LOGINร่างกายเบาหวิวอย่างน่าเหลือเชื่อ เหล่มองซองยาเห็นว่าหายไปสองเม็ดก็พลันครุ่นคิด ตัวเองอาจจะเพลียมากจนจำไม่ได้ว่ากินยาไปแล้วล่ะมั้ง
พาดกระเป๋าทรงเฉียง ขยับหัวเข็มขัดก่อนรัดสายนาฬิกาข้อมือ หันดูความเรียบร้อยของชุดนักศึกษาอีกครั้งแล้วจึงออกจากห้อง
ขาสองคู่ชะงักพร้อมกัน และเป็นกริมม์เองที่ผงกศีรษะให้อีกฝ่ายก่อนเลี่ยงออกมา ทว่า แกสตันซึ่งความตั้งใจเดิมถูกเด็กคนนั้นพับเก็บอย่างรวดเร็วทำได้แค่เรียกเสียงเหิน
“ครับ”
“หะ…หายดีแล้วเหรอ”
“ยังแสบ ๆตรงรอยครูดกับถนน นอกนั้นปกติดีครับ” นัยน์ตาหลุบไปทางขวา ความข้องใจเรื่องเมื่อวานยังคงอยู่ แต่หากเอ่ยถาม จะมีอะไรดีขึ้นงั้นเหรอ “ผมไปเรียนก่อนนะ”
“อืม” ชายหนุ่มยังอยากต่อบทสนทนาอีกเล็กน้อย “ขอเลขบัญชีหน่อยสิ จะโอนเงินให้”
“ค่าอะไร”
“เรื่องเมื่อวาน”
เด็กหนุ่มถอนหายใจ หยิบปากกาฉีกสมุดเลกเชอร์มาเขียนสิ่งที่เขาต้องการแล้วก้าวลงบันไดไม่เร่งรีบนัก เพราะยังรู้สึกปวดแสบในหลาย ๆจุด
แกสตันยังไม่ละสายตาจากแผ่นหลัง และได้เห็นว่าสิ่งที่เด็กคนนั้นแสดงออกต่อกันมันต่างกับคนอื่น ๆในบ้าน ทั้งที่พวกนั้นบุคลิกดุดันน่ากลัว
ถ้านี่ไม่เรียกว่าจงใจกวนประสาท จะให้เรียกอะไรวะ
----------
การเปลี่ยนแปลงทั้งด้านสภาพแวดล้อมและร่างกายของกริมม์อยู่ในความใส่ใจของเพื่อนเสมอ แต่พอสอบถามก็ได้แค่คำว่าไม่มีอะไร
บอยเหลือบตาสบกับอั้มก่อนผละไปจ้องหน้าเพื่อนอีกคน ทั้งสองคิดเหมือนกันว่า อีกฝ่ายมีรถหรูมาตามเฝ้าโดยชายไม่ซ้ำหน้า แถมวันนี้ยังเอาแต่ทำหน้าเหยเก
“มีเสี่ยเลี้ยงเหรอ” ท่าทีผู้ถูกสอบสวนนิ่งสงบ กะพริบตาปริบพลางเกาหลังคอ
“หูแดงแล้ว”
“ร้อน” เฉไฉด้วยการฟุบศีรษะลงบนท่อนแขน แสร้งหลับทั้งที่ในใจมีความคิดร้อยแปด
‘ไม่ใช่เสี่ยแต่เป็นนักเลงวิตถารต่างหาก แถมมันไม่ได้เลี้ยงดูด้วย ก็แค่…’
ถึงเวลาเลิกเรียนกริมม์ก็ไปขึ้นรถที่จอดรออยู่โดยไม่ต้องมีใครเสียเวลาตามตัว ตอบคำถามจากพวกนักเลงว่าวันนี้เป็นยังไงด้วยท่าทีซังกะตาย ตามดูกันทั้งวันยังจะสงสัยอีกเหรอ
ถ้าไม่รู้จะชวนคุยยังไงก็เงียบ ๆไปดีกว่า เหมือนกันหมดทั้งลูกน้องลูกพี่
เพล้ง!!
