Masuk“ตะ...แต่มุกเป็นของพี่แล้วนะ” แววตาคมของคนพูดสั่นหวิวไหวยามต้องเอ่ยคำเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเช่นนี้ออกมา
คนฟังสะอื้นในอกที่กลัดเป็นหนอง น้ำตาจากเบ้าตาไหวระริกไหลนองแก้มแดงก่ำราวกับเขื่อนพัง เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้เธอยังโศกเศร้าคิดมากไม่จบไม่สิ้น
สายตาแสนผิดหวังของมุกตาภาจ้องหน้าผู้ชายที่เธอเคยหลงรักหมดใจ และเคยคบหากันมาจนคิดว่าจะได้ร่วมหอลงโรงกับเขา แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปเธอพบว่าเขามีลูกมีเมียอยู่แล้ว มุกตาภาเสียใจจนแทบเสียผู้เสียคนและตีตัวออกห่างเพราะไม่ต้องการเป็นมือที่สามของใคร
ทว่านิรุจน์ไม่ยอม ตามตอแยเธอไม่เลิกไม่พอ ยังหลอกมอมเหล้ามอมยา พรากสิ่งสำคัญของชีวิตสาวของเธอไปด้วย จนเธอต้องหนีไปทำใจที่ประเทศอังกฤษถึงหนึ่งปีเต็มซึ่งยังไม่เพียงพอในการรักษาบาดแผลร้าวลึกในใจ ยิ่งเมื่อเธอกลับมาเมืองไทยเมื่อสามเดือนที่แล้ว นิรุจน์ก็ยังตามตื๊อขอคืนดีพร้อมกับทวงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเธออย่างไม่ลดละ รวมทั้งบอกว่าเลิกกับเมียไปแล้ว แต่จริงๆ แล้วเขาโกหก...
และเมื่อคุณหญิงอรวราติดต่อสู่ขอเธออีกครั้ง หลังจากที่เคยทาบทามมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเกือบห้าปีที่แล้ว แต่ก็ต้องยกเลิกไปเพราะบุตรชายคนโตของคุณหญิงปฏิเสธการแต่งงานกับเธอ คนที่หมดหนทางหนีวงจรรักสามเส้าอย่างเธอจึงรับคำโดยทันที และหวังว่าว่าที่เจ้าบ่าวของเธอจะไม่รังเกียจร่างกายมีราคีของเธอ...
“มุกไม่แคร์หรอกค่ะ นึกว่ามุกเป็นของพี่รุจน์คนเดียวหรือยังไงคะ อย่าลืมนะคะมุกไปอยู่เมืองนอกตั้งปีหนึ่ง ฝรั่งหัวแดงหัวทองมุกก็ควงมาแล้วทั้งนั้น” มุกตาภาเชิดหน้าย้อนเสียงแข็ง
“ทำไมมุกพูดแบบนี้ล่ะครับ พี่รักมุกนะครับ รักมาก” นิรุจน์ไม่เชื่อในคำของเธอสักนิด เพราะเขารู้ดีว่าผู้หญิงตรงหน้าบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเพียงใด นิสัยเปลี่ยนผู้ชายคนแล้วคนเล่านั้น ไม่ใช่มุกตาภาแน่นอน
“ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกค่ะพี่รุจน์ เรื่องมันผ่านมานานแล้วและมุกก็ลืมมันไปหมดแล้ว” มุกตาภาตัดความก่อนลาอย่างตัดบัวไม่เหลือใย
“ขอโทษที่ไม่ได้เชิญพี่รุจน์และภรรยานะคะ เพราะงานแต่งงานจัดเล็กๆ เชิญแค่คนภายในครอบครัว”
มุกตาภาพยุงร่างโงนเงนจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ขึ้น สะบัดตัวหนีมือใหญ่ที่ยังไม่เลิกเกาะเกี่ยวเธอเอาไว้ ทว่าก่อนที่เธอจะต่อว่าด่ากล่าวนิรุจน์ เสียงแหลมปรี๊ดของคู่กรณีที่เธออยากหนีไปให้ไกลที่สุดก็ดังขึ้น...
