แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: เอเวอลีน เอ็มเอ็ม
“ฉันต้องไปแล้ว รบกวนคุณช่วยอยู่กับโนอาก่อนได้ไหม? เพราะฉันเองก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องอยู่ที่โรงพยาบาลนานแค่ไหน” ฉันเอ่ยประโยคเหล่านี้ออกไป มือพลางคว้ากระเป๋าข้างกายอย่างใจลอย

“ได้ ผมขอไปรับแม่มาดูแลโนอาแทนก่อน แล้วจะรีบตามไป” โรแวนตอบรับ เพียงแต่รู้สึกราวกับเป็นเสียงกระซิบซึ่งดังแว่วเข้ามาในหูที่อึ้ออึงของฉันเท่านั้น

ฉันจำอะไรที่เหลือนอกเหนือจากการบอกลาลูกชายตัวน้อยไม่ได้ ฉันรีบดันตนเองขึ้นรถยนต์และขับรถมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลพร้อมความคิดที่ล่องลอยกระหวัดถึงความทรงจำ

ตอนที่เติบโตขึ้นมา ใคร ๆ ก็ต่างพากันพูดว่าฉันเป็นพวกขาดความอบอุ่น ตอนเป็นเด็กทั้งคุณพ่อและคุณแม่ไม่ได้ใส่ใจฉันมากเท่าที่ควร ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของพ่อคงเป็นพี่สาว เอมม่า พ่อเคยเรียกเธอว่าสาวน้อยของพ่อด้วยซ้ำ ส่วนแม่ก็ประคบประหงมพี่ชาย ทราวิส พ่อรูปหล่อของแม่เสียยังกับอะไรดี ส่วนฉันก็เป็นแค่ เอวา ที่ไม่มีใครรัก

ฉันรู้สึกเหมือนไม่เป็นที่ต้องการของใคร ๆ ไม่มีใครต้อนรับ ไม่ว่าจะกับพ่อแม่รวมถึงพี่น้องท้องเดียวกัน ไม่ว่าจะพิสูจน์ตนเองเท่าใด มีผลการเรียนระดับแนวหน้า กีฬาเด่น หรือกิจกรรมดีเพียงใด สถานที่เดียวซึ่งเหมาะกับฉันคืออยู่ข้างสายตาเท่านั้น เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวแสนสุขนี้เลย

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเก้าปีก่อน ทำให้ฉันเสียสายใยความสัมพันธ์กับครอบครัวอันบางเบาไป ทราวิสกับฉันแทบจะไม่มีบทสนทนาต่อกันเลย พี่ชายกับพ่อเหมือนพร้อมใจดูแคลนฉัน ผู้เป็นแม่ก็ไม่ต่างกันมากนัก ถ้าไม่มีเรื่องคอขาดบาดตาย สายโทรศัพท์คงไม่ถูกต่อมาถึงฉันอย่างแน่นอน ส่วนพี่สาวดูเหมือนว่าจะแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เราทั้งสองไม่ได้มาพบปะหรือพูดคุยกันเลยตลอดเก้าปีที่ผ่านมา คำสุดท้ายที่เธอเอ่ยกับฉันคือฉันได้ตายจากชีวิตเธอเรียบร้อยแล้วและเธอก็ไม่มีน้องสาวอีกต่อไป

ตัดมาที่ตัวฉันในตอนนี้ที่กำลังขับรถตรงไปยังโรงพยาบาลเพราะว่าพ่อโดนยิง แม้เหตุการณ์ประดังเข้ามาแต่ฉันกลับไม่รู้สึกอะไรสักอย่าง ฉันควรจะรู้สึกอะไรไหมนะ? อย่างความรู้สึกเสียใจ?

คุณควรรู้สึกอย่างไรดีเล่าตอนมีคนบอกคุณว่าพ่อผู้เมินเฉยต่อตัวตนคุณตลอดชีวิตนอนเจ็บบนเตียงเพราะโดนยิง? ตัวฉันเองต้องแสดงท่าทีอย่างไร? มันแปลกไหมที่ฉันไม่รู้สึกอะไรเลย?

