Share

จางอวิ๋นซีคนใหม่

Author: WangFei
last update publish date: 2025-08-16 02:16:59

“ท่านย่าเข้าข้างนางหรือเจ้าคะ!” เป็นจางเซียวหรูที่โวยวายออกมาเสียงดัง สายตาของนางที่แสดงออกมานั้นบ่งบอกถึงความน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งนัก

 ไท่ฮูหยินมิได้ตอบคำถามของผู้เป็นหลานสาวอีกคน แต่ทว่าสายตาของนางกลับจดจ้องที่หลี่ฮูหยินและจางเซียวหรูแทน

 จางเซียวหรูหยิบผ้าไหมพระราชทานจากหยางเต๋อเฟยขึ้นมาชูต่อหน้าทุกคน “ผ้าไหมนี้เป็นของพระราชทานที่พระสนมเอกทรงประทานให้กับลูก ท่านย่าก็ทราบดีความสัมพันธ์ระหว่างหลานกับองค์ชายใหญ่...” 

 “เจ้าเลิกฝันลมๆ แล้งๆ เรื่ององค์ชายใหญ่ได้เลย พวกเจ้าแม่ลูกคิดการอันใดอยู่คิดว่าข้าไม่รู้รึ?” คิ้วของไท่ฮูหยินขมวดเข้าหากันขณะที่จ้องสองแม่ลูกคู่นั้น

 “ซีเอ๋อร์! เจ้าขโมยของของพี่สาวเจ้า ของสิ่งนี้เป็นสิ่งที่หยางเต๋อเฟยพระราชทานให้กับนาง หากเจ้าไม่โขกศีรษะขออภัยต่อนาง ข้าจะสั่งโบยเจ้า!” จางเยี่ยนไม่ได้สนใจความสัมพันธ์ของภรรยาเอกกับฮองเฮา หรือความสัมพันธ์ในฐานะบิดากับบุตรแต่อย่างใด เขารักและชื่นชมหลี่ฮูหยิน ภรรยาผู้เป็นรักเดียวและเป็นสตรีที่เขารักมาตลอด หาใช่ภรรยาเอกที่ถูกบังคับให้ตบแต่งด้วยไม่

 จางฮูหยินขอร้องวิงวอนต่อสามีทั้งน้ำตา “นายท่าน นางก็เป็นบุตรีของ

ท่านคนนึงเช่นกัน ขอท่านอย่าให้นางทำเช่นนี้เลย ขอให้พิสูจน์หาความจริงกันก่อน”

 จางเยี่ยนผลักจางฮูหยิน ภรรยาเอกของตนออกอย่างแรง ไท่ฮูหยินและบ่าวรับใช้คนสนิทต้องมาประคองร่างของฮูหยินเอกที่ถูกผลักจนล้ม

 “ท่านแม่!” จางฮูหยินถูกผลักอย่างแรงจนกระอักโลหิตออกมา แม้จะเป็นโลหิตเพียงไม่กี่หยด แต่กลับสร้างความเจ็บปวดและความเสียใจให้กับนางผู้เป็นภรรยาเอกยิ่งนักที่ไม่สามารถปกป้องบุตรสาวจากความอัปยศครั้งนี้ได้

 แม้ว่าไท่ฮูหยินจะพยายามเปลี่ยนใจหรือใช้อำนาจเท่าใด ก็ไม่อาจข่มจางเยี่ยนที่หลงใหลหลี่ฮูหยินจนแทบไม่ลืมหูลืมตาเช่นนี้ได้ 

 จางอวิ๋นซีอยู่ในสถานะที่แม้แต่มารดานางก็ไม่อาจปกป้องได้ หลายครั้งนักที่นางถูกย่ำยีศักดิ์ศรี หลายครั้งนักที่นางกับมารดาถูกกลั่นแกล้งครั้งแล้วครั้งเล่า หลายครั้งนักที่นางอยากกราบทูลต่อองค์ฮองเฮาแต่นางก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องด้วยมารดาเคยร้องขอเอาไว้ว่าไม่ต้องการให้บิดาเดือดร้อน คงเป็นเพราะความใจดีของมารดากระมังที่ทำให้อีกฝ่ายข่มเหงรังแกพวกนางเช่นนี้

 จางอวิ๋นซีไม่มีทางเลือกนอกจากยอมคุกเข่าต่อหน้าจางเซียวหรูและคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้นเพื่อขออภัยต่ออีกฝ่าย นางยอมทำเพื่อมิให้มารดาต้องเจ็บตัวอีกต่อไป หากวันใดที่นางลุกขึ้นมาสู้ได้นางจะสู้อย่างไม่คิดสิ่งใด!

