Share

ทาสสาวพราวพิลาส
ทาสสาวพราวพิลาส
Author: พิณเคล้าสายฝน

บทที่ 1

Author: พิณเคล้าสายฝน
ฤดูใบไม้ผลิเดือนสาม อากาศเดี๋ยวก็อบอุ่นเดี๋ยวก็หนาว

เสียงกรีดร้องอันโหยหวนดังทะลุท้องนภายามราตรี ทำลายความสงบของจวนหย่งอัน

เสวี่ยหยวนที่อยู่เรือนฝั่งตะวันออกไม่รู้ว่าทำผิดเรื่องอะไรถึงได้รับโทษทัณฑ์อย่างหนัก เสียงโอดครวญของนางดังไปทั่วทั้งจวนท่านอ๋องตลอดทั้งราตรี

ในยามเช้า ท่านป้าจ้าวให้หลินซวงเอ๋อร์ไปที่ร้านขายยา และขอให้นางซื้อยาลดไข้กลับมา

หลินซวงเอ๋อร์รีบไปรีบกลับ เมื่อเดินผ่านสวนหลังจวน นางเห็นบ่าวรับใช้สองคนลากอะไรบางอย่างที่เปื้อนเลือดมาแต่ไกล

หลินซวงเอ๋อร์รีบยืนชิดด้านข้างอย่างรวดเร็ว

ขณะที่หน้าผ่านนางไป เธอก็เหลือบไปเห็นโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ แค่เพียงแวบเดียว หลินซวงเอ๋อร์ก็ตกใจกลัวจนหน้าซีดเผือด

นั่นไม่ใช่ใครอื่น นั่นก็คือเสวี่ยหยวนที่ส่งเสียงกรีดร้องตลอดทั้งคืน

หลินซวงเอ๋อร์ไม่เคยเห็นภาพเช่นนี้มาก่อน จึงตกใจกลัวจนตัวแข็งอยู่กับที่อยู่ครู่หนึ่ง

"เจ้ามาทำอะไรอยู่ที่นี่?"

ท่านป้าจ้าวผู้ดูแลจวนไม่รู้ว่ามายืนอยู่ข้างหลังนางตั้งแต่เมื่อไหร่ นัยน์ตาอันแหลมคมคู่นั้นจับจ้องไปที่นาง

“ยาที่ข้าให้เจ้าไปซื้ออยู่ที่ไหน?”

หลินซวงเอ๋อร์รีบถอนสายตากลับมา แล้วยื่นยาที่อยู่ในมือให้ท่านป้าจ้าว: "ซื้อกลับมาแล้ว ล้วนแล้วแต่เป็นยาลดไข้"

ท่านป้าจ้าวรับยามาแล้วกำลังจะจากไป จู่ๆหลินซวงเอ๋อร์ก็ถามขึ้นมาทันทีว่า: "ท่านป้าคะ จะเอายานี้ไปให้ใครใช้หรือคะ?"

ปกติแล้วท่านป้าจ้าวดีต่อนางมาก นางพูดเช่นนี้ก็เพราะความห่วงใย

แต่ท่านป้าจ้าวกลับผิดแปลกไปจากเดิม และพูดด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมมาก: " ไม่ควรมองก็อย่าไม่ควรถามก็อย่าถาม ในฐานะเป็นคนของจวนอ๋อง หากกระทำผิดแม้แต่เพียงน้อยนิดก็จะต้องจ่ายด้วยทุกขเวทนาอันเจ็บปวด"

“เจ้าก็ได้เห็นจุดจบของเสวี่ยหยวนแล้ว นางไม่รู้สถานะของตนเอง คิดในเรื่องที่ไม่ควรคิด!”

