เข้าสู่ระบบร่างกายของแพรยังคงสั่นประหม่าด้วยความวาบหวิวสยิวใจลึกๆที่มือผู้ชายลูบไล้เข้ามาใกล้จุดสงวนมากขึ้นทุกที แต่เธอกลับเริ่มกล้าที่จะปรายสายตามองใบหน้าของหมอนวดหนุ่มตรงๆมากขึ้น เพราะเธอสังเกตเห็นว่าบอสไม่ได้จ้องมองหน้าเธอเลย เขาก้มหน้าก้มตาตั้งใจบีบนวดไล่เส้นที่ท่อนขาด้วยท่าทางเคร่งครึมเหมือนหมอนวดมืออาชีพที่ไร้ความหื่นกระหาย ความคิดที่ว่าเขาคงไม่ได้คิดอะไรลามกกับเราจริงๆเริ่มทำให้ความย่ามใจก่อตัวขึ้นในใจ
แพรหยั่งเชิงด้วยการขยับกางขาออกให้กว้างขึ้นทีละน้อย เริ่มปล่อยให้ปลายเท้าล้มแบะออกด้านข้างมากขึ้นทุกที โดยที่สายตาใต้เลนส์แว่นยังคงจับจ้องมองใบหน้าของบอสอยู่ตลอดเวลาเพื่อเช็ครีแอคชั่นของเขา แต่บอสคือเสือซ่อนเล็บที่เจนสนามเกินกว่าที่เด็กสายวิทย์อย่างเธอจะตามทัน ใบหน้าในวัย 35 ปีของเขายังคงซ่อนความหื่นกระหายดุดันเอาไว้อย่างมิดชิด ราวกับเป็นเพียงคนทำงานธรรมดาๆที่ไม่ได้คิดอะไรทางเพศเลยแม้แต่นิดเดียว ปากก็ยังคงชวนคุยด้วยถ้อยคำเป็นกันเองอยู่เรื่อยๆ ซึ่งนั่นมีส่วนช่วยให้แพรกล้าปล่อยเนื้อปล่อยตัวมากขึ้นตามลำดับ “ตรงต้นขาเป็นจุดสะสมความเครียดของผู้หญิงเลยครับ ต้องนวดเน้นๆเป็นพิเศษ ปล่อยตัวตามสบายได้เลยนะแพร ไม่ต้องเกรงใจพี่หรอก ขยับขากางออกตามธรรมชาติได้เลยครับ จะได้ผ่อนคลายเต็มที่” คำพูดชี้นำที่ดูหวังดีบวกกับความนิ่งเฉยของบอส กลายเป็นแรงผลักดันให้ความกล้าปนความเคลิบเคลิ้มในใจของแพรขยายตัวขึ้นจนชนะกำแพงมารยาท ในที่สุด… ขาขาวโพลนก็กางออกกว้างจนเลยแนวหัวไหล่ ข้อเท้าและสะโพกคลายออกจากการควบคุมโดยสิ้นเชิง ปล่อยให้ขาทั้งสองข้างอยู่ในลักษณะล้มแหมะออกด้านข้างอย่างเป็นอิสระ ข้างขาด้านนอกแนบสนิทไปกับผืนเตียงจนเกิดเป็นท่วงท่าการนอนแบะอ้าซ่าสบายตัวสุดขีด เป็นท่าทางที่ดูน่าเกลียดและเสียภาพลักษณ์อย่างมากสำหรับผู้หญิงหน้าตาดีที่ในเวลานี้ท่อนล่างมีเพียงกางเกงในตัวเดียว แพรใจสั่นสะท้าน กระสับกระส่ายจนเนื้อเต้น ความเสียววาบหวิวบวกกับความรู้สึกผิดในแง่มารยาทแล่นพล่านอยู่ในอก ร่างกายหลั่งน้ำหล่อลื่นออกมาจนเปียกแฉะซึมผ่านกางเกงในโดยที่เธอห้ามตัวเองไม่ได้ ท่อนขาขาวนวลที่อาบชโลมไปด้วยน้ำมันนวดแวววาว ยิ่งขับเน้นความขาวอมชมพูของสาวหมวยวัยละอ่อนให้เด่นชัดน่าขย้ำขึ้นไปอีกหลายเท่า แพรเป็นผู้หญิงผิวขาวมากจนเมื่อผิวกายเนื้อแน่นเคลือบด้วยน้ำมันสะท้อนแสงไฟหลอดนีออนในห้อง มันขับเน้นให้บริเวณหัวเข่าและผิวต้นขาด้านในขึ้นเป็นสีอมชมพูระเรื่อ ดูนุ่มนิ่มน่าสัมผัสอย่างถึงที่สุด