นางบำเรอไร้ค่าของคุณชายหยาง

นางบำเรอไร้ค่าของคุณชายหยาง

last updateTerakhir Diperbarui : 2024-12-10
Oleh:  LovedeeOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
26Bab
2.0KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เจ้าเหม่ยอิงอดีตคุณหนูคหบดีใหญ่ที่ครอบครัวถูกเนรเทศเหลือเพียงนางที่ถูกขายให้กับหอคณิกา แต่โชคร้ายหรือดีก็ไม่รู้ได้ หอคณิกาแห่งนั้นเจ้าของคือคุณชายหยางตงเหวินที่เคยเป็นอดีตคู่หมั้นที่ถูกเหม่ยอิงปฏิเสธการแต่งงานเพราะครอบครัวของเขาตกอับ บิดาที่เป็นแม่ทัพพ่ายศึกจึงถูกริบทรัพย์สินและจวนทั้งหมดให้เป็นของทางการ ส่วนบริวารคนรับใช้ถูกขายออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงมารดาของเขาและตัวเขาเองที่ถูกยกเว้นโทษ แต่ก็มิเหลืออะไรเลย บิดาก็ตายในสนามรบ เมื่อมารดาบากหน้าไปทวงถามเรื่องการหมั้นหมายกับสหายของบิดาที่เป็นคหบดี แต่เขากลับได้ยินกับหูว่าบุตรสาวของคหบดีที่เป็นคู่หมั้นของเขามาตั้งแต่เด็กปฏิเสธการแต่งงานเพราะครอบครัวของเขาตกยาก ไร้สิ้นทรัพย์สมบัติและอำนาจใดๆ นางมิอาจแต่งงานกับชายที่มิมีอนาคตเช่นเขาได้ เมื่อได้ยินคำพูดนี้กับหูตนเอง เขาจึงได้รีบพามารดาเดินออกมาจากจวนคหบดีกู้เผยอี้ที่เป็นอดีตสหายของบิดา หลังจากนั้นเพียงไม่กี่ปีคุณชายหยางตงเหวินก็กอบกู้ฐานะของตนขึ้นมาได้ด้วยการค้านอกกฏหมายหลายอย่างเขามีแรงผลักดันจากถ้อยคำของอดีตคู่หมั้นผู้งดงามที่เขาเองก็แอบหลงรักนางและแอบเฝ้ามองนางข้างเดียวมาหลายปี และก็ถึงเวลาสำหรับการแก้แค้นที่หอมอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรัก

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 ซื้อตัวนางมาแก้แค้น

“ นายท่านเจ้าคะ หญิงที่ให้ไปซื้อตัวมาตอนนี้มาถึงเจ้าค่ะ จะให้นางพักที่เรือนแถวด้านหลังร้านเลยหรือไม่เจ้าคะ ” เสียงแม่เล้าที่ดูแลกิจการหอคณิกาแห่งนี้ให้เขาเอ่ยถามขึ้น บุรุษในชุดสีเทารูปร่างงามสูงใหญ่ ท่านทางผึ่งผายองอาจยิ่งนัก เขายืนอยู่ตรงริมหน้าต่างบานกว้างที่มองลงไปเห็นด้านหน้าของหอคณิกาแห่งนี้ชัดเจน เขายืนอยู่ตรงนี้ได้พักใหญ่แล้วเพื่อเฝ้ามองมาอย่างที่เขารอคอยมานานหลายปี

เมื่อเห็นหญิงสาวผู้นั้นถูกมัดมือไว้ทั้งสองเสื้อผ้าที่เคยงดงามยามสวมใส่ในร่างอวบอิ่มของนางนั้นมันขะมุกขะมอมยิ่งนัก แต่ให้นางอยู่ในสภาพโทรมแค่ไหนเขาก็จดจำนางได้ จ้าวเหม่ยอิง หญิงที่เป็นทั้งอดีตหญิงที่เขาเคยหลงรักหัวปักหัวปำกับหญิงที่เขาแค้นเคืองนางจนแทบกระอักคือหญิงผู้เดียวกันนี้ เขายืนเฝ้ามองตั้งแต่นางก้าวลงมาจากรถม้าและลงมายืนหน้าอาคารของหอคณิกาและถูกคนของเขาฉุดลากเข้าไปในอาคารจนลับสายตาของเขา ริมฝีปากหนายกขึ้นน้อย จนกระทั่งได้ยินเสียงของฟางเซียนแม่เล้าที่เขาไว้วางใจให้ดูแลหอคณิกาแห่งนี้ เขาช่วยนางไว้จากซ่องนางโลมแห่งหนึ่งเพราะนางถูกทรมานและกดขี่ แต่เมื่อเขาได้ช่วยซื้อตัวนางมาและให้นางมาดูแลกิจการหอคณิกาเริงสำราญแห่งนี้ของเขา กิจการก็นับวันจะเติบโตยิ่งขึ้น 