หลินซวงเอ๋อร์ดูเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ "ท่านป้าสั่งสอนถูกต้องแล้ว"

นอกจากการมีชีวิตรอด หลินซวงเอ๋อร์ก็ไม่กล้าคิดอะไรเลย

คนอื่นๆบางทีอาจมีความกล้าที่จะทำผิดพลาด แต่หลินซวงเอ๋อร์ไม่มี

พ่อแม่ของหลินซวงเอ๋อร์เสียชีวิตก่อนวัยอันควร เดิมทีนางมีพี่ชายฝาแฝดชื่อหลินซวง แต่น่าเสียดาย ที่พี่ชายเสียชีวิต ในเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อสองปีก่อน

ลุงและป้ารังเกียจที่นางเป็นสตรีจึงไม่ยอมเลี้ยงดูนาง ยิ่งไปกว่านั้นยังอยากจะนำนางไปขายที่หออี๋หง เพื่อแลกกับค่าฝังศพสองตําลึง

หลินซวงเอ๋อร์พยายามหลบหนีทุกวิถีทาง แต่สิ่งเดียวที่เธอคิดได้คือการไปเป็นหญิงรับใช้ที่จวนอ๋อง

แต่การที่เข้าจวนอ๋องได้ไม่ใช่เรื่องง่าย อีกอย่างสิ่งที่จวนอ๋องไม่ขาดแคลนที่สุดก็คือหญิงรับใช้

คิดดูแล้วมันก็ใช่

นายหญิงของจวนหย่งอันคือองศ์หญิงเก้าแห่งซีเซี่ย และบุตรชายคนเดียวขององค์หญิงเก้าก็คือเยี่ยเป่ยเฉิง เทพแห่งสงครามผู้ยิ่งใหญ่ที่มีปณิธานอันแน่วแห่งต้าซ่ง

หลายคนพยายามอย่างเต็มเพื่อเข้าไปในจวนอ๋อง แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่หญิงรับใช้ แต่ก็เป็นสิ่งที่หลายคนอยากจะเป็นแต่ก็ไม่ได้เป็น

เพื่อความอยู่รอด หลินซวงเอ๋อร์ไม่มีทางเลือก นางสวมเสื้อผ้าของพี่ชาย มัดผม พันหน้าอกเอาไว้ แล้วใช้ชื่อพี่ชาย ปลอมตัวเป็นชายแล้วเข้าไปเป็นทาสที่ต่ำต้อยที่สุดในจวนอ๋อง

ตอนที่เข้าจวนอ๋องครั้งแรกนางอายุเพียงสิบสี่ปี เป็นช่วงเวลาที่แยกแยะรูปร่างหน้าตาได้ยาก คนในจวนอ๋องจึงไม่มีผู้ใดรู้ว่านางเป็นสตรี และนางก็เก็บความลับนี้เอาไว้เป็นเวลาสองปี

ในสายตาของท่านป้าจ้าว มีเพียงหลินซวงเท่านั้นที่ทำให้หนักใจน้อยที่สุด เขาปฏิบัติตามหน้าที่ มีรูปลักษณ์ที่งดงาม หน้าเรียวเล็กประณีตสมส่วน ไม่ด้อยไปกว่าสตรีเลย

ดูเผินๆท่านป้าจ้าวจะเข้มงวดกับเขา แต่จริงๆแล้วชอบเขามาก จึงมักจะกล่าวชี้แนะเขาเป็นการส่วนตัว ครั้งนี้ก็เช่นกัน

“วันนี้เจ้ากลับไปที่เรือนฝั่งตะวันออก ไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้น ท่านอ๋องเป็นคนโมโหร้าย หากท่านเรียกขานเจ้า เจ้าก็เข้าไปปรนนิบัติ ถ้าไม่เรียกเจ้า เจ้าก็อย่าไปรบกวนท่าน”

เรื่องของนายท่าน หลินซวงเอ๋อร์ไม่กล้าถาม จึงทำได้แค่พยักหน้า และจดจำคำพูดของท่านป้าจ้าวเอาไว้ในใจ

เดิมที เธอกับเสวี่ยหยวนอาศัยอยู่ด้วยกันที่เรือนฝั่งตะวันออก

เสวี่ยหยวนเป็นหญิงรับใช้ในจวน ดูแลกิจวัตรประจําวันต่างๆของท่านอ๋องเป็นหลัก แต่นางไม่เหมือนกัน นางมีหน้าที่แค่กวาดลานจวนเท่านั้น ปกติแล้วแม้แต่หน้าท่านอ๋องก็ไม่ได้เห็น

