปลวไฟสีแดงปะทะกับน้ำแข็งสีฟ้า ฟ้าถูกแบ่งออกเป็นสองสี หนึ่งร้อนระอุ อีกหนึ่งเย็นยะเยือก เศษน้ำแข็งและเปลวไฟตกลงทั่วหุบเขา ไป๋อวี้เหยาถอยหลังตามคำสั่งของเฟิงเทียนหลง แต่จู่ ๆ มังกรตัวหนึ่งเสียการควบคุม ร่างของมันพุ่งลงมายังกลุ่มมังกรเด็กที่อยู่ด้านล่าง "ระวัง!" นางตะโกน ไม่มีเวลาคิด ไป๋อวี้เหยาวิ่งเข้าไป นางคว้าตัวเด็กมังกรคนหนึ่งแล้วดึงออกจากจุดตก ตูม! พื้นด้านหลังระเบิด แรงกระแทกทำให้นางล้มลง "อวี้เหยา!" เสียงของเฟิงเทียนหลงดังขึ้น ดวงตาสีทองของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มทันที ร่างกายของเขาปลดปล่อยแรงกดดันมหาศาล ฟ้าทั้งผืนเหมือนหยุดนิ่ง มังกรที่กำลังต่อสู้กลางอากาศหยุดชะงัก ปีกของพวกมันแข็งค้าง ร่างกายหนักจนไม่สามารถขยับได้ เฟิงเทียนหลงเงยหน้าขึ้น "พอ" เพียงคำเดียว พลังมังกรจักรพรรดิระเบิดออก มังกรทุกตนร่วงลงมาจากท้องฟ้า แต่ก่อนที่พวกมันจะกระแทกพื้น เงาสีดำขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้น เฟิงเทียนหลงคืนร่างเป็นมังกร ร่างสีดำขนาดใหญ่กว่ามังกรทุกตัวในหุบเขากางปีกออก ปีกของเขาปิดท้องฟ้าจนมืดลง เกล็ดสีดำสะท้อนประกายทอง ดวงตาสีทองส่องประกายราวกับดวงอาทิตย์สองดวง เขาพุ่งขึ้นฟ้า พลังมหาศาลระเบิดออกจากร่าง มังกรทุกตนในหุบเขาต้องก้มศีรษะ ไม่มีใครกล้าขยับ ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่มังกรสายเลือดโบราณที่แข็งแกร่งที่สุดยังรู้สึกได้ถึงความแตกต่างของระดับพลัง จักรพรรดิอยู่เหนือพวกเขาทั้งหมด เฟิงเทียนหลงบินขึ้นไปเหนือมังกรสองฝ่าย เสียงคำรามของเขาสั่นสะเทือนไปทั่วภูเขา จากนั้นดวงตาสีทองก็ส่องประกาย ดวงตาจักรพรรดิทองคำ พลังที่กำลังปะทะกันถูกมองเห็นอย่างชัดเจน เขามองเพียงครั้งเดียว ก็รู้ว่าใครเป็นฝ่ายเริ่ม และใครเป็นฝ่ายตอบโต้ "พวกเจ้า..." เสียงของเขาดังก้องทั่วหุบเขา "คิดว่าการต่อสู้จะทำให้ใครชนะหรือ?" ไม่มีใครตอบ เฟิงเทียนหลงกางกรงเล็บ เปลวไฟสีดำปรากฏขึ้น มันไม่ได้พุ่งใส่ใคร แต่กลับล้อมรอบเปลวไฟสีแดงและน้ำแข็งสีฟ้า เพียงชั่วพริบตา พลังทั้งสองถูกกลืนหายไป เหลือเพียงควันจาง ๆ มังกรทุกตนมองอย่างหวาดหวั่น พลังที่พวกเขาใช้ต่อสู้กันอย่างยากลำบาก... ถูกเขาทำลายได้ในพริบตา เฟิงเทียนหลงคืนร่างมนุษย์กลางอากาศ ร่างของเขาค่อย ๆ ลอยลงสู่พื้น เสื้อคลุมสีดำสะบัดตามแรงลม ดวงตาสีทองยังคงเย็นชา "พวกเจ้าอยากพิสูจน์ว่าใครแข็งแกร่งกว่า?" ไม่มีใครตอบ "เช่นนั้นมาสู้กับข้า" ทั้งหุบเขาเงียบสนิท มังกรเกล็ดแดงคนหนึ่งกลืนน้ำลาย "พวกเรา..." "กลัว?" ไม่มีใครกล้าตอบ เฟิงเทียนหลงก้าวไปข้างหน้า แรงกดดันเพิ่มขึ้นอีกครั้ง พื้นดินแตกร้าวใต้เท้า "เมื่อครู่ยังกล้าประกาศว่าจะไม่ก้มหัวให้ใคร" เขามองทุกคน "เหตุใดตอนนี้จึงไม่กล้าสู้?" มังกรทั้งหมดคุกเข่าลงพร้อมกัน "พวกเราผิดไปแล้ว!" "ขอฝ่าบาททรงลงโทษ!" เฟิงเทียนหลงยังไม่ลดสีหน้า "ข้าไม่ได้ต้องการให้พวกเจ้ากลัว" เขามองสองฝ่าย "ข้าต้องการให้พวกเจ้าหยุดทำลายบ้านของตัวเอง" คำพูดนั้นทำให้ทุกคนเงียบ "พวกเจ้าเป็นเผ่ามังกรเหมือนกัน" "แต่กลับยอมทำร้ายกันเพียงเพราะเรื่องเขตแดน" เขาหันไปหาผู้นำทั้งสองฝ่าย "ตั้งแต่วันนี้ เขตที่มีข้อพิพาทจะอยู่ภายใต้การดูแลของราชสำนัก" "ส่วนพวกเจ้าจะต้องส่งตัวแทนมาหารือกัน" ผู้นำทั้งสองฝ่ายก้มศีรษะ "รับพระบัญชา" เฟิงเทียนหลงพยักหน้า จากนั้นจึงหันกลับไป สายตาที่เย็นชาของเขาเปลี่ยนไปทันที "อวี้เหยา" ไป๋อวี้เหยาที่กำลังช่วยเด็กมังกรลุกขึ้นเงยหน้า "ข้าอยู่นี่" เขารีบเดินเข้าไปหา "เจ้าเจ็บตรงไหน?" "ไม่" "แน่ใจ?" "แน่ใจ" เขาก้มลงตรวจแขนของนาง มีเพียงรอยถลอกเล็กน้อย แต่สีหน้าของเขากลับเคร่งเครียด "มีแผล" "แค่นี้เอง" "สำหรับข้าไม่ใช่แค่นี้" นางมองเขา "ท่านเพิ่งทำให้มังกรทั้งหุบเขาคุกเข่า แต่ตอนนี้กลับกังวลเพราะแผลนิดเดียว" "ใช่" เขาตอบอย่างไม่ลังเล "เรื่องของพวกเขาข้าจัดการได้" เขาจับมือของนางเบา ๆ "แต่เรื่องของเจ้า ข้าไม่เคยทำใจให้สงบได้เลย" ไป๋อวี้เหยาหลุดยิ้ม "ข้าไม่เป็นไรจริง ๆ" "คราวหน้าอย่าวิ่งเข้าไปแบบนั้นอีก" "แต่เด็กคนนั้นจะโดน" "ให้ข้าช่วย" "ข้ารู้" นางมองดวงตาสีทองของเขา "แต่ตอนนั้นท่านอยู่กลางอากาศ" เฟิงเทียนหลงเงียบ นางยิ้มให้ "ถ้าเป็นท่าน ท่านก็คงช่วยเหมือนกัน" เขามองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกมือขึ้นแตะศีรษะนาง "ใช่" "เห็นไหม" "แต่ข้าก็ยังไม่ชอบ" "เรื่องอะไร?" "ที่เจ้าทำให้ข้ากลัว" นางนิ่งไป เฟิงเทียนหลงถอนหายใจ จากนั้นดึงนางเข้ามากอด ไม่สนใจว่ามังกรรอบข้างกำลังมองอยู่ "ข้าเกือบควบคุมพลังไม่ได้ตอนเห็นเจ้าโดนแรงระเบิด" ไป๋อวี้เหยาวางมือบนแผ่นหลังเขา "แต่ท่านก็ยังควบคุมได้" "เพราะข้ารู้ว่าเจ้าปลอดภัย" เขากอดนางแน่นขึ้นเล็กน้อย "ถ้าเจ้าเป็นอะไรไป ข้าไม่รู้ว่าข้าจะควบคุมตัวเองได้หรือไม่" คำพูดนั้นทำให้นางเงียบ วันนี้นางได้เห็นอีกด้านหนึ่งของเฟิงเทียนหลง จักรพรรดิที่สามารถหยุดสงครามระหว่างเผ่าด้วยพลังเพียงไม่กี่กระบวนท่า มังกรดำที่ทำให้ทั้งหุบเขาต้องสยบ แต่ในอ้อมแขนของนาง... เขากลับเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กลัวว่าจะเสียคนสำคัญไป ไป๋อวี้เหยากระชับมือรอบตัวเขา "ข้ายังอยู่ตรงนี้" เฟิงเทียนหลงหลับตาลง "ข้ารู้" "และข้าจะระวังมากขึ้น" "สัญญา?" "สัญญา" เขาค่อย ๆ คลายอ้อมแขน มองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดเบา ๆ "ดี" จากนั้นจึงจับมือนางไว้ ท่ามกลางเหล่ามังกรที่ยังคงคุกเข่าอยู่ไม่ไกล จักรพรรดิมังกรผู้ยิ่งใหญ่กำลังพาหญิงสาวมนุษย์เดินออกจากสนามรบ ไม่มีใครกล้าดูหมิ่นนางอีก เพราะวันนี้ทุกคนได้เห็นแล้วว่า... ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เป็นเพียงมนุษย์ที่จักรพรรดิรับเข้ามาในวัง นางคือคนเดียวที่สามารถทำให้มังกรผู้ครองฟ้าดิน... หวาดกลัวได้มากกว่าศัตรูทั้งกองทัพพระราชวังมังกรกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง รายงานจากหุบเขามังกรถูกส่งมายังห้องทรงงานอย่างต่อเนื่อง ข้อพิพาทระหว่างเผ่าเกล็ดแดงและเผ่าเกล็ดเงินถูกยุติลงชั่วคราว แหล่งแร่พลังถูกแบ่งเขตใหม่ นักรบทั้งสองฝ่ายได้รับคำสั่งให้หยุดการปะทะ และที่สำคัญที่สุด... ทั้งสองเผ่าเริ่มส่งตัวแทนมาพูดคุยกันแทนการใช้อาวุธ ไป๋อวี้เหยานั่งอยู่ริมหน้าต่างของห้องทรงงาน อ่านรายงานฉบับหนึ่งอย่างตั้งใจ เฟิงเทียนหลงนั่งอยู่หลังโต๊ะ แต่สายตาของเขากลับไม่ได้อยู่บนเอกสาร มันอยู่ที่นาง ไป๋อวี้เหยารู้สึกได้ จึงเงยหน้าขึ้น "ท่านมองข้าทำไม?" "มองไม่ได้หรือ?" "ท่านมองมาเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว" "ข้าเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีความอดทนมาก" นางวางรายงานลง "ท่านไม่มีงานทำหรือ?" "มี" "แล้วทำไมไม่ทำ?" "ข้ากำลังทำ" "ทำอะไร?" "มองเจ้า" นางถอนหายใจ "นี่เรียกว่างานหรือ?" "สำหรับข้าใช่" ไป๋อวี้เหยาส่ายหน้า "จักรพรรดิมังกรนี่จริง ๆ เลย" เฟิงเทียนหลงยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะ "ออกไปเดินกัน" "ตอนนี้?" "ใช่" "ท่านไม่มีประชุมหรือ?" "เลื่อนแล้ว" "อีกแล้ว?" "ข้าเป็นจักรพรรดิ" "แล้ว?" "ข้ามีสิทธิ์เลื่อนประชุม" นางห
ลานหินของหุบเขามังกรยังคงมีรอยแตกจากเหตุการณ์ก่อนหน้า เหล่ามังกรกำลังช่วยกันซ่อมแซมพื้นที่ ขณะที่ผู้นำทั้งสองเผ่ายืนมองสถานการณ์ด้วยสีหน้าครุ่นคิด ไป๋อวี้เหยาเดินอยู่ข้างเฟิงเทียนหลง "ดูเหมือนทุกคนจะสงบลงแล้ว" "ชั่วคราว" เขาตอบ "ความขัดแย้งที่สะสมมานานไม่หายไปในวันเดียว" "แต่วันนี้อย่างน้อยก็ไม่มีใครต่อสู้กัน" "เพราะพวกเขากลัวข้า" นางหันมองเขา "แล้วท่านไม่อยากให้พวกเขาเชื่อใจกันหรือ?" "อยาก" เฟิงเทียนหลงมองไปยังมังกรสองเผ่า "แต่ความเชื่อใจต้องเกิดจากพวกเขาเอง" ไป๋อวี้เหยาพยักหน้า ทันใดนั้นมังกรหนุ่มเกล็ดแดงคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาคือคนที่เคยเปิดฉากต่อสู้ในวันก่อน ชายหนุ่มคุกเข่าลง "ฝ่าบาท" เฟิงเทียนหลงหยุด "มีอะไร?" "ข้าต้องการขอทดสอบฝีมือกับเผ่าเกล็ดเงิน" ไป๋อวี้เหยาขมวดคิ้ว "ยังจะสู้กันอีกหรือ?" มังกรหนุ่มรีบส่ายหน้า "ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาชนะ" เขามองไปยังอีกฝ่าย "ข้าต้องการประลองอย่างเป็นทางการ" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินนิ่งไป "ประลอง?" "ใช่" ชายหนุ่มพูด "เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเราไม่ได้จำเป็นต้องเกลียดกัน" ไป๋อวี้เหยามองเขาอย่างแปลกใจ เฟิงเทียนหลงเองก็ไม่ได้พูด