คุณชายตงหยางเหวินอดีตบุตรชายแม่ทัพใหญ่ที่ครอบครัวล่มสลายไปจนหมดสิ้น บัดนี้เหลือเพียงมารดาที่เขาดูแลให้มีความเป็นอยู่ที่สุขสบายจากเมื่อก่อนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาซื้อจวนใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมและให้มารดาพักอาศัยโดยมีคนดูแลและบ่าวไพร่มากมายที่หาซื้อหามาใหม่ กลายเป็นจวนใหญ่ระดับจวนของคหบดีใหญ่่ของเมืองด้วยซ้ำไป แต่เขานั้นก็ไปๆมาๆมิได้พักอยู่ที่จวนของเขา เพราะต้องไปดูแลกิจการทั้งบ่อนการพนัน การค้าของเถื่อนและดูแลหอคณิกาที่เขาจะมาตรวจบัญชีอาทิตย์ละครั้ง และปล่อยให้ฟางเซียนดูแลให้

แต่บัดนี้เขาคงจะต้องมาที่หอคณิกานี่บ่อยๆขึ้นแล้ว เพราะต้องมาทวงหนี้ของคนที่เขาเฝ้ารอนางมาหลายปีแล้ว บัดนี้นางก็มาอยู่ในกำมือของเขา จะบีบก็ตายจะคลายก็รอดชีวิตของนางที่บัดนี้สิ้นไร้ไม้ตอก มิเหลือใครเลยสักคน นอกจากเขาที่เป็นเจ้าชีวิตของนางเพียงเท่านั้น จ้าวเหม่ยอิง ชื่อนี้สลักอยู่ในใจของเขามาหลายปี มันคือเครื่องปลอบประโลมยามยากลำบากที่เขาต้องดิ้นรนต่อสู้ในทุกรูปแบบ เพื่อจะมีวันนี้ วันที่จะได้แก้แค้นให้สาสม

“ จ้าวเหม่ยอิง นายท่านให้เจ้าไปพักที่เรือนแถวนั่น มันมีห้องว่างอยู่ รีบๆเดินไปเร็วๆ เข้าชักช้าสนิมสร้อยจริงๆเลย เจ้ายังนึกว่าตัวเองเป็นคุณหนูในห้องหออยู่หรือ ” แม่เล้าฟางเซียนเอ่ยขึ้น นางเดินตามหลังอดีตคุณหนูเจ้าเหม่ยอิงที่มีสาวใช้ในหอคณิกาสองคนรุนหลังนางให้รีบเดินไป  เมื่อคืนทั้งสี่เดินมาถึงเรือนแถวที่จะให้จ้าวเหม่ยอิงคุณหนูตกอับได้มาพัก สาวใช้คนหนึ่งเดินขึ้นนำหน้าไป แล้วตรงไปที่ห้องพักสุดทางเดินที่อยู่ห้องสุดท้ายของเรือนแถวแห่งนั้น “ เหลือห้องว่างนี่แหละ นี่ก็ดีที่สุดสำหรับทาสอย่างเจ้าแล้ว ” สาวใช้ผู้นั้นเปิดประตูห้องออกกว้าง แล้วผลักร่างอ่อนระโหยของเหม่ยอิงเข้าไปทันที

 ฟางเซียนเดินตามเข้าไปแล้วเอ่ยว่า “ วันนี้เจ้ายังมิต้องทำงานใด รอให้นายท่านมีคำสั่งก่อนว่าจะให้เจ้ามาทำงานหน้าที่อะไร ที่หอคณิกาแห่งนี้ ถ้าเจ้าโชคดีก็คงได้เป็นหญิงคณิกา ถ้าไม่ขายเรือนร่างที่งดงามของเจ้านี้ ก็คงต้องขายศิลปะที่เจ้าพอจะมีติดตัวมาบ้าง ขึ้นอยู่กับนายท่านว่าจะให้เจ้าทำงานอะไร วันนี้ก็พักผ่อนในห้องนี้ก่อนก็แล้วกัน ถึงเวลาอาหารจะมีคนนำมาให้ แต่ต่อไปก็คงต้องไปกินเองที่โรงครัวนะ ทาสเช่นเจ้าคงไม่หวังหรอกกระมังว่าจะมีคนรับใช้ ” ฟางเซียนเหยียดยิ้ม " พวกเจ้าเอาของใช้ส่วนตัวของนางมาไว้ในห้องนี้แล้วใช่หรือไม่ น้ำท่าก็นำมาไว้ให้นางแล้วหรือยัง “ สาวใช้หนึ่งในสองคนที่เดินมาด้วยเอ่ยตอบว่า ” ข้าเอาของที่จำเป็นต้องใช้มาวางไว้ให้นางในห้องแล้วเจ้าค่ะ ทั้งอาภรณ์ใหม่ที่นางต้องเปลี่ยนด้วย ชุดนางสกปรกเหลือเกิน “