เส้นทางมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลเปรียบดั่งเส้นทางย้อนกลับไปยังห้วงคะนึง ภาพวันวานยามวัยเยาว์สลับสับเปลี่ยนกับภาพผู้ใหญ่ ความปวดร้าวและทุกข์ระทมยังคงอยู่ และฉันก็มั่นใจว่าความเจ็บปวดจากการหมางเมินของครอบครัวฉันจะไม่เลือนหายไป

และนี่อย่างไรเล่าคือตัวฉันเอง หญิงสาวผู้ถูกทิ้งขว้าง เริ่มจากถูกครอบครัวตนเองทอดทิ้ง จากนั้นก็เป็นสามี รวมถึงบรรดาครอบครัวฝั่งสามี คนเดียวที่ยอมรับและรักฉันอย่างที่ฉันเป็นก็มีเพียงแค่โนอา

การขับรถไปยังโรงพยาบาลใช้เวลาไม่นัก เมืองนี้มีโรงพยาบาลใหญ่แห่งเดียวและฉันรู้ว่าพ่อต้องพักรักษาตัวอยู่ที่นั่นแน่นอน

ฉันจอดรถและก้าวออกมา สายลมยามเย็นพัดพริ้วและลูบไล้เส้นผมไป ฉันสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดพร้อมเหยียดหลังตรงก่อนจะเข้าไปในตัวตึก

“ดิฉันมาเยี่ยมคุณเจมส์ ชาร์พค่ะ ดิฉันทราบมาว่าเขาเข้ามารักษาตัวที่นี่เพราะถูกยิงค่ะ” ฉันบอกรายละเอียดการเข้าเยี่ยมให้กับฝ่ายต้อนรับทราบ

“เกี่ยวข้องอย่างไรกับคนไข้คะ?” ฝ่ายต้อนรับสอบถาม

“เขาเป็นพ่อของฉันค่ะ”

เธอพยักหน้าตอบรับ “สักครู่นะคะ” พนักงานต้อนรับเงียบครู่หนึ่ง พลางพิมพ์ข้อมูลใส่คอมพิวเตอร์ “ค่ะ คนไข้อยู่ในห้องฉุกเฉิน กำลังเตรียมตัวเข้ารับการผ่าตัดค่ะ เดินตรงไปจนสุดทาง จะเห็นประตูห้องฉุกเฉินอยู่นะคะ คาดว่าครอบครัวของคุณน่าจะรออยู่บริเวณนั้นด้วย”

“ขอบคุณค่ะ”

ฉันเดินตามไปเส้นทางที่พนักงานต้อนรับบอกก่อนหน้า หัวใจสั่นระรัวไปตามแรงที่ฝีเท้ากระทบพื้น

‘เขาต้องไม่เป็นไร เขาต้องหายดีและก็กลับไปใช้ชีวิตตามปกติแน่’ ฉันกระซิบกับตนเองเช่นนี้

แม้ว่าจะมีความเคลือบแคลงใจระหว่างเราสองพ่อลูกอยู่ก็ตาม ฉันก็ปราถนาให้เขาไม่เป็นไร แม้เขาและฉันจะไม่มีความใกล้ชิดกันแต่เขาก็รักโนอา เท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับฉัน

ประตูถูกผลักเข้าไป ฉันพลันสังเกตเห็นแม่และทราวิสนั่งรอบริเวณเก้าอี้มุมหนึ่ง ฉันสำรวจความเรียบร้อยของตนเองและเดินไปหาทั้งสอง

“แม่คะ ทราวิส” ฉันกล่าวทักทาย

ทั้งสองมองตรงมาที่ฉัน ดวงตาของแม่แดงก่ำซึ่งเกิดจากการร้องไห้อย่างหนัก ชุดสีน้ำเงินอาบทับด้วยเลือด กลับกันทราวิสดวงตาแห้งผากแต่คงจะบอกได้ว่าเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อเขามากเพียงใด พี่ชายยังคงประคับประคองอารมณ์อยู่เพื่อผู้เป็นแม่

ฉันเดินเข้าไปนั่งอยู่ข้างกับแม่ “เกิดอะไรขึ้นคะ แล้วตอนนี้พ่อเป็นอย่างไรบ้าง?”