 แม้ว่าไท่ฮูหยินพยายามร้องขอให้บุตรชายหยุดการกระทำเช่นนี้ แต่จางเยี่ยนกลับนิ่งเฉยนัก

 “เจ้าจะนิ่งเฉยต่อนางไม่ได้นะอาเยี่ยน! องค์ไทเฮาทรงมีพระเสาวนีย์ให้เชิญนางเข้าวัง!” ไท่ฮูหยินกล่าวเสียงดังพร้อมกับพระราชสาสน์ในมือ ซึ่งประทับตราพระราชลัญจกรขององค์ไทเฮาเอาไว้อย่างชัดเจน

 “ไทเฮาทรงเชิญซีเอ๋อร์ไปร่วมงานฉลองวันพระราชสมภพของพระนาง ซึ่งจัดงานล่องเรือชมบงกช หากเจ้าทำร้ายซีเอ๋อร์ รู้หรือไม่ว่าไทเฮากับฮองเฮาจะจัดการพวกเจ้าสถานใด และอาจลามไปทั้งสกุล เจ้าอยากให้เป็นเช่นนั้นรึ?” ไท่ฮูหยินถามเสียงแข็ง

 “ข้าได้ยินข่าวลือหนาหูนัก ว่าไทเฮาทรงหมายพระทัยจะจัดหาพระชายา

ให้กับท่านอ๋องแต่ละองค์ ข้าไปร่วมได้หรือไม่เจ้าคะท่านย่า” จางเซียวหรูถามขณะที่นัยน์ตาของนางลุกโตราวกับไข่ห่านด้วยความดีใจ งานวันพระราชสมภพของไทเฮานี้ เชื้อพระวงศ์ชั้นสูงมากมายจะถูกเชิญเข้ามาร่วมงาน หนึ่งในนั้นต้องมีหานไท่หยาง ซึ่งเป็นพระราชโอรสในฮองเฮาและว่าที่องค์รัชทายาทด้วยเป็นแน่

 จางเซียวหรูนางคิดอย่างดีใจ นางอยากเข้าวังอย่างจางอวิ๋นซีบ้าง แค่เพราะจางอวิ๋นซีมีศักดิ์เป็นหลานสาวของฮองเฮา นางก็สามารถเข้าออกตำหนักฝ่ายในได้อย่างสบายใจ อีกทั้งยังเป็นนางรับใช้ที่ใกล้ชิดกับไทเฮา ทำให้ได้รับความโปรดปรานไม่น้อยเลย

 หากนางสามารถใช้ความงามที่มี ทำให้องค์ชายรองอย่างหานไท่หยางหลงรักนางได้ ตำแหน่งพระชายารัชทายาทคงอยู่ไม่ไกลจากเอื้อมมือของนางแน่

 “เจ้าคิดการอันใดกันลูกหญิง เห็นชัดๆ ว่าไทเฮาทรงต้องการให้น้องสาวของเจ้าไปเพียงเท่านั้น บุตรีฮูหยินรองอย่างเราจะได้เข้างานนี้ง่ายๆ หรือ?” เสียงของหลี่ฮูหยินแสร้งกล่าวด้วยความน้อยใจ จนจางเยี่ยนต้องกล่าวปลอบ

 “อย่างไรเสียเจ้าเองก็เป็นฮูหยินของข้า ข้าต้องพาเจ้าไปด้วยอยู่แล้ว” จางเยี่ยนกล่าวกับหลี่ฮูหยินอย่างอ่อนโยน

