Share

บทที่ 3 จูบแรกกับนายท่าน

Penulis: Lovedee
last update Tanggal publikasi: 2024-11-16 12:58:15

เหม่ยอิงเดินไปที่โรงครัวเพื่อกินอาหารเช้าที่มีเพียงข้าวต้มหนึ่งชามและเสี่ยวหลงเปาหนึ่งลูก เมื่ออิ่มแล้วจึงได้เดินขึ้นไปยังบันไดด้านหลังของหอคณิกา เมื่อเดินเข้าไปด้านในก็ถามสาวใช้ที่กำลังทำความสะอาดพื้น “ จะไปพบมาม่าฟางเซียนได้ที่ไหน ” สาวใช้ผู้นั้นหันมาแล้วชี้มือไปด้านบนของหอคณิกา เหม่ยอิงแหงนหน้ามองขึ้นไปด้านบน หอคณิกานี้มีห้าชั้นด้วยกัน เป็นอาคารที่สร้างจากไม้หลังใหญ่มาก แต่เป็นอาคารเดี่ยว ด้านหลังสร้างเป็นเรือนหลังเล็กๆหลายหลังด้วยกันเรียงรายกันอยู่ในหมู่แมกไม้น่าจะเป็นเรือนของพวกบริวารของเจ้าของสถานที่แห่งนี้ และมีเรือนไม้หลังใหญ่ที่สุดเยื้องไปด้านขวาสุดหนึ่งหลังแต่เรือนหลังนี้สร้างอย่างงดงามและมีสวนเล็กๆด้านหน้าแต่ก็ปิดไว้เงียบๆเหมือนไม่มีคนอยู่ แต่เรือนพักที่เหม่ยอิงนอนเมื่อคืนนี้เป็นของเหล่าสาวใช้ที่มาทำงานที่หอคณิกาแห่งนี้ 

ส่วนหญิงคณิกานั้นก็มีเรือนพักที่ดูดีกว่าเรือนพักของสาวใช้ ด้านหน้าของเรือนพักของเหล่าหญิงคณิกานั้นมีสวนอยู่ด้านหน้าและห้องแต่ละห้องดูเป็นสัดส่วนและกว้างกว่าของสาวใช้  เหม่ยอิงเดินขึ้นบันไดตรงไปชั้นบนตามที่สาวใช้ผู้นั้นบอกเมื่อมาถึงชั้นสองมองไปรอบๆก็ยังไม่พบผู้ใด จึงได้เดินขึ้นไปอีกชั้นก็ไม่พบผู้ใดอีก จนกระทั่งนางเดินขึ้นไปอีกชั้นก็ไม่มีผู้ใด ให้สอบถามได้อีก จึงได้ตัดสินใจเดินขึ้นไปเรื่อย ๆจนถึงชั้นบนสุด

เมื่อเดินพ้นบันไดชั้นบนสุดนั้น เหม่ยอิงก็ได้ยินเสียงพิณที่บรรเลงได้ไพเราะมากนางจึงได้เดินตรงไปตามเสียงพิณนั้นจนถึงห้องที่ดูกว้างมากเพราะเป็นห้องเดี่ยวกินพื้นที่ครึ่งหนึ่งชองชั้นบนสุดนี้ ห้องนี้น่าจะเป็นห้องพักของมาม่าฟางเซียน เพราะนางดูแลที่นี่ย่อมต้องมีที่พักอยู่ที่นี่เช่นกัน เหม่ยอิงเมื่อคิดได้ดังนั้นจึงได้เปิดประตูออกทันที แล้วก้าวเข้าไปด้านในห้องนั้น แล้วเดินตามเสียงพิณที่ได้ยินไปจนถึงด้านในห้อง ก็พบเข้ากับชายผู้หนึ่งที่นั่งหันหลังให้นาง แต่หันหน้าไปทางหน้าต่างบานกว้างที่เปิดอยู่ และกำลังดีดพิณด้วยเพลงที่ไพเราะมากอยู่ มองจากด้านหลังชายผู้นี้แต่งกายด้วยอาภรณ์สีเทาปราณีตดูคล้ายชนชั้นสูงทั่วไป หรืออาจคล้ายเป็นพวกพ่อค้าที่มีฐานะดี เขาอาจจะเป็นแขกพิเศษของที่นี่ก็ได้ เหม่ยอิงคิดและกำลังจะหันหลังออกไปจากห้องนี้ นางก็เดินสะดุดพื้นเล็กน้อย 