ยิ่งมารวมกับลักษณะท่าทางที่เธอนอนแบะขาอ้าซ่าเปิดหว่างขาท้าทายสายตาคนนวดอยู่ตอนนี้ มันยิ่งกลายเป็นภาพที่รุนแรงและยั่วยวนอารมณ์ดั่งคนยอมจำนน ปลุกสัญชาตญาณความอยากรุกรานในใจของบอสให้เดือดพล่านจนแทบจะทนไม่ไหว ควยแข็งปั๋งปวดค้างจนหัวใจแทบระเบิด ซึ่งเมื่อเห็นว่าสาวเนิร์ดตรงหน้าเริ่มหลวมตัวปล่อยใจเสพติดความสบายในท่านี้อย่างสมบูรณ์แล้ว แผนการขยับสเต็ปคำพูดและการลงน้ำหนักมือเพื่อรุกคืบเข้าหาจุดซ่อนเร้นที่กำลังเปียกแฉะก็พร้อมจะเริ่มต้นขึ้นต่อทันที บอสขยับตัวเปลี่ยนตำแหน่งย้ายเข้าไปนั่งคุกเข่าในพื้นที่ว่างกลางหว่างขาของแพร ท่าทางการนั่งแทรกกลางหว่างขาในลักษณะนี้ได้สร้างแรงกดดันทางสายตาและความรู้สึกให้แก่แพรอย่างมหาศาล มือแกร่งหยิบขวดน้ำมันอโรม่าขึ้นมาบีบลงบนฝ่ามืออีกครั้งอย่างใจเย็น เสียงน้ำมันที่ไหลหนืดๆออกจากขวดชวนให้บรรยากาศในห้องยิ่งทวีความเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน… ระหว่างที่บอสกำลังวอร์มน้ำมันในมือ แพรชำเลืองสายตาลงมองสำรวจลักษณะท่าทางช่วงล่างของตัวเอง ภาพขาขาวจั๊วะที่นอนแบะกางอ้าซ่าออกกว้างโดยมีร่างของผู้ชายนั่งแทรกอยู่ตรงกลาง มันชวนให้เธอนึกขันในความย้อนแย้งของตัวเองจนหลุดขำคิกคักเบาๆในลำคอออกมาด้วยความเขินอายกึ่งตลก นี่เรามานอนแบะขาให้ผู้ชายจ้องมองในสภาพที่แทบไม่ต่างจากการแก้ผ้าล่อนจ้อนแบบนี้ได้ยังไงกันนะ ในหัวของนักศึกษาเภสัชอย่างแพรไม่เคยมีภาพเลยว่าตัวเองจะกล้าทำอะไรที่ฉีกกรอบศีลธรรมขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต มันเป็นความรู้สึกที่ย้อนแย้งขัดกับตัวตนในชุดนักศึกษาแสนเรียบร้อยของเธอมากๆ “ขำอะไรครับ?” บอสผลิยิ้มละมุนตรงมุมปากเอ่ยถามแบบไม่ได้คิดอะไรมาก สายตาคมกริบยังคงจับจ้องท่าทางเปิ่นๆของแพรด้วยความเอ็นดู “เปล่าค่ะ… แค่รู้สึกว่ามันน่าอายแปลกๆยังไงไม่รู้” “ไม่มีอะไรต้องอายเลยครับ แพรมานวดผ่อนคลายนะ ปล่อยตัวปล่อยใจให้เต็มที่ไปเลยจะดีที่สุด พี่เห็นอะไรแบบนี้จนชินแล้วครับ” บอสหัวเราะเบาๆ ทุ่มน้ำเสียงนุ่มนวลชวนคุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ “ว่าแต่เรียนเภสัช… นี่เรียนยากมั้ย?” “ยากมากกกก… มากแบบกอไก่ล้านตัว” แพรเริ่มพูดเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น น้ำเสียงสั่นน้อยลง “แล้วพี่บอส… นวดแบบนี้มานานหรือยังคะ” “ก็นานหลายปีแล้วครับ พี่นวดเป็นอาชีพหลักเลย ไปนวดตามบ้านตามคอนโดลูกค้าตลอด ส่วนใหญ่ก็ผู้หญิงทำงานออฟฟิศ หรือคนเครียดๆแบบเรานี่แหละ” บอสตอบ พลางขยับจัดท่าทางตัวเองให้ถนัดเตรียมจะนวดต่อ “คราวนี้จะเน้นช่วงต้นขาด้านในนะครับ ปล่อยตัวสบายๆ ไม่ต้องเกร็ง” บอสวางฝ่ามือที่ชุ่มไปด้วยน้ำมันลงบนผิวขาอ่อนด้านในของแพรพร้อมกันทั้งสองข้าง สัมผัสแรกที่เนื้อต่อเนื้อบดบังกันทำเอาแพรสะดุ้ง ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ฝ่ามือของบอสออกแรงกดเน้นแล้วรูดลากดันสไลด์เข้ามาตามแนวกล้ามเนื้อต้นขาด้านใน บดเบียดเข้าหาจุดศูนย์กลางที่รวมความเสียวซ่านเอาไว้ ปกติแล้วเนินเนื้อสามเหลี่ยมตรงจุดซ่อนเร้นของแพรมีความอวบอูมและโหนกนูนเด่นชัดอยู่แล้ว ยิ่งมานอนในท่วงท่าแบะสบายขาลักษณะนี้ มันยิ่งขับเน้นให้เห็นโคกเนินใต้กางเกงในสีขาวชัดเจนจนแทบจะกระแทกตา แพรรู้สึกอายและไม่มั่นใจจนอยากจะมุดเตียงหนี แต่ขณะเดียวกันความรู้สึกเสียววูบวาบที่ท้องน้อยจากการที่มือใหญ่ลากผ่านใกล้จุดสงวนเข้ามาเรื่อยๆ มันกลับปลุกเร้าอารมณ์ตื่นเต้นท้าทายให้พุ่งสูงลิ่วจนหัวใจเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ ภาพขาอ่อนขาวจั๊วะและเนินเนื้อโหนกนูนที่เปิดเผยอยู่ตรงหน้า ทำเอาบอสใจสั่นระริกอย่างรุนแรงจนแทบคุมสติไม่อยู่ ความเป็นชายในเป้ากางเกงปวดหนึบจนแทบระเบิด มือของเขาจงใจบีบนวดเน้นย้ำตรงบริเวณเนื้ออ่อนโคนขาด้านในอย่างช้าๆ ลากนิ้วเฉียดเข้าใกล้ขอบกางเกงในสีขาว สายตาของบอสจับจ้องความโหนกนูนนั้นด้วยความหื่นกระหายเงียบๆในใจ สีหน้าภายนอกยังคงแสร้งทำเป็นปกติ “อืมม…” แพรเผลอส่งเสียงครางในลำคอ ร่างกายท่อนล่างเริ่มบิดเร้าเบาๆตามแรงอารมณ์ความตื่นเต้นที่บอสปรนเปรอให้ผ่านการนวดแบบมีชั้นเชิง “ตรงนี้เป็นจุดอ่อนไหวไวต่อความรู้สึก ไม่แปลกถ้าน้องจะรู้สึกเสียว มันเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องคิดมาก ปล่อยอารมณ์ให้ไหลไปตามธรรมชาติได้เลยนะ ไม่ต้องอายพี่” หมอนวดหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าแววตาคมกริบกลับจ้องมองปฏิกิริยาเนื้อตัวที่สั่นระริกของแม่สาวเนิร์ดอย่างผู้ชนะที่กำลังจะตะล่อมให้กวางน้อยตัวนี้ยอมจำนนในสเต็ปถัดไป ระหว่างที่ฝ่ามือกำลังทำหน้าที่บีบนวด หรือจะเรียกว่าบีบขย้ำเนื้อขาอ่อนนุ่มๆเล่นอย่างสนุกมือ บอสก็ชวนแพรคุยต่อเพื่อไม่ให้บรรยากาศดูจงใจจนเกินไป “น้องแพรดูแลตัวเองยังไงเหรอ หุ่นดี แถมผิวพรรณยังขาวเนียนนุ่มขนาดนี้อีก” บอสเอ่ยชื่นชมด้วยน้ำเสียงสุภาพตามมารยาทหมอนวดผู้หวังดี แม้ว่าคำชมนั้นจะดูมีความคลุมเครือแปลกๆหน่อยก็ตาม “ไม่ได้บำรุงอะไรเป็นพิเศษเลยค่ะ วันๆอยู่แต่ในแล็บ ไม่ค่อยได้โดนแดดมากกว่าค่ะ” แพรตอบอ้อมแอ้ม