ตอนนี้เสวี่ยหยวนถูกขับไล่ออกจากจวนแล้ว หญิงรับใช้คนใหม่ก็คงหาได้ไม่รวดเร็วนัก

แต่หลินซวงเอ๋อร์ไม่สนใจสิ่งเหล่านี้ นางเป็นเพียงแค่คนทำความสะอาดลานจวนคนหนึ่ง กวาดลานจวนให้สะอาดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของนาง

หลังจากส่งยาไปที่ห้องครัวแล้ว หลินซวงเอ๋อร์ก็กลับมาทางเดิม ระหว่างทาง หญิงรับใช้หลายคนก็รวมตัวกันกระซิบกระซาบอยู่ด้านหลังภูเขาจำลอง

“ไม่รู้ว่าเสวี่ยหยวนทำผิดอะไร วันนี้ท่านอ๋องถึงได้เกรี้ยวโกรธถึงเพียงนี้”

“เรือนฝั่งตะวันออกไม่มีใครแล้ว ท่านอ๋องก็ขังตนเองอยู่ในเรือนตามลำพัง และไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้”

“เมื่อเสวี่ยหยวนจากไป ข้างกายของท่านอ๋องก็ไม่มีใคร คงจะดีไม่น้อยถ้าข้าสามารถปรนนิบัติอยู่ข้างกายท่านอ๋องได้…”

เมื่อได้ยินดังนี้ ชิวจวี๋ที่อยู่ด้านข้างก็เริ่มไม่พอใจ: "ยังไม่ถึงคราวของเจ้าหรอก ท่านอ๋องจะไปชอบเจ้าได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่เพราะเสวี่ยหยวนใช้กลอุบายบางอย่าง คนที่ไปปรนนิบัติอยู่ข้างกายท่านอ๋องจะต้องเป็นข้า! "

ชิวจวี๋เป็นหญิงรับใช้ในจวนที่เรืองอำนาจที่สุด ป้าของเธอก็คือท่านป้าหลี่ของเรือนฝั่งตะวันตก ปกติแล้วเธอมักจะอวดดีไม่เห็นหัวใครเพราะคิดว่ามีคนคอยหนุนหลังอยู่ และมักจะเอาเปรียบสาวใช้และคนรับใช้ในจวนอยู่เสมอ

ทันทีที่หลินซวงเอ๋อร์ได้ยินเสียงของชิวจวี๋ ก็อดไม่ได้ที่จะเร่งฝีเท้า และแทบจะอยากออกไปจากที่นี่ในทันที

ชิวจวี๋กลับเห็นนางอย่างรวดเร็ว

“หลินซวง เจ้าหยุดนะ!”

หลินซวงเอ๋อร์หยุดชั่วคราว และกล่าวด้วยรอยยิ้ม "พี่ชิวจวี๋"

“เจ้ากำลังแอบฟังอะไรอยู่?”

หลินซวงเอ๋อร์กล่าวว่า: "ข้าไม่ได้ยินอะไรเลย ข้าแค่เดินผ่านมาเฉยๆ"

ชิวจวี๋ไม่คิดที่จะปล่อยนางไป กล่าวอย่างหยิ่งผยองว่า: "ข้าไม่สนว่าเจ้าจะผ่านหรือไม่ได้ผ่านมา แต่เจ้าต้องทำความสะอาดลานจวนนี้แทนพวกข้า!"

หลินซวงเอ๋อร์กล่าวว่า: "ข้าไม่ได้ดูแลพื้นที่บริเวณนี้ ท่านป้าจ้าวให้ข้ารับผิดชอบแค่เรือนฝั่งตะวันออกเท่านั้น"

ชิวจวี๋ไม่ยอมลดละ: “อย่าเอาท่านป้าจ้าวมาขู่ข้านะ ถ้าเจ้าอยากจะอยู่ในจวนท่านอ๋องต่อไป ก็ทำงานทั้งหมดแทนพวกข้าเสียแต่โดยดี มิฉะนั้นคนที่ไม่มีคนคุ้มกะลาหัวอย่างเจ้า แค่ข้าบอกท่านป้าของข้า รับรองว่าเจ้าจะถูกไล่ออกจากจวนท่านอ๋องอย่างแน่นอน!”