“กรี๊ดด นังมุกตาภา อีผู้หญิงหน้าด้าน ไม่มีปัญญาหาผู้ชายหรือยังไง ถึงได้วิ่งโร่มาแย่งผัวชาวบ้านอยู่ได้”
ร่างอวบอั๋นของวิภาดาปรี่เข้ามากระชากสามีของตนที่ยังนัวเนียอยู่กับมุกตาภา ก่นด่าสาดเสียเทเสีย พร้อมกับฝากฝ่ามือจากพิษรักแรงหึงลงบนใบหน้างามของคนโดนด่า จนหน้าหันดังขวับ...
“อีนังเมียน้อย อีหน้าไม่อาย ผัวฉันทั้งคนฉันไม่ยกให้แกหรอก” วิภาดายังพ่นคำผรุสวาทไม่เลิกออกแรงผลักผู้หญิงหน้าด้านสุดแรง จนร่างเล็กที่ตั้งตัวไม่ทันเซถลาไปด้านหลังเสียการทรงตัวและเกือบล้มลงไปกองกับพื้น...
ทว่าโชคดีที่มีมือแข็งแรงมารับร่างเล็กเอาไว้ได้ทัน...มุกตาภาจึงตกอยู่ในอ้อมกอดชายแปลกหน้าที่มาช่วยไม่ให้เธอต้องล้มกระแทกพื้นอย่างหวุดหวิด...
อิศม์เดชที่เสร็จจากดื่มอำลาชีวิตโสดขอพี่ชายไปเข้าห้องน้ำก่อนกลับบ้าน แล้วในขณะที่เขากำลังเดินผ่านหน้าโต๊ะที่มีหญิงชายเกาะเกี่ยวกันอยู่เหนียวแน่น ร่างใหญ่ของเขาก็หยุดชะงักโดยไม่รู้สาเหตุ ไม่แน่ใจว่าทำไมตัวเองต้องหยุดมองชายหญิงพลอดรักกันด้วย
ทว่าก่อนที่เขาจะได้คำตอบให้ตัวเอง ก็มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งปรี่เข้ามาลงไม้ลงมือ พร้อมกับส่งเสียงต่อว่าชายหญิงทั้งคู่ด้วย ภาพที่เห็นไม่ต่างกับละครน้ำเน่าที่คนงานในเหมืองของเขาชื่นชอบ และตั้งหน้าตั้งตาคอยหลังข่าวภาคค่ำเลยสักนิด และถึงแม้เสียงเพลงในผับจะดังสนั่น แต่น้ำเสียงแหลมของผู้หญิงคนนั้นก็สั่นโสตประสาท และเขาก็จับใจความนั่นได้อย่างชัดเจน
นัยน์ตาคมที่ฉายแววเย้ยหยันสาดส่องผู้หญิงไร้ยางอายทันที อิศม์เดชส่ายศีรษะอย่างระอาในใจและถึงไม่ต้องสำรวจมากเขาก็พอจะเห็นว่าผู้หญิงที่โดนประณามทำร้ายอยู่นั่น มีหน้าตาดีที่ใครเห็นคงต้องหันหลังมองกันเป็นทิวแถว รูปร่างที่ซ่อนตัวอยู่ในชุดแซคสายเดี่ยวนั้นก็คงดีไม่แพ้กัน ทว่าทำไมต้องคิดสั้นด้วยการปีนต้นงิ้วแย่งสามีคนอื่นด้วย
ชายหนุ่มสลัดความคิดทิ้งก่อนเริ่มก้าวเดินไปสมทบกับพี่ชาย แต่ยังไม่ทันได้ย่างเท้าร่างเล็กที่โดนอีกสาวผลักจนกระเด็นก็ลอยละลิ่วมาตกลงบนแขนแข็งแรงที่เปิดอ้าขึ้นตามที่สัญชาตญาณความเป็นชายในตัวเขาสั่งมา
อิศม์เดชสะดุ้งสุดตัว ไม่คิดว่าตัวเองจะมีความรู้สึกแปลกๆ ร่างเล็กแสนนุ่มนิ่มของสาวแปลกหน้าที่เขารู้สึกรังเกียจในนิสัยของเจ้าหล่อนโดยที่ไม่ต้องมีการพูดคุยกันนั้นแนบสนิทไปกับแผงอกบึกบึน ส่งผลให้จังหวะการสูบฉีดเลือดของหัวใจเร็วและแรงขึ้นจนเขารู้สึกได้...
