Beranda / รักโบราณ / นางกลับมาเพื่อร่ำรวย / บทที่ 6 ไปเดินตลาดด้วยกันครั้งแรก

Share

บทที่ 6 ไปเดินตลาดด้วยกันครั้งแรก

last update Terakhir Diperbarui: 2025-08-20 21:37:24

ในอีกด้านหนึ่ง

แม้ดวงตะวันจะยังไม่โผล่ขึ้นมาบนขอบเขา แต่ตลาดเช้าก็ยังคงแน่นขนัดไปด้วยผู้คน ทั้งชาวนา ชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ เสียงเรียกขายของ เสียงไก่ขัน และเสียงหม้อข้าวเดือดล้วนดังแทรกกันอยู่ทุกหัวมุม

ฉินอี้หนิงสวมเสื้อผ้าธรรมดาๆ สีเขียวอ่อนแสนซอมซ่อ นางผูกเปียรวมไว้ข้างเดียวอย่างเรียบง่าย ร่างบอบบางเดินถือกระบุงเล็กๆ ที่ท่านยายฝากให้ไปซื้อถั่วเหลืองและเกลือ

ทว่าแม้นางจะแต่งตัวบ้านๆ หรือทำตัวสกปรกมากมายแค่ไหน แต่นางก็ยังคงเปล่งประกายความงามในแบบที่ใครผ่านมาเห็นก็ต้องเหลียวมอง ไม่ใช่เพียงหนุ่มๆ ที่แอบยิ้ม แต่กลุ่มสาววัยไล่เลี่ยกัน ซึ่งอยู่แถวนั้นก็ทำหน้าเหมือนกำลังกลืนยาขม

“อุ๊ย ดูสิว่าใครมา”

เสียงกระซิบของหญิงสาวชื่อซ่งซิ่วหงดังขึ้น

“เป็นแค่ลูกสาวชาวบ้านแท้ๆ ทำมาเดินตวัดหางกลางตลาด นึกว่าตัวเองเป็นองค์หญิงจากแคว้นไหนกันล่ะ”

“ไม่ใช่หรอกมั้ง อาจจะนึกว่าตัวเองเป็นเซียนสาวลงจากเขาก็ได้ ฮ่าๆๆ” อีกคนพูดแล้วหัวเราะคิก

ฉินอี้หนิงชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มบางๆ ตอบกลับไปแบบคนไม่คิดจะทะเลาะด้วย

“พี่สาวทั้งสาม ข้าขอผ่านทางหน่อยนะเจ้าค่ะ” นางเอ่ยเรียบๆ พลางก้าวข้ามทางเดินแคบระหว่างแผงผักเพื่อไปยังอีกฟากหนึ่ง

“จะรีบไปไหนล่ะ? หรือกลัวกลับช้าแล้วลูกชายบ้านไหนจะอดเห็นหน้านวลๆ ของเจ้า”

ซ่งซิ่วหงคือคนแรกที่กล้าก้าวเข้ามาขวางทาง ทั้งยังเหยียดริมฝีปากยิ้มด้วยความหมั่นไส้ ราวกับมีบางอย่างที่แผดเผานางอยู่ภายในใจ

ฉินอี้หนิงยังคงรักษาท่าที แต่สายตาเริ่มวาวขึ้นเล็กน้อย อาจเพราะเดิมทีนางไม่ใช่คนอ่อนแอ เพียงแต่ไม่อยากเสียเวลาต่อปากต่อคำกับคนไร้สาระเท่านั้น แต่ก่อนที่เด็กหญิงจะทันได้เอ่ยอะไรออกไป

ฟึ่บ!

เสียงกระโจนหนึ่งก็ดังขึ้นกลางตลาด

“แฮ่!!!”

แมวอ้วนขนปุกปุย พุ่งเข้าใส่ซ่งซิ่วหงจากทางด้านข้างด้วยความเร็วที่เหนือความคาดหมาย ก่อนที่กรงเล็บเล็กๆ ทว่าแหลมคมระดับยุทธภัณฑ์ จะตวัดข่วนเข้าเป้าแบบไม่มีการเตือนล่วงหน้า

“กรี๊ด! แมวบ้าจากที่ไหนเนี่ย!!!”