เมื่อเห็นว่าหลินซวงเอ๋อร์ปฏิเสธ ชิวจวี๋จึงกล่าวอีกครั้งว่า: "เจ้าคิดให้ดีๆนะ พอเสวี่ยหยวนไปแล้ว ข้าจะต้องถูกส่งให้ไปปรนนิบัติอยู่ข้างกายท่านอ๋อง ถ้าเจ้าทำให้ข้าขุ่นเคืองใจ จะมีจุดจบอย่างไรเจ้ารู้ดี !"

หลินซวงเอ๋อร์ไม่มีทางเลือก

เธอรู้จุดจบของการที่ทำให้คนต่ำทรามขุ่นเคืองใจ

เมื่อเห็นหลินซวงเอ๋อร์ทำความสะอาดลานจวนให้พวกนางเสียแต่โดยดี ชิวจวี๋ก็รู้สึกภาคภูมิใจมากยิ่งขึ้น

“ดูสิ ข้าบอกแล้วว่าเขารังแกง่ายจะตาย!”

ตอนดึก

หลินซวงเอ๋อร์กลับมาที่ห้องของตนอย่างเหนื่อยล้าทั้งกายใจ

หลังจากถอดผ้าพันหน้าอกออกทีละชั้นๆแล้ว หลินซวงเอ๋อร์ก็ไปอาบน้ำที่ห้องห้องน้ำ

พอออกจากห้องอาบน้ำแล้ว เธอก็เปลี่ยนชุดธรรมดา

ภายใต้แสงจันทร์อันสาดส่อง ผมดำเงางามของนางราวกับน้ำตก ผิวขาวผ่องเป็นยองใย บนใบหน้าอันงดงาม มีริมฝีปากแดงดุจเกสรดอกบีโกเนียที่รอบานสะพรั่ง

พอเปิดหน้าต่าง หลินซวงเอ๋อร์ก็นอนตะแคงอยู่บนเตียง ผมดำเงางามสยายไปนอกขอบเตียง

นางหยิบถุงผ้าออกมาจากใต้หมอน บนถุงผ้า มีเป็ดแมนดารินที่เสหมือนจริงคู่หนึ่งอยู่

ที่มุมขวาล่างของถุงผ้า มีอักษรคำว่า"ฉี"ที่บิดบิดเบี้ยวเบี้ยวอยู่ตัวหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะไม่เข้ากันเล็กน้อย

หลินซวงเอ๋อร์ไม่รู้หนังสือ แค่คำว่า"ฉี"ตัวเดียว นางต้องฝึกฝนซ้ำๆเป็นเวลานานกว่าจะปักลงไปได้

แต่ผลลัพธ์ก็ยังไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ

นางวางถุงผ้าลงไว้บนหน้าอกของตนเอง ในสมองนึกถึงแต่คำสัญญาของชายผู้หนึ่งที่ให้ไว้แก่นางวนไปมาอยู่ซ้ำๆ

“ซวงเอ๋อร์ เจ้ารอข้าอีกสองปี เพียงแค่สองปีเท่านั้น การสอบขุนนางในปีหน้า ข้าจะต้องสอบระดับเกาจ้งได้อย่างแน่นอน”

หลินซวงเอ๋อร์เฝ้ารอ และหวังว่าวันนั้นจะมาถึงในเร็ววัน

ด้วยความหวานซึ้งนี้ ทำให้นอนหลับได้อย่างรวดเร็ว

ในขณะที่สะลึมสะลืออยู่นั้น เสียงแหบแห้งต่ำทุ้มก็ดังขึ้นที่ข้างหู

หญิงสาวที่อยู่บนเตียงกระพือขนตาเบาๆ

"ใครก็ได้ มานี่หน่อย..."