คำถามไม่กี่คำกระตุ้นน้ำตาให้พรั่งพรูอีกครั้ง

“พ่อแกโดนยิงสองทีตอนขากลับจากซื้อของน่ะสิ โดนยิงตรงหน้าบ้านเลย ฉันก็เลยเรียกรถพยาบาลมารับแล้วเราก็รีบพาพ่อแกมาโรงพยาบาล หมอบอกว่ากระสุนนัดหนึ่งทะลุปอด อีกนัดก็ทะลุไต ตอนนี้พวกหมอกำลังเตรียมตัวผ่าตัดกันอยู่” เสียงของผู้เป็นแม่สะดุดเมื่อจบประโยค

ฉันพยักหน้ารับ ความต้องการในตอนนี้คือปลอบประโลมผู้เป็นแม่ ต้องการจะโอบกอดเธอ แต่ฉันคิดว่าอ้อมกอดของฉันคงไม่ได้เป็นที่ต้องการขนาดนั้น

“อย่ากังวลไปเลยค่ะ พ่อเป็นคนแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่หนูรู้จัก พ่อจะต้องไม่เป็นไรแน่นอน” ฉันพยายามปลอบเธอ

ผู้เป็นแม่มีเสียงร่ำไห้แทนคำตอบ

หลายนาทีต่อมา เตียงคนไข้ของพ่อในชุดโรงพยาบาลก็ถูกเข็นออกมา ทราวิสรวมถึงแม่ดีดตัวลุกขึ้นและพรวดพราดไปข้างเตียง

ส่วนฉันจึงผนึกตนกับเก้าอี้อย่างเหนียวแน่น ความรู้สึกบอกว่าใบหน้าที่ผู้เป็นพ่อต้องการเห็นมากที่สุดคงเป็น เอมม่า ไม่ใช่ฉันอย่างแน่นอน

ฉันเฝ้าดูแม่ร้องไห้อยู่ข้างกายพ่อ มืออ่อนแรงของพ่อพยายามเช็ดน้ำตาที่ไหลพรากไม่หยุด เขาบอกบางสิ่งกับทราวิส ลูกชายพยักหน้ารับ ใบหน้าของพ่อสลักความแน่วแน่เอาไว้ ก่อนที่แพทย์ทั้งหลายจะพาเขาไป ฉันเห็นว่าพ่อยื่นบางสิ่งที่คล้ายกับเอกสารให้กับแม่ ซึ่งทำให้น้ำตาอาบสองแก้มเธออีกครั้ง

แม่จูบพ่อขณะแพทย์นำตัวเข้าไป แม่และทราวิสกลับมานั่งที่เดิม เราไม่ได้ต่อบทสนทนาใด ปล่อยให้การรอคอยอันยาวนานดำเนินต่อไป

ฉันลุกขึ้น เดินไปมาแล้วกลับไปนั่ง ฉันเดินไปเอากาแฟมาให้แม่และพี่ชาย ทุกเข็มนาทีเคลื่อนผ่าน ฉันยิ่งรู้สึกกังวล แม่และทราวิสเองก็เหมือนกัน… สองชั่วโมงครึ่งผ่านไป แพทย์เดินเข้ามายังห้องพักคอย

พินิจจากความหม่นหมองบนใบหน้าของแพทย์ ฉันตระหนักได้ทันทีว่าพ่อไม่กลับมาอีกแล้ว แม่เองก็สัมผัสได้เช่นกันเพราะเธอเริ่มสะอื้นไห้อีกครั้ง

“คนไข้หัวใจหยุดเต้นครับ เราพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ก็ไม่สามารถรักษาชีวิตของเขาเอาไว้ได้ ผมขอแสดงความเสียใจจากการสูญเสียครั้งนี้ด้วยนะครับ” แพทย์กล่าว

แม่กรีดร้องออกมาราวสัตว์ที่บาดเจ็บ ทั้งเจ็บปวดรวดร้าวและโศกเศร้า ทราวิสถลาลงไปประคองร่างแม่ก่อนที่จะล้มลง และทั้งสองนั่งกองอยู่บนพื้นน้ำตาแห่งความสูญเสียอาบแก้มของทั้งคู่