 หลี่ฮูหยินกับบุตรสาวยิ้มอย่างลำพองใจ

 จางเซียวหรูกลับเรือนพร้อมกับมารดาด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ นางคิดกังวลมากมายเกี่ยวกับงานวันพระราชสมภพของไทเฮาที่กำลังจะจัดขึ้นในอีกสามวัน อีกทั้งในช่วงนี้เมืองหลวงมีข่าวลือหนาหูยิ่งนักเกี่ยวกับการคัดเลือกพระชายาให้กับอ๋องแต่ละองค์ ซึ่งเป็นองค์ชายที่ฮ่องเต้หานทรงอวยพระยศขึ้นทั้งหมด รวมถึงองค์ชายใหญ่ซึ่งเป็นโอรสพระสนมหยางเต๋อเฟยอีกด้วย

 “ข้าไม่สบายใจเลยเจ้าค่ะท่านแม่ ไทเฮากับฮองเฮาทรงโปรดปรานจาง อวิ๋นซีมาก หากนางถูกมอบสมรสพระราชทานให้กับอ๋องไท่หยางแล้วนั้น หากอนาคตอ๋องไท่หยางถูกสถาปนาเป็นรัชทายาท นางก็จะเป็นฮองเฮาน่ะสิเจ้าคะ! ข้าไม่ยอมๆ นะท่านแม่!” จางเซียวหรูโวยวาย นางอิจฉาริษยาจางอวิ๋นซียิ่งนัก อีกฝ่ายมีมารดาเป็นฮูหยินเอก แม้จะไม่ได้รับความโปรดปรานจากบิดา แต่ไท่ฮูหยินผู้เป็นย่าก็ยังเข้าข้างนางเสมอ อีกทั้งมารดายังมีศักดิ์เป็นน้องสาวของฮองเฮาอีก จะไม่ให้นางอิจฉาริษยาอีกฝ่ายได้อย่างไร แม้นางจะเพียรพยายามมากเท่าใดก็ไม่อาจมีได้เท่าอีกฝ่าย

 “เจ้ามีความสามารถมากถึงเพียงนี้ สมรสพระราชทานถูกตัดสินโดยฝ่าบาท ทรงต้องมองการณ์ไกลอย่างลูกแม่เป็นแน่” หลี่ฮูหยินลูบหัวบุตรสาวอย่างปลอบประโลม แต่ทว่าลึกๆ แล้วในใจของนางก็หวั่นไหวอยู่เช่นกัน

 “เหนือกว่าฝ่าบาทก็คือไทเฮา ไทเฮาทรงคุมได้ทั้งราชสำนัก เราต้องหาทางไม่ให้นางเข้าร่วมงานเลี้ยงนะเจ้าคะท่านแม่ ไม่เช่นนั้นฝันของข้าจะพังทลายหมด” จางเซียวหรูกล่าว

 “หึ! แม่รับรองว่าแม่ต้องหาทางจัดการนางแน่!”

 ตกดึกกลางคืน

 หลี่ฮูหยินลอบติดต่อกับคนจากสกุลหลี่ของตนเองอย่างลับๆ นางวางแผนการเอาไว้ ว่าอย่างไรจะต้องกำจัดจางอวิ๋นซีก่อนถึงวันงานฉลองพระราชสมภพของไทเฮาก่อนแน่ นางต้องทำเพื่อให้อนาคตของบุตรสาวนางมั่นคง อย่างน้อยหากจางเซียวหรูมิได้อภิเษกกับอ๋องไท่หยาง แต่หากนางได้อภิเษกกับองค์ชายใหญ่ ซึ่งเป็นโอรสของหยางเต๋อเฟย ตำแหน่งพระชายารัชทายาทคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมนัก 

 และศัตรูในอนาคตที่จะเป็นภัยต่อบุตรสาวของนางก็จะหมดไปด้วย

 จางอวิ๋นซี...เจ้าไม่สมควรมาแย่งความสุขของลูกข้าไป!

 “จัดการตามนี้  คืนนี้จัดการนางเสร็จเอาร่างนางมาที่...”