เสียงของชายผู้หนึ่งปลุกหลินซวงเอ๋อร์ให้ตื่นขึ้นมา
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (2)
goodnovel comment avatar
Jaajung Ai
ทำไมไม่มีต่อแล้วเรื่องนี้
goodnovel comment avatar
Nadtaya
เริ่มน่าติดตาม
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 655

    วันที่เจียงหว่านกำลังจะถูกเนรเทศ ในที่สุดเจียงเช่อก็มาหาถึงหน้าประตูเขาคุกเข่าเบื้องหน้าเยี่ยเป่ยเฉิง เว้าวอนขอเยี่ยเป่ยเฉิงปล่อยเจียงหว่านไปขณะที่เดินทางมา เขารับรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วเจียงหว่านลอบวางยาพระชายาเยี่ย ใช้ประชาชนที่ติดโรคทดลองยา เข่นฆ่าคนบริสุทธิ์ ผลาญชีวิตคนดุจผักดุจปลา นับเป็นอาชญากรรมอันชั่วร้ายที่สุด......แต่ไม่ว่าอย่างไร เจียงหว่านก็เป็นน้องสาวเขา เป็นคุณหนูหนึ่งเดียวของตระกูลเจียง เจียงเช่อมิอาจนั่งนิ่งดูดาย ปล่อยให้นางไปตายได้“ขอร้องท่านอ๋องไว้ชีวิตนางเถิด เป็นเพราะข้าตามใจนางจนเสียคน หากท่านอ๋องจะลงโทษ โปรดลงที่เจียงเช่อเถิดพะยะค่ะ”เมื่อเห็นเจียงเช่อ สายตาสิ้นหวังของเจียงหว่านพลันมีประกายความหวังขึ้น“พี่......ท่านพี่ ช่วยข้าด้วย ข้าไม่อยากไปแดนเถื่อน ข้าอยากกลับบ้าน ท่านพี่ช่วยข้าด้วย......”เจียงเช่อขมวดคิ้วเขม็งจ้องเจียงหว่าน สายตาแฝงเร้นด้วยแววเกยีดชังเข้าไส้เขารู้ว่าเจียงหว่านต้องโทษตาย ยามนี้แค่เนรเทศ ถือว่าเมตตามากแล้ว แต่เขาเองก็รู้ว่า สถานที่อย่างแดนเถื่อนนั้น มิใช่สถานที่ที่สตรีตัวคนเดียวจะไปได้ การเนรเทศนางไปที่นั่น เท่ากับส่งนางไปขุมนร

  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 654

    “เลือดของนาง...”เจียงหว่านสีหน้าตกตะลึงตอนนั้น ตอนที่ฮุ่ยอี๋มอบยาถอนพิษใส่ในมือนาง นางเคยเอาทิ้งไว้หลายขวด เดิมทีคิดศึกษาส่วนผสมในนั้น ทว่าด้านในกลับมีส่วนผสมยาเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือเลือดมนุษย์...แรกเริ่ม นางคิดว่าเป็นเรื่องเหลวไหล! กระทั่งยามนี้นางถึงได้เชื่อความจริง ส่วนประกอบของยานั้น มีเพียงเลือดมนุษย์จริงๆ! ทั้งยังเป็นเลือดของหลินซวงเอ๋อร์! เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ในที่สุดนางก็เข้าใจ!มิน่า...ตอนนั้น นางใช้ยาปริมาณมาก แต่กลับไม่อาจทำให้หลินซวงเอ๋อร์ถึงตาย! ไม่คิดว่าเลือดของนางจะขจัดพิษในร่างนางโดยมองไม่เห็น...ฮุ่ยอี๋เอ่ย “เจ้ายังมีหน้าพูดว่าไม่ได้ฆ่าคนเป็นผักเป็นปลาอีก! เจียงหว่าน เจ้าลืมแล้วหรือว่าเจ้าวางยาซวงเอ๋อร์อย่างไร? เสด็จอาให้อภัยเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ข้าไม่มีวันเกรงใจเจ้า!”คำพูดนี้สองแง่สองง่าม เห็นชัดว่ากำเย้ยหยันเยี่ยเป่ยเฉิงที่ดึงหมาป่าเจ้าเล่ห์เข้าบ้าน!เยี่ยเป่ยเฉิงตัวแข็งทื่ออยู่ที่เดิม ไร้ซึ่งแรงโต้กลับยามนี้ เขามิอาจชำระคืนได้ ซวงเอ๋อร์ของเขาไม่มีวันกลับมาอีกต่อไป!สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้ คือทำให้เจียงหว่านชดใช้อย่างสาสมที่สุด ส่วนตัวเขา ชีวิตที่