เสียงพิณที่ไพเราะนั้นจึงได้หยุดไปทันที  “ เข้าห้องผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาติแล้วจะเดินออกไปเฉยๆเช่นนั้นหรือ ”      เหม่ยอิงจึงได้ค่อยๆหันกลับไป ชายผู้นั้นลุกขึ้นยืนขึ้น แล้วหันหน้าเดินตรงมาหาเหม่ยอิงช้าๆ เหม่ยอิงจ้องมองเขาเต็มตา ใบหน้าของชายผู้นี้หล่อเหลายิ่งนัก คิ้วของเขาเข้มและเรียวยาวดุจกระบี่ ดวงตาดุจดวงตาของเหยี่ยวที่กำลังจ้องมองเหม่ยอิงด้วยตาคมกริบ จมูกของเขาโด่งเป็นสันพองาม ริมฝีปากหนานั้นสีแดงระเรื่อตัดกับผิวที่ขาวเนียนของเขา 

“ ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าเป็นห้องของมาม่าฟางเซียนจึงได้ผลักประตูเข้ามา ข้าจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้เลย “ แล้วเหม่ยอิงก็กำลังจะหันหลังก้าวเท้าออกไปจากห้อง  “ หยุดเดี๋ยวนี้ ข้าสั่งให้เจ้าออกไปได้แล้วหรือ ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทันที เหม่ยอิงชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเดิน เขาเป็นใครกันนะ อดีตคุณหนูสาวครุ่นคิด ร่างหนาก้าวเดินตรงมาหาเหม่ยอิงสองมือของเขาจับไหล่มนของเหม่ยอิงเอาไว้ “ เงยหน้าขึ้นให้ข้าดูหน้าเจ้าชัดๆ ” เหม่ยอิงอยากจะขัดขืนแต่เสียงนี้มันทรงอำนาจนัก นางจึงได้เงยหน้าของตัวเองขึ้นสบตากับเขาช้าๆ เมื่อดวงตาทั้งสองผสานกัน เหม่ยอิงรู้สึกว่านางเคยเห็นบุรุษผู้นี้ที่ไหนสักแห่ง แต่ก็นึกไม่ออก 

ขณะที่กำลังจะอ้าปากถามไถ่เขานั้น ใบหน้าคมนั้นก็ก้มลงมาประกบจูบเหม่ยอิงทันที ลิ้นสากนั้นสอดเข้าไปในปากจิ้มลิ้มของเหม่ยอิงแล้วควานหาลิ้นเล็กในปากของนางจนพบ จึงได้เข้าเกี่ยวพันมันทันที  เหม่ยอิงพยายามดิ้นรนส่ายหน้าไปหน้าไปมาให้พ้นจากการรุกรานของลิ้นสากที่ร้อนรุ่มนั่น แต่หญิงที่มิเคยถูกผู้ใดจูบเช่นนางหรือจะสู้ชายที่มีประสบการณ์ช่ำชองเช่นเขาได้ เพียงไม่นานลิ้นเล็กของนางก็ถูกลิ้นสากของเขาเกี่ยวพันจนอ่อนระทวย ยอมส่งลิ้นเล็กเข้าพัวพันกับเขาแต่โดยดี บุรุษแปลกหน้านั้นจูบเหม่ยอิงอย่างดุเดือด เรียกร้องโหยหา เหมือนเช่นรอคอยนางมานานแล้ว จูบดูดดื่มนั้น วาบหวามและเร่าร้อนเหลือเกินจนแทบจะสูบลมหายใจของเหม่ยอิงไป

จนเมื่อจูบร่างอวบอิ่มจนอ่อนระทวยไปหมดได้แต่เอนกายพิงอกแกร่งของเขาเอาไว้ ร่างหนาจึงได้ถอนจูบร้อนรุ่มออกเพื่อปล่อยปากจิ้มลิ้มของเหม่ยอิงเป็นอิสระ มือหนาจับร่างอวบของนางเอาไว้มิให้ทรุดลงไปบนพื้น “ เพียงถูกบุรุษจูบแค่นี้ ถึงกับอ่อนระทวย เจ้ามันร่านร้อนเช่นนี้เอง คงจะหว่านเสน่ห์ชายจนเคยชิน ใช้มารยาสาไถหลอกลวงชายให้หลงมานับไม่ถ้วนแล้วล่ะสิ ” เขาปล่อยมือหนาออกจากร่างอวบของเหม่ยอิงทันที เมื่อนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ร่างอวบของเหม่ยอิงทรุดลงนั่งบนพื้นทันทีที่เขาปล่อยมือจากตัวของนาง

