เข้าสู่ระบบนับฝันค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สองแขนยังคงโอบกอดเด็กน้อยไว้แน่น สายตาสีกาแฟคู่นั้นจ้องตอบปากกระบอกปืนอย่างไม่ยอมจำนน
“พวกคุณออกไปเดี๋ยวนี้ ที่นี่คือหน่วยแพทย์สากล พวกเรามีหน้าที่ช่วยชีวิตผู้บริสุทธิ์!”
“ช่วยชีวิตงั้นเหรอ มึงคิดว่าพวกกูสนเรื่องไร้สาระแบบนั้นหรือไง!” โจรคนเดิมก้าวเข้ามาใกล้ เงื้อมือหมายจะกระชากคอเสื้อของนับฝัน
พริบตานั้นเอง เสียงแหวกลมอันเฉียบขาดดังกึกก้องขึ้นจากด้านหลังของพวกมัน!
ฉัวะ!
ประกายคมดาบโค้งเหล็กดามัสกัสสีเงินยวบตัดผ่านลำคอของโจรชั่วอย่างรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน เลือดสีแดงสดพวยพุ่งสาดกระจายลงบนผืนทราย ร่างหนาเซถลาล้มฟาดพื้นสิ้นใจในทันที!
“อะไรวะ!” โจรอีกสองคนสะดุ้งสุดตัว รีบหันกระบอกปืนกลับไปด้านหลัง
ทว่ายังไม่ทันที่พวกมันจะได้เหนี่ยวไก เสียงปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติดังขึ้นสองนัดซ้อนอย่างแม่นยำ กระสุนเจาะกะโหลกของคนร้ายทั้งสองร่างทรุดฮวบลงแทบเท้าผู้มาเยือน
ม่านควันปืนและฝุ่นทรายค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นกองกำลังนักรบทะเลทรายในชุดคลุมสีดำทะมึนหลายสิบนายยืนคุมเชิงล้อมรอบเต็นท์ไว้ทุกทิศทาง ทว่าสายตาทุกคู่กลับหยุดนิ่งอยู่ที่บุรุษร่างสูงตระหง่านผู้ก้าวเข้ามาตรงกลาง
เรือนกายกำยำแน่นหนาใต้ชุดคลุมยาวสีทรายทอลวดลายสัมฤทธิ์ประณีตส่งพลังอำนาจกดดันมหาศาล กูตราห์สีกากีคลุมศีรษะสะบัดพริ้วตามแรงลม ใบหน้าคมคายราวกับสลักจากหินผา จมูกโด่งเป็นสันคมรับกับริมฝีปากหยักลึกดุดัน ทว่าสิ่งที่สะกดทุกสายตาคือดวงตาสีกานพลูประกายอบเชยคมกริบดุจพญาเหยี่ยวแห่งผืนทราย
ชีคทาริค บิน คาลิด อัล-ฟาฮัด หรือ ทาริค ผู้นำสูงสุดแห่งเผ่าซาฮิล ผู้ปกครองและผู้พิทักษ์ตาน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งผืนทรายเวิ้งว้าง!
ทาริคสะบัดคราบเลือดออกจากปลายดาบโค้งอย่างใจเย็น ปลอกดาบสีทองเหลืองอร่ามถูกเก็บเข้าข้างเอวสอบอย่างสง่างาม สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบเต็นท์ที่ทลายเสียหาย ก่อนจะหยุดลงตรงร่างของแพทย์หญิงสาวที่ยังคงหมอบกอดเด็กน้อยอยู่บนเตียง
ดวงตาสองคู่สบประสานกันท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด
นับฝันมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน ความสง่างามและกลิ่นอายอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ ส่วนทาริคจับจ้องแววตาแน่วแน่ไม่ยอมก้มหัวให้ความตายของหญิงสาว ผิวนวลสีน้ำผึ้งและคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนข้างแก้มของเธอทำให้หัวใจของจอมทัพทะเลทรายกระตุกวูบ
“ปลอดภัยแล้วนับฝัน...” ดนัยน์ที่ตั้งสติได้รีบก้าวเข้ามาขวางหน้านับฝันไว้ทันที “ขอบคุณที่เข้ามาช่วยพวกเราครับ พวกเราเป็นทีมแพทย์อาสาจากสหประชาชาติ...”