 หลี่ฮูหยินกระซิบเสียงเบากับกลุ่มชายลึกลับ

 เซียวเหม่ยฉีในร่างของจางอวิ๋นซีซึ่งนอนแน่นิ่งในเกี้ยว ถูกพามายังจวนสกุลจางในสภาพที่เปียกปอน เนื่องจากงานฉลองวันพระราชสมภพของไทเฮาถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้ว และจางอวิ๋นซีคือผู้ที่ไทเฮาทรงมีพระเสาวนีย์เชิญร่วมงานสำคัญในครั้งนี้ หากนางหายไปย่อมเป็นผลไม่ดีต่อสกุลจางอย่างแน่นอน แต่ทว่าจางเยี่ยนก็หาได้สนใจการหายไปของบุตรสาวนัก ร้อนถึงไท่ฮูหยินและจางฮูหยินที่แทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ จึงสั่งให้พ่อบ้านมู่และหรูหรงออกตามหานางพร้อมกับคนในจวนอีกสามสี่คน

 แต่ทว่าไท่ฮูหยินก็ไม่คาดคิดว่าจะเจอสภาพของหลานสาวสุดที่รักในสภาพที่เปียกปอนเช่นนี้

 พ่อบ้านมู่และคนในจวนช่วยกันพาร่างของจางอวิ๋นซีเข้าไปด้านใน สาวใช้คนสนิทของหลี่ฮูหยินจึงรีบมารายงาน สร้างความตกใจให้กับหลี่ฮูหยินและจางเซียวหรูยิ่งนักที่รู้ว่าอีกฝ่ายถูกตามหาร่างจนพบ

 “ท่านแม่ เราจะทำยังไงดีเจ้าคะ หากนางจำได้ว่าพวกเราวางแผนฆ่านาง เราต้องแย่แน่ๆ ท่านแม่” จางเซียวหรูเขย่าแขนมารดาอย่างเป็นกังวล

 หลี่ฮูหยินปลดมือบุตรสาวออกจากแขน

 “เอาล่ะๆ ตอนนี้เราต้องทำเป็นทองไม่รู้ร้อนไปก่อน แต่เจ้าวางใจเถิดคนพวกนั้นเป็นคนของเรา หากพวกมันถูกจับได้พวกมันยอมพลีชีพทันที”

 จางเซียวหรูรู้สึกขัดใจยิ่ง นางมองมารดาเดินนำออกไปจากเรือนในเพลาค่ำคืนหลังจากฝนหยุดตกเช่นนี้ 

 ‘จางอวิ๋นซี เจ้าจะเป็นมารขัดขวางข้าไปถึงเมื่อใด!?’ 

 จางเซียวหรูกำหมัดแน่น นางคิดแค้นอีกฝ่ายในใจยิ่งนัก เหตุใดนางจึงตายยากตายเย็นเยี่ยงนี้!

 เซียวเหม่ยฉีตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างของจางอวิ๋นซีดังเดิม นางปรือตาขึ้นมาขจัดความง่วงและอาการปวดหัวออกไป ในหัวพยายามนึกถึงเหตุการณ์ที่หญิงสาวผู้นั้นพาเธอมายังโลกแห่งนี้ โลกที่อยู่ห่างไกลจากความเจริญเกือบพันปี! 

 หญิงสาวเอามือกุมศีรษะของตนเองเอาไว้ ผลจากการตากฝนนานๆ ทำให้เธอเริ่มเป็นไข้และตัวร้อนรุมๆ นัก

 “คุณหนู ท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” เสียงใสของหญิงสาวที่รุ่นราวคราวเดียวกับเซียวเหม่ยฉีดังขึ้น เด็กสาวคนนั้นหันหน้ามาหาผู้ที่นอนอยู่บนเตียง ก่อนจะเอาผ้าที่ชุบน้ำค่อยๆ เช็ดตามลำตัวของอีกฝ่าย

 “คุณหนู ท่านสลบไปหนึ่งวันเต็มๆ เลยนะเจ้าคะ เหตุใดท่านจึงไปอยู่ในที่รกร้างเช่นนั้นกัน อันตรายมากนะเจ้าคะดีที่ไท่ฮูหยินสั่งให้ข้าพวกข้าออกตามหาท่านที่บริเวณนั้น จึงได้เจอกับท่าน...” หรูหรงเอ่ยยืดยาว

 “เดี๋ยวๆ นะ เธอเรียกฉันว่าคุณหนู?” เซียวเหม่ยฉีขมวดคิ้วถามอีกฝ่าย ตอนนี้หญิงสาวพอจำได้รางๆ เกี่ยวกับเจ้าของร่างนี้ที่ต้องการให้เธอมาแก้แค้นใครบางคน ใครบางคนที่ฆ่าเจ้าของร่างนี้...

