แชร์

5 จงไปทำสวนที่หลังวัง

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-25 14:46:07

         สายวันต่อมา องค์หญิงหานซู่ลี่ก็ย้ายไปพำนักยังเรือนใหญ่ในสวนหลังจวน อ๋องเก้าเรียกว่า ตำหนักหมีขาว สร้างขึ้นเพื่อให้องค์หญิงอยู่อาศัยโดยเฉพาะ ด้านหลังเป็นพื้นที่โล่งกว้างขนาดใหญ่ มีสระน้ำใหญ่อยู่ด้านหลัง ท่านอ๋องให้บริวารขนเตียงนอนใหญ่ อ่างอาบน้ำที่สั่งทำพิเศษ และโต๊ะเก้าอี้ขนาดใหญ่ไปให้นางตามที่ได้บอกไว้ ส่วนตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่สองตู้นั้น เตรียมไว้ในเรือนนี้ก่อนแล้ว ที่ไม่ใช่เรือนนี้เป็นเรือนหอเพราะอยู่ห่างไกลเรือนอื่น เกรงผู้คนจะนินทา

         “เปิ่นหวางเตรียมบ่าวรับใช้และนางกำนัลสำหรับงานหนักและงานครัวไว้ให้เจ้าแล้ว อาณาเขตของเจ้าคือด้านหลังนี้ทั้งหมด เพื่อความประหยัดพวกเจ้าจงปลูกผักและเลี้ยงสัตว์”

         อ๋องเก้าหันไปดูสีหน้านาง เจ้าหมีขาวกลับยิ้มแย้มยินดี “ท่านอ๋อง หม่อมฉันจะเลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด และเลี้ยงหมูได้หรือไม่ ”

         ท่านอ๋องชะงักไปครู่ “หากเจ้าอยากเลี้ยงหมู จงไปทำคอกที่สุดด้านนู้น อย่าให้กลิ่นขี้หมูส่งไปถึงตำหนักของท่านแม่”  

         “พื้นที่นี้ทั้งหมดข้าทำแปลงผักได้ใช่หรือไม่ ”

         “ได้ ที่ดินส่วนนี้ข้าให้สิทธิ์เจ้า ไม่ให้ผู้อื่นเข้ามาก้าวก่าย ฮ่องเต้ทรงพระราชทานข้าวสารมาให้เจ้าแล้ว เงินค่าใช้จ่ายส่วนตัวเจ้า ข้าจะให้เป็นรายเดือน เงินเดือนของบ่าวไพร่และนางกำนัลไปเบิกที่พ่อบ้านได้”

         องค์หญิงลอบเบ้ปาก เงินเบี้ยหวัดรายเดือนที่เขาให้นางนั้น ย่อมพอเพียงแค่ใช้ชีวิตในเรือนเท่านั้น แต่นางมีภารกิจที่บอกผู้ใดไม่ได้ ท่านอ๋องยกเรือนให้นางก็ดีแล้ว นางจะได้ใช้ที่นี่เป็นแหล่งสะสมเงินทอง มองดูป่าที่ขวางกั้นระหว่างส่วนหน้าวัง กับหลังวังแล้ว มองอย่างไรก็คงไม่มีผู้นึกออกว่า จะมีเรือนทำสวนอยู่หลังวังเช่นนี้

         ท่านอ๋องเห็นอาการลิงโลดของนางแล้วก็นึกแปลกใจ ให้นางอยู่อย่างนี้ก็ดีจะได้ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก เห็นท่าหมีขาวเองก็ชอบสวนหลังวัง

         “หากเจ้ามีปัญหา ค่อยให้คนไปบอกข้า” อ๋องเก้าเห็นบริวารของนางจัดการบ้านเรือนเรียบร้อยแล้ว ก็กลับตำหนักของตนไป

         ก่อนย้ายเรือนในยามเช้าตรู่ อ๋องเก้าพาองค์หญิงมายกน้ำชาคารวะแม่สามี พระสนมโจวอนุญาตให้นางไม่ต้องมาทำพิธีนี้ทุกเช้า

         “ต่อไป เจ้าไปอยู่ตำหนักโน้นแล้ว ไกลจากที่นี่มาก ไม่ต้องทำพิธีคารวะแม่สามีทุกเช้าหรอกนะ” ความจริงในใจพระสนมโจวก็นึกเบื่อหน่ายเรื่องนี้ คราที่นางเข้าวังใหม่ๆ ก็ไม่อยากไปคารวะฮองไทเฮาและฮองเฮาเช่นกัน เมื่อตนเองไม่ชอบแล้วจะบังคับผู้อื่นทำเพื่อการใด

         องค์หญิงหานซู่ลี่รีบคำนับขอบพระทัยแม่สามี ‘ข้ามีดาวโชคนำทางหรือไร จึงไม่ต้องทำเรื่องน่าเบื่อเช่นนี้’

         “เจ้าตัวใหญ่คงเคลื่อนไหวลำบาก กว่าจะเดินมาอีก เอาไว้วันไหนเปิ่นกงอยากพบเจ้า จะส่งคนไปตามมาเอง”

พระสนมโจวได้ยินแม่นมหลินรายงานเรื่องท่านอ๋องเก้าเข้าห้องหอกับองค์หญิงหานซู่ลี่ก็ตกพระทัย ครั้งเมื่อตบแต่งชายาเอกเฉินหนิงอวี่ และชายารองเว่ยอันฉี เขาไม่แม้แต่จะก้าวเท้าเข้าห้องหอ ปล่อยให้สองนางรอเก้อ มาจนบัดนี้ พระโอรสของนางก็ยังไม่ชายตาแลชายาคนงาม

         “องค์หญิงหมีนั่นมีอะไรดี  นางรูปร่างใหญ่โตอัปลักษณ์เพียงนั้น กลับทำให้ท่านอ๋องยอมเข้าห้องหอ ซ้ำยังร่วมเตียงบรรทมได้”

         “ใจเย็นเถิดเพคะ พระสนม อย่างน้อยก็ยังไม่มีผ้าพรหมจรรย์ออกมายืนยัน” แมนมหลินเลี้ยงดูอ๋องเก้ามาแต่เล็กแต่น้อย นางเองก็ไม่เชื่อว่า ท่านอ๋องจะร่วมหอกับหมีขาวตัวนั้น

         “ชายาทั้งสองรู้เรื่องแล้วหรือ ”

         “เพคะ”

         คนภายนอกต่างเชื่อว่า พระสนมโจวเป็นผู้เห็นชอบให้โอรสตบแต่งชายาทั้งสอง แต่ความจริงแล้วนางเองก็ถูกบีบคั้น เฉินหนิงอวี่เป็นคนของฮองไทเฮา ส่งให้แต่งงานมาเพื่อสอดแนมองค์ชายเก้าที่เกิดจากพระสนมเชื้อสายราชวงศ์โจวจากแคว้นผิง ส่วนเว่ยอันฉีเป็นคนของฮองเฮาที่ส่งมาคานอำนาจกับฮองไทเฮา

         พระสนมโจวทรงกล้ำกลืนรับนางทั้งสองไว้ โดยเกลี้ยกล่อมให้องค์ชายเก้าในช่วงนั้น ยอมตบแต่งเพื่อมิให้สองขั้วอำนาจเกิดความคลางแคลงใจ แม้นางทั้งสองจะได้ชื่อว่าเป็นคุณหนูที่รูปโฉมมิด้อย แต่องค์ชายเก้ากลับมิเคยใส่ใจ

         “ท่านแม่เพคะ หม่อมฉันอยากไปตำหนักหมีขาว อยากรู้ว่า นางกล้าดีอย่างไรถึงบังคับท่านอ๋องให้เข้าหอได้” ชายาเอกเต้นเร่าๆ

         “องค์หญิงเป็นพระชายาเอก เจ้าเป็นแค่ชายาเอก เจ้าควรไปคารวะน้ำชานางถึงจะถูก” ได้ยินเช่นนั้น เฉินหนิงอวี่กับเว่ยอันฉี จึงต้องถ่อสังขารเดินไกลไปถึงตำหนักหมีขาวเพื่อคารวะองค์หญิงหานซู่ลี่

         เมื่อได้พบร่างสูงใหญ่ ผิวขาวจัดที่ยืนถมึงทึงต่อหน้า ชายาทั้งสองก็พูดไม่ออก แม้ตนเองจะนำเอานางกำนัลมาด้วยอีกหกคน เมื่อเทียบเหล่านางกำนัลที่เรือนร่างสูงใหญ่ขององค์หญิงแล้ว เกรงว่าจะเป็นการแกว่งเท้าหาเสี้ยน

         เฉินหนิงอวี่พระชายาเอกแสร้งทำอ่อนหวานคารวะน้ำชาองค์หญิงอย่างดี ส่วนเว่ยอันฉีเมื่อเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของเฉินหนิงอวี่นางตัวแสบคนนั้น จึงจำต้องทำตาม

         หานซู่ลี่ก็นำคำพูดของพระสนมโจวมาพูดต่อ นั่นคือ ไม่ต้องมาคารวะนางตอนเช้า ให้ถือว่าต่างคนต่างอยู่ หากนางอยากพบเมื่อใดจะให้คนไปตามเอง เมื่อสนมรูปงามทั้งสองเดินชดช้อยจากไป องค์หญิงก็หัวเราะคิกคักออกมา

         “ท่านขำเรื่องใดหรือองค์หญิง ”

         “ดูพวกนางสิ คงอยู่กับเหล่าสตรีที่ตบตีแย่งชิงผู้ชายมากเกินไป จึงหวังจะมาหาเรื่องเปิ่นกง แต่พอเห็นรูปร่างนี้เข้า สติกระเจิดกระเจิงไปเสียก่อน”

         เป่ยซูเจินมองดูรูปร่างอ้วนใหญ่ขององค์หญิงแล้วอมยิ้ม “น่ารักออกเพคะ น่ากอด ดูนุ่มดี”

         “ใครว่าเล่าพี่ซูเจิน  เมื่อกี้องค์หญิงทำหน้าบึ้งตึงขนาดนั้น พวกนางคงกลัวองค์หญิงจะกระทืบเอา”

         “หึๆ ดีแล้ว พวกนางจะได้ไม่มายุ่งกับเปิ่นกง ภารกิจเราจะได้เริ่มต้นสักที” องค์หญิงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้ากรุยกรายเป็นทะมัดทะแมง “พวกเราเป็นคนแคว้นยากจน ได้เวลาทำมาหากินเอาเงินไปฟื้นฟูบ้านเมืองแล้ว”

         องค์หญิงสั่งบ่าวไพร่ที่ทำงานหนักไปช่วยกันเตรียมพื้นที่ปลูกผัก “เปิ่นกงกินจุขนาดนี้ ห้องครัววังคงส่งอาหารมาให้ไม่พอเป็นแน่”

         “คอกสัตว์เล่าเพคะ ”

         “ไปหาซื้อลูกสัตว์ให้ได้ก่อน ค่อยวางแผนทำคอกเถิด”

         บรรดาคนรับใช้ชายและนางกำนัลในวังที่รับมาใหม่มีคนที่มาจากชนบทหลายคนพวกนางและพวกเขาจึงช่วยองค์หญิงเตรียมดินปลูกผักได้อย่างสบาย

         “รายได้ของเปิ่นกงสองทางคงไม่พอ ได้เวลาออกไปรับจ้างส่งของอีกแล้ว”

         “ให้หม่อมฉันออกไปช่วยไหมเพคะ ” เป่ยซูเจินเองก็มีวิชาพอตัว ส่วนเป่ยซูเมิ่งนั้นเก่งเพียงงานบ้านงานครัว

         “เปิ่นกงไปคนเดียวดีกว่า ให้เจ้าสองคนช่วยดูแลคนที่นี่ จัดการสวนผักและคอกสัตว์ของเราให้เรียบร้อย อีกอย่างพวกเจ้าจะได้คอยรับหน้า หากมีคนบุกเข้ามาถึงตำหนัก”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 88 ครอบครัวเปี่ยมสุข (ตอนจบ)

    ฮ่องเต้ทรงพระราชทานข้าวของมากมายสำหรับทารกแฝดและพระชายาของอ๋องเก้า“กงกง เจ้าดูทีว่าพอหรือไม่”“ฝ่าบาท ทรงพระราชทานไปมากพอๆ กับที่เคยพระราชทานให้โอรสธิดาของชินอ๋องแล้ว พ่ะย่ะค่ะ”“อืม ให้เกินเข้าไว้ อย่าขาดก็พอ” หมิงฮ่องเต้พยักหน้าหงึกหงักขณะนั้นก็มีข่าวการปรากฏของตรากระเรียนทองคำในพระราชวังในแคว้นผิง ฮ่องเต้หมิงถึงกับกระสับกระส่าย“เจ้า! เจ้าไปเรียกอ๋องเก้ามาหาเจิ้นที”กงกงได้ยินก็ตะลึง “ฝ่าบาท พระองค์ตรัสเองว่าช่วงนี้ต้องไม่รบกวนท่านอ๋องเก้าเด็ดขาดนี่ พ่ะย่ะค่ะ”“จริงด้วย! ข้าลืมไป”หมิงฮ่องเต้เคยได้ข่าวว่าตรานั่นอยู่ในเมืองหลวงแคว้นตนแท้ๆ เหตุใดจึงไปปรากฏที่นั่นได้“อือ เจิ้นไม่ควรใจร้อน ถ้าอย่างนั้นก็ปรึกษาชินอ๋องก่อนก็แล้วกัน”ชินอ๋องถูกเรียกตัวเข้าวังอย่างเร่งด่วน หลังจากสองพี่น้องปรึกษาหารือกันเสร็จก็เห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องนี้ต้องเป็นอ๋องเก้าเท่านั้นจึงจะจัดการได้สำเร็จ เจ็ดวันให้หลังอ๋องเก้าถูกตามตัวให้เข้าเฝ้า “ข้ามีเรื่องสำคัญอยากให้เจ้าช่วย” “เรื่องอันใดหรือ พ่ะย่ะค่ะ” “ข้าอยากขอยืมตรากระเรียนทองคำจากแคว้นเว่ย” อ๋องเก

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 87 เจ้าก้อนแป้งน้อย

    ชินอ๋องมองน้องชายที่เดินวนไปวนมาด้วยความขบขัน “เจ้านั่งก่อนได้ไหม ข้ารู้ว่าเจ้าตื่นเต้น ในคราที่อิงเอ๋อร์จะคลอดข้าก็แทบบ้าเช่นกัน” “พี่ห้า ข้าห่วงนางกับลูก” “มาๆ นั่งจิบชาเลิศรสนี่ก่อน พี่สะใภ้เจ้าเตรียมมาให้ เดี๋ยวนางก็คงพาหลานๆ ตามมาให้กำลังใจ” ชินอ๋องพยายามหาทางหลอกล่อด้วยของโปรดของน้องชาย “เอาไว้ก่อนเถิด ยามนี้ไม่รู้ว่าน้องหญิงของข้าเป็นอย่างไร” ชินอ๋องรู้สึกหนักใจที่น้องชายทำราวกับอยากกระโจนเข้าไปในห้องทำคลอด ภรรยาเขาเตือนนักเตือนหนาว่า อย่าเข้าไปรบกวนการทำคลอดของหมอตำแย ให้ห้ามอ๋องเก้าเอาไว้ให้ได้ เขาเดินเข้าไปคอยรั้งแขนน้องชายที่พยายามจะบุกเข้าห้องคลอดอยู่หลายครั้งยามที่พระชายาร้องเสียงดัง “ท่านพี่ ข้าเจ็บ! ข้าเจ็บมาก!” นางร้องเสียงดังราวกับตวาด ได้ยินแค่ภรรยาร้องเรียก อ๋องเก้าก็แทบจะทนไม่ไหวกำลังจะเปิดประตูเข้าไป “เจ้าเข้าไปไม่ได้” ชินอ๋องรีบเข้าไปรั้งเอวน้องชายเอาไว้ “แต่ลี่เอ๋อร์กำลังปวดมาก นางร้องเรียกข้าให้เข้าไปช่วย” น้ำเสียงร้อนรนของอ๋องเก้าทำเอาพี่ชายส่ายหน้าอย่างจนปัญญา

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 86 พระชายารองของอ๋องเก้า

    งานเลี้ยงที่ฮ่องเต้ทรงจัดพระราชทานมาถึงอย่างรวดเร็ว เหล่าชนชั้นสูงทั่วเมืองหลวงต่างโหมประโคมแต่งกายและหาเครื่องประดับมาโอ้อวดกันอย่างเต็มที่ อ๋องเก้าขนเอาเครื่องประดับเก่าแก่ของตระกูลมาให้พระชายาของตนได้ใส่อวดผู้อื่น ฮ่องเต้ทรงออกงานคู่กับฮองไทเฮาพระมารดาเลี้ยง โดยมีกุ้ยเฟยรูปโฉมงดงามนั่งอยู่เบื้องล่างเยื้องไป ครั้นชินอ๋องเสด็จพร้อมพระชายาฟ่านซิ่วอิงเสียงวิจารณ์ก็ดังระงม ความงามของนางนั้นนับว่าเหนือกว่ากุ้ยเฟยเสียอีก ทำให้ดึงความสนใจของคนทั้งงานไปได้ แต่คู่ที่ทุกคนรอคอยกลับเป็นท่านอ๋องเก้าและพระชายาหมีขาวที่ร่ำลือกันว่า ท่านอ๋องทรงรักพระชายาร่างอ้วนใหญ่ผู้นี้ยิ่งนัก ผู้ใดได้ยินได้ฟังก็หวังจะได้เห็นนางสักคราจึงตั้งตารอด้วยใจจดจ่อ “มาแล้ว! ท่านอ๋องเก้าเสด็จแล้ว” ทุกคนต่างหันพรึ่บไปยังทางเข้า อ๋องเก้าเดินนำหน้ามือกุมสตรีที่คล้องแขนไว้มั่น เมื่อทุกคนได้เห็นนางเต็มตาถึงกับตาค้าง ชั่วครู่ก็ปรากฏเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขรม “ท่านอ๋องเก้ามีพระชายารองใหม่ตั้งแต่เมื่อใด” “พระชายารองอ๋องเก้างดงามจริง งามยิ่งกว่าทุกคนในงานด้วยซ้ำ”

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 85 ข้าชอบที่เจ้าเป็นหมีขาว

    โจวจิงฝู่กั๋วกงแทบไม่เชื่อสายตาตนเองเมื่อได้เห็นหลานสะใภ้ประคองกล่องใส่ตรากระเรียนทองคำมาส่งถึงมือ อ๋องเก้ายืนยันเพียงว่าเพื่อนของนางเข้าไปเอาของมาให้ ท่านตากล่าวขอบใจหลานสะใภ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยความซาบซึ้งจึงมอบหยกประจำตัวให้นางเป็นสิ่งตอบแทน หลังจากส่งท่านตากลับแคว้นแล้ว อ๋องเก้าจึงเข้าวังไปสืบข่าวจากฮ่องเต้ แต่พระองค์กลับไม่แสดงพิรุธใด ตรัสว่าที่สั่งทหารล้อมตำหนักฮองเฮาไว้ก็เพราะต้องการหาหลักฐานเพิ่มเติมที่อาจจะซ่อนอยู่ในนั้น “ท่านพี่ หม่อมฉันหวังว่าท่านตาคงจะราบรื่นนะเพคะ” องค์หญิงนอนซบอกพระสวามี “ข้าส่งคนตามไปช่วยท่านตาแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง” อ๋องเก้าลูบใบหน้าเล็กของนางอย่างเบามือ “น้องหญิง คราวหน้าห้ามเจ้าเป็นนินจาอีกจนกว่าจะคลอดเข้าใจไหม เมื่อวานข้าตกใจแทบตายที่หาเจ้าไม่เจอ จะเข้าไปตามในวังก็กลัวฮ่องเต้สงสัย” “หม่อมฉันอยากให้ท่านพี่กับท่านตาได้ของนั่นนี่นา” “แต่มันอันตราย เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าโมโหเพียงใด” ท่านอ๋องคำรามฮึ่มฮั่มพลางกอดจูบภรรยาด้วยความโมโห “ท่านพี่ เบาหน่อยเพคะ” “คราวหลังเจ้าอย่าทำแบบนี้อีก

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 84 บุกไปเอาของสำคัญ

    แม้อ๋องเก้าจะได้แผนที่ซ่อนตรากระเรียนทองคำ แต่กลับทำการเอิกเกริกมิได้เพราะหากฮ่องเต้รู้ย่อมจะถูกแย่งชิงไป การจะบุกเข้าไปในตำหนักฮองเฮาที่ยามนี้แม้จะไม่มีผู้อยู่อาศัยแต่กลับโดนอารักขาอย่างเข้มงวดอ๋องเก้าเกรงว่าฮ่องเต้อาจจะระแคะระคายเรื่องที่ฮองเฮาครอบครองตรากระเรียนทองคำอยู่ พี่ชายจอมเจ้าเล่ห์อันดับหนึ่งแห่งแคว้นหมิงมักจะรู้ในสิ่งที่คนทั่วไปคาดไม่ถึงเสมอท่านตาฝู่กั๋วกงแห่งแคว้นผิงของเขาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อได้ประมวลสถานการณ์จากหลานชาย“ตาได้ประเมินแล้ว ถ้าภายในหนึ่งเดือนนี้เรายังหาตรากระเรียนทองคำไม่เจอ เห็นทีศึกชิงอำนาจในแคว้นผิงก็คงจะเริ่มขึ้น” “แย่เช่นนั้นเชียวหรือท่านตา” “อืม...คงสิ้นหนทางเยียวยา” ท่านตาพยักหน้า คนของเขารายงานเหตุในเดือนนี้มาแล้ว “พวกเขาเพิ่มความรุนแรงในการทำลายฝ่ายตรงข้าม นอกจากจะวางเพลิงแล้วยังเริ่มฆ่าคนขุนนางไปสองคนแล้ว” พระชายาที่แอบฟังอยู่ด้านนอกรู้สึกสงสารท่านตาโจวจิงจับใจ นางนึกถึงตอนที่แคว้นเว่ยของตนแพ้สงคราม สภาพเมืองที่ต้องกลายเป็นเชลยศึกของผู้อื่นก็คงไม่ต่างจากการเกิดสงครามกลางเมืองเท่าใดนัก‘ขึ้นชื่อว่าสงคราม ไม่ว

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 83 ช่วยชีวิตภรรยาและลูก

    ท่านอ๋องประคองพระชายาหมีขาวขึ้นมาห้องใต้ดินท่ามกลางความตะลึงงันขององครักษ์ทั้งหลาย โดยเฉพาะตงชางและหนานเฉิง เมื่อทั้งสองกลับลงไปห้องใต้ดินนินจาหงลี่ก็หายตัวไปแล้ว “น้องหญิง ห้องนี้เจ้าเคยมานอนเพียงคืนเดียว จากนี้ไปข้าจะพาเจ้ามาทุกครั้งที่เจ้าต้องการ” ท่านอ๋องคลี่ผ้าห่มคลุมร่างให้นาง “ได้เวลาที่เจ้าจะต้องเล่าให้ข้าฟังได้แล้วว่า มันเกิดเรื่องใดขึ้น” หานซูลี่พยักหน้าเอนตัวไปพิงอกพระสวามี “เพคะ หม่อมฉันจะเล่าให้ท่านพี่ฟัง” เมื่อฟังแต่ต้นจนจบ อ๋องเก้าร้องออกมาอย่างหงุดหงิด “นี่เจ้าทำงานเก็บเงินก็เพราะหวังจะหนีข้าไปเช่นนั้นหรือ ” ใบหน้าของเขาถมึงทึง “ก็ตอนนั้น หม่อมฉันไม่คิดนี่นาว่า ท่านพี่จะรักหม่อมฉัน” นางทำเสียงอ่อยๆ อยู่กับอก ทำเอาท่านอ๋องใจอ่อน “ก็ได้ ข้าจะยกโทษให้เจ้าเรื่องนี้ แต่เรื่องคืนนั้นของข้ากับหงลี่ ทำให้ข้าไม่สบายใจอยู่นานเทียว” อ๋องเก้าคิดถึงความเครียดที่เขาต้องแบกรับหลังจากที่คิดว่าตนเองมีสัมพันธ์สวาทกับนินจาที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับนาง "ยิ่งตอนนางมาบอกว่าตั้งครรภ์ ข้ายิ่งปวดศีรษะมากขึ้นไปอีก” องค์หญิงแอบยิ้มกับอก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status