ซ่งซิ่วหงร้องลั่น ขณะที่เพื่อนสาวอีกสองคนของนางรีบถอยหลังกรู พร้อมกับทำท่าทางเหมือนเจอสัตว์ประหลาด

แน่นอนว่าในช่วงหลายวันมานี้ คนที่โผล่มาในจังหวะคับขันของฉินอี้หนิงยังคงเป็นหลี่โต๋วเปา (เวอร์ชันแมว) เจ้าก้อนขนสุดน่ารักกระโจนไถลลงพื้นอย่างเท่ ก่อนจะหันกลับมาแฮ่ใส่ฝ่ายตรงข้ามด้วยเสียงต่ำแบบแมวที่อารมณ์บ่จอยอย่างสุดๆ

“เจ้าบ้า! มันกัดเสื้อข้า! ปล่อยยยย อ๊าย! มันข่วนแขนข้า!”

ความวุ่นวายนั่นทำให้ฉินอี้หนิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

“ซิ่วหง ช่วยด้วย! มันจ้องตาข้าแล้ว ขะ…ข้าขยับไม่ได้!”

ทุกคนที่ได้ยินต่างคิดว่าสตรีน้อยนางนี้คงกลายเป็นบ้าไปแล้ว หรือไม่ก็คงปอดแหกจนไม่กล้าเข้าไปช่วยเพื่อน จึงได้แต่งเรื่องน่าอายเช่นนี้ออกมา

“ข้าก็เหมือนกัน เจ้าแมวนั่น มะ มะ มะ มันเป็นแมวผีหรือเปล่า!?”

“กรี๊ดดดด!!! นังพวกบ้าไร้ประโยชน์” ซ่งซิ่งหงร้องระงมราวกับคนสติแตก

แน่นอนว่าเหตุการณ์นี้เป็นเพียงการใช้พลังจิตอันเล็กน้อยของหลี่โต๋วเปาเท่านั้น และฉากดังกล่าวก็กำลังถูกสตรีมอยู่ เกิดเป็นเสียงฮือฮาจากผู้ชมยุคอนาคตที่แห่แหนกันมาดูแบบ real-time

ตอนนี้ระบบแสดงจำนวนผู้ชมอยู่ที่ 72,000 คน ส่วนคอมเมนต์จากยุคจักรวรรดิล้วนเป็นแนวสะใจเสียมากกว่าจะสงสารฝ่ายนั้น

[Space_Coffee88 : พระเอกมักมาในร่างแมวเสมอ! ข่วนดี๊ดี!]

[xX_FenrirBot_Xx : ได้กราบแมวก็วันนี้! โดดทีเดียววงแตกกระเจิง]

[ฟรานซิสสส : ทีมแมวอ้วนผู้รักเดียวใจเดียว]

[MemeGeneral707 : ฉากนี้ควรเอาไปทำโปสเตอร์หนังเรื่อง แมวของเธอ กรรมของใคร ฮ่าๆๆ]

[ZettaFlame : นี่เผลอซูมตาตอนข่วนค่ะซิส โอ๊ยย นั่นมันดวงตาสีอความารีนสุดหายาก เหมือนของมหาบอสตระกูลหลี่เลยนะเว้ยยย!]

หลังจากไล่กลุ่มสาวปากร้ายจนพวกนางถอยกรูไปคนละทาง หลี่โต๋วเปาก็เดินยืดอก (หรือจะเรียกว่ายืดขน?) กลับมายังฉินอี้หนิงด้วยท่าทางภาคภูมิ

“โต๋วเปา เจ้าทำอะไรน่ะ…” เด็กหญิงอุ้มเจ้าแมวอ้วนขึ้นมาไว้ในอ้อมอก ตอนนี้นางทั้งขำทั้งตกใจไปในคราวเดียวกัน

แต่เมื่อเห็นหน้าของเจ้าแมวสีขาวสะอาดที่แอบทำเป็นนิ่งสง่า พลางหันไปมองทางอื่นอย่างไม่รู้ไม่ชี้ ฉินอี้หนิงก็เผลอยิ้มออกมาอีกครั้งด้วยความเอ็นดู

“ขอบใจนะ ตอนนี้ข้าไม่เป็นไรแล้วล่ะ” นางพูดเบาๆ พลางลูบหัวเจ้าเหมียวเพื่อปลอบโยนมัน แน่นอนว่า…โต๋วเปาไม่ได้ตอบอะไร