 หรูหรงพยักหน้าตอบ “เจ้าค่ะ ท่านคือคุณหนูบุตรสาวฮูหยินใหญ่ของจวนนี้”

 นึกไม่ถึงแฮะ ว่าเจ้าของร่างที่ฉันอยู่จะมีพ่อแม่เป็นเศรษฐีรวยขนาดนี้...

 เซียวเหม่ยฉียิ้มในใจกับความคิดของตนเอง

 “แล้วเธอคือ...”  

 หรูหรงวางผ้าในมือลงกับอ่างน้ำอุ่นด้วยท่าทีตกใจ นางนั่งลงข้างๆ กับจาง อวิ๋นซีผู้เป็นนาย “คุณหนู ท่านความจำเสื่อมจนจำบ่าวไม่ได้หรือเจ้าคะ?”

 เซียวเหม่ยฉีอยากจะเขกหัวสักร้อยทีนัก ทั้งๆ ที่เธอถูกพามาอยู่ในร่างนี้แล้วแท้ๆ แต่กลับจะก่อเรื่องวุ่นวายอีก

 “เอ่อ คือว่า” เซียวเหม่ยฉีพยายามคิดหาข้อแก้ต่างในใจเพื่อไม่ให้สาวใช้ของจางอวิ๋นซีตกใจเอาได้

 “ซีเอ๋อร์ของย่า เจ้าฟื้นแล้วหรือ?” ไท่ฮูหยินเดินเข้ามาหาผู้เป็นหลานสาวอย่างรวดเร็ว เซียวเหม่ยฉีทำตัวไม่ถูกนักเมื่อเจอกับเหตุการณ์แบบนี้

 หญิงสาวอยู่ในสถานะน้ำท่วมปาก จะกล่าวอ้างสิ่งใดในเพลานี้ก็ไม่อาจทำได้ นางพยายามตั้งสติให้มั่นคงแล้วคิดถึงเหตุการณ์ทุกอย่างให้ถี่ถ้วน

 “ซีเอ๋อร์” เสียงของจางฮูหยินดังมาจากหน้าห้อง นางเดินสาวเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็วตรงเข้าสวมกอดจางอวิ๋นซีด้วยความคิดถึง

 นานมากแล้วที่เซียวเหม่ยฉีไม่เคยสัมผัสถึงความรู้สึกอบอุ่นของมารดา เนื่องจากว่าเธอสูญเสียครอบครัวไปตั้งแต่ยังเด็ก จึงถูกญาติๆ ของเธอพาไปเลี้ยงดูจนกระทั่งได้ทำงานเป็นหมอในโรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ซึ่งป่านนี้คุณย่าของเธอคงคิดถึงเธอเป็นแน่

 เซียวเหม่ยฉีมองใบหน้าแต้มยิ้มของไท่ฮูหยินอีกครั้ง ใบหน้าของผู้เป็นย่าของนางก็ลอยทับมา ป่านนี้ท่านจะรู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลานสาวคนนี้

 เอาล่ะ...อยู่ในร่างของเธอก็ไม่ได้แย่กว่าที่คิดนะ ฉันจะเป็นจาง อวิ๋นซีเพื่อเธอก็แล้วกัน จางอวิ๋นซีคนใหม่...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทาสรัก ท่านอ๋องอำมหิต (ตอนที่ 1 - ปัจจุบัน)   ตอนที่ 54 ตัดขาดความสัมพันธ์