พ่อจากไปเช่นนี้ ฉันรู้ดีว่าเอมม่าจะต้องกลับมาอย่างแน่นอน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (2)
goodnovel comment avatar
Sawarost Sontijai
แม่กับทราวิสไหมที่เป็นคนฆ่าพ่อเพื่อหวังสมบัติ
goodnovel comment avatar
Nutch Khamwongsa
อ่านสนุกมากค่ะ
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • ธุลีใจ   บทที่ 539

    ฉันหยุดหายใจเเพราะความตกใจ และผละออกจากเขา ในขณะที่ร่างเล็ก ๆ กระโดดขึ้นมาบนตัวเรา"สุขสันต์วันคริสต์มาส!" เขาตะโกนอย่างมีความสุขด้วยเสียงร้องเพลง“หัวจะปวด” ทั้งกาเบรียลและฉันครางอย่างหงุดหงิดจะมาช้ากว่านี้สักชั่วโมงไม่ได้หรืออย่างไร? ถ้ามีใครสักคนในครอบครัวนี้ที่ชอบขัดจังหวะเรา มันก็ต้องเป็นลูกคนที่สอง แอนดรูว์ คนนี้แน่นอน เราเรียกเขาว่าดรูว์เขาอาจจะไม่รู้ว่าเขาเป็นตัวขัดจังหวะแค่ไหน แต่ก็ไม่สำคัญยังไงเขาก็ทำอยู่ดี"ตื่นครับ! ตื่น!" เขาตะโกนเสียงดัง จนชั่วขณะหนึ่งฉันไม่ได้ยินอะไรเลย นอกจากเสียงก้องของเจ้าลูกชาย"ไม่ต้องตะโกนก็ได้ ดรูว์" เกเบรียลบ่น "พ่อแม่ได้ยินชัดเจนโดยที่หนูไม่ต้องทำให้แก้วหูพ่อแม่แตกก็ได้"ดูเหมือนดรูว์จะไม่ฟังเลย เขาเด้งขึ้นเด้งลงบนเตียง มีความสุขแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาเกเบรียลขยับตัวใต้ผ้าห่ม คงพยายามขยับทุกอย่างให้เข้าที ฉันขยับร่างกายขึ้นและพิงหัวเตียง ก่อนจะคว้าลูกชายที่กระตือรือร้นและอยู่ไม่นิ่งมา สิ่งสุดท้ายที่เราต้องการคือเขาทำร้ายพ่อของเขาด้วยการเผลอเหยียบเข้ากลางตัวเขาหรืออะไรทำนองนั้น"หนูพยายามห้ามเลียมแล้วนะคะ แต่แม่ก็รู้ว่าเขาเป็นยังไงเวลาต

  • ธุลีใจ   บทที่ 538

    ฮาร์เปอร์ฉันกำลังล่องลอยอยู่บนปุยเมฆสีขาวนุ่มฟูแห่งการนอนหลับ ฉันรู้สึกอบอุ่น รู้สึกสงบ และรู้สึกได้รับความรักฉันเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาทีละน้อย เกเบรียลนอนอยู่ข้างหลังฉัน แขนโอบกอดฉันไว้ เขาทำแบบนี้ทุกครั้งที่เรานอนหลับด้วยกัน เขากอดฉันไว้แน่นในอ้อมแขน ราวกับว่าเขากลัวว่าฉันจะหายไปหากไม่ทำเช่นนี้ฉันขยับตัวเล็กน้อยเพื่อหลุดออกจากอ้อมแขนของสามี ทว่าแทนที่จะปล่อยฉันไป เขากลับกระชับมือแน่นขึ้น ซึ่งดันฉันเข้าไปแนบชิดมากขึ้นฉันหยุดขยับเมื่อรู้สึกถึงเขา ฉันรู้สึกถึง น้องน้อยที่ตื่นมาเคารพธงชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา ฮอร์โมนของฉันพลุ่งพล่าน และฉันก็ต้องการเขาขึ้นมาทันที ฉันอยากให้เขาสอดแทรกเข้ามาในร่างนี้เรื่องบนเตียงของเราสองช่างสมบูรณ์ แต่ก็มีบางครั้งที่ต้องการมากกว่านี้ อาจเพราะมีลูกด้วยกันถึงสามคนแล้ว บางเวลามันก็ยากที่จะมีเวลาส่วนตัวที่ไม่ถูกรบกวนได้"อืม" เกเบรียลร้องครางเมื่อฉันถูบั้นท้ายกับเป้าของเขาเสียงนั้นเดินทางลงไปจนถึงจุดนั้นของฉัน ฉันถูอีกครั้ง กระตุ้นเสียงครางแสนเร้าอารมณ์จากเขาอีกเกเบรียลเริ่มประทับจูบตามหลัง ไหล่ และคอ มันผ่านมาสองสามวันแล้ว และฉันก็โหยหาเขา