  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 653

    เยี่ยเป่ยเฉิงมีสีหน้าเคร่งขรึม สายตาที่มองเจียงหว่านเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง ไม่มีความอ่อนโยนเลยสักนิดเขาอยากฆ่านางตั้งนานแล้ว ที่ปล่อยนางรอดมาจนถึงตอนนี้ ก็แค่อยากให้นางได้รับความทรมานจนตายบัดนี้เห็นนางตกยากเช่นนี้ เยี่ยเป่ยเฉิงกลับรู้สึกว่าบทลงโทษแค่นี้ยังมิพอเจียงหว่านถูกทรมานจนเหมือนตายดีกว่าอยู่มานานแล้ว นางรู้ เยี่ยเป่ยเฉิงไม่มีทางปล่อยนางไปง่ายๆ หลังจากคิดดูแล้ว หากตายด้วยน้ำมือของเยี่ยเป่ยเฉิงได้ ก็คงจะดีกว่าตอนนี้ ที่ดูดซับยาเข้าสู่ร่างกายทุกวัน ถูกฝันร้ายหลอกหลอนทุกคืนสุดท้ายก็ไม่สามารถหนีจากพิษและเสียชีวิตลงได้!อย่างไรก็ตาย มิสู้ให้เยี่ยเป่ยเฉิงจบชีวิตนางด้วยมือเขาเอง!เมื่อคิดได้เช่นนี้ นางก็ยิ้มเยาะ จงใจกล่าวยั่วยุเขา “เยี่ยเป่ยเฉิง เจ้ามีฝีมือแค่นี้หรือ? แน่จริงก็ฆ่าข้าไปเลยสิ!”“ฆ่าข้าให้มันจบๆ ไปเสีย!”เยี่ยเป่ยเฉิงปรายตามองนาง พลางกล่าวอย่างเย็นชา “ตอนนั้น เจ้าก็ทรมานซวงเอ๋อร์เช่นนี้!”เจียงหว่านกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ใช่แล้วอย่างไร!”“ลูกในท้องนางข้าก็เป็นคนทำร้ายเอง! ร่างกายอ่อนแอแบบนั้นของนางต่อไปจะตั้งครรภ์ไม่ได้อีกแล้ว!”“ที่นางฝันร้ายทุกคืน ก็เป็นข้าที่ทำเอง

  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 652

    หลายสิบปีมานี้ นางทำเรื่องชั่วมานับไม่ถ้วน ทุกเรื่อง นางจิตใจสงบ ไม่เคยรู้สึกผิดเลยมีเพียงเจียงหลิง…มีเพียงการตายของเจียงหลิง ทำให้นางยากจะข่มตานอนได้…ตลอดเวลาที่ผ่านมา ในฐานะคุณหนูรอง เจียงหว่านไม่เป็นที่ชื่นชอบของพ่อแม่มาตลอด พี่ชายก็ยิ่งไม่สนใจนาง ทว่าเจียงหลิงกลับได้รับความรักมากมาย…นางอิจฉาเจียงหลิง และแทบอยากทำให้อีกฝ่ายหายไปจากโลกใบนี้แต่เจียงหลิงกลับรักเอ็นดูนางมาตั้งแต่ต้นจนจบ ปกป้องนาง มอบของที่ดีที่สุดในโลกใบนี้ให้แก่นาง…เจียงหลิงเป็นพี่สาวที่ดีต่อนางที่สุดบนโลกใบนี้…ทว่าที่นางต้องการหาใช่แค่พี่สาวอย่างเดียว นางต้องการความรักของทุกคน นางต้องการให้พ่อแม่ พี่ชายรกนางแค่คนเดียว นางอยากครอบครองของที่ดีที่สุดไว้กับตัวเอง ไม่ใช่รอให้คนอื่นมอบให้!ดังนั้น ในคืนวันหิมะตก นางผลักเจียงหลิงตกน้ำ มองนางจมตายทั้งเป็นอยู่ใต้น้ำ หลังจากนั้นนางก็ติดวันเกิดเวลาเกิดของเจียงหลิงบนตุ๊กตาคุณไสย แทงเธอทุกวัน สวดภาวนาทุกคืน นางต้องการให้เจียงหลิงไม่มีโอกาสได้ผุดได้เกิด ไม่หวนกลับมาตลอดกาล!เพราะมีเพียงแค่ทำแบบนี้ นางถึงจะไม่มีโอกาสแก้แค้นตัวเอง!แต่ทำไม…ทำไมตอนนี้นางถึงยังหาตัวเอง