    หยางเต๋อเฟยบีบปลายคางของหลิวฮองเฮาจนนางเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด ทรงต่อสู้ในวังหลวงกับหยางเต๋อเฟยมาตลอด แต่สุดท้ายกลับพลาดท่าเสียทีให้กับคนชั่วช้าคนนี้ที่ต้องการยึดอำนาจของนาง นางมองเห็นสีหน้าสะใจของหยางเต๋อเฟยแล้วอยากสังหารยิ่งนัก! “พระนางทำสายตานั้นกับหม่อมฉันได้แค่วันนี้เท่านั้นล่ะเพคะ นับแต่นี้ต่อไปจะไม่มีวันได้ทำสายตาแบบนี้ใส่ข้าอีก!” หยางเต๋อเฟยปล่อยปลายคางของอีกฝ่ายให้เป็นอิสระ ยิ่งนางพยายามยั่วยุหลิวฮองเฮามากเท่าไหร่ พิษสลายกระดูกก็เริ่มออกฤทธิ์รุนแรงมากขึ้นเท่านั้น สังเกตได้จากท่าทีนอนดิ้นทุรนทุรายของนางอย่างเจ็บปวดทรมาน เดิมทียาชนิดนี้ใช้ประหารนักโทษคดีร้ายแรงเท่านั้น สามารถออกฤทธิ์เห็นผลได้ทันที แต่พระนางต้องการให้หลิวฮองเฮาค่อยๆ ตายอย่างทรมานเท่านั้น จึงได้ให้ใช้ยาในปริมาณที่ไม่มากแต่ให้สะสมเข้าในร่างกายทุกวัน จะได้ไม่มีใครมาสงสัยสาเหตุการตายของฮองเฮาผู้นี้ แต่ทุกคนจะเข้าใจเป็นเพราะจางอวิ๋นซี นางเจ็บป่วยไม่สบายเช่นนี้ ย่อมหาเหตุผลได้ว่านางละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่ให้ฮ่องเต้ทรงรับทราบ เท่านี้คำกล่าวของจางอวิ๋นซีก็ไม่มีน้ำหนักอีกต่อไป

  • ทาสรัก ท่านอ๋องอำมหิต (ตอนที่ 1 - ปัจจุบัน)   ตอนที่ 53 หยางเต๋อเฟย

    หานไท่หยางที่ทราบอาการป่วยของพระมารดาจากจางกูกู พร้อมกับรับสั่งให้จางอวิ๋นซีรีบเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ทั้งสองจึงต้องเร่งเข้าวังเป็นการด่วน โชคดีนักที่จำนวนคนป่วยที่เหลืออยู่นั้นอาการไม่รุนแรงเท่าใด นางจึงแจ้งให้ผู้ช่วยหมอหลวงควบคุมสถานการณ์แทนนางจนกว่าจะกลับมา คำสั่งเร่งด่วนของฮ่องเต้เป็นสิ่งที่ไม่อาจขัดได้ จางอวิ๋นซีรู้ดีว่านางกับหรูหรงมีเรื่องร้ายแรงติดตัวอยู่ และหากงานนี้ทำพลาดนางคงไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกเป็นครั้งที่สอง เมื่อมาถึงวังหลวง สิ่งแรกที่นางทำคือไปที่ตำหนักคุนหนิงให้เร็วที่สุด นางเห็นหานฮ่องเต้ทรงประทับอยู่ด้านในกับหลิวฮองเฮาที่นอนหมดสติบนพระแท่นบรรทม ยามนี้หัวหน้าหมอหลวงประจำราชสำนักก็ไม่อยู่ในวัง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความบังเอิญหรือความกะทันหันหรือไม่นางเองก็ไม่แน่ใจ “ฮองเฮาทรงหมดสติไปเพคะพระชายา หลังจากทรงดื่มชาในงานเลี้ยงน้ำชากับคุณหนูหนิงรื่อหง” จางกูกูกล่าว นางลอบหันไปสบตากับจางฮูหยินเพียงครู่หนึ่ง แม้ตอนนี้จะไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่จำเป็นต้องรักษาชีวิตฮองเฮาเอาไว้ให้ได้ จางอวิ๋นซีจับชีพจรของหลิวฮองเฮาอย่างถี่ถ้วน และสั่งให