กริมม์สะดุ้งเฮือกหันขวับไปยังทิศทางของแก้วปริศนา ผู้หญิงคนนึงนั่งฟุบกับพื้นร้องไห้ตัวสั่น ส่วนเจ้าของบ้านนั่งอยู่บนเก้าอี้บาร์ ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์แต่แผ่นอกกลับยกตัวถี่เร็ว
พลันแกสตันเหลียวมาสบตา เด็กหนุ่มจึงหลุบต่ำแล้ววิ่งขึ้นห้องตัวเองทันที
พร่ำพูดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตัวเองครู่หนึ่ง แล้วจึงอาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดสุภาพเพื่อเริ่มงานที่ร้านของแกสตันตามที่โทมิกำชับ เมื่อเปิดประตู ใบหน้าค่อย ๆแหงนขึ้นก่อนขมวดคิ้วมุ่น “มีอะไรเหรอครับ”
“เงินเข้ายัง” อีกฝ่ายยักคอฉงน “เอาอีกไหม”
จู่ ๆก็ถูกรวบร่างลงบนเตียง กริมม์ดีดดิ้นแหกปากลั่น “ปล่อยนะโว้ยไอ้บ้า!”
มีเพียงแกสตันที่รู้ว่ากำลังใช้เด็กคนนี้เป็นเครื่องมือตัดความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนั้น พลันเรือนผมชายหนุ่มถูกขยุ้มและออกแรงรั้งจนหน้าแหงน งุนงงในหนแรกก่อนตวาดถาม “มึงทำอะไรวะ”
“คุณนั่นแหละทำอะไร” ครั้นคนจู่โจมเผลอตัว ตนก็เหวี่ยงมือที่ขยุ้มผมแกสตันทิ้ง สาวเท้าวิ่งไปยังรถที่โทมิสตาร์ทเครื่องรอ เมินดวงตาบวมช้ำของผู้หญิงคนนั้น และไม่สนเสียงตวาดเรียกจากชายโรคจิต
“กะ…เกิดอะไรขึ้นคะ”
“อย่ายุ่ง”
ร่างกายเบาหวิวอย่างน่าเหลือเชื่อ เหล่มองซองยาเห็นว่าหายไปสองเม็ดก็พลันครุ่นคิด ตัวเองอาจจะเพลียมากจนจำไม่ได้ว่ากินยาไปแล้วล่ะมั้งพาดกระเป๋าทรงเฉียง ขยับหัวเข็มขัดก่อนรัดสายนาฬิกาข้อมือ หันดูความเรียบร้อยของชุดนักศึกษาอีกครั้งแล้วจึงออกจากห้องขาสองคู่ชะงักพร้อมกัน และเป็นกริมม์เองที่ผงกศีรษะให้อีกฝ่ายก่อนเลี่ยงออกมา ทว่า แกสตันซึ่งความตั้งใจเดิมถูกเด็กคนนั้นพับเก็บอย่างรวดเร็วทำได้แค่เรียกเสียงเหิน“ครับ”“หะ…หายดีแล้วเหรอ” “ยังแสบ ๆตรงรอยครูดกับถนน นอกนั้นปกติดีครับ” นัยน์ตาหลุบไปทางขวา ความข้องใจเรื่องเมื่อวานยังคงอยู่ แต่หากเอ่ยถาม จะมีอะไรดีขึ้นงั้นเหรอ “ผมไปเรียนก่อนนะ”“อืม” ชายหนุ่มยังอยากต่อบทสนทนาอีกเล็กน้อย “ขอเลขบัญชีหน่อยสิ จะโอนเงินให้”“ค่าอะไร”“เรื่องเมื่อวาน” เด็กหนุ่มถอนหายใจ หยิบปากกาฉีกสมุดเลกเชอร์มาเขียนสิ่งที่เขาต้องการแล้วก้าวลงบันไดไม่เร่งรีบนัก เพราะยังรู้สึกปวดแสบในหลาย ๆจุดแกสตันยังไม่ละสายตาจากแผ่นหลัง และได้เห็นว่าสิ่งที่เด็กคนนั้นแสดงออกต่อกันมันต่างกับคนอื่น ๆในบ้าน ทั้งที่พวกนั้นบุคลิกดุดันน่ากลัวถ้านี่ไม่เรียกว่าจงใจกวนประสาท จะให้เรียกอะไรวะ ----