เหม่ยอิงพลันได้สติหลุดจากมนต์เสน่ห์ของเขา เขาพูดบ้าอะไรกัน นางไปใช้มารยาหลอกลวงใครให้หลงเมื่อใดกัน “ ท่านพูดเรื่องอะไรกัน ข้าไม่เข้าใจ ” เหม่ยอิงค่อยๆ ลุกขึ้นจากพื้นแล้วเอ่ยถามเขาอย่างงุนงน ขณะนั้นก็มีเสียงเปิดประตูแล้วมีเสียงเดินเข้ามา “ นายท่าน จ้าวเหม่ยอิง เจ้ามาแล้วหรือ ทำไมไม่ไปพบข้าที่ด้านล่าง ขึ้นมาหานายท่านในห้องโดยพลการได้เช่นไรกัน คราวหลังอย่าทำเช่นนี้อีก ” ฟางเซียนเอ่ยดุว่าเหม่ยอิงทันที 

“ ฟางเซียนเจ้าให้นางไปฝึกร่ายรำ หญิงร่านเช่นนี้หากให้ไปฝึกการร่ายรำคงจะทำเงินให้เราได้มากกว่าที่จะให้นางมาเป็นสาวใช้ในหอคณิกา เจ้าไปจัดการส่งคนไปฝึกหัดการร่ายรำให้นาง หาอาภรณ์ชุดนางรำให้นาง เจ้าคงจะรู้นะว่าชุดร่ายรำเช่นใดที่เหมาะกับหญิงเช่นนี้ ” บุรุษผู้ที่ปล้นจูบไปจากเหม่ยอิงเมื่อครู่ เอ่ยวาจาเหยียดหยามอดีตคุณหนูในห้องหอเช่นเหม่ยอิงได้เจ็บแสบยิ่งนัก คำก็หญิงร่าน สองคำก็หญิงเช่นนี้ ทั้งที่นางไม่เคยชาย ไม่เคยร่านชายเช่นที่เขากำลังกล่าวหานาง เขาไม่ได้รู้จักเหม่ยอิงเสียหน่อย จะรู้ได้เช่นไรว่าเหม่ยอิงร่านชาย เมื่ออดที่จะโกรธเคืองวาจาดูหมิ่นของเขาไม่ไหวนางจึงได้เอ่ยขึ้น “ คุณชายท่านนี้เป็นผู้ใด เหม่ยอิงไม่ทราบได้ แต่ท่านไม่ควรจะเอ่ยว่าจาดูหมิ่นข้าเช่นนี้ ท่านทราบได้อย่างไรว่าข้าร่านชาย ข้ามิเคยทำตัวดังเช่นที่ท่านกล่าวหา ” 

ฟางเซียนหันมาจ้องเหม่ยอิงทันที “ เจ้าบังอาจมาก นายท่านบอกว่าเจ้าร่านชายมันก็คงจะเป็นเช่นนั้น เจ้าเป็นเพียงทาสต่ำต้อยที่นายท่านอุตสาห์เมตตาซื้อตัวเจ้ามามิให้ถูกเนรเทศดังเช่นครอบครัวของเจ้า ยังมิสำนักบุญคุณ ” บุรุษแปลกหน้าที่จ้องมองเหม่ยอิงคล้ายเขาเกลียดชังนางมาแต่ชาติปางไหนเอ่ยขัดขึ้น “ ช่างนางเถิด อดีตคุณหนูผู้ตกอับ คงมิเคยลำบาก มิเคยถูกใครดูหมิ่นมากก่อน มีแต่เคยดูถูกดูหมิ่นผู้อื่น พอได้มาเจอกับตนเองบ้างก็คงจะรับไม่ได้ ” เหม่ยอิงหันขวับไปมองชายที่มาม่าฟางเซียนเรียกเขาว่านายท่าน เช่นนั้นเขาคงจะเป็นเจ้าของหอคณิกาแห่งนี้ “ ท่านซื้อตัวข้ามาทำไมกัน ทำไมไม่ปล่อยให้ข้าถูกเนรเทศไปพร้อมกับครอบครัวของข้า ” จ้าวเหม่ยอิงข้องใจยิ่งนัก นางอดใจไม่ไหวแม้รู้ว่าตนเองตอนนี้สถานะมิอาจจะต่อกรกับเขาได้เลยก็ตาม 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางบำเรอไร้ค่าของคุณชายหยาง   บทที่ 26 ครอบครัวสุขสันต์