ฟางเซียนพยักหน้ารับ แล้วหันไปเอ่ยกับเจ้าเหม่ยอิงว่า ” ห้องอาบน้ำอยู่ไม่ไกลเพียงเดินไปเล็กน้อย เจ้าต้องไปอาบน้ำที่นั่น แต่อย่าคิดว่าจะหนีไปจากที่นี่ได้ง่ายๆนะ เพราะกำแพงที่นี่มันสูงไม่มีช่องเล็กช่องน้อยให้เจ้าหนีไปได้ และคนเฝ้ายามที่นี่ก็มีมากมาย นายท่านสั่งให้จับตาดูเจ้าเป็นพิเศษ ไม่มีทางปล่อยให้เจ้าหนีไปง่าย ๆ หรอกอย่าคิดฝันไปล่ะ " ฟางเซียนเอ่ยขึ้น แล้วก็เดินออกไปจากห้องเล็กแคบแห่งนั้นทันที สาวใช้ทั้งสองคนปิดประตูตามหลัง แล้วเดินตามฟางเซียนไป 

เหม่ยอิงที่เมื่อคนทั้งสามเดินจากไปแล้ว นางก็เดินไปหย่อนกายนั่งลงบนเตียงเล็กๆ มันเป็นเตียงไม้ราคาถูกต่อหยาบๆ ในห้องแคบ ๆแห่งนี้ ความกว้างของห้องใหญ่กว่าเตียงไปเล็กน้อย มีโต๊ะตัวเล็กและเก้าอี้หนึ่งตัว มีชั้นไม้เล็กๆคงจะใช้วางพวกเครื่องแต่งกายและของจุกจิก มีหน้าต่างบานเล็กๆที่พอจะเปิดออกไปให้อากาศมันถ่ายเทได้บ้าง นางหันไปมองรอบๆห้องเล็กนี้แล้วก็ทอดถอนใจออกมาเบาๆ ชะตากรรมที่เผชิญอยู่นี้ มันสิ้นไร้หนทาง มันสูญสิ้นทุกอย่างที่นางเคยมี หันหน้าไปทางไหนก็มิสามารถจะบากหน้าไปพึ่งพึงใครได้เลย สหายที่เคยมีล้วนเบือนหน้าหนีไปจนสิ้นมิมีผู้ใดยินดีต้อนรับหากนางจะบากหน้าไปขอความช่วยเหลือ

ตระกูลจ้าวอดีตตระกูลคหบดีใหญ่ของเมืองเฉินตูแห่งนี้ บัดนี้จบสิ้นแล้ว ไม่เหลืออะไรเลย จวนที่เคยอยู่มาตั้งแต่เล็กๆบัดนี้ถูกปิดตาย มีป้ายประกาศของทางการที่ประกาศยึดทรัพย์สินและห้ามผู้ใดเข้าไปเด็ดขาด บริวารและคนรับใช้เก่าแก่ถูกขายทอดตลาดไปจนหมด บิดามารดาพี่น้องถูกเนรเทศจนสิ้น ไม่น่าเชื่อว่าจะเหลือนางเพียงผู้เดียวที่อยู่ในเมืองเฉินตูนี้ เพราะเหตุใดก็ไม่รู้ได้ แต่นี่มันก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เพราะนางถูกขายให้กับหอคณิกาประจำเมืองที่มีชื่อเสียงขึ้นมาในไม่กี่ปีนี้ และนางก็ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นเจ้าของ เคยแต่ได้ยินบิดาพูดถึงเศรษฐีใหม่ผู้นี้ที่ดูลึกลับยิ่งนัก มิค่อยมีผู้ใดเคยได้เห็นใบหน้าของเขาเลย 