  • ธุลีใจ   บทที่ 537

    "ใช่เลยครับ" เขาตอบรับรอยยิ้มของฉัน ขณะที่คิลเลียนเดินเข้ามาหาเรา"ผมมาขโมยภรรยาแสนสวยของผมคืนแล้วครับ" เสียงเขาแหบพร่า และฉันอดไม่ได้ที่จะละลายไปกับโทนเสียงนั้น มันเซ็กซี่สุด ๆ ไปเลย“เธอเป็นของคุณแล้วนะ” คาลวินปล่อยมือจากฉันและหลีกทาง ก่อนจะเดินจากไปคิลเลียนดึงฉันเข้าไปในอ้อมกอดเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีช่องว่างระหว่างเรา "เป็นยังไงบ้าง? ปวดหลังหรือเปล่า? ขาเป็นยังไง?"เห็นไหม ฉันบอกแล้วไง เขาเป็นเสือร้ายในคราบทนายความ แต่ดูแลเอาใจใส่และรักใคร่ในฐานะคู่ครอง ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันมีสเปคแบบไหน จนกระทั่งฉันได้พบเขา"สบายดีค่ะ ที่รัก ไม่ต้องเป็นห่วงขนาดนั้นก็ได้" ฉันหัวเราะเบา ๆ ดันตัวเองเข้าไปใกล้เขามากขึ้น"ผมเคยบอกว่าผมรักคุณแล้วหรือยัง?" เขาถามฉันอดไม่ได้ที่จะยิ้มขณะที่เขย่งปลายเท้าและกระซิบชิดริมฝีปากของเขา "ประมาณพันครั้งแล้วค่ะวันนี้ แต่ฉันไม่ได้บ่นอะไรนะ""คุณคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับผมเลยนะครับ เอมม่า ผมนึกไม่ออกเลยว่าชีวิตผมจะเป็นยังไงหากไม่มีคุณ ผมรู้ว่าเราได้กล่าวคำสาบานกันไปแล้ว แต่ผมสัญญาว่าจะรักและทะนุถนอมคุณเสมอ เพราะคุณคือของขวัญที่เบื้องบนประทานมา ผมสัญญา

  • ธุลีใจ   บทที่ 536

    มอลลี่เป็นหนึ่งในเพื่อนเจ้าสาว เช่นเดียวกับเอวา คอนนี่ เล็ตตี้ ฮาร์เปอร์ และคินลีย์ พวกเธอเป็นเพื่อนสาวกันมาสี่ปีแล้วตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุวันนั้น แน่นอนว่าฉันไม่มีวันหาใครมาแทนมอลลี่ได้ เธอเป็นเพื่อนสนิทที่สุด แต่ฉันก็รู้สึกขอบคุณที่มีพวกเธออยู่เช่นกันอีกอย่างเมื่อวานนี้มอลลี่บอกฉันว่าเธอกำลังคิดจะย้ายมาอยู่ที่นี่ ฉันตื่นเต้นมาก ฉันรักเธอ แต่เรายอมรับว่าเป็นเพื่อนระยะไกลกันมันรักษาความสัมพันธ์กันได้ยาก ฉันมีความสุขมากที่เธอจะย้ายมาอยู่ใกล้ ๆเสียงเพลงช้าลง และกันเนอร์ก็เดินเข้ามา ตัดบทสนทนาทั้งหมด“เต้นรำกันหน่อยไหมครับ แม่?”มีเสียง ว้าว ดังขึ้นเป็นระลอก และฉันสาบานได้ว่าหัวใจฉันละลายไปตรงนั้นเลย"แน่นอนสิจ๊ะ สุดหล่อของแม่" ฉันตอบก่อนจะจับมือเขาตอนนี้กันเนอร์อายุสิบสี่ เป็นวัยรุ่นแล้วเชื่อไหมล่ะ? เขาสูงเท่าฉันแล้ว และฉันมั่นใจว่าอีกไม่กี่ปีเขาจะสูงกว่าฉัน ฉันไม่ว่าอะไรหรอก เขาก็จะเป็นลูกชายตัวน้อยของฉันเสมอคาลวินและฉันตัดสินใจส่งเขาไปเข้ารับการบำบัดทันทีที่ฉันออกจากโรงพยาบาล เราเข้าร่วมการบำบัดร่วมกันบ้าง และพูดคุยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเรา และเกี่ยวกับวันที่เกิดอุบัติเหตุ