    คืนนั้นทั้งคืนเหม่ยอิงก็ร้องครวญครางใต้ร่างสามี เขาร้อนแรงยิ่งนัก มิได้ปล่อยให้นางได้พักร่างเลย แม้นางจะประท้วงว่านางกำลังตั้งครรภ์ แต่เขาก็ยังเคี่ยวกรำนางทั้งคืน แต่แล้วเหม่ยอิงก็เอาแต่ส่งเสียงร้องครวญครางและเคลิบเคลิ้มไปกับรสรักของสามีที่หลอกล่อจนนางหลงลืืมไปหมดจนได้ ทั้งสองเริงรักกันที่จวนนอกเมืองแห่งนี้จนหลายวันผ่านไป นายท่านถึงจะออกไปตรวจงานนอกจวนสักครั้ง กิจการใดที่เขาไว้วางใจคนดูแลเขาก็มักจะให้ส่งเพียงรายงานและบัญชีมาให้เขาตรวจสอบ เหม่ยอิงก็ช่วยงานสามีบ้างเท่าที่นางจะช่วยได้แต่เขามิอยากให้นางเคร่งเครียดเพราะนางกำลังตั้งครรภ์จึงให้ทำแต่งานเบาๆ ชีวิตของเหม่ยอิงตอนนี้ดียิ่งกว่าอดีตคุณหนูจ้าวเสียอีก นางอยากจะได้สิ่งใดปรารถนาสิ่งใด สามีของนางก็บันดาลให้ทุกอย่างเขาขอเพียงนางคลอดลูกให้เขาหลายๆคนเพียงเท่านั้น นางได้ข่าวคราวของบิดามารดาเพราะสามีให้คนไปสืบมาและได้ทำการช่วยเหลือไปแล้วจนครอบครัวของนางมีจวนขนาดกลางอยู่อาศัยและมีเงินทุนจำนวนมากเพื่อทำกิจการค้าต่อไป ทุกคนสบายดี และฝากความคิดถึงมาให้นางและอวยพรขอให้นางและสามีครองรักกันอย่างมีความสุข หากมีโอกาสขอให้พาหลานๆไปเที่ยวที่แคว้นสู่

  • นางบำเรอไร้ค่าของคุณชายหยาง   บทที่ 25 ตามเมียรักกลับคืน

    ด้านเหม่ยอิงเมื่อรถม้าที่นางโดยสารมาหยุดนิ่งหลังจากที่วิ่งห้อตะบึงมานานนับชั่วยาม มันเกิดอะไรขึ้นกัน แต่นางก็นั่งฟังเสียงด้านนอกที่เงียบอยู่จากนั้นประตูรถม้าก็เปิดผางออก“ นายหญิงขอรับ นายท่านให้มารับกลับจวนขอรับ นายท่านไม่อนุญาติให้นายหญิงเดินทางไปไหนหากไม่มีนายท่านไปด้วย โปรดกลับไปกับข้าเถิดขอรับ ” แล้วชายในชุดดำนั้นก็ได้รอคำตอบ เขาเดินเข้ามาในรถม้าคล้ายจะกดดันนางให้ลุกขึ้น แต่มิได้แตะต้องตัวของนาง เหม่ยอิงจึงได้ลุกขึ้นช้าๆหอห่อผ้าที่มีเงินซุกซ่อนไว้ในนั้นโดยทิ้งของกินเอาไว้เพราะนางหอบหิ้วไปไม่ไหว แล้วยอมเดินออกไปจากรถม้านั้นแต่โดยดีเมื่อเดินลงมาจากรถม้าคันเดิม ก็มีอีกคันหนึ่งจอดรอรับนาง ชายชุดดำผายมือให้นางเดินไปขึ้นรถม้าคันนั้น เหม่ยอิงยอมเดินขึ้นไปอย่างว่าง่ายเพราะนางมิอาจขัดขืนชายชุดดำสามสี่คนที่ยืนขนาบข้างรถม้า และนางคิดว่าคนเหล่านี้คงจะเป็นคนของสามีของนางนั่นเอง เขาหูตาไวมากสมกับที่สร้างเนื้อสร้างตัวจนร่ำรวยเป็นคหบดีใหญ่ด้วยตนเองโดยใช้เวลาไม่กี่ปีเท่านั้น นางจึงยอมขึ้นรถม้าคันใหม่นั้นแต่โดยดี ในรถม้าก็มีห่อของกินและน้ำดื่มเช่นกัน สองคนนี้สมกับเป็นแม่ลูกกันจริงๆ แม้สิ่งของที่จ