เสียงหวานเริ่มสั่นพร่าอย่างเห็นได้ชัด ทุกครั้งที่ฝ่ามืออุ่นๆของบอสบีบเน้นลงบนเนื้อนุ่มบริเวณโคนขาหนีบ มันสร้างความรู้สึกหวิวๆในใจอย่างประหลาด จากนั้นบอสก็ขยับตัวหยิบขวดน้ำมันขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าคราวนี้เขาไม่ได้บีบมันลงบนฝ่ามือเหมือนทุกครั้ง แต่กลับจงใจเทชโลมน้ำมันลงไปที่เป้ากางเกงในสีขาวบริสุทธิ์ของแพรโดยตรงเลย… “....!” แพรหน้าเหวอ ความเย็นปนอุ่นของตัวน้ำมันที่ซึมผ่านเนื้อผ้าบางเบาเข้าสู่จุดกึ่งกลางกายสาวสร้างความเสียวสยิวจนเธอเผลอขมิบเกร็ง อีกทั้งยังสับสนจนเกือบจะหลุดขำออกมา เธอชำเลืองสายตาลงมองตามความรู้สึก แล้วก็ต้องใจหายวาบเมื่อพบว่ากางเกงในสีขาวตัวบางเมื่อโดนน้ำมันจนเปียกชุ่มเยิ้ม มันได้เปลี่ยนสภาพกลายเป็นเนื้อผ้าโปร่งใสแนบเนื้อจนไม่สามารถปกปิดอะไรได้อีกต่อไป ความโปร่งแสงของผืนผ้าได้สลัดคราบความสาวบริสุทธิ์ เผยให้เห็นไรขนอ่อนตรงเนินหัวหน่าวอย่างเด่นชัด แพรสะท้านเยือกด้วยความอายขั้นสุดจนทำอะไรไม่ถูก มือขาวนวลทั้งสองข้างรีบยกขึ้นมาปิดใบหน้าของตัวเองด้วยอารมณ์ขบขันปนอับอาย ไม่กล้าสบตาสู้หน้าผู้ชายตรงกลางหว่างขาอีกต่อไป “ฮือออ… เขินอ่า!” แพรส่งเสียงประท้วงงอแงในลำคอด้วยความเหนียมอาย แต่ก็แฝงความน่ารักน่าเอ็นดู บอสที่นั่งสบโอกาสอยู่ตรงกลางหว่างขากระตุกยิ้มมุมปากอย่างได้ใจ สายตาหื่นกามจ้องมองกลุ่มเส้นขนสีดำสนิทที่ขึ้นดกพอสมควรตามธรรมชาติของเด็กเรียนที่ไม่เคยผ่านมือชาย และไม่เคยใส่ใจที่จะตัดแต่งขนตรงจุดซ่อนเร้นของตัวเอง มันช่างเป็นภาพลักษณ์ที่ดิบ สะอาด และกระตุ้นตัณหาผู้ชายอย่างรุนแรง ทว่าเสือร้ายยังคงเก็บอาการ บอสบีบนวดคลึงบริเวณขาอ่อนของแพรต่ออย่างหน้าตาเฉย ราวกับการเทน้ำมันเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องทางเทคนิค พฤติกรรมที่ดูนิ่งสงบของบอสทำให้แพรเริ่มสับสนในใจอย่างหนักว่าเขาเทน้ำมันลงมาตรงจุดนั้นของเธอทำไมกันนะ แต่ความสงสัยก็พ่ายแพ้ให้กับความอยากรู้อยากลอง แพรค่อยๆย้ายมือออกจากใบหน้าอันร้อนผ่าว วางแขนลงข้างลำตัวอย่างผ่อนคลาย แพรพยายามทำใจดีสู้เสือขณะจ้องมองใบหน้าของบอสเพื่ออ่านความคิดเขา ในขณะที่สายตาของบอสไม่ได้มองหน้าเธอเลยแม้แต่น้อย เขากำลังก้มมองมือของตัวเองที่กำลังออกแรงนวดโกยเนื้อขาอ่อนตรงโคนขาหนีบอย่างตั้งอกตั้งใจ สองมือขยับรูดสลับซ้ายขวา บดเบียดเข้าหาศูนย์กลางอย่างเนิบนาบ และสิ่งที่โดดเด่นอยู่ตรงกลางระหว่างฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาในตอนนี้คือกางเกงในเนื้อผ้าโปร่งใสเปียกชุ่มที่ปิดบังอะไรไม่ได้อีกต่อไป