แล้วในขณะที่เขายังงุนงงกับความรู้สึกของตัวเอง ผู้หญิงคนเดิมก็ปรี่เข้ามากระชากร่างเล็กในอ้อมแขนของเขาไป
“อีนังอีตัว ไม่มีปัญญาหาผัวเองหรือไงถึงได้ร่านมาหาผัวชาวบ้านเขาอย่างนี้” วิภาดาตามด่าเช็ด พร้อมกับฝากรอยฝ่ามือไว้บนใบหน้านวลเปื้อนน้ำตาของมุกตาภาอีกครั้ง เรียวปากอิ่มถูกขบเข้าหากันอย่างแค้นเคือง ถ้ารู้ว่านังผู้หญิงหน้าด้านจะมาที่นี่ด้วยหล่อนคงไม่ออกมาเปิดหูเปิดตากับนิรุจน์เป็นแน่ คิดว่าจะแต่งงานให้ไปพ้นๆ ชีวิตหล่อนแล้ว ที่ไหนได้ยังแอบนัดมาพลอดรักเยาะเย้ยหล่อนอยู่ได้...
คนโดนตบไปถึงสองครั้งเจ็บแปลบไปทั้งหน้า ทว่าเจ็บใดๆ จะเท่าเจ็บปวดอย่างสาหัสตรงขั้วหัวใจของเธอไม่ ความจริงที่เธอพยายามวิ่งหนี แต่มันกลับตามมาหลอกหลอนเธอไม่สิ้นสุด
มุกตาภาร้องไห้โฮอย่างเจ็บร้าวไปทั้งตัวและหัวใจ มือน้อยกอบกุมใบหน้างามที่ส่ายดิก อยากจะปฏิเสธข้อกล่าวหา ทว่าสูญสิ้นทุกคำพูด เพราะถึงวิภาดาจะด่าว่าเธอแรงเกินไปแต่มันก็ยังแฝงไว้ด้วยความจริงหลายอย่าง...
Epilogue: บทส่งท้าย“ทำอะไรอยู่ครับ” คุณพ่อลูกสามส่งเสียงถามภรรยาซึ่งยังนั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงานภายในห้องนอน ร่างใหญ่เพิ่งเดินกลับเข้ามาในห้อง หลังจากพาลูกสาวคนเล็ก เด็กหญิง เมธนิยา หรือ น้องมายด์ วัยสี่ขวบเข้านอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และบุตรสาวก็หน้าเหมือนแม่อย่างที่เขาตั้งใจเอาไว้อย่างแท้จริง นำพาความปลาบปลื้มมายังคนช่วยผลิตลูกจนหมดแรงเป็นอย่างยิ่งส่วนเด็กหญิงเอมี่และเด็กชายเมธิสนั้นถูกส่งไปเรียนหนังสืออยู่ที่กรุงเทพฯ จึงต้องไปอาศัยอยู่กับคุณย่าที่ยังไม่เคยเลิกเห่อหลานที่โน่น แล้วในอีกไม่กี่ปีทั้งสองพี่น้องก็จะเดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเหมือนลูกๆ ของอติวิชญ์ ซึ่งถูกส่งตัวไปอยู่ที่โน่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“พี่หมึกส่งการ์ดเชิญงานแต่งมาให้น่ะค่ะ” มุกตาภาบอกก่อนเย้าว่าที่เจ้าบ่าว “แหม ยังอุตส่าห์ส่งมาให้อีก ก็โทรคุยกันแล้ว ว่าจะไปงานแน่นอน” พลางอมยิ้มให้กับการ์ดแต่งงานสีหวานในมือด้วยในที่สุด พี่หมึกของเธอก็จะออกเรือนไปกับลูกสาวแม่ค้าขายผักในตลาดเดือนหน้านี่เอง และเธอกับสามีก็ตั้งใจว่าจะขนลูกๆ ไปร่วมแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมหน้าด้วยผ่านไปห้าปีแล้ว ที่เธอได้กลับมาใช้ชีวิตเป็นนา