  • นางบำเรอไร้ค่าของคุณชายหยาง   บทที่ 24 เมียหาย

    หลายวันต่อมามีคนของฮูหยินหยางมาส่งข่าวโดยฝากจดหมายน้อยมาให้เหม่ยอิง นางเปิดออกอ่านแล้วพบว่ารถม้าจะมารอรับนางที่หน้าหอคณิกาในอีกสองวัน แต่วันนั้นจะมาคนช่วยนางเบี่ยงเบนความสนใจของคนดูแลหอคณิกาและยามรักษาการณ์ของที่นี่ให้นาง และมิต้องขนข้าวของสิ่งใดติดตัวไป ฮูหยินหยางจะให้คนเตรียมของจำเป็นใส่ไว้ให้นางในรถม้า และเงินจะมีผู้นำมาให้นางระหว่างเดินทางเองมิต้องเป็นห่วงอะไรเพียงเตรียมตัวเดินทางเพียงเท่านั้นเมื่อรู้เวลาที่แน่นอนที่จะต้องจากสามีของนางแล้ว นางคอยปรนนิบัติเขาและเริงรักกันอย่างเร่าร้อน นางอยากจะดูแลเขาไปจนถึงวันสุดท้าย เขาไปที่ไหนนางมักจะอ้อนขอติดตามเขาไปในทุกที่ แม้เขาไปตรวจงานที่นอกเมือง นางก็จะติดตามไปด้วย เพราะเวลาของนางเหลืออีกไม่มากแล้ว วันที่จะต้องออกเดินทางไปจากแคว้นหนิงโจวมาถึงแล้ว นางขึ้นไปบนหอคณิกาและตรงไปพบชุ่ยหลินที่ห้องแต่งตัวของนางรำและมอบปิ่นเล็กๆที่มีพลอยหลากสีประดับไว้พร้อมกับเครื่องประทินโฉมหนึ่งตลับให้นาง “ นายหญิง ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะที่มอบของมีค่าเช่นนี้ให้กับข้า ตั้งแต่ท่านไม่ได้ทำการแสดงอีกแล้ว ข้าเหงามากเลยเจ้าค่ะ ไม่มีคนคุยด้วยเลย เพราะนางรำผู้อื่นรับงานก

  • นางบำเรอไร้ค่าของคุณชายหยาง   บทที่ 23 ขอให้ออกไปจากชีวิตบุตรชาย

    เหม่ยอิงอึ้งงันไปทันที แม้ในใจของนางนั้นรักสามีเหลือเกิน แต่ในเมื่อแม่สามียื่นคำขาดต่อนางว่ามิอาจจะรับนางเป็นลูกสะใภ้มิว่าตำแหน่งใดๆและมิอยากจะให้หลานของนางกำเนิดมาจากสะใภ้เช่นเหม่ยอิง เมื่อแม่สามีพูดถึงขนาดนี้แสดงว่ามิให้อภัยอย่างเด็ดขาด เหม่ยอิงจึงคิดว่าแม้นางจะรักพี่ตงเหวินมาก แต่นางและครอบครัวก็ทำผิดต่อครอบครัวของพี่ตงเหวินไว้มากจนท่านป้าหยางมิอาจจะให้อภัยและยอมรับนางได้ จึงได้เอ่ยว่า“ หากท่านป้าต้องการเช่นนั้นข้าก็พร้อมจะทำตามเพื่อให้ท่านป้ากับพี่ตงเหวินมีความสุขและยอมให้อภัยข้าและท่านพ่อ หากท่านป้าจะให้รถม้าไปส่งข้าวันไหนก็ขอได้โปรดส่งคนไปบอกข้า ข้าจะรีบออกไปจากชีวิตของพี่ตงเหวินทันทีเจ้าค่ะ ” นางตัดสินใจเอ่ยด้วยมองไม่เห็นทางที่นางกับสามีจะครองรักกันได้ สามีของนางเป็นบุรุษที่หล่อเหลา เขาย่อมจะมีหญิงมาพึงใจมากมาย และยิ่งเขามีฐานะร่ำรวยแล้ว หากนางหนีไป เพียงไม่นานเขาคงจะลืมนางได้ ยิ่งมีสตรีที่งดงามน่ารักที่ท่านป้าเต็มใจอยากจะได้เป็นสะใภ้อยู่ใกล้ชิดเขา อีกไม่นานเขาก็คงจะลืมนางไปเอง เส้นทางชีวิตของนางกับพี่ตงเหวินเป็นเส้นขนานที่มิอาจจะมาบรรจบกันได้ แม้จะเพียงผ่านพบกันแค่ช่วงระยะเว