ภาพเนินเนื้อนูนโหนกและไรขนธรรมชาติสีดำขลับปรากฏสู่สายตาของเขาทั้งหมดอย่างโจ่งแจ้ง โดยมีเพียงแผ่นผ้าบางเฉียบกลายสภาพเป็นวุ้นใสๆคั่นกลางไว้เท่านั้น เวลาผ่านไปหลายนาที สภาวะในตอนนี้ความเปียกชุ่มที่กางเกงในไม่ได้มีเพียงแค่น้ำมันอโรม่าอีกต่อไป แต่กลับมีน้ำเมือกใสๆจากร่องสวาทของแพรซึมออกมาผสมโรงด้วยจนเปียกชุ่มฉ่ำ แพรกระตุกเกร็งสั่นสะท้านซ้ำแล้วซ้ำเล่าไปหลายรอบจากแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยาน ทำตาปรือด้วยความฟินอย่างถึงที่สุด ท่วงท่าการนอนยังคงแบะเรียวขาคู่สวยออกกว้างในลักษณะผ่อนคลายสบายตัว ไม่เกรงใจคนนวด เปี่ยมไปด้วยความสยิวใจ เปิดรับการปรนนิบัติจากฝ่ายชายอย่างยอมจำนน จนดูเหมือนผู้หญิงหน้าด้านที่ไม่แคร์ภาพลักษณ์ตัวเองอีกต่อไป นอนกระดกโหนกหีนูนๆขึ้นลงโชว์ให้เขาดู แลกกับความฟินของตัวเอง จากนั้นต่อมาบอสขยับย้ายตัวเองออกจากพื้นที่ตรงกลางหว่างขา แพรแอบใจหายวาบเมื่อสัมผัสอุ่นอึดอัดตรงจุดนั้นหายไปชั่วคราว หมอนวดหนุ่มเขยิบมานั่งลงที่ด้านข้างลำตัวของเธอแทน พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำเอาคนฟังต้องเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง “ต่อไปพี่จะนวดหน้าอกให้นะครับ” “น... นวดหน้าอกเหรอคะ?” แพรถามย้ำ “ครับ พูดง่ายๆว่านวดนมนั่นแหละ” บอสพูดหน้าตาเฉยพร้อมยกเหตุผลชวนเชื่อ “เพราะเวลาผู้หญิงเครียดจากการเรียนหรือนั่งทำงานนานๆ กล้ามเนื้อหน้าอกและฐานเต้านมจะหดเกร็ง การนวดกระตุ้นต่อมน้ำเหลืองและผ่อนคลายกล้ามเนื้อหน้าอกจะช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการตึงบ่าตึงคอได้ตรงจุดที่สุดครับ” บอสอธิบาย แพรทำท่าเหมือนจะปฏิเสธในตอนแรกเพราะความคิดส่วนดีท้วงติงว่าแบบนี้มันเปลืองตัวเกินไป ทว่าบอสยังคงใช้ถ้อยคำอธิบายเชิงสรีรวิทยาต่อไปจนเด็กสายวิทยาศาสตร์อย่างเธอเริ่มคล้อยตามและใจอ่อนลงในที่สุด “แล้วหนูต้องถอดเสื้อในมั้ยคะ?”เช้าตรู่วันต่อมาเวลาเกือบตีห้า ท้องฟ้ายังคงเป็นสีดำสนิท ความเย็นแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณลานกางเต็นท์ เมษา พลอย และเตชินท์ กำลังเดินไปรวมตัวกับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นตามกำหนดการที่ไกด์ท้องถิ่นนัดหมายเอาไว้ พวกเขามีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการเดินเท้าขึ้นไปบนดอยเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น ระหว่างที่กำลังเดินห่างออกจากเต็นท์ เตชินท์ชะลอฝีเท้าเล็กน้อยพลางหันกลับไปมองเต็นท์สองหลังที่ตั้งอยู่ติดกัน เพื่อนของเขาอีกสองคนอย่างแพรและต้นกล้ายังคงนอนหลับใหลอยู่ในเต็นท์ของตัวเอง พวกเขาทั้งคู่ต่างให้เหตุผลว่าขี้เกียจลุก อยากจะขอนอนต่อ ดวงตาตี๋ของเตชินท์ฉายแววเคลือบแคลงสงสัยขึ้นมาวูบหนึ่งจากประสบการณ์ที่เขาเพิ่งได้รับจากแพรในห้องน้ำเมื่อคืน แต่ทว่าสุดท้ายเขาก็สะบัดหัวไล่ความฟุ้งซ่าน เลือกจะมองโลกในแง่ดี ก้าวเดินตามเมษาและพลอยฝ่าลมหนาวต่อไปในความมืด … ไม่กี่นาทีต่อมา… ภายในเต็นท์หลังใหญ่ที่เงียบสงัด แพรนอนตะแคงข้างขดตัวอยู่ในอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนและการเคลื่อนไหวบางอย่างบริเวณปลายเท้า จึงค่อยๆฝืนลืมตาขึ้นปัดความง่วงงุน “ใครอ่ะ!?” เสียงหวานร้องถาม พยายามหรี่ตามองฝ่าความมืด “เราเ
“ทำอะไรของแกเนี่ยแพร!?” เตชินท์หน้าเหวอ ในขณะที่แพรล็อกประตูเสียงดังแกร๊กอย่างรวดเร็วแพรรีบยกนิ้วชี้ขึ้นจ่อริมฝีปากตัวเอง สายตาภายใต้กรอบแว่นส่งสัญญาณเตือนให้คนเป็นเพื่อนลดระดับเสียงลง เนื่องจากห้องน้ำห้องอื่นอยู่ใกล้กันแค่นิดเดียว เกรงว่าจะมีใครได้ยินเข้า“เป็นเพื่อนกัน อาบน้ำด้วยกัน ไม่เห็นจะเป็นไรเลย” แพรพูดเสียงแผ่วเบา สีหน้าแววตาปราศจากความทุกข์ร้อนหรือเขินอาย เธอนำผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าที่เตรียมมาเปลี่ยนขึ้นพาดบนราวอย่างคล่องแคล่ว“แต่เราเป็นผู้ชายนะ ส่วนแกเป็นผู้หญิง!?” เตชินท์กระซิบตอบกลับเตือนสติเพื่อน ใบหน้าขาวตี๋เริ่มขึ้นสีแดงซ่านโดยไม่รู้ตัว แพรคนที่เขารู้จักคือเด็กเรียนเนิร์ดๆ รักนวลสงวนตัวและวางตัวดีมาโดยตลอด ไม่คิดว่าเธอจะกล้าชวนเขาทำเรื่องล่อแหลมขนาดนี้“จะผู้ชายหรือผู้หญิงก็เพื่อนกันอยู่ดีป๊ะ หรือว่า... นายแอบคิดอะไรไม่ซื่อกับเรา?” แพรแกล้งเอียงคอถามกระเซ้าเย้าแหย่ ส่งสายตาพราวระยับท้าทาย“คิดบ้าอะไรล่ะ! เรามีแฟนแล้วนะ แกเองก็มีแฟนแล้วเหมือนกันไม่ใช่หรือไง?” ร่างสูงโปร่งขยับถอยหนีจนแผ่นหลังเบียดชิดติดผนังห้องน้ำ “ก็ใช่ไง เพราะงั้น... อย่าไปคิดอะไรซับซ้อนดิ เพื่อนกัน
ลุงวิเชียรพยักหน้ารับด้วยความลุ่มหลง ก่อนจะรนรานรีบเร่งดึงรั้งเข็มขัดถอดกางเกงของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว ในขณะที่แพรขยับยืดกายหยัดตัวลุกขึ้นอย่างใจเย็น ท่วงท่าของเธอแปรเปลี่ยนเป็นท่าคุกเข่าคลานสี่ขาหรือท่าหมา สะโพกผายจงใจโก่งก้นงอนงามอวบแน่นในกางเกงในสีชมพูอ่อนให้ท่าผู้ชายรุ่นพ่อ เอี้ยวใบหน้าหมวยเก๋หันกลับมามองคนข้างหลัง