กริมม์ได้สติลืมตาในช่วงใกล้เที่ยงคืนของวันเดียวกัน กวาดตามองไปถ้วนทั่วพลางขมวดคิ้วมุ่น ห้องสะอาดผิดกับก่อนหน้านี้ แถมตอนนี้ตนได้สวมชุดใหม่และตัวก็มีกลิ่นหอมเหมือนคนเพิ่งอาบน้ำด้วย“แกสตันเหรอ…” พลันรู้สึกขนหัวลุก จะเป็นไปได้ยังไงที่ไอ้คนหยาบช้านั่นปรนนิบัติต่อกันดีขนาดนี้ พลางยื่นมือไปยังโต๊ะหัวเตียงคลำหาสวิตช์โคมไฟดวงตาหรี่ก่อนปรับกับความสว่างได้แล้วจึงเปิดผ้าห่ม ยืดตัวบิดคลายความปวดร้าวพลันเหลือบเห็นซองยาพร้อมกระดาษโน้ต “ยาแก้ปวด”เหลือเชื่อสุด ๆอ่านฉลากยาพลางถอนหายใจยาว พาร่างสะบักสะบอมเหมือนเพิ่งเสร็จจากกรำศึก ลงไปยังห้องครัวด้วยเป็นเวลาดึกดื่นภายในบ้านจึงมีเพียงแสงไฟสลัวพอให้เห็นรำไร เด็กหนุ่มไม่ทันระวังจึงเตะขาโต๊ะหลุดร้องเสียงหลง&ldq
พอล็อกสองแขน สองขากลับดีดดิ้นแกสตันดุนกระพุ้งแก้ม หัวเสียสุด ๆแต่พยายามข่มอารมณ์ เหล่เห็นเข็มขัดนักศึกษาพลันผละไปฉวยไว้เมื่อหันกลับมา ไอ้เด็กเปรตนั่นกำลังสวมเสื้อผ้าร้อนรน ชายหนุ่มเหลือบมองบนพลางโคลงศีรษะไปมา พุ่งกระชากร่างนั้นเหวี่ยงลงบนเตียงอย่างแรง เบี่ยงกายขึ้นคร่อม ใช้เข็มขัดตรึงข้อมือกริมม์ไว้กับหัวเตียง“เก่งให้เหมือนปากหน่อยดิวะ!!”“ก็มันกลัวนี่โว้ย!!!” ตะคอกลั่น อีกฝ่ายชะงักค้าง เด็กหนุ่มเองก็เช่นกันแต่เพียงเสี้ยววิ เหตุการณ์นั้นดำเนินต่ออย่างรวดเร็ว ท่อนนิ้วแกสตันยัดเยียดบดเบียดช่องร้อนของกริมม์ในจังหวะเนิบนาบ พลางโลมเลียลำคอขาวส่งเสียงครางเครือทั้งที่หลับตาหนีคนตรงหน้า แต่ประสาทสัมผัสทางกายกลับแจ่มชัด หัวใจเต้นโครมครามจนหวั่นว่ามั
ปัดมือแทนคำพูดว่าให้ออกไป ไล่สายตาตามการเคลื่อนไหวของลูกน้องคนสนิท ก่อนเหล่ไปทางเด็กบนเตียงพลันแค่นเยาะในลำคอ “ลูกหนี้ที่นี่ดีเนอะ มีพยาบาลส่วนตัวด้วย”“ครับ” ถ้าไม่ดื้อ ไม่เถียง แกสตันคงหมดความสนใจไปเอง “ทีกับกูพูดน้อยจังนะ กลัวดอกพิกุลร่วงเหรอ”“เปล่าครับ” พลันมือหนาพุ่งบีบคางกริมม์ นัยน์ตาสั่นระริกอย่างห้ามไม่ได้ เกิดคำถามในใจว่า ตนทำอะไรผิดอีก “คะ…คุณเกลียดอะไรผมเหรอ บอกผมเถอะ”“ถ้าบอกจะยอมเชื่องว่างั้น?” เด็กหนุ่มยักคอหงึกหงัก แกสตันรู้ว่าตนกำลังถือแต้มต่อจึงหรี่ดวงตาพลันแค่นหัวเราะ “จริง ๆก็ไม่ได้เกลียดมึงนะ แค่หมั่นไส้”“...” หมั่นไส้เนี่ยนะ ไอ้ประสาทกลับ“ด่ากันในใจอีกแล้ว”“เปล่า…” หลับตาปี๋ปกปิดความรังเกียจต่ออีกฝ่าย พลันลืมตาโพลงเมื่อมือแกสตันค่อย ๆเลื่อนไปยังลำคอระหง นิ้วโป้งกดเบา ๆตรงลูกกระเดือก ดวงหน้าฉายความร้ายกาจออกมาไม่ปิดบัง“จริง ๆก็ไม่ต่างกันนี่หว่า” พลันกริมม์คว้ามือนั้น กล่าวละล่ำละลัก “อะ…อะไร”“จะหญิงหรือชาย มันก็ไม่ต่างกันไง” โน้มตัวเชื่องช้า กดอีกฝ่ายลงกระทั่งแผ่นหลังนั้นแนบสนิทกับพื้นเตียง สีหน้าเด็กดื้อหวั่นวิตก ส่วนสองมือก็ดันแผ่นอกของแกสตันไว้ “กลัว?”