Craving For Love: กระหายรัก ปรารถนาหัวใจ - 4 “เชื่อได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ทีเมื่อก่อนมีผู้หญิงล้อมหน้าล้อมหลังตลอดเวลา” มุกตาภาทำปากยื่นน้อยๆ อย่างไม่ใคร่อยากจะเชื่อน้ำคำของสามี“เชื่อได้สิจ๊ะ สี่ปีที่ผ่านมาพิสูจน์ไม่พอเหรอ นอกจากไม่มองใครแล้ว ยังเก็บรักษาตัวเองไว้เพื่อเมียจ๋าคนเดียว เห็นมั้ยตะกี้ก็แทบอั้นไม่อยู่...” น้ำเสียงหวานออดอ้อนของเขาทำเอาคนฟังต้องยอมเชื่อจนหมดใจ ก่อนต้องฟาดเปรี้ยงไปบนหัวไหล่กับถ้อยคำทะลึ่งกำกวมของเขา“ทะลึ่ง” เธอเค้นเสียงว่า หน้างอใส่คนที่กำลังหัวเราะเสียงดังด้วย “คุณเอิร์ธเลิกสูบบุหรี่แล้วหรือคะ” มุกตาภาหันมาถามสิ่งที่อยู่ในใจ เพราะตั้งแต่กลับมาที่นี่เธอก็ไม่เห็นเขาสูบบุหรี่เลยสักครั้งเลย“เลิกหมดทุกอย่างเลยจ้ะ ทั้งเหล้า ทั้งบุหรี่ ไม่แตะต้องแล้ว” เขาตอบหนักแน่นด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ “ผมตั้งใจทำตัวเป็นคนดี ทำดีไว้เยอะๆ เผื่อสวรรค์จะเห็นความดี แล้วบันดาลให้ผมได้เจอกับคุณอีกครั้งไงล่ะครับ แต่ไม่คิดว่าสวรรค์ช่างเมตตา ที่นอกจากส่งเมียกลับคืนมาแล้ว ยังมอบลูกชายแสนน่ารักให้ผมด้วย”เขารำพันอย่างดีใจเป็นล้นพ้น สิ่งวิเศษที่สวรรค์ประทานให้เขาครั้งนี้ มันมีค่าเกินกว่าจะบ
Craving For Love: กระหายรัก ปรารถนาหัวใจ - 3ร่างเล็กที่ยังคร่อมเหนือร่างใหญ่จึงเลื่อนตัวลงต่ำ แข้งขายังสั่นระริกจากความสุขสมที่เขาปรนเปรอไม่หาย อิศม์เดชจึงช่วยรั้งร่างเล็กให้สูงขึ้น ก่อนกดสะโพกสวยลงบดเบียดแก่นกายแข็งขึงของบุรุษเพศซึ่งมือหนาช่วยประคองให้เข้าไปซุกซบในร่องเนื้ออุ่นนุ่มคับแน่นของกายสาวมันยากที่จะรับตัวตนเขาไว้ทั้งหมดในครั้งเดียว...แม้จะผ่านการร่วมรักมานับครั้งไม่ถ้วน แต่กว่าสี่ปีที่ห่างหายจากไปเธอไม่เคยมีใคร แม้จะมีบุตร แต่ก็เป็นการคลอดโดยการผ่าตัด เนื่องจากขนาดเจ้าตัวเด็กที่ใหญ่ไปเกินนั่นเองมันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เขาจะพาตัวตนแสนใหญ่โตเดินหน้าฝ่าความคับแน่นไปจนสุดกายสาวได้ เล็บเล็กจิกลงบนกล้ามเนื้อหน้าท้องซึ่งมือน้อยวางยันตัวเอาไว้เพื่อบรรเทาอาการเจ็บร้าวในกายทันที“โอ๊ะ คุณเอิร์ธ...