ขณะครุ่นคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับชีวิตของอดีตคุณหนูในห้องหอที่มิเคยลำบากมาก่อน เกิดมาก็มีคนรับใช้คอยทำทุกๆสิ่งให้มิต้องอนาทรร้อนใจใด เงินทองก็มีจับจ่ายใช้สอยไม่อั้น อยากจะได้สิ่งใดก็ได้มาอย่างง่ายดาย ไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่สิ้นเนื้อประดาตัว มิเหลือเงินติดตัวแม้แต่อิแปะเดียว ทรัพย์สินที่มีถูกทางการยึดไปจนหมด เครื่องประดับที่นางซื้อหาไว้หรือได้รับมาจากบิดาหรือมารดาเมื่อครั้งอดีตก็ถูกริบไปจนสิ้น นางมิเหลือเครื่องประดับใดๆติดตัวเลย มีเพียงปิ่นไม้เก่าๆของอดีตสาวใช้เก่าแก่ทีี่ยื่นให้นางเมื่อวันที่พวกเขาถูกจับตัวออกไปเพื่อขายเป็นทอดตลาด นางได้แต่มองตามพวกเขาที่ถูกทหารต้อนออกไป น้ำตาของเหม่ยอิงไหลจนไม่มีจะไหลออกมา ครอบครัวก็ถูกทหารจับตัวออกไปก่อนพวกบ่าวไพร่เสียอีก ทุกคนถูกกวาดต้อนออกไปอย่างรวดเร็วยิ่งนัก เหลือเพียงนางผู้เดียวที่ถูกจับแยกตัวออกมา เหม่ยอิงร้องเรียกบิดาและมารดาจนเสียงแหบแห้ง แต่พวกเขาก็ไม่สามารถกลับมาหานางได้ 

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Natsuda
Natsuda
สนุกค่ะ จะไล่อ่านให้ครบทุกเรื่องของไรต์นะคะ
2025-03-24 07:40:32
0
0
26 Bab
บทที่ 1 ซื้อตัวนางมาแก้แค้น
“ นายท่านเจ้าคะ หญิงที่ให้ไปซื้อตัวมาตอนนี้มาถึงเจ้าค่ะ จะให้นางพักที่เรือนแถวด้านหลังร้านเลยหรือไม่เจ้าคะ ” เสียงแม่เล้าที่ดูแลกิจการหอคณิกาแห่งนี้ให้เขาเอ่ยถามขึ้น บุรุษในชุดสีเทารูปร่างงามสูงใหญ่ ท่านทางผึ่งผายองอาจยิ่งนัก เขายืนอยู่ตรงริมหน้าต่างบานกว้างที่มองลงไปเห็นด้านหน้าของหอคณิกาแห่งนี้ชัดเจน เขายืนอยู่ตรงนี้ได้พักใหญ่แล้วเพื่อเฝ้ามองมาอย่างที่เขารอคอยมานานหลายปีเมื่อเห็นหญิงสาวผู้นั้นถูกมัดมือไว้ทั้งสองเสื้อผ้าที่เคยงดงามยามสวมใส่ในร่างอวบอิ่มของนางนั้นมันขะมุกขะมอมยิ่งนัก แต่ให้นางอยู่ในสภาพโทรมแค่ไหนเขาก็จดจำนางได้ จ้าวเหม่ยอิง หญิงที่เป็นทั้งอดีตหญิงที่เขาเคยหลงรักหัวปักหัวปำกับหญิงที่เขาแค้นเคืองนางจนแทบกระอักคือหญิงผู้เดียวกันนี้ เขายืนเฝ้ามองตั้งแต่นางก้าวลงมาจากรถม้าและลงมายืนหน้าอาคารของหอคณิกาและถูกคนของเขาฉุดลากเข้าไปในอาคารจนลับสายตาของเขา ริมฝีปากหนายกขึ้นน้อย จนกระทั่งได้ยินเสียงของฟางเซียนแม่เล้าที่เขาไว้วางใจให้ดูแลหอคณิกาแห่งนี้ เขาช่วยนางไว้จากซ่องนางโลมแห่งหนึ่งเพราะนางถูกทรมานและกดขี่ แต่เมื่อเขาได้ช่วยซื้อตัวนางมาและให้นางมาดูแลกิจการหอคณิกาเริงสำราญแห่
Baca selengkapnya
บทที่ 2 ชีวิตนางทาส
เหม่ยอิงนั่งครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วก็กลับซึมออกมาอีก แต่นางก็ยกมือบางขึ้นบาดมันจนหมดเพราะมิมีประโยชน์ที่จะคร่ำครวญอีกแล้ว นางร้องไห้คร่ำครวญมาพอแล้ว แต่ความจริงที่ต้องเผชิญอยู่ขณะนี้ก็มิอาจเปลี่ยนแปลงได้ นางคงต้องยอมรับความจริง ว่าชีวิตคนเรานั้นมันไม่เที่ยงแท้ แม้อยู่สูงสุดก็อาจจะตกต่ำลงมาได้ในชั่