LOGINจากคุณหนู สู่การเป็นทาสสวาทของคนเลี้ยงม้า สถานะอันสูงส่งปลิดปลิว ราวกับใบไม้หลุดจากขั้ว ร่างกายบริสุทธิ์แปดเปื้อนรอยมลทิน จากสูงส่ง ถูกฉุดให้ตกต่ำ
View Moreคล้อยหลังร่างสูงใหญ่ไปไม่นาน นางรับรู้ได้ว่ามีบางสิ่งสัมผัสกับผิวกาย ซูไป๋หลานตื่นตระหนกเมื่อเจ้าสิ่งนั้นค่อยๆ เลื้อยพันร่างของนาง กระทั่งมันรัดรอบหน้าอก ผิวสากแลเย็นยะเยือกครูดไปกับยอดถันชูชัน เมื่อนั้นร่างของนางก็สั่นระริกระคนสั่นกระเส่า “งะ…งูรึ” ซูไป๋หลานกลัวงู นางอยากจินตนาการว่าเป็นอย่างอื่น ทว่าสัมผัสแนบเนื้อชัดเจนจนคิดเป็นอย่างอื่นมิได้ ร่างบอบบางพลันสิ้นเรี่ยวแรง กระทั่งเสียงจะกรีดร้องยังดังอยู่ในลำคอ ร่างยาวเหยียดและอวบหนาพันรอบร่างกายซูไป๋หลาน มันใช้บริเวณโคนหางแยกขาเรียวออกจากกัน ส่งปลายหางเรียวแหลมแหย่เข้าไปในโพรงนุ่มทีละน้อย “เฮือก!!” “อะ…อา” นางตกใจในคราแรก ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นครางแผ่วเมื่อเดรัจฉานเลือดเย็นทะลวงหางของมันเข้าออกในรูร่องที่ยังคงเปียกชื้นจากน้ำหวานของนาง และน้ำคาวของคนเลี้ยงม้า มันขยับสอดใส่ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น สุดท้ายกลายเป็นลื่นไหลไม่ติดขัด สัมผัสแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับส่งดรุณีน้อยมากราคะถึงสวรรค์ ร่างกายของนางสั่นกระตุก โพรงนุ่มรัดหางงูแน่น กระทั่งมันถอนส่วนนั้นออกนางจึงรู้สึกโล่ง ทว่าเพียงไม่นานกลับมีบางอย่
“ข้ากลัว ไม่ไปได้หรือไม่” ซูไป๋หลานหยุดยืนนิ่ง ทอดสายตามองเข้าไปในความมืดที่ถูกแสงจากคบไฟสาดส่องให้เห็นเพียงเลือนราง ทว่าเสียงน้ำไหลทำให้นางตัวสั่น ก้าวเท้าถอยหลังโดยไม่รู้ตัว “ไม่เป็นไรนะขอรับคุณหนู ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่นี่แล้ว” คนเลี้ยงม้าพยายามปลอบคุณหนู มือใหญ่กอบกุมมือเล็กไว้แน่น ดวงตาดำมืดมองใบหน้าซีดเผือด ออกแรงดึงมือเล็กให้เดินตาม “อึก” ซูไป๋หลานกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ นางจดจำเหตุการณ์ร่วมสังวาสที่น้ำตกกับเขาได้ ภาพร่างแน่นิ่งยังคงติดตา สัมผัสเย็นยะเยือกยังคงติดตรึงในใจ นางกลัวว่าจะเป็นเช่นคืนนั้นอีก หากให้เห็นคนรักเย็นชืดเป็นศพอีกครั้ง นางคงรับไม่ไหวอีกแล้ว “คุณหนู คิดเสียว่าคืนนั้นเป็นเพียงฝันร้ายนะขอรับ ข้าสัญญาว่าจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นอีก” “ข้า…เชื่อเจ้า” ซูไป๋หลานยังคงไม่คลายความกังวล ร่างกายเองก็ยังคงสั่นระริก ทว่าหากคนเลี้ยงม้ารับปาก นางก็เชื่อใจเขา คนเลี้ยงม้าไม่โกหก ครั้งหอโคมเขียวเขาบอกจะมารับในอีกหนึ่งเดือนเขาก็มาตามที่พูด ครั้งนี้ก็เช่นกัน ซูไป๋หลานก้าวเท้าสัมผัสผิวน้ำทีละข้าง น่าแปลกที่อากาศเย็นทว่าน
“อ๊ะ…อ๊า…” เสียงครางหวานแว่วออกมาจากในกระท่อมหลังเล็ก เงาร่างสองร่างโยกไหวเกิดเป็นระลอกคลื่นวาบหวาม เสียงการสอดประสานของสองกายดังเป็นจังหวะหนัก ท่ามกลางความมืดแลหนาวเหน็บของราตรีกาลอันเป็นนิจนิรันดร์ ภายในกระท่อมกลับร้อนระอุ ซูไป๋หลานเป็นม้าให้คนเลี้ยงม้าควบขี่ บุรุษร่างใหญ่คร่อมทับร่างเล็กของนาง สอบกลางกายเข้าใส่ สาดซัดความเสียวให้ร่างแน่งน้อยแดดิ้นอยู่บนพื้น นางคลานเข่าแอ่นบั้นท้ายราวกับสัตว์ที่กำลังถูกผสมพันธุ์ เพื่อรองรับแท่งทวนอวบใหญ่ที่ทะลวงเข้าออก “อ่า…คุณหนู เด้งสะโพกสวนรับด้วยสิขอรับ” คนเลี้ยงม้าออกคำสั่งอย่างไร