  • ทาสรัก ท่านอ๋องอำมหิต (ตอนที่ 1 - ปัจจุบัน)   ตอนที่ 52 หลอกใช้

    จางเซียวหรูทราบว่าหนิงรื่อหงได้เดินทางกลับบ้านเกิด ไม่มีใครทราบเรื่องอาการป่วยของหนิงรื่อหงเลยสักนิด แม้กระทั่งจางเซียวหรู ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ที่วุ่นวายยังไม่ปกติเท่าใด แต่หนิงรื่อหงกลับขอตัวกลับบ้านตนเองก่อน แสดงว่านางต้องมีเรื่องอะไรปิดบังแน่นอน “สารถี ไปที่จวนเจ้ากรมอาญา” นางสั่งคนขับรถม้าของนาง รถม้ามุ่งออกจากวังอ๋องหานอี้มุ่งสู่จวนเจ้ากรมอาญา ระหว่างทางจางเซียวหรูพยายามคิดอยู่ตลอดเวลาว่าเหตุใดหนิงรื่อหงจึงต้องกลับบ้านในเพลาเช่นนี้ จะว่าเกี่ยวกับเรื่องที่จางอวิ๋นซีควบคุมโรคระบาดได้ก็คงไม่น่าใช่ทั้งหมด คนอย่างหนิงรื่อหงทำอะไรมักไม่เคยให้ใครต้องมาสงสัยหรือมีคำถาม แต่ครั้งนี้แปลกพิลึกนัก รถม้าของวังอ๋องจอดสนิทหน้าจวนเจ้ากรมอาญา เพลานี้หนิงเฟิ่งกับหนิงเจี้ยนอยู่ในวังหลวง ฉะนั้นคนที่อยู่ในจวนก็คงมีเพียงพ่อบ้านและหนิงฮูหยินเท่านั้น “ถวายพระพรพระชายา” หนิงฮูหยินก้มตัวเล็กน้อยคำนับอีกฝ่ายอย่างมีมารยาท ครอบครัวของนางไม่เคยรู้จักหรือสนิทชิดเชื้อกับจางเซียวหรูมาก่อน การมาเยือนของอีกฝ่ายทำให้ฮูหยินใหญ่ผู้นี้แปลกใจยิ่งนัก

  • ทาสรัก ท่านอ๋องอำมหิต (ตอนที่ 1 - ปัจจุบัน)   ตอนที่ 51 ยืมดาบสังหารคน

    นางกำนัลคนหนึ่งที่หานไท่หยางส่งไปแฝงตัวในตำหนักของหนิง รื่อหงนั้น กลับมารายงานสิ่งที่เขาพอใจอย่างยิ่ง ในที่สุดแผนการที่เขาวางเอาไว้ดักจับหนิงรื่อหงก็ใกล้จะได้เวลาเก็บแหเสียที หลังจากที่อดทนรอมาเนิ่นนานเกือบหนึ่งเดือน เขารู้ตั้งแต่แรกว่าหนิงรื่อหงมีท่าทีเป็นปรปักษ์ ต่อต้านวิธีการป้องกันโรคของจางอวิ๋นซีอย่างชัดเจน แม้นางจะเก็บตนอยู่แต่ในตำหนัก แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถป้องกันตนเองได้ตลอดเวลา อย่างน้อยคนที่เข้าออกตำหนักของนางบ่อยๆ อย่างลี่จูก็ต้องมีอาการเป็นพาหะนำเชื้อเข้ามาอย่างแน่นอน ในเมื่อนางคิดร้ายลอบร่วมมือกับจางเซียวหรู ยั่วยุให้อีกฝ่ายแนะนำหานอี้อพยพคนติดเชื้อขึ้นมา เพื่อหวังให้ชายาของเขาถูกประหารชีวิต พวกมันต้องชดใช้ด้วยชีวิตของตนเองจึงจะสาสม! “ในเมื่อนางไม่อยากให้ใครรู้ ก็ปิดเรื่องนี้ให้เงียบที่สุด เข้าใจหรือเปล่า” หานไท่หยางย้ำกับคนของตนเอง “เพคะ” นางกำนัลผู้นั้นก้มหน้ารับน้อยๆ ก่อนจะถอยหลังเดินกลับไป นางเป็นคนที่หานไท่หยางส่งไปแฝงตัวกับคนของหนิงรื่อหง นางทำงานได้ยอดเยี่ยมอย่างไม่มีที่ติยิ่งนัก ‘รอให้เสี่ยวซีจัดการโรคระบา

  • ทาสรัก ท่านอ๋องอำมหิต (ตอนที่ 1 - ปัจจุบัน)   ตอนที่ 50 แขวนหัวแพะ ขายเนื้อสุนัข