แล้วเอ่ยเร่งเร้าพลางพ่นลมหายใจออกมา“เร็วๆนะคะ เดี๋ยวเพื่อนหนูจะกลับกันมาซะก่อน”ลุงวิเชียรไม่รอช้า แกคว้าขวดน้ำมันสมุนไพรป่าสูตรพิเศษขวดเดิม เทของเหลวหนืดชโลมลงบนท่อนเอ็นจนเปียกชุ่มเยิ้ม ขยับกระเถิบกายประชิดก้นงอนงาม ใช้นิ้วจับแหวกเนื้อผ้ากางเกงในแง้มออก จ่อหัวเห็ดเข้าที่ร่องเนื้อสาว แล้วออกแรงดันสะโพกเบียดแทรกความแข็งขึงดิ่งลึกเข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่น“อื๊อออ…” แพรครางเสียงหวาน ใบหน้าใต้กรอบแว่นบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านสะท้านทรวง“ซี๊ด... หนูแพรเอ๊ย... แน่นชิบหาย” ลุงวิเชียรครางซี๊ดซ้าดสูดปากหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างบ้าคลั่ง มือแกร่งเกาะกุมวางหมับเข้าที่สะโพกผายขนาดมหึมาที่ผืนผ้าสีชมพูอ่อนปกปิดไม่มิดตับ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆความเงี่ยนที่สะสมมานานระเบิดออก ชายวัยกลางคนกร
ซิปของประตูเต็นท์หลังใหญ่ยังคงถูกเปิดอ้าออกจนสุดเพื่อรับลมเย็นที่พัดผ่านมา กลิ่นอายดินและผืนป่าระบายความอบอ้าวได้เป็นอย่างดี แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบเงาไม้ ขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่ดูก้ำกึ่งชวนให้คิดลึก เสียงกระแสน้ำจากลำธารสายใหญ่ดังแว่วก้องสะท้อนคลอเคล้าเป็นฉากหลัง ภายในเต็นท์มีกระเป๋าสัมภาระของทั้งสามสาว แพรนำกระเป๋าเป้ของตัวเองมาวางแทนหมอน ก่อนจะเอนกายทิ้งน้ำหนักลงนอนหงายราบไปกับพื้นเต็นท์อย่างสงบ ท่วงท่าของเธอเต็มไปด้วยการรักษาภาพลักษณ์อันดีงามตามทัศนคติของเด็กสาวที่พึงกระทำต่อหน้าผู้ใหญ่ เรียวขาคู่สวยในชุดกางเกงขาสั้นถูกจัดวางให้หนีบชิดติดกันเป็นระเบียบเรียบร้อย ในขณะที่ลุงวิเชียรขยับร่างกายกำยำคร้ามแดดเข้ามานั่งคุกเข่าอยู่ตรงบริเวณปลายเท้าของเด็กสาว โดยให้แผ่นหลังกว้างของแกอยู่ชิดติดฝั่งทางออกของเต็นท์ ท่าทางการนั่งในมุมนี้ทำให้ลุงวิเชียรกลายเป็นเสมือนปราการใหญ่ที่ปิดกั้นทางเข้าออกเอาไว้ มือดำกร้านหยิบขวดน้ำมันสมุนไพรป่าสูตรพิเศษออกมาจากกระเป๋าเสื้อกั๊กของตัวเอง ก่อนที่แกจะเทของเหลวหนืดชโลมลงบนฝ่ามือจนชุ่ม แล้ววางมือลงสัมผัสข้อเท้าข้างที่เจ็บของเด็กสาว ลูบไล้บีบคลึงแผ่วเบาอย่า