ชายหนุ่มทำเพียงพาดคางลงกับไหล่ของเด็กหญิงอย่างคนที่ไม่ยอมบอกว่าห่วง แต่ก็ขออยู่ใกล้กันไว้ก่อน พอคิดไปคิดมา แม้เขาจะเคยเป็นจอมพลผู้ยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิอวกาศ แต่ตอนนี้เขากลับเป็นเพียงแมวอ้วนผู้เฝ้ามองโลกจากมุมต่ำ และสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดในฐานะแมวอ้วนตัวนี้ ก็กำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเขานี่เอง

หลังเหตุการณ์แมวอ้วนปกป้องเจ้านาย ที่กลายเป็นตำนานเพียงชั่วข้ามเช้าของสตรีม ฉินอี้หนิงก็อุ้มเจ้าแมวตัวอ้วน พร้อมทั้งพามันเดินต่อไปอย่างสงบนิ่ง แม้บรรยากาศรอบตัวจะเริ่มเงียบผิดปกติ เพราะผู้คนทั้งตลาดต่างหลีกทางให้พวกเขาด้วยสายตาที่ผสมปนเปกันระหว่างความกลัวและความรู้สึกแอบเอ็นดู

“คราวหน้าเจ้าห้ามกระโดดใส่คนอื่นกลางตลาดอีกนะ เข้าใจไหม…”

เจ้าแมวอ้วนในอ้อมแขนไม่ได้ตอบกลับอะไร ชายหนุ่มทำเพียงหรี่ตามองนางด้วยสีหน้าไม่สำนึก และแอบใช้หางตากวาดมองรอบข้างอย่างภาคภูมิใจ

[CherryJet999 : เจ้าแมวตัวนี้]

[SpaceYuzu_VIP : ใครก็ได้ปักหมุดภาพตอนกระโดดลงหัวตัวร้ายที! ฉากนั้นเป็นมหากาพย์เลยนะ]

[Zetta Archive : เด็กน้อยคนนี้ไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกำลังเดินตลาดกับแมวจอมโหด]

แต่ละคอมเมนต์ทำเอาหลี่โต๋วเปาถึงกับกุมขมับอย่างเหนื่อยหน่าย จนกระทั่งทั้งสองเดินทางมาถึงแผงร้านเป้าหมาย

“เถ้าแก่ตู้ ข้าขอซื้อเกลือกับถั่วเหลืองหน่อยเจ้าค่ะ” ฉินอี้หนิงหยุดอยู่หน้าแผงขายของแสนเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยโอ่งดินเผาที่วางเรียงราย มีถุงผ้าป่านขนาดใหญ่ซึ่งใช้บรรจุถั่วไว้แน่น และเกลือสีขาวสะอาดเรียงอยู่ในเข่งไม้ไผ่สาน

“โอ้โห วันนี้เจ้ามีองครักษ์แมวตามมาด้วยหรือต้าหนิง” เถ้าแก่ตู้ยิ้มกว้าง พลางยกหลังมือขึ้นเช็ดหยดเหงื่อบนใบหน้า “แมวอะไรตัวใหญ่เท่าลูกแตงโม จะว่าไป…หน้ามันแอบคล้ายคนผู้หนึ่งที่ข้ารู้จักอยู่เหมือนกันนะ”

ประโยคนั้นทำเอาหลี่โต๋วเปาต้องหรี่ตาใส่ฝ่ายตรงข้ามทันที พร้อมทั้งแสดงท่าทางหงุดหงิดพลางกระดิกหางปัดปุ้งปุ้ง

“เถ้าแก่ ท่านอย่าแหย่ไม่เข้าเรื่องนะเจ้าคะ เขาเพิ่งช่วยชีวิตข้าไว้เมื่อครู่เชียวนะ” ฉินอี้หนิงหัวเราะเบาๆ “วันนี้ข้าขอเกลือครึ่งจิน ถั่วเหลืองหนึ่งจินนะเจ้าคะ เอาแบบที่คั่วใหม่เหมือนเมื่อวานนะ”

“ได้เลย ได้เลย”

ขณะที่เถ้าแก่ตู้ตักเกลืออย่างทะมัดทะแมง ฉินอี้หนิงก็เปิดถุงผ้าหูรูดสีเก่า เพื่อหยิบเหรียญทองแดงออกมาสามเหรียญ