ลานประชุมของหุบเขามังกรถูกเปิดใช้งานอีกครั้ง ผู้นำของสองเผ่านั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะหิน เผ่าเกล็ดแดงขึ้นชื่อเรื่องพลังเพลิง เผ่าเกล็ดเงินมีพลังน้ำแข็ง ทั้งสองเผ่าเคยร่วมมือกันปกป้องชายแดนมาหลายครั้ง แต่ความขัดแย้งเรื่องเขตแดนสะสมมานานจนกลายเป็นความไม่ไว้วางใจ เฟิงเทียนหลงนั่งอยู่ตรงกลาง ไป๋อวี้เหยานั่งอยู่ข้างเขา ไม่มีใครกล้าพูดอะไรในช่วงแรก จนกระทั่งผู้นำเผ่าเกล็ดแดงเป็นฝ่ายเปิดปาก "ฝ่าบาท พวกเราไม่ได้ต้องการทำสงคราม" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินมองอีกฝ่าย "แต่พวกเจ้ารุกล้ำเขตของเรา" "เขตนั้นเป็นของพวกเรามาก่อน" เสียงเริ่มดังขึ้น เฟิงเทียนหลงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะหนึ่งครั้ง กึก ทุกคนเงียบ "ข้าจะฟังทีละคน" ผู้นำทั้งสองฝ่ายก้มศีรษะ เฟิงเทียนหลงหันไปหาเผ่าเกล็ดแดง "พูด" อีกฝ่ายจึงอธิบายว่าพื้นที่ริมแม่น้ำเคยเป็นแหล่งแร่พลังของพวกเขา แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเผ่าเกล็ดเงินขยายพื้นที่เข้ามา เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินก็รีบโต้แย้ง "พวกเราไม่ได้ยึดพื้นที่" "แต่พวกเจ้าตั้งเสาหินของเผ่าไว้!" "เพราะแม่น้ำเปลี่ยนทาง!" เสียงเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง เฟิงเทียนหลงยังคงนิ่ง ไป๋อวี้เหยา
ลานฝึกของหุบเขามังกรถูกปิดลงชั่วคราว เศษหินจากการต่อสู้ยังคงกระจายอยู่ทั่วพื้น ผู้คนของทั้งสองเผ่าต่างช่วยกันเก็บกวาด ไม่มีใครกล้าพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากนัก ไป๋อวี้เหยาเดินเคียงข้างเฟิงเทียนหลงกลับเข้าสู่เขตพักของราชสำนัก รอยถลอกเล็ก ๆ บนแขนของนางถูกพันด้วยผ้าสีขาวเรียบร้อยแล้ว แต่คนที่เดินอยู่ข้างกันยังคงมองมันเป็นระยะ นางถอนหายใจ "ท่านมองแผลข้ามาสิบรอบแล้ว" "สิบเอ็ด" "นับด้วยหรือ?" "แน่นอน" "มันไม่ได้เจ็บแล้ว" "ข้ารู้" "ถ้ารู้แล้วจะมองทำไม?" เฟิงเทียนหลงนิ่งไป "เพื่อให้แน่ใจ" ไป๋อวี้เหยาส่ายหน้า "ท่านนี่..." ยังไม่ทันพูดจบ เสียงมังกรคำรามก็ดังขึ้นจากท้องฟ้า ทั้งคู่เงยหน้าพร้อมกัน มังกรเกล็ดแดงสามตัวกำลังบินไล่ตามมังกรเกล็ดเงินอีกสองตัว เปลวไฟสีแดงพุ่งผ่านอากาศ น้ำแข็งสีฟ้าตอบโต้ทันที "พวกเขายังไม่หยุดอีกหรือ?" ไป๋อวี้เหยาถาม เฟิงเทียนหลงถอนหายใจ "ดูเหมือนจะไม่" เขาหันไปหาองครักษ์ "พานางกลับตำหนัก" "ไม่" ไป๋อวี้เหยาขัดขึ้น เฟิงเทียนหลงหันมามอง "อวี้เหยา" "ข้าไม่เข้าไปในสนามรบ" นางชี้ขึ้นฟ้า "แต่ข้าอยากเห็นว่าท่านจะจัดการอย่างไร" เขานิ่งไปเล็กน