  • นางบำเรอไร้ค่าของคุณชายหยาง   บทที่ 22 วางแผนให้หนีสามี

    วันต่อมาคุณชายหยางตงเหวินพาอนุเหม่ยอิงไปที่จวนหยางเพื่อยกน้ำชาให้มารดาของเขา เพราะเขาคิดว่าหากจะปิดบังมารดาไปก็คงได้ไม่นานเพราะข่าวของเขาต้องมีคนนำไปบอกมารดาอย่างแน่นอน จึงได้ตัดสินใจพาเหม่ยอิงไปพบมารดาของเขาเสียในวันนี้ เมื่อไปถึงจวนหยางก็พานางเข้าไปหามารดาที่เรือนหลักเมื่อเดินเข้าไปก็พบมารดากำลังนั่งขัดถูเครื่องประดับของนางอยู่ที่โต๊ะกลมกลางห้องนั้น โดยมีหญิงงามผู้หนึ่งที่ดูงดงามน่ารักนั่งอยู่ข้างๆมารดา “ ท่านแม่ขอรับ วันนี้ข้าพาลูกสะใภ้มายกน้ำชาขอรับ ” มารดาของเขาเงยหน้าขึ้นจากกองเครื่องประดับตรงหน้านาง แล้วหันมามองบุตรชายและสตรีที่ยืนอยู่ข้างกายเขาใบหน้าของนางเปลี่ยนสีไปทันทีเมื่อเพ่งพิศมองใบหน้าของเหม่ยอิง “ จ้าวเหม่ยอิง นั่นนางใช่หรือไม่ ตงเหวินเจ้าบ้าไปแล้วหรือไร ถึงได้คิดแต่งหญิงใจดำเช่นนี้มาเป็นภรรยา ข้ามิอาจยอมรับได้หรอกนะ หากเจ้าอยากจะได้นางนัก ก็รับนางเป็นนางบำเรอก็พอแล้ว หญิงเช่นนางที่มาจากบิดามารดาที่ใจดำและไม่มีความจริงใจ หากเรายังมีประโยชน์ให้พวกเขาก็จะมองเราเป็นสหายหากเราตกต่ำพวกเขาก็พร้อมจะสลัดเราทิ้งอย่างไม่ไยดี ไม่ได้มีความจริงใจให้ใคร ที่นางยอมเป็นเมียของเจ้าก็