หลี่โต๋วเปานั่งมองการกระทำนั้นอยู่นิ่งๆ บนโต๊ะไม้ ราวกับนายทุนที่กำลังประเมินการใช้จ่ายของเด็กสาวด้วยความเข้มงวด

“เจ้าหยิบพอดีเลย ต้าหนิงนี่แม่นคำนวณกว่าลูกชายข้าอีกนะ ฮ่าๆ”

“ถึงจะแม่น แต่ข้าคงยังไม่ถึงขั้นเปิดร้านได้หรอกเจ้าค่ะ” เด็กหญิงยิ้มอ่อนโยน หลังรับถุงเกลือกับถั่วเหลืองเรียบร้อย ฉินอี้หนิงก็หันไปอุ้มเจ้าแมวอ้วนขึ้นมาใหม่

“ไปเถอะโต๋วเปา เราต้องกลับก่อนแดดจะแรงกว่านี้”

เจ้าแมวผู้มีนัยน์ตาสีฟ้าอความารีนกระพริบตาสองสามครั้งอย่างเชื่องช้า แล้วซบตัวลงบนไหล่ของนางอย่างเงียบงันราวกับเป็นเพียงแมวจอมขี้เกียจทั่วๆ ไป

ทั้งที่ในใจของชายหนุ่มกำลังคิดว่า หน่วยขนส่งควอนตัมในยุคจักรวรรดิอวกาศ ยังไม่มีประสิทธิภาพดีเลิศเท่าบ่าเด็กคนนี้เลย…

[NebulaTea : ขอระบบแปลภาษาแมวด้วยค่ะ! อยากรู้ว่าท่านโต๋วเปาคิดอะไรอยู่]

[IronMochaX : น่ารักฉิบหายยยยยย!]

[เศรษฐีโดโด้ : อยากนอนซบอกสาวสวยคนนี้บ้างอ่า~]

[BlueStitch888 : ห้ามใครขโมยแมวตัวนี้เด็ดขาด! ไม่งั้นผมจะตามล่าข้ามดวงดาว!]

ขณะที่คอมเมนต์กำลังไหลเป็นน้ำ หลี่โต๋วเปากลับกำลังเข้าสู่ห้วงนิทรา

สายลมอ่อนเบาพัดผ่านร่างของทั้งสอง กรุ่นกลิ่นขนมหวานในแผงขายของผสมรวมกับกลิ่นควันไม้หอมถูกเผา แผ่วผ่านถนนหินกรวดของตลาดสดในหมู่บ้าน เกิดเป็นบรรยากาศนิ่งสงบหลังจากที่หลี่โต๋วเปาได้หนีออกจากงานสังสรรค์ของนายพลเคิร์ฟ

ดูเหมือนในปัจจุบัน…ความสบายใจของหลี่โต๋วเปา จะมีชื่อเรียกว่าฉินอี้หนิงจริงๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางกลับมาเพื่อร่ำรวย   บทที่ 21 ทวงคืนภรรยาที่ถูกพรากไป (จบบริบูรณ์)

    กลับมาที่สถานการณ์ในปัจจุบัน…สิ้นเสียงเหี้ยมกับประโยคไร้มารยาทนั้น เมื่อหลี่หยางหนิงอันหันไปสบสายตากับอีกฝ่าย สิ่งที่เห็นตรงหน้านั้นไม่ใช่เพียงใบหน้าที่ดูคล้ายเขาราวกับแกะ แต่เป็นโทสะและความเหี้ยมเกรียมในแบบที่เขารู้จักดี“เจ้ากล้ามาก ที่มาแตะต้องภรรยา และแตะต้องลูกของข้า” เสียงของหลี่โต๋วเปานิ่งงัน แต่ทุ้มต่ำจนเหมือนจะสามารถสะเทือนผนังหินของตำหนักได้อย่างง่ายดายหลี่หยางหนิงอันเลิกคิ้วเล็กน้อย “ข้ากำลังจะสั่งให้หมอหลวงเอาเด็กในท้องนางออกพอดี แต่เพราะต้องพักฟื้นร่างกายนาน เลยคิดว่าจะพาขึ้นเตียงทั้งที่ยังท้อง คงให้อารมณ์แปลกใหม่ไม่น้อย” ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจงใจยั่วโมโหฝ่ายนั้น “เช่นนั้นเจ้าคงคิดจะฆ่าข้าสินะ?”ชายหนุ่มในชุดซอมซ่อสีเทาไม่ตอบ มือข้างหนึ่งยกขึ้นช้าๆ ดวงตาของเขาเรืองแสงวาบสีฟ้าอความารีนแผ่วเบา คล้ายกระจกจักรวาลที่สามารถสะท้อนแรงโน้มถ่วงให้ย้อนคืนได้ฉับพลันที่อากาศรอบตัวเริ่มสั่นสะเทือน แรงกดดันไร้รูปประหนึ่งกำปั้นพลังจิตกระแทกเข้าที่กลางอกของจักรพรรดิหนุ่มหลี่หยางหนิงอัน จนเจ้าตัวต้องยกมือขึ้นป้องกันอันตรายที่มองไม่เห็น“อย่าคิดว่าต่อจากนี้เจ้ายังจะสามารถอยู่หายใจได้อีก…”