หมับ!"กล้านะมึง" แกสตันกระชากคอเสื้อไอ้ตัวแสบไว้พลันปิดปากทันควัน "อ่อยอู้! " ทั้งที่พยายามแหกปากดีดดิ้น เผื่อคุณตำรวจได้ยิน แต่สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างมันเสียแรงเปล่าลากกริมม์กลับขึ้นรถพร้อมคำขู่ “ถ้ายังดื้อ กูจะขังมึงไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันจริง ๆด้วย”นัยน์ตาแป๋วสั่นระริกขอความเมตตา แต่พลันถูกผลักไสรุนแรง กริมม์จึงทำได้เพียงถอนหายใจพลางมองบาดแผลตามร่างกายตน ไม่นานนัก รถคันหรูก็จอดสนิทที่ไหล่ทาง เด็กหนุ่มคิดว่าทุกอย่างที่ตนทำไปด้วยความคึกคะนองสงบลงแล้ว ทว่า มันไม่ใช่ เจ้าหนี้คนนั้นตะปบปลายคางมนแล้วเค้นเสียงต่ำ “อย่าเสือกมีลูกเล่นอีกนะมึง”“คะ…ครับ” ความกลัวแล่นปลาบปกคลุมทั่วตัว ที่จริงควรสำเหนียกได้ตั้งแต่แรกว่าหมอนี่ไม่ใช่คนปกติ คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะมีใจโอบอ้อมให้ลูกหนี้น่ะเหรอ ไม่มีทางซะหรอกแกสตันเดินหายเข้าไปยังซอกตึกที่อยู่ไม่ห่างจากตัวรถมากนัก ในมือเขาไม่มีอาวุธ แต่ทั้งตัวมีพร้อมทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก กระหน่ำใส่อีกฝ่ายไม่ยั้งราวทุบตีหมูหมาทุกภาพอยู่ในสายตากริมม์ ขณะนั้นก็รู้สึกหายใจไม่เต็มปอด ถ้าหากยังทำตัวพยศแบบนี้แล้วคนวิตถารนั่นทนไม่ไหว คงมีสภาพไม่ต่างกันแน่“แม่งเอ๊ย…กูทำอะ
ถึงโรงยิม กริมม์ก็เปลี่ยนชุดโดยเมินสายตาอ่านยากของแกสตัน แต่หูก็คอยฟังบทสนทนาจากสาว ๆเข้ามารุมล้อม “พี่ชื่อแกสตันค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”“เงียบดิ๊ เสียสมาธิ!!” กริมม์ตวาดอย่างรำคาญ เกิดความเงียบชั่วครู่ แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็กลับไปดังเดิม“เป็นบ้าเหรอ” บอยถามพลางเลิกคิ้วไปยังพี่คนนั้น แล้วพลันหรี่ตาอย่างตั้งใจจะจับผิดเพื่อนสนิท“ก็อยากบ้าจริง ๆอยู่หรอก” กระแทกปลายเสียงแล้วเลี่ยงไปหาพวกที่ยืนวางแผนกันอยู่ การเล่นครั้งนี้จริงจังเพราะมีการวางเงินเดิมพันถึงแต้มละหนึ่งพันบาทและนั่นมันทำให้กริมม์เกิดไอเดีย หนทางการปลดหนี้ของไอ้วิตถารนั่นมาถึงแล้ว เหอะ! ต่อให้ปากเปื่อยก็ถือว่าคุ้ม "พี่คนนั้นใคร โห่…สาวไปรุมหมดเลยว่ะ" คนชวนที่ข้องใจตั้งแต่แรกถามขึ้น “คนวิตถาร” สายตาเพื่อนร่วมทีมหันมาจ้องกริมม์หน้าฉงน แล้วบอยก็เป็นฝ่ายชี้ไปที่ตำหนิตรงลำคอ"เดี๋ยวก่อน ใครทำรอยที่คอมึง? " อีกฝ่ายตกใจหน้าขึ้นสีพลันลูบคอตนแรง ๆคงหวังว่ารอยนั้นจะหายในทันที"เอ่อ..." "ผมทำเอง" ทุกคนตะลึงงัน เกิดเครื่องหมายคำถามผุดขึ้นกลางหน้าผาก ส่วนเด็กคนนั้นได้แต่กัดปากถลึงตา “ล้อเล่นน่า”กริมม์เดือดปุด ๆ ฝ่ามือกำแน่นแต



![ไขรหัสรัก You’re my keys. [OMEGAVERSE]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