  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 651

    ยาซึมเข้าสู่ร่างกายติดกันหลายวันทำให้เจียงหว่านค่อยๆ เป็นบ้าในห้องที่ปิดสนิท เจียงหว่านหดตัวอยู่บนพื้นเหมือนดินโคลนตัวนางเหม็นมาก ชุดกระโปรงสีรากบัวเปลี่ยนเป็นสกปรกและเก่าองครักษ์ทำให้เส้นเอ็นมือของนางขาด ตรงบาดแผลถูกทาขี้ผึ้งปิดแผลชั้นแล้วชั้นเล่าแม้ขี้ผึ้งปิดแผลจะเป็นยาสำหรับปกปิด ทว่ากลับมีผลดีต่อการหยุดเลือดบาดแผลแข็งตัวจนกลายเป็นสะเก็ดไปแล้ว เพียงแต่ไม่ได้รับการรักษาที่ดีกว่านี้ แม้จะดีขึ้นก็ยังเหลือรอยแผลเป็นอัปลักษณ์เอาไว้ธูปในห้องไม่เคยลดลงเลยทั้งวัน ประกอบกับกระกระตุ้นของต้นคลีเวีย ความคิดต่ำช้าที่อยู่ในตัวนางแทบจะถูกกระตุ้นออกมาทั้งหมดสองตานางแดงก่ำ ดูฉุนเฉียวไม่น้อย กรีดร้องโวยวายอยู่ในห้อง ประหนึ่งคนบ้าคนหนึ่งองครักษ์ที่เฝ้าอยู่หน้าห้องไม่สนใจนางสักนิด ได้แต่ทรมานนางไม่ให้นางตายทุกวันความเคียดแค้นฉายออกมาจากในตาเจียงหว่าน เวลานี้ นางได้ปล่อยว่างความหลงใหลต่อเยี่ยเป่ยเฉิงแล้ว ไม่ว่าจะรักมากขนาดไหนก็แปรเปลี่ยนเป็นความชิงชังเข้ากระดูก“เยี่ยเป่ยเฉิง! ปล่อยข้ากลับไป! ปล่อยข้ากลับไปสิ!”“แน่จริงก็ฆ่าข้าเลยสิ!ฆ่าข้าให้มันจบๆ ! ท่านมีสิทธิ์อะไรมาขังข้าไว้เช่นนี