  • นางกลับมาเพื่อร่ำรวย   บทที่ 20 ไม่ให้อดีตซ้ำรอยเดิม

    หนึ่งเดือนกับอีกสามสัปดาห์ที่หลี่โต๋วเปายังไม่กลับมา ฉินอี้หนิงนั่งจิบชากุหลาบอยู่ที่ชายเรือนสกุลฉิน ลมยามบ่ายพัดกรูจากทิศตะวันออก พาเอาใบไผ่ที่ลู่ลมอยู่บนเนินเตี้ยหล่นเกลื่อนทั่วลานทว่าเสียงกีบม้านับสิบและฝีเท้าเกราะเหล็กที่ดังกึกก้องยิ่งกว่าเสียงพายุ กลับทำให้หมู่บ้านฮุ่ยฟางที่เคยเงียบงัน เกิดความสนันหวั่นไหวราวกับมีเงามรณะเคลื่อนเข้ามาปกคลุมทั่วผืนดินรถม้าขนาดใหญ่สลักลายมังกรดำขอบทอง เคลื่อนมาหยุดลงบริเวณหน้าบ้านสกุลฉิน ก่อนที่บรรดาทหารสวมเกราะดำประทับตราจักรพรรดิหลี่จะวิ่งเข้ามารายล้อมรอบบ้านเอาไว้ ตามมาด้วยเสียงแม่ทัพหนุ่มผู้หนึ่งตวาดดังแทรกเสียงใบไม้ปลิว“เรามารับตัวหรันฝูหรง สตรีอายุสิบเก้าหนาวที่ซ่อนตัวในหมู่บ้านแห่งนี้!”ท่านตาฉินที่กำลังสานกระด้งไม้ไผ่รีบก้าวออกมาจากเรือน ร่างชราภาพฝืนฝ่าแนวทหารเข้ามาขวาง“ขออภัยด้วย ที่นี่ไม่มีใครชื่อเช่นนั้นหรอกขอรับ ข้าไม่รู้จัก! ส่วนสตรีที่อายุสิบเก้า ที่นี่ก็มีเพียงบ้านสกุลหลาน สกุลซ่ง สกุลกั๋ว และหลานสาวของข้า…นางชื่อฉินอี้หนิง”แม่ทัพผู้นั้นกระตุกยิ้มมุมปาก พร้อมทั้งจ้องมองฉินอี้หนิงอย่างเย้ยหยัน“เช่นนั้นข้าก็มาถูกแล้วล่ะ เพราะนามเ