ขา” มุกตาภาร้องออกมาอย่างสุดจะกลั้นกับความเจ็บปวดที่อัดแน่นอยู่ในกาย ใบหน้างามบิดเบี้ยวกับความตึงแน่นจนรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัวที่มาพร้อมกับความซาบซ่านบาดลึกไปทุกอณูเนื้ออิศม์เดชต้องกัดฟันอดทนรออย่างใจเย็นกับความแน่นกระชับไม่เปลี่ยนของภรรยา พลางปล่อยตัวตามสบายให้หญิงสาวค่อยๆ โอบรัดและสัมผัส
Craving For Love: กระหายรัก ปรารถนาหัวใจ - 2“มุกจ๋า จูบผมหน่อยสิจ๊ะ ขอจูบหวานๆ ”อิศม์เดชสะท้านเยือกกับสัมผัสของมือน้อยพลางครางร้องขอจุมพิตเสียงโหย มุกตาภาจึงโน้มตัวนอนทาบทับร่างใหญ่ แล้วประทับกลีบปากนุ่มลงบนเรียวปากร้อนที่เผยอรออย่างคาดหวัง แต่แล้วคนที่ขอจูบกลับกลายเป็นคนบรรเลงบทจุมพิตแสนหวานจนมุกตาภาอ่อนระทวยไปทั้งเนื้อทั้งตัว แต่มือน้อยก็ยังขยับเร็วขึ้นตามกระแสอารมณ์ที่รัญจวนเกินห้ามใจนั่นเองลิ้นร้อนๆ ชอนไชเข้าไปตวัดรัดพันจนมุกตาภาตวัดลิ้นเล็กรับจังหวะของเขาแทบไม่ทัน อิศม์เดชบดขยี้กลีบปากยั่วยวนของเธออย่างโหยหา สร้างความวาบหวาม จนมุกตาภาครางอื้ออึงและเริ่มหายใจไม่ทันจึงต้องผละใบหน้างามออกจากจุมพิตกระชากทุกลมหายใจไปจากเธอ แล้วเลื่อนดวงหน้าเล็กไปซุกไซ้กับซอกคอของเขาแทน ก่อนไล้ริมฝีปากร้อนๆ ของตัวเองต่ำลงไปเรื่อยๆ อย่างคนรู้งานรู้การว่าต้องทำอะไรต่อไป...ถึงเธอจะห่างหายจากเรื่องแบบนี้มานาน แต่เธอก็ยังจำบทเรียนรักแสนร้อนแรงที่มีร่วมกับเขาได้ และรู้ว่าเธอควรจะต้องทำอะไรต่อไป และอะไรจะปลุกกระตุ้นอารมณ์หนุ่มได้ยิ่งขึ้นไปอีกอิศม์เดชคำรามลั่นเมื่อหญิงสาวหยุดหยอกเย้ากับยอดอกแข็งแกร่งใช้ฟั
ตอนพิเศษ 2 Craving For Love: กระหายรัก ปรารถนาหัวใจ - 1“พ่อเอิ๊ดๆ เย่านิทานๆ มอธอยากฟังนิทาน” เสียงเล็กๆ ของบุตรชายนายเหมืองหนุ่มร้องขอออกมาอย่างตื่นเต้น ร่างป้อมก็นอนซนอยู่บนอกอุดมด้วยมัดกล้ามของพ่อ โดยมีร่างอิ่มของคนเป็นแม่นอนขนาบข้างอยู่บนเตียงเดียวกัน“แล้วแมมมอธอยากฟังนิทานเรื่องอะไรล่ะครับ เอาเรื่องกระต่ายกับเต่ามั้ย” คนเป็นพ่อถามพลางกดจมูกโด่งลงบนศีรษะทุยของลูกรัก ก่อนย้ายไปหอมพวงแก้มนุ่มๆ หอมกรุ่นของคนเป็นแม่ซึ่งอิงแอบแนบร่างใหญ่อยู่สุขใดๆ เท่าสุขที่ได้ทั้งลูกทั้งเมียกลับมาสู่อ้อมแขน...คงไม่มี...หัวใจอิศม์เดชรัวกระหน่ำอย่างปลาบปลื้มยินดีหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ที่นายเหมืองหนุ่มใช้ชีวิตราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์ ถึงตัวจะยังบาดเจ็บ แต่การได้ทั้งมุกตาภาและบุตรชายบุตรสาวมาอยู่ด้วยกันนั้น ทำให้เขาลืมความเจ็บปวดทางกายเสียสิ้น บาดแผลทางใจก็หายเป็นปลิดทิ้ง“ไม่อาวๆ แม่มุกเย่าบ่อยแย้ว มอธจะเอาเยื่องอื่น” หัวเล็กๆ ก็ส่ายไปมาอยู่บนไหล่บิดาทำเอามารดาที่นั่งฟังสองพ่อลูกคุยกันอย่างเป็นสุขอดยิ้มออกมาไม่ได้“อืม...” คนเป็นพ่อทำท่าครุ่นคิดก่อนถามด้วยเสียงตื่นเต้น “แมมมอธอยากฟังนิทานพวกเจ้าหญิงเจ้าชาย
Making You Feel My Love: สัมผัสรักสลักหัวใจ - 3ใบหน้าคมเลื่อนลงไปซุกไซ้ตรงซอกคอขาวหอมกรุ่นสลับขบเม้มเบาๆ ก่อนจูบระต่ำลงมายังดอกบัวคู่งามผลิบานสวยล่อตาอุ้งปากร้อนครอบครองทรวงอกอิ่มและดูดดื่มยอดอกสีหวานอย่างหนักหน่วงจนภรณ์ทิพย์เกร็งสะท้านปล่อยเสียงครางระงมและแอ่นหลังขึ้นจนอกอวบแทบหายไปในเรียวปากร้อนของเขามือหนาเลื่อนต่ำไปกระชากชั้นในตัวจิ๋วที่ยังปิดบังความงามอยู่ออกจากร่างน้อย จนมันเกือบขาดคามือตามกระแสอารมณ์ที่พุ่งสูงสุดขีด ก่อนเขาจะกอบกุมบดขยี้รวงผึ้งช่อสวยหวานฉ่ำเต็มฝ่ามืออย่างคลั่งไคล้ใหลหลงภรณ์ทิพย์ร้องครวญครางอย่างสุดที่จะระงับได้ เสียวซ่านบาดลึกไปถึงทรวงเมื่อนิ้วแกร่งร้ายกาจสอดแทรกเข้าในกายอุ่นชุ่มชื้น นิ้วโป้งบดขยี้เกสรเครียดเขม็งใจกลางร่างสาว จนเมื่อดัชนีร้อนบรรเลงจนบรรจบเพลงรัก เสียงกรีดร้องยาวนานของเจ้าของความอ่อนนุ่มที่บีบรัดนิ้วเรียวไม่หยุดหย่อนถูกปลดปล่อยออกมา พร้อมน้ำหวานชุ่มฉ่ำทะลักทลาย“พี่แมนจ๋า...รักมะนาวเถอะนะจ๊ะ มะนาวทนไม่ไหวแล้ว” เธอร้องขอ พลางดันร่างเมืองแมนให้ขึ้นทาบทับตัวเองอย่างร้อนรน เรียวขาเล็กอ้าเปิดรับร่างใหญ่ให้เคลื่อนตัวมาอยู่ระหว่างกลาง แล้วตวัดขาตัวเ