  • ธุลีใจ   บทที่ 535

    เอมม่าฉันเต้นรำกับมอลลี่ ปล่อยให้เสียงเพลงโอบล้อมตัวไว้ ฉันรู้สึกปวดหลังเล็กน้อยแต่ก็ไม่สำคัญอะไรเลยเมื่อฉันมีความสุขสุด ๆ แบบนี้ชุดเดรสสะบัดไปมาขณะที่เราตะโกนเนื้อเพลง หน้าร้อนแสนสาหัส ของเทย์เลอร์ สวิฟต์ออกมาสุดเสียง เอวาที่กำลังตั้งครรภ์ท้องแก่ก็เข้าร่วมกับเราด้วย ฉันหัวเราะเพราะเธอคิดว่าเธอกำลังเต้นอยู่เลยแต่เปล่าเลย ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเรียกสิ่งที่เธอกำลังทำว่าอะไรดีจำนวนครั้งที่ฉันเรียกว่าตนเองมีความสุขนั้นสามารถนับนิ้วได้เลย หนึ่งคือตอนที่ฉันสอบเนติบัณฑิตได้ สองคือตอนที่กันเนอร์เรียกฉันว่าแม่เป็นครั้งแรกหลังจากผ่านมานาน และสามคือวันนี้ งานแต่งของฉันคุณได้ยินไม่ผิดหรอกค่ะ ฉันแต่งงานแล้วและฉันมีความสุขอย่างที่สุดจำทนายหนุ่มน่ารักที่ฉันเล่าให้เอวาฟังในวันเกิดของเจมส์ได้ไหมคะ? จะว่าอย่างไรดี เขาไม่เคยละความพยายามเลยค่ะ ไม่ว่าฉันจะปฏิเสธเขากี่ครั้งก็ตาม เขาขอฉันคบหาอยู่เรื่อย ๆ และที่ฉันบอกว่าเรื่อย ๆ ก็คือเขาขอเกือบทุกวัน ฉันเบื่อที่จะได้ยินคำถามเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนวันหนึ่งฉันก็ตอบตกลง ปรากฏว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตนี้เลยฉันชะลอฝีเท้าลง ดวงตามองหาเจ้าบ

  • ธุลีใจ   บทที่ 534

    กันเนอร์มีน้องชายแล้ว งงกันอยู่ใช่ไหมคะ? เพราะเมื่อกี้ฉันกับเอวากำลังคุยเรื่องแฟนกันอยู่เลย เชสไม่ใช่ลูกชายของฉันค่ะ เขาเป็นลูกชายตัวน้อยของคาลวินและคินลีย์ พวกเขาแต่งงานกันเมื่อปีที่แล้วแล้วมีเชสตัวน้อยน่ารักคนนี้เป็นลูกน้อยคาลวินและฉันสนิทกันมากขึ้นตั้งแต่อุบัติเหตุ เหมือนกับกันเนอร์ เขายกโทษให้ฉัน และพวกเราก็สามารถสร้างมิตรภาพที่สวยงามได้คินลีย์เป็นผู้หญิงที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ เธอเข้ากับพวกเราทุกคนได้ เธอใจดีและน่ารัก และที่สำคัญที่สุด เธอทำให้คาลวินมีความสุขและปฏิบัติต่อกันเนอร์เหมือนลูกชายของเธอเอง"ไม่จ้ะ ไม่เคยเกินจริงเลย" เอวาแก้ตัว "น้าแค่อยากให้แม่หนูเล่าเรื่องทนายความน่ารักที่ที่ทำงานให้ฟังมากกว่านี้""ผมขอจบตรงนี้นะครับ ไปดีกว่า" เขาพูด ดูเหมือนจะขยะแขยงเล็กน้อย "แม่ดูน้องได้ใช่ไหมครับ หรือผมควรจะพาน้องไปด้วย?"“แม่สบายมากจ้ะ…ไปเล่นกับเพื่อน ๆ เถอะ”เขาพยักหน้าก่อนที่จะวิ่งไปหาโนอาและคนอื่น ๆ คาลวินใจดีพอที่จะแก้ไขข้อตกลงเรื่องการดูแลบุตร ตอนนี้พวกเราดูแลกันเนอร์ร่วมกัน ลูกอยู่กับคาลวินวันธรรมดาและใช้วันหยุดสุดสัปดาห์กับฉัน"เอาล่ะ กลับมาเรื่องผู้ชายน่ารักคนนั้นก่อนนะ

  • ธุลีใจ   บทที่ 355

    “เธอมาทำอะไรที่นี่?” ฉันเอ่ยถามด้วยความกลัวฉันเห็นความมาดร้ายจากสายตาเธอ วันนี้เธอดูโหยหาบางสิ่ง และฉันก็รู้ดีว่านั่นต้องเป็นอะไรที่เกี่ยวกับฉันแน่นอนเธอดูยุ่งเหยิงในแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เบื้องหลังดวงตาของเธอมีความเย็นชาแบบที่ทำให้ฉันขนลุกขึ้นมา ดวงตาที่แดงฉานของเธอจ้องมาที่ฉันด้วยความเกลีย

  • ธุลีใจ   บทที่ 350

    เอวาความทรงจำของฉันกลับมาแล้ว และจะบอกว่าฉันโกรธก็คงไม่เพียงพอ ฉันไม่ได้แค่โกรธ ฉันเดือดดาลสุดขีด“คุณโกหกฉัน!” ฉันตะโกนใส่โรแวน มือของฉันฟาดไปที่หน้าอกของเขา มันเหมือนกับการตีเข้ากำแพงอิฐ แต่ฉันไม่สน “คุณโกหกฉัน คุณมันสารเลว นานเป็นเดือน เป็นเดือน ๆ เชียวนะ โรแวน!”แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดก

  • ธุลีใจ   บทที่ 3

    ฉันเอนกายอยู่บนเก้าอี้โรงพยาบาลแสนเย็นเฉียบพลางกำหนดลมหายใจเข้าออก น้ำตาของแม่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเลย คำปลอบประโลมไหน ๆ คงส่งไปไม่ถึงจิตใจเธอ ฉันเจ็บปวดแทนแม่ ฉันเข้าใจเรื่องนี้ดีว่าการสูญเสียคนที่เรารักไปอย่างไม่ทันตั้งตัวนั้นไม่ง่ายเลยแม้แต่น้อยเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องที่น่าตระหนก ฉันเผื่อใจเอาไว้ว

  • ธุลีใจ   บทที่ 1

    ฉันก้าวลงมาจากรถพร้อมเดินมุ่งไปยังคฤหาสน์ตรงหน้า มือสั่นสะท้านและเหงื่อชุ่มร่างกายฉันเองยังทำใจเชื่อไม่ได้เลยว่าความสัมพันธ์เดินมาถึงจุดจบ ทำใจไม่ได้ว่าท้ายที่สุดฉันก็หย่าร้างกับเขา กระเป๋าข้างกายมีหลักฐานยืนยันการหย่าครั้งนี้ ฉันเดินทางมาที่นี่เพื่อนำเอกสารฉบับนี้มามอบให้เขาและรับโนอากลับขณะเดิ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status