ลานหินกลางหุบเขามังกรเต็มไปด้วยความตึงเครียด มังกรสองกลุ่มยืนประจันหน้ากันคนละฝั่ง ฝั่งหนึ่งมีเกล็ดสีแดงเข้ม อีกฝั่งมีเกล็ดสีเงินอมฟ้า ไม่มีใครยอมถอย ไป๋อวี้เหยาที่กำลังเดินกลับจากริมแม่น้ำกับเฟิงเทียนหลงหยุดลงเมื่อเห็นความผิดปกติ "เกิดอะไรขึ้น?" เฟิงเทียนหลงมองไปยังลานหิน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที "พวกเขากำลังจะสู้กัน" "ทำไม?" "ความขัดแย้งระหว่างสองสายเลือด" เขาตอบสั้น ๆ ก่อนหันไปหาองครักษ์ "พานางออกไปจากตรงนี้" ไป๋อวี้เหยาขมวดคิ้ว "แล้วท่านล่ะ?" "ข้าจะจัดการเอง" "อีกแล้วหรือ?" เขามองนาง "อวี้เหยา ที่นี่อันตราย" "ข้ารู้" นางมองมังกรสองกลุ่ม "แต่ถ้าท่านเข้าไป ข้าก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น" เฟิงเทียนหลงนิ่งไป เขาไม่อยากให้นางเข้าใกล้การต่อสู้ แต่ก็รู้ดีว่านางไม่ใช่คนที่จะยอมกลับไปนั่งรอโดยไม่ถามอะไร "อยู่ข้างข้า" เขาพูดในที่สุด "ห้ามวิ่งเข้าไป" "ตกลง" "หากข้าบอกให้ถอย เจ้าต้องถอยทันที" "ได้" เขาจับมือนาง "และอย่าปล่อยมือข้า" ไป๋อวี้เหยามองมือที่ถูกจับไว้ "ท่านกลัวข้าหายหรือ?" "มาก" คำตอบตรง ๆ ทำให้นางพูดไม่ออก ทั้งคู่เดินเข้าไปใกล้ลานหิน เสียงโต้เถี
ประตูหินขนาดมหึมาเปิดออกช้า ๆ ไป๋อวี้เหยายืนอยู่ข้างเฟิงเทียนหลง มองเส้นทางเบื้องหน้าด้วยความสนใจ หุบเขาที่อยู่ตรงหน้าต่างจากพื้นที่อื่นในแดนมังกรอย่างชัดเจน ภูเขาสูงเรียงตัวล้อมรอบผืนดินกว้างใหญ่ หน้าผาสีดำมีเส้นแร่สีทองแทรกอยู่เป็นแนวยาว น้ำตกจากยอดเขาไหลลงสู่แม่น้ำสีเงินที่ทอดผ่านกลางหุบเขา บนท้องฟ้ามีมังกรจำนวนมากบินอยู่ บางตนบินเป็นกลุ่ม บางตนฝึกเปลี่ยนร่าง บางตนต่อสู้กันกลางอากาศ และบางตนนอนขดตัวอยู่บนหน้าผารับแสงอาทิตย์ ไป๋อวี้เหยามองทุกอย่างอย่างตื่นตาตื่นใจ "ที่นี่คือหุบเขามังกร?" "ใช่" เฟิงเทียนหลงเดินเคียงข้างนาง "ที่นี่เป็นสถานที่ที่มังกรสายเลือดโบราณใช้ฝึกฝนและเติบโต" "แล้วท่านเคยมาที่นี่บ่อยไหม?" "ตอนเด็ก" นางหันมองเขา "ตอนเด็กท่านเป็นอย่างไร?" เขานิ่งไปครู่หนึ่ง "ซน" ไป๋อวี้เหยาหัวเราะ "ข้าเดาไว้แล้ว" "เจ้ารู้ได้อย่างไร?" "ดูจากตอนนี้ก็รู้" เฟิงเทียนหลงเลิกคิ้ว "ตอนนี้ข้าซนตรงไหน?" "ชอบตามข้า" "นั่นไม่เรียกว่าซน" "ชอบหวงข้า" "นั่นก็ไม่ใช่" "ชอบหาเรื่องมานั่งข้าง ๆ" เขาเงียบ ไป๋อวี้เหยายิ้มกว้าง "เห็นไหม?" "ข้าแค่ชอบอยู่ใกล้เจ้า" คำตอ