  • นางกลับมาเพื่อร่ำรวย   บทที่ 19 ความวุ่นวายในยุคจักรวรรดิอวกาศ

    ยุคจักรวรรดิอวกาศ ภายในสถานีวิจัยหลักของตระกูลหลี่ ชั้นบัญชาการพลังงานควอนตัม ความวุ่นวายกำลังเกิดขึ้นเมื่อคนที่หายตัวไปกลับเข้ามาสั่งงานจนกองพะเนิน“โธ่เอ๋ย…ครั้งแรกผมก็นึกว่าท่านประธานหลี่ของเราหลุดเข้าไปอยู่ในปฏิกรณ์ชีวภาพจนแยกโมเลกุลไม่ออกเสียแล้ว ที่แท้…ก็แค่ติดภรรยาเท่านั้น”ร่างสูงของหลี่โต๋วเปายืนพิงกรอบประตู มือซุกกระเป๋าเสื้อโค้ตสีเทาเรียบทว่าหรูหรา ไม่มีคำเถียงใด มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่เจือแววอ่อนโยนบางอย่าง…คล้ายไม่คิดปฏิเสธความจริงข้อนั้น“ก็แค่ใช้เวลาให้คุ้มกับชีวิตบ้าง คุณต้องลองไปปลูกฟักทองดูสักครั้งสิ แล้วจะเข้าใจว่าทุกเช้าในทุ่งหมอกนั้นมีค่ามากกว่างานวิจัยที่เขียนมาพันปีเสียอีก”หลี่เฮ้าถงกลอกตาเล็กน้อยขณะมองหลายชายเพียงคนเดียว ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ“อา…ฟักทองยังไม่เท่าไร แต่ถ้าประธานหลี่ของเราหายหน้าไปอีกสามเดือน ผมอาจจะกลับเข้าไปลักพาตัวภรรยาของท่านมาขังไว้ที่นี่แทน แล้วให้ท่านประธานเข้าออกห้องทดลองตลอดยี่สิบชั่วโมงเสียเลย”“แบบนั้นก็เป็นความคิดที่ดีนะ” หลี่โต๋วเปาพึมพำ พร้อมกับหยิบซาลาเปาไส้เห็ดหอมออกมาจากถุงเล็กๆ ในมือ ก่อนจะยื่นให้ฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่รีบร้อน “ข

  • นางกลับมาเพื่อร่ำรวย   บทที่ 18 ข้อเสนอปลอมๆ จากขุนนางสวี่

    หลังเกี่ยวและตากข้าวจนเสร็จสรรพ ครอบครัวสกุลฉินก็เว้นช่วงเวลาสำหรับหยุดพักผ่อน ด้วยเพราะร่างกายที่ชราภาพของท่านตาท่านยาย พอทำงานไร่นานานเข้าจึงปวดเมื่อยมากกว่าปกติส่วนหลี่โต๋วเปาและฉินอี้หนิงก็ใช้เวลาส่วนมากอยู่กับการดูแลสวนผัก ขึ้นเขาไปล่าสัตว์มาขาย และใช้เวลาร่วมกันในฐานะสามีภรรยาทว่าวันนี้ แขกผู้มาเยือนกลับเป็นอดีตขุนนางผู้ต้องสูญเสียบ้านให้หลี่โต๋วเปาอย่างสวี่อี้เจิน“คารวะผู้อาวุโส”เสียงทุ้มของหลี่โต๋วเปาเอ่ยช้าๆ ดวงตาเรียวคมสังเกตท่วงท่าการเดินของฝ่ายตรงข้าม รู้สึกคุ้นเคยนัก ทว่านี่ไม่ใช่ท่าทีของผู้อาวุโสสวี่อี้เจินที่เขาเคยประลองหมากล้อมด้วยอย่างแน่นอน“เจ้าน่ะใช้ชีวิตได้ดี กลายเป็นผู้เยาว์ที่สร้างครอบครัวอบอุ่นจริงเชียว” ชายชรามองสำรวจทั่วทุกมุมบ้านราวกับไม่เคยเห็น ก่อนที่สายตาจะพลันมาหยุดลงที่ร่างบอบบางของฉินอี้หนิงซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นสาวงามเต็มตัวไปเสียแล้ว “โอ้~ นี่คือฉินอี้หนิงคนนั้นรึ…” ชายชรายิ้มอย่างสดใสพลางมองสำรวจใบหน้างามอย่างชื่นชม“เชิญผู้อาวุโสสวี่นั่งพักก่อนเจ้าค่ะ ข้าจะไปเอาชาอวิ๋นอู้ [1] ที่ได้จากภูเขาหลูซานมาให้” เสียงหวานกล่าวอย่างอ่อนโยน ขณะเดินหายเข้าไป