  • นางบำเรอไร้ค่าของคุณชายหยาง   บทที่ 21 รับนางเป็นอนุ

    เมื่อรถม้าแล่นมาจนถึงที่หน้าหอคณิกา คุณชายตงเหวินก้าวลงจากรถม้า แล้วรอรับภรรยาของเขา จากนั้นก็พากันเดินเข้าไปทางด้านข้างของหอคณิกาเพราะตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเปิดทำการ จึงได้พากันเดินเข้าไปทางด้านข้างเพื่อกลับไปยังเรือนเล็ก ขณะนั้นพบมาม่าฟางเซียนยืนรอนายท่านหนุ่มอยู่จึงได้หยุดทักทาย“ นายท่านเจ้าคะ มีแต่คนมาขอพบเพื่อจะขอไถ่ถอนตัวของนายหญิง พวกเขายังไม่ทราบว่านางเป็นภรรยาของนายท่านและมิได้ทำการแสดงอีกแล้ว ” นายท่านฟังมาม่าฟางเซียนพูดจบก็เอ่ยบอกนางว่า “ บอกพวกเขาไปว่านางทำการแสดงแทนนางรำที่ไม่มาทำงาน แต่นางเป็นภรรยาของข้าที่ตอนนี้ไม่ให้นางทำการแสดงอีกแล้ว และข้ากำลังจะแต่งงานกับนางในอีกสองสามวันนี้ ” มาม่าฟางเซียนพยักหน้าอย่างยินดีและยิ้มกว้างให้กับทั้งสอง“ ยินดีกับนายท่านและนายหญิงจริงๆเจ้าค่ะ ข้าดูแลรับใช้นายท่านมาหลายปีแล้ว ต่อไปก็ขอฝากนายหญิงดูแลนายท่านให้ดีด้วยเจ้าคะ ข้ายินดีกับนายท่านจริงๆที่จะได้มีคนดูแลแล้วเช่นนี้ ” มาม่าฟางเซียนยิ้มกว้างอย่างยินดี นางติดหนี้บุญคุณนายท่านที่ช่วยชีวิตนางไว้และทำให้นางได้มีชีวิตที่ดีขึ้น พ้นความทุกข์ทรมานเมื่อครั้งอดีต และได้ช่วยเหลือครอบครัวของนางให

  • นางบำเรอไร้ค่าของคุณชายหยาง   บทที่ 20 สามีสายเปย์

    ยามซื่อ (เก้าโมงกว่าๆ) วันต่อมา ทั้งสองอาบน้ำชำระกายด้วยกัน เหม่ยอิงช่วยเปลี่ยนอาภรณ์ให้กับสามีหมาดๆของนาง “ พี่จะพาเจ้าไปหาซื้ออาภรณ์ที่ถูกใจเจ้า แล้วขอเวลาอีกสองสามวันค่อยแต่งเจ้าเป็นอนุนะ เราแค่ไหว้ทั้งสี่ตามประเพณีที่เรือนของเรานี้พอเป็นพิธีเจ้าจะขัดข้องหรือไม่ เพราะพี่ยังไม่ได้บอกท่านแม่เรื่องข

  • นางบำเรอไร้ค่าของคุณชายหยาง   บทที่ 8 แค่นางบำเรอไร้ค่า

    และเมื่อฮูหยินหยางพาบุตรชายคนเดียวมาที่จวนของคหบดีจ้าวเพื่อทวงถามเรื่องหมั้นหมายและขอความช่วยเหลือเพียงเล็กน้อย แต่กลับถูกปฎิเสธการช่วยเหลือ แต่คหบดีจ้าวก็ยังให้เงินมารดามายี่สิบตำลึงอย่างเสียไม่ได้ แต่เขาขอยกเลิกการหมั้นหมายระหว่างบุตรสาวของเขากับอดีตคุณชายหยางตงเหวินบุตรชายเพียงคนเดียวของแม่ทัพตงท

  • นางบำเรอไร้ค่าของคุณชายหยาง   บทที่ 3 ฝึกหัดเป็นนางรำ

    ชายผู้นั้นมิได้ตอบคำถามนาง แต่หันไปบอกมาม่าฟางเซียนว่า “ เจ้าพานางออกไป แล้วทำตามที่ข้าสั่ง เมื่อนางร่ายรำได้ดีแล้ว ก็แต่งตัวให้นางแล้วพามาร่ายรำให้ข้าดูก่อน ว่าสินค้าเช่นนางจะขายได้ราคาหรือไม่ ” แล้วเขาก็หันหลังเดินกลับไปยืนที่ริมหน้าต่างบานกว้าง แล้วมองออกไปที่ทิวทัศน์ด้านนอกหน้าต่างไม่ได้สนใจหญิ

  • นางบำเรอไร้ค่าของคุณชายหยาง   บทที่ 2 ชีวิตนางทาส

    เหม่ยอิงนั่งครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วก็กลับซึมออกมาอีก แต่นางก็ยกมือบางขึ้นบาดมันจนหมดเพราะมิมีประโยชน์ที่จะคร่ำครวญอีกแล้ว นางร้องไห้คร่ำครวญมาพอแล้ว แต่ความจริงที่ต้องเผชิญอยู่ขณะนี้ก็มิอาจเปลี่ยนแปลงได้ นางคงต้องยอมรับความจริง ว่าชีวิตคนเรานั้นมันไม่เที่ยงแท้ แม้อยู

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status