  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 650

    “ได้ยินว่าพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเจ้าเสียไปนานแล้ว แล้วเจ้ากับพี่ชายอยู่มาได้อย่างไร?”“แล้วเหตุใดเจ้าจึงขายตัวไปเป็นบ่าวไพร่? หลายปีมานี้ เจ้าคงผ่านความลำบากมิใช่น้อย เคยถูกใครรังแกหรือไม่?”หลินซวงเอ๋อร์พลันเกิดความขมขื่นในจิตใจเดิมที หากไม่เอ่ยถึงเรื่องเหล่านี้ นางยังพออดทนได้บ้าง แต่เมื่ออวี๋หว่านหนิงถามขึ้นมา นางก็อดรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเสียมิได้นางเม้มปากพลางจ้องมองนิ้วมือตนเอง น้ำตาเริ่มเอ่อล้น พร้อมหยดแหมะลงหลังมือทีละหยดนางอยู่สบายหรือไม่?นางเคยถามตนเองอยู่เช่นกันหลายปีมานี้ นางผ่านเรื่องราวมากมาย สูญเสียบิดามารดา สูญเสียพี่ชายไป กลายเป็นเด็กกำพร้าที่ไร้ญาติขาดมิตรโดยแท้แต่หากคิดดีๆ ชีวิตนางก็เคยอยู่สุขสบายมาช่วงหนึ่งนั่นคือตอนอยู่กับเยี่ยเป่ยเฉิง นางมีความสุขจริงๆในตอนนั้น เยี่ยเป่ยเฉิงเป็นกำลังใจให้นาง ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ หาของดีมาให้กิน สอนนางเรียนหนังสือ พาไปเดินเล่นท่องทะเลสาบ ให้ความรักต่อนางอย่างชนิดไร้ผู้เทียบเทียม...ในเวลานั้น นางมีความสุขเหลือล้น เป็นความสุขมากที่สุดในชีวิต แม้แต่ฝันก็ยังเป็นฝันหวาน...แต่ต่อมา ทุกอย่างกลับแปรเปลี่ยน ก่อนหน้านี้เคยสุ

  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 91

    ความโกรธของกงชิงเยวี่ยเพิ่งบรรเทาลงครึ่ง แต่เมื่อนางได้ยินเยี่ยเป่ยเฉิงพูดเช่นนี้ หัวใจของนางก็กลับอุดตันอีกครั้ง"เกรงว่าท่านอ๋องจะพูดด้วยความโกรธ การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ จะพูดอย่างนี้ได้ยังไงคะ" เมื่อท่านป้าฉางเห็นดังนั้น นางก็รีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อคลี่คลาย"ใครพูดมากเกินไปเกี่ยวกับเรือนฝั่งตะวันออ

  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 95

    ดวงตาของหลินซวงเอ๋อร์เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว เมื่อที่นางได้ตอบสนอง ริมฝีปากกับลิ้นของนางก็ถูกเปิดออกโดยเขา ลิ้นที่ยืดหยุ่นของเขาเข้าไปตรง ขนมที่เหลือจากปากของนางก็ถูกเอาไปแล้ว สิงที่เอาไปยังมีลมหายใจที่รวดเร็วของนาง และเหลวหวานในปากของนาง...หลินซวงเอ๋อร์ตระหนักอย่างช้า ๆ นางกำหมัดของนางและแขวนมันไ

  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 93

    ในร้านค้าทั้งสองฝั่งของถนนฉางอาน เค้กหอมหมื่นลี้อบใหม่ ๆ และกลิ่นหอมฟุ้ง ๆเยี่ยเป่ยเฉิงหยุดชั่วคราว และเรียกเสวียนอู่ไปที่ร้านเพื่อซื้อสองชุดแล้วแพ็คกลับบ้านเยี่ยเป่ยเฉิงหลงรักของหวานเหล่านี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เสวียนอู่รู้สึกสงสัยมากเสวียนอู่ก็เข้าใจทันที หลังจากคิดครั้งที่สอง….หลินซวงเอ๋อร์นั่งยอง ๆ

  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 105

    ในที่สุดกงชิงเยวี่ยก็อดรนทนไม่ไหว เรียกหลินซวงเอ๋อร์ไปที่ลานจวนของนางเพื่อซักถามบนขั้นบันได กงชิงเยวี่ยถือลูกปัดพุทธเอาไว้ในมือ และจ้องมองไปที่หลินซวงเอ๋อร์ด้วยนัยน์ตาที่เหยียดหยามผู้หญิงคนนี้ที่คุกเข่าอยู่ในลานจวน เป็นเพียงสาวรับใช้ที่ต่ำต้อยที่สุดในจวน ไม่คู่ควรแม้แต่จะถือรองเท้าให้บุตรชายของนางเส

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status