ทาริคไม่แม้แต่จะปรายตามองดนัยน์ เขายกมือขึ้นเพียงข้างเดียว กองกำลังนักรบด้านหลังก็ขยับอาวุธขึ้นประทับบ่าล้อมกรอบทีมแพทย์ทั้งหมดไว้ทันที
“ท่านชีค พวกมันที่เหลือหนีเตลิดไปทางเทือกเขาเคบาร์แล้วครับ” ยูซุฟ หรือ ยูซุฟ อัล-กาดีร์ รองแม่ทัพมือขวาผู้มีใบหน้าคมเข้มก้าวเข้ามารายงานด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“สั่งคนของเรา ปิดล้อมค่ายแพทย์สนามแห่งนี้ไว้ให้หมด” ทาริคเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่เปี่ยมล้นด้วยอำนาจเด็ดขาด “ยึดยานพาหนะและเครื่องมือสื่อสารทั้งหมด ห้ามใครก้าวออกจากพื้นที่นี้แม้แต่ก้าวเดียว”
“นี่คุณ!” นับฝันผุดลุกขึ้นยืนทันที ลืมความหวาดกลัวไปจนสิ้น ดวงตาสีกาแฟจ้องเขม็งไปยังผู้นำชนเผ่าอย่างเอาเรื่อง “พวกเราเป็นแพทย์อาสา เข้ามาเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ คุณไม่มีสิทธิ์มากักขังพวกเราแบบนี้!”
ทาริคหยุดฝีเท้า ชายหนุ่มค่อยๆ ปรายตามองหญิงสาวตรงหน้า ริมฝีปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยตรงมุมปากอย่างเย็นชา
“บนผืนทรายแห่งนี้... ข้าคือผู้ถือกฎหมายเพียงหนึ่งเดียว” เสียงทุ้มเข้มก้องกังวานในความเงียบ “และสิทธิ์ในชีวิตของพวกเจ้าทุกคน นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป อยู่ในกำมือของข้า!”
“เข้าใจครับท่านพ่อ!” สองแฝดขานรับพร้อมเพรียงกัน“แล้วเรื่องหูฟังแพทย์จำลองล่ะ เมื่อกี้แอบเห็นฟาริคเอาหูฟังไม้ไปตรวจหัวใจให้ท่านลุงยูซุฟด้วยใช่ไหม” ทาริคเอ่ยแซวพลางยิ้มขำ“ใช่ครับท่านพ่อ! ฟาริคตรวจชีพจรให้ท่านลุงแล้ว ท่านลุงแข็งแรงดีแต่กินเยอะไปหน่อยครับ!” ฟาริคตอบอย่างจริงจัง ทำให้ทุกคนหัวเราะครืน“ฟาริคบอกว่าโตขึ้นอยากเป็นศัลยแพทย์เหมือนแม่ ส่วนฟาริสบอกว่าจะเป็นจอมทัพคุมกองทหารเหมือนพ่อค่ะ” นับฝันเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ “ลุงดนัยน์เป็นคนเหลาหูฟังไม้ชิ้นนั้นให้หลานๆ เองกับมือเลยนะคะ สองคนนี้เห่อมาก พกติดตัวไปทุกที่เลยค่ะ”“ลูกๆ ของเราฉลาดและน่ารักเหมือนเจ้าไม่มีผิด” ทาริคดึงมือนับฝันขึ้นมาจูบอย่างทะนุถนอม“แล้วเมื่อเช้าไปเยี่ยมปู่การิมมา ท่านเป็นยังไงบ้างคะทาริค”“ท่านปู่แข็งแรงดีมาก อายุครบแปดสิบปีแล้ว แต่ยังขี่อูฐตรวจค่ายได้สบาย ท่านฝากบอกว่าคิดถึงคุณหมอมาก และขอบคุณที่ส่งยาสมุนไพรบำรุงไขข้อไปให้ท่านเป็นประจำ” ทาริคยิ้มอย่างมีความสุขทาริควางลูกชายทั้งสองลงให้ไปวิ่งเล่นกับลูกสาวของขวัญข้าว ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเท้ายาวๆ ตรงเข้ามาหาหมอนับฝันที่ยืนส่งยิ้มหวานรออยู่ชายหนุ่มสบตาสีกาแฟคู่งาม
ตอนพิเศษ 3ห้าปีผ่านพ้นไปราวกับสายลมพัดผ่านผืนทรายอันอ่อนโยน ดินแดนโอเอซิสซาฮิลในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชุมชนเร่ร่อนกลางทะเลทรายอีกต่อไป แต่ได้แปรสภาพกลายเป็น ‘ศูนย์กลางแห่งการแพทย์และสันติภาพ’ ที่รุ่งเรืองและทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอาคารสีขาวมุกของโรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์ขยายปีกอาคารออกไปอย่างโอ่อ่า รองรับผู้ป่วยทั้งชาวเบดูอิน ประชาชนจากเมืองใหญ่ และผู้ลี้ภัยข้ามพรมแดนนับพันคนต่อเดือน โดยมีทีมแพทย์นานาชาติที่ดนัยน์ช่วยประสานงานเดินทางมาแลกเปลี่ยนความรู้อย่างต่อเนื่อง“ฮ่าๆๆ! จับข้าไม่ได้หรอกท่านลุงยูซุฟ!”เสียงหัวเราะใสแจ๋วของเด็กชายฝาแฝดวัยห้าขวบดังกึกก้องไปทั่วสวนอินทผลัมหลังโรงพยาบาล เด็กชายทั้งสองมีใบหน้าคมคายถอดแบบผู้เป็นพ่อมาเป๊ะๆ ดวงตาสีกานพลูประกายอบเชยคมกริบแต่ซุกซน เรือนผมสีกาแฟคั่วเข้มหนานุ่มปุกปุย“โอ๊ยยย! เจ้าตัวแสบทั้งสอง! หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้ครับ!” ยูซุฟในชุดองครักษ์เต็มยศที่ตอนนี้เริ่มมีพุงกะทิเล็กน้อย กำลังวิ่งกระหืดกระหอบไล่จับหลานชายฝาแฝดที่วิ่งซิกแซ็กหลบเข้าไปในแปลงสมุนไพรทะเลทรายอย่างทุลักทุเล “ถ้าไปเหยียบต้นว่านหางจระเข้ของน้าเลย์ลาเข้า ข้าโดนตัดเงินเดือนแน่ๆ
“ทาริคคะ ตั้งสติก่อนค่ะ... หายใจเข้าลึกๆ” นับฝันแม้จะเจ็บท้องแทบขาดใจ แต่ความเป็นแพทย์ทำให้เธอต้องคอยเตือนสติตัวเองและพ่อของลูก “อุ้มฉันไปขึ้นรถพยาบาลค่ะ... เราต้องไปที่โรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์เดี๋ยวนี้!”“ครับ! ข้าจะพาเจ้าไปเดี๋ยวนี้!”ทาริครีบช้อนร่างกลมกลึงของนับฝันขึ้นมาอุ้มในอ้อมแขนแกร่งอย่างนุ่มนวลและมั่นคงที่สุด ชายหนุ่มวิ่งกึ่งเดินก้าวเท้ายาวๆ ออกไปหน้าคฤหาสน์ ขบวนรถพยาบาลฉุกเฉินเปิดไซเรนนำทางเมื่อขบวนรถมาถึงหน้าตึกฉุกเฉิน ดนัยน์ เลย์ลา และทีมสูตินรีแพทย์เตรียมพร้อมรออยู่แล้ว เตียงเข็นถูกนำมารองรับนับฝันเข้าสู่ห้องคลอดทันทีทาริคกำลังจะวิ่งตามเข้าไป แต่ถูกพยาบาลกันไว้หน้าประตู “ท่านชีคกรุณารอสักครู่ค่ะ ต้องเปลี่ยนชุดปลอดเชื้อก่อนค่ะ!”ทาริคยืนกระวนกระวายใจ มือสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ชายหนุ่มเดินวนไปมาหน้าห้องคลอดราวกับเสือติดจั่นดนัยน์ในชุดผ่าตัดสีเขียวเดินเข้ามาตบไหล่ทาริคเบาๆ “ท่านชีค... นับฝันเป็นผู้หญิงที่แข็งแรงและมีสติที่สุด เธอและลูกต้องปลอดภัยแน่นอน เชื่อมั่นในตัวเธอและทีมแพทย์นะครับ สวมชุดนี้แล้วเข้าไปอยู่ข้างในกับเธอเถอะ กำลังใจจากคุณสำคัญที่สุด”“ขอบใ
ตอนพิเศษ 2แปดเดือนผ่านพ้นไปหลังจากค่ำคืนฮันนีมูนอันแสนหวานฉ่ำ ภายในคฤหาสน์โอเอซิสซาฮิลอันร่มรื่นที่แวดล้อมไปด้วยต้นอินทผลัมและสวนกุหลาบทะเลทราย กำลังอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความตื่นเต้นและทะนุถนอมเป็นพิเศษในห้องนั่งเล่นกว้างขวางปูพรมเปอร์เซียสีน้ำเงินเข้ม หมอนับฝันกำลังนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาบุหนังตัวใหญ่ หน้าท้องของเธอขยายโตกลมกลึงนูนเด่นอย่างเห็นได้ชัด เพราะภายในนั้นมีทารกน้อยฝาแฝดกำลังเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงแม้จะตั้งครรภ์แก่จนก้าวเดินอุ้ยอ้าย แต่นับฝันก็ยังคงเปิดสมุดบันทึกเพื่อตรวจเช็กตารางการฉีดวัคซีนเด็กในค่ายอย่างไม่ยอมวางมือ“นับฝัน! ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้วางสมุดพวกนั้นลงแล้วนอนพักผ่อน!”สุรเสียงทุ้มดุแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยจนล้นอกดังขึ้น ทาริคก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาในห้อง ชายหนุ่มผู้เคยเป็นจอมทัพที่ไร้ความกลัว บัดนี้ได้กลายร่างเป็นชีคสายเห่อเมียแบบเต็มขั้น ทาริครีบเดินเข้ามาแย่งสมุดบันทึกออกจากมือนับฝัน วางลงบนโต๊ะข้างโซฟาอย่างรวดเร็ว“โธ่~ ทาริคคะ ฉันแค่ตรวจดูรายชื่อเด็กที่จะมารับวัคซีนพรุ่งนี้เองค่ะ ไม่ได้เหนื่อยอะไรสักหน่อย” นับฝันอมยิ้ม สบตาพ่อของลูกที่กำลังทำหน้าดุใส่เธอ“ไม
“ฮันนีมูนค่ำคืนนี้... ข้าจะไม่ปล่อยให้คุณหมอนอนเลยนะ~” ทาริคกระซิบเสียงแหบพร่า นัยน์ตาสีกานพลูลุกโชนไปด้วยไฟเสน่หา“อื้อ... ทาริค~ คุณคลั่งรักเกินไปแล้ว... อ๊ะ...” นับฝันครางรับ มือเรียวสอดเข้าขยุ้มเรือนผมหนานุ่มของเขาทาริคขยับกายลงต่ำ ชายหนุ่มแยกเรียวขาเนียนสวยของเมียให้เปิดกว้าง ก่อนจะก้มใบหน้าคมคายลงไปแนบชิดกับจุดซ่อนเร้นที่ฉ่ำหวาน ปลายลิ้นร้อนชื้นแตะแต้มลงบนเกสรดอกไม้ ปรนเปรอจังหวะรักด้วยปลายลิ้นอันร้อนชื้นอย่างช่ำชองและเชี่ยวชาญ“กรี๊ด~ ทาริค! อ๊า... ตรงนั้น... อย่าค่ะ... มันเสียวเกินไปแล้ว!” นับฝันกรีดร้องครางหวาน ร่างระหงบิดเร่า มือเรียวจิกผ้าปูที่นอนแน่น ปลายเท้างองุ้มเกร็งทาริคไม่ยอมหยุด ชายหนุ่มทั้งดูดดึง ตวัดเลีย และบดขยี้จุดกระสันอย่างต่อเนื่อง เน้นย้ำจังหวะหนักหน่วงสลับนุ่มนวล คุมเกมอารมณ์รักให้พุ่งทะยานสู่ขีดสุด จนกระทั่งนับฝันส่งเสียงกรีดร้องหวานล้ำ ร่างกายกระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำหวานบริสุทธิ์ออกมาอย่างสุขสมล่วงหน้าคาเรียวลิ้นของคนรัก!ทาริคเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ ริมฝีปากของเขายังคงเปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำหวานแห่งความสุข ชายหนุ่มเลื่อนกายขึ้นมาทาบทับ สบตาสีกาแฟที่ฉ่ำปรือด้ว
ตอนพิเศษ 1หกเดือนผ่านพ้นไปนับตั้งแต่วันแต่งงานอันยิ่งใหญ่ ท่ามกลางภาระหน้าที่การบริหารชนเผ่าและงานในโรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์ที่แน่นขนัด ทาริคได้ตัดสินใจลักพาตัวเมียคนสวย หลบหนีความวุ่นวายทั้งหมดมายังวิลล่าทะเลทรายส่วนตัวสุดหรู ‘คัสร์ อัล-ซารับ’ ซึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวใจกลางหุบเขาทรายอันเงียบสงบและเป็นส่วนตัวสูงสุดแผนการลักพาตัวครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่าย ในขณะที่หมอนับฝันกำลังนั่งตรวจแฟ้มประวัติคนไข้อยู่ในห้องทำงาน จู่ๆ ประตูก็ถูกเปิดผางออก ชีคหนุ่มในชุดลำลองเดินดุ่มๆ เข้ามาช้อนอุ้มร่างของเธอขึ้นพาดบ่าอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของขวัญข้าวและเลย์ลาที่รู้เห็นเป็นใจ ยื่นแว่นกันแดดและกระเป๋าเดินทางใบเล็กให้เสร็จสรรพ“ทาริคคะ! วางฉันลงเดี๋ยวนี้นะ คนไข้รอตรวจอยู่อีกตั้งหลายคน!” นับฝันโวยวายเบาๆ พลางทุบแผ่นหลังกว้าง“หมอดนัยน์และทีมแพทย์ประจำการอยู่ครบ ตอนนี้ถึงเวลาที่คุณหมอต้องไปรักษาอาการคิดถึงเมียของท่านชีคแล้ว” ทาริคกระซิบตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะพาเธอขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวบินตรงมายังวิลล่าหรูแห่งนี้ทันทีเมื่อเดินทางมาถึงวิลล่า ทาริครินน้ำทับทิมส