    หรูหรงที่เพิ่งหายป่วยไม่กี่วัน นางเดินฝ่าฝูงชนเข้ามาขวางหน้าเจ้านายของตนเอง นางได้ยินมาว่าเรื่องระบาดนี้หานอี้โทษว่าเป็นเพราะนางที่นำโรคมาติดต่อสู่คนอื่น หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ สมควรหรือที่พระชายาจางอวิ๋นซีจะมาขอโทษชาวบ้านเหล่านี้แทนนาง ควรเป็นนางที่ต้องเอ่ยคำขอโทษนั้นแทน “ไม่เพคะพระชายา เรื่องทั้งหมดไม่ได้เกิดจากพระชายาเลย มันเกิดจากหม่อมฉันทั้งหมด หากหม่อมฉันรู้ตัวเองสักนิดว่าติดโรคระบาดจะไม่ทำให้พระชายาเดือดร้อนเลย” หรูหรงคุกเข่าต่อหน้าจางอวิ๋นซี นางคำนับชาวบ้านทุกคนอย่างขออภัยกับพื้นดิน พร้อมกับเขกศีรษะลงกับพื้นสามที “เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะข้า พระชายาทรงช่วยชีวิตพวกเราทุกคนเอาไว้ ขอให้พวกเจ้ามั่นใจในพระนาง ทำตามที่พระนางทรงเอ่ย เพราะข้ากับสหายนางกำนัลทั้งหมดหายป่วยได้ ก็เพราะพระเมตตาของพระชายา ตอนนี้พระนางทำเต็มที่แล้ว ขอพวกเจ้าให้ความร่วมมือกับพระนาง อย่าได้คิดต่อต้านหรือโกรธเคืองพระนางเลย หากจะคิดว่าเรื่องนี้ใครผิด คนผิดคนนั้นคือข้าที่ไม่ระวังตนเอง...” หรูหรงกล่าวน้ำเสียงสั่นเครือ หากไม่ใช่เพราะนางจางอวิ๋นซีคงไม่ต้องมาเดือดร้อนและเสื่อมเสียเกียรติเช่นนี้ จางอวิ๋นซีเข้าไปประ

  • ทาสรัก ท่านอ๋องอำมหิต (ตอนที่ 1 - ปัจจุบัน)   ตอนที่ 49 หานอี้

    หลังออกมาจากวังหลวงไม่นาน หานฮ่องเต้ทรงมีพระบรมราชโองการให้เจ้าเมืองลั่วหยาง จัดการอพยพประชาชนเข้ามารักษาที่เมืองหลวง ไม่สนใจคำทัดทานของจางอวิ๋นซีกับหานไท่หยางเลยสักนิดเดียว หนิงรื่อหงเห็นโอกาสที่จะกำจัดจางอวิ๋นซีได้ นางจึงให้ลี่จูปลุกปั่นคนจำนวนหนึ่งให้มีท่าทีต่อต้านจางอวิ๋นซี ท่ามกลางความวุ่นวายขนาดนี้ต่อให้จางอวิ๋นซีเก่งแค่ไหนนางก็ไม่สามารถรักษาโรคระบาดนี้ได้แน่ นับวันอาการของหรูหรงและนางกำนัลคนอื่นๆ เริ่มดีขึ้นมาก ด้วยเพราะตัวยาสมุนไพรที่จางอวิ๋นซีให้กินผนวกกับยาลดไข้แบบแผนตะวันตก ทำให้อาการของพวกนางทั้งหลายเริ่มดีขึ้นตามลำดับจนหายเกือบเป็นปกติ ตอนนี้พวกนางจึงเหลือแค่พักฟื้นให้ร่างกายหายดีเท่านั้น “วิธีของพระชายาได้ผลยิ่งนักเพคะ ไม่กี่วันพวกนางก็เริ่มหายเป็นปกติกันแล้ว” หมอหญิงผู้หนึ่งกล่าวอย่างดีใจ นางเป็นหนึ่งในหมอหลวงที่คอยดูแลรักษาคนป่วยเหล่านี้ จางอวิ๋นซีพอยิ้มออกมาได้บ้าง อย่างน้อยนางก็ยังมีความหวังว่าวิธีการรักษาของนางยังเห็นผลที่น่าพอใจ “หลังจากนี้ ให้พวกเจ้าทุกคนจัดสถานที่ในตำหนักหลันเป่าให้เรียบร้อย ข้าจะย้ายพวกนางที่หายดีแล้วไปพักฟื้นที่เรือนในตำหนักหลันเป่า” นางหั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status