2 สัปดาห์ต่อมา…หลังจากผ่านบทเรียนบนเตียงอันเร่าร้อนลึกซึ้งกับภูผาและบอสในวันนั้น แพรแทบไม่มีเวลาว่างหาทำกิจกรรมบนเตียงกับใครอีกเลย เนื่องด้วยตารางเรียนของคณะเภสัชศาสตร์ที่หนักหน่วงและสูบพลังงานจนแทบกระอัก ในแต่ละคืนเมื่อกลับมาถึงห้อง สิ่งเดียวที่ทำได้คือการทิ้งตัวลงนอนด้วยความอ่อนล้าทว่าในที่สุด วันหยุดสุดสัปดาห์ที่รอคอยก็มาถึง แพรและกลุ่มเพื่อนมหาลัยได้รวมตัวกันจัดทริปพักผ่อนเพื่อหลีกหนีจากตำราเรียน มุ่งหน้าออกเดินทางสู่ผืนป่าตะวันตกอันอุดมสมบูรณ์และเงียบสงบ…รถเก๋งสีดำเคลื่อนตัวเข้ามาจอด ณ อุทยานแห่งชาติ กลุ่มวัยรุ่นที่ประกอบด้วยผู้หญิง 3 คน ผู้ชาย 2 คน ทยอยก้าวลงจากรถ ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์และเสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว ซึ่งหาดูไม่ได้ในกรุงเทพ ทุกคนสะพายกระเป๋าเป้คนละใบบรรจุสัมภาระจำเป็นแพรและเพื่อนๆพากันเดินตรงไปยังส่วนบริการนักท่องเที่ยวเพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่อุทยานเกี่ยวกับเรื่องคนขับรถท้องถิ่น เนื่องจากจุดหมายปลายทางของพวกเขาคือหมู่บ้านชาวปกากะญอที่ตั้งรกรากอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขาห่างไกล ถนนหนทางเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามมากมาย ทั้งดินโคลน ทั้งร่องน้ำลึก และทางชันเลียบหน้าผา ซึ่งร
1 เดือนต่อมา…ทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งคู่ดำเนินไปในรูปแบบที่ภูผาไม่คาดคิด จากตอนแรกที่เขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะเป็นฝ่ายกุมอำนาจ ทำหน้าที่เป็นช้างเท้าหน้าผู้นำทิศทางชีวิตของแฟนสาวรุ่นพี่ แต่เมื่อวันเวลาผันผ่าน กลับกลายเป็นฝ่ายหญิงที่กุมบังเหียน นึกจะนำไปทิศทางไหนภูผาก็ต้องคล้อยตาม ในใจของเด็กหนุ่มถูกเกาะกินด้วยความกลัวที่ว่าหากเขาขัดใจเธอ เธอที่มีพร้อมทุกอย่าง ทั้งหน้าตา ฐานะ และอนาคต จะทิ้งเขาไปหาคนอื่นตอนไหนก็ได้ความห่างของสังคมยิ่งเป็นตัวเร่งความระแวง เมื่อคนหนึ่งยังอยู่ในรั้วมัธยมปลาย แต่อีกคนก้าวสู่วิถีชีวิตอิสระในมหาวิทยาลัย การไม่ได้เจอหน้ากันทุกวันกลายเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ แพรอาศัยจังหวะเวลาเหล่านั้น ปลดปล่อยความต้องการด้านมืดที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆด้วยการแอบนัดหมายหมอนวดชายไม่ซ้ำหน้า ไปเปิดห้องพักตามโรงแรมตลอดทุกสัปดาห์…เย็นวันหนึ่ง ภายในห้องนอนส่วนตัวอันเงียบสงบของภูผา แพรในชุดนักศึกษานอนทอดกายอยู่บนเตียงอย่างสบายอารมณ์ ขณะที่ภูผาในชุดนักเรียนมัธยมปลายกำลังนั่งขมวดคิ้วหลังขดหลังแข็งปั่นรายงานหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ที่โต๊ะทำงานตรงมุมห้อง“ช่วงนี้ภูผาไม่ค่อยนวดให้พี่เลยนะ” แพ