  • นางกลับมาเพื่อร่ำรวย   บทที่ 17 ฤดูเกี่ยวข้าว

    วันเวลาผ่านเลยไปจากวันกลายเป็นหนึ่งเดือน ยามนี้สายลมปลายเดือนเปลี่ยนผิวทุ่งนาหน้าบ้านให้กลายเป็นสีทองอร่าม ลำต้นข้าวโน้มลงตามแรงน้ำหนักของรวงเมล็ดที่สุกงอม ท่ามกลางแสงอาทิตย์อุ่นอ่อนในยามเช้า เสียงเคียวเกี่ยวข้าวเสียดสีเบาๆ สะท้อนชัดอยู่กลางนาหลี่โต๋วเปาค้อมตัวใช้เคียวไม้ด้ามสั้นในมือเกี่ยวรวงข้าวอย่างระมัดระวัง ท่วงท่าของเขาแม้ยังไม่คล่องแคล้วนัก แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความตั้งใจ มือทั้งสองที่แกร่งอยู่แล้วบัดนี้ยิ่งแกร่งขึ้นซึ่งเป็นผลจากการจับจอบ ขุดหลุม และหาบน้ำทุกวัน จนรอยด้านปรากฏชัดที่ฝ่ามือ“เจ้าหนุ่มจากเมืองหลวง เจ้าน่ะก้าวหน้ากว่าที่ข้าเคยคิดไว้มากจริงๆ”เสียงของท่านตาดังมาจากอีกฟากของแปลงข้าว ใต้หมวกฟางเก่าคร่ำ ดวงตาของชายชรายังสะท้อนความชื่นชมไม่เสื่อมคลายหลี่โต๋วเปาเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก แล้วหัวเราะเบาๆ ชายหนุ่มย้อนนึกถึงตอนที่เขาอยู่ในตำแหน่งจอมพล ถ้าตอนนี้อยู่ในยุคจักรวรรดิ เขาคงสามารถสั่งคนให้ขุดหลุมปลูกข้าวได้เป็นพันหลุม แต่เพิ่งรู้ว่าสิ่งที่ยากที่สุด คือการเกี่ยวข้าวแค่เพียงมัดเดียว“ฮ่าๆๆ เจ้ารู้วิธีปลูกและเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว เช่นนั้นก็ถือว่าสำเร็จไปครึ่งหนึ่งของชีวิต” ท่านต

  • นางกลับมาเพื่อร่ำรวย   บทที่ 16 หนึ่งยามในคืนวสันต์ มีค่าดั่งพันทอง

    หลังผ่านพ้นค่ำคืนของการร่วมหอ ร่างงามก็ซุกตัวอยู่ในอ้อมอกแกร่งไม่ไปไหน หลี่โต๋วเปาไม่ได้นอนทั้งคืน เพราะกว่าเขาจะเสร็จกิจแต่ละรอบก็ใช้เวลานานเสียจนตัวเขาเริ่มนอนไม่หลับ ได้แต่กอดฉินอี้หนิงไว้ ขณะมองใบหน้าขาวนวลในยามนิทราบนโต๊ะข้างเตียงมีกะละมังไม้ใส่น้ำอุ่นที่เริ่มจะเย็นชืด พร้อมด้วยผ้าขาวที่ถูกใช้แล้ววางพาดอยู่ แน่นอนว่าเป็นหลี่โต๋วเปาที่นำมันมาเพื่อเช็ดผิวกายให้ภรรยาตัวน้อย อาจเพราะเขาไม่ได้ปลดปล่อยตนเองมานานหลายปี เจ้าของเหลวสีขาวขุ่นเหล่านั้น จึงมีมากเสียจนอาจทำให้ฉินอี้หนิงนอนหลับแบบไม่สบายตัวนัก ซึ่งในฐานะผู้กระทำ เขาจึงต้องทำความสะอาดให้นางทุกครั้งแพขนตาหนาที่เริ่มขยับน้อยๆ ทำให้หลี่โต๋วเปาอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปจุมพิตบนเปลือกตาของนาง ไล่เรื่อยลงไปจนถึงหน้าอกนุ่มที่เต็มไปด้วยร่องรอยสีกุหลาบฉินอี้หนิงที่เพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมา เผลอทำหน้าอิดออดน้อยๆ เมื่อส่วนล่างของนางมันทั้งบวมและเจ็บระบมอย่างที่ไม่เคยเป็น ค่ำคืนเข้าหอนี้ผ่านไปอย่างยากลำบากจริงๆ ยิ่งเมื่อผู้เป็นสามีไม่ยอมจบดังที่ควรเป็นใต้ผ้าห่มมีบางอย่างขยับอยู่ เคลื่อนจากหน้าอกสู่ส่วนล่างอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกการสัมผัสล้วนเต็มไป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status