ซูไป๋หลานก็ทำตามนั้น แม้ว่าแท่งทวนจะทะลวงลึกจนนางจุกในท้อง ทว่าหากคนเลี้ยงม้าต้องการ แม้จะจุกเพียงใด อึดอัดจนรู้สึกไม่สบายตัว นางก็ยินดีทำให้ เพียงเพื่อปรนเปรอให้เขาพึงใจ “อ๊ะ…ลึก…ลึกมาก” นางเชิดหน้าครวญคราง สวนสะโพกรับกับจังหวะตอกอัดของคนเลี้ยงม้า แท่งทวนยาวเหยียดเข้าสุดออกสุดทุกครั้ง เมื่อนางเสียวจนทนไม่ไหว แขนสั่นระริกมิอาจทรงตัวได้ จึงแนบใบหน้าลงกับพื้นเย็นเฉียบของกระท่อม แอ่นเพียงบั้นท้ายให้เขาตอกตรึง ซ้ำยังสวนสะโพกกลับไปอย่างไม่ขา
“คุณหนูใหญ่ ฮูหยินกำลังให้นมคุณชายน้อยอยู่เจ้าค่ะ หลังรับประทานอาหารเย็น ค่อยมาใหม่นะเจ้าคะ” ซูไป๋หลานแวะมาหามารดาก่อนที่จะเข้าเรียนในช่วงบ่าย ทว่าคำตอบที่ได้รับทำให้นางเดินคอตกกลับไปโดยไม่มีคำพูดใด “ฮูหยินเข้านอนไปพร้อมคุณชายน้อยแล้วเจ้าค่ะ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่นะเจ้าคะ” ซูไป๋หลานมาหามารดาช่วงหัวค่ำ นางตั้งใจปักผ้าเช็ดหน้ามาให้จึงใช้เวลาทำนานพอสมควร รูปดอกกุหลาบสีแดงทำให้นึกถึงผู้ให้กำเนิด ทว่าคำตอบจากสาวใช้เป็นเหตุให้นางต้องเก็บผ้าผืนนั้นกลับไป ไว้รอมาให้ในวันพรุ่งนี้แทน “ฮูหยินพาคุณชายน้อยไปรับแสงแดดอ่อนยามเช้า คุณหนูใหญ่มาพบฮูหยินในช่วงรับประทานอาหารกลางวันแทนนะเจ้าคะ” แล้วคำตอบที่ได้รับก็ไม่ต่างไปจากเดิม คราวนี้ซูไป๋หลานโยนผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นทิ้งลงไปในสระบัว นางยืนนิ่งจ้องมองมันค่อยๆ จมหายลงไปใต้ผืนน้ำ เฉกเช่นใจดวงน้อยที่ค่อยดำดิ่งลงสู่เบื้องล่าง ลึกลงไปในก้นสระ ไม่ต่างจากก้นบึ้งหัวใจอันหนาวเหน็บของนาง ซูไป๋หลานจำไม่ได้ว่ามาหามารดาสิบครั้งได้เข้าพบถึงสองครั้งหรือไม่ เพราะมารดายุ่งเหลือเกิน จึงเดินคอตกกลับไปยังห้องที่ใช้เรียนคัดอักษรในวันนี้ ทว่านางไม่ม
“เจ้าลูกไม่รักดี” ภาพที่อยู่ในครรลองมิต่างจากอสนีบาตฟาดลงกลางหัว บุรุษวัยกลางคนซวนเซถอยหลัง สองร่างที่กำลังเสพสมกันกลางป่าเขาผละออกจากกัน แท่งทวนเองก็พลอยหลุดออกจากโพรงสวรรค์ด้วย “ท่านพ่อ!!” ซูไป๋หลานใบหน้าซีดเผือด รู้สึกชาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สมองคิดสิ่งใดมิออกจึงยืนโง่งมอยู่เช่
ซูไป๋หลานนอนระส่ำระสายอยู่บนเตียง นางพลิกตัวไปมาหลายรอบ คืนนี้เป็นอีกคืนที่นอนไม่หลับ หลายราตรีมาแล้วที่คนเลี้ยงม้าหายไปหลังจากที่นางรู้ตัวตนของเขา นางควรจะดีใจที่ไม่ถูกรบกวนการนอน ทว่าไม่รู้เหตุใดอาการร้อนรุ่มจึงมิอาจสงบลงได้ กลีบบุปผาแห้งเหือดไม่คุ้นชิน โพรงนุ่มกระตุกอยู่ภายใน ร่ำ
“มองและจดจำเอาไว้นะขอรับ…ความรู้สึกที่ถูกลำกายบุรุษสอดใส่” คำพูดหยาบโลนมิทำให้นางโกรธ ซูไป๋หลานกลั้นหายใจเกร็งหน้าท้องเมื่อแท่งทวนแทงเข้ามาในร่าง นางเจ็บอยู่บ้างทว่าไม่มากเท่าตอนแรก อาจเป็นเพราะครั้งนี้เขาให้ร่องรักของนางค่อยๆ ได้ปรับตัวด้วยกระมัง คันฉ่องบานใหญ่สะท้อนภาพใบหน้างดงามท
ร่างบอบบางสั่นระริก น้ำตาไหลอาบแก้มนวล ซูไป๋หลานหลับตาปี๋ด้วยมิกล้ามองสิ่งที่กำลังเผชิญ อาชาตัวนี้วิ่งเร็วเสียจนผมสีดำขลับของนางปลิวพันกันยุ่งเหยิง แรงขยับขึ้นลงทำให้นางต้องเพิ่มแรงยึดเกาะ ในใจสวดภาวนาให้มีผู้มาช่วยเสียที “ฮึก…ฮือ…อ๊ะ” เหมือนคำอ้อนวอนของนางจะส่งไปถึงสวรรค์ ไม่สิ!! ต



![เด็กเลี้ยงประธานร้าย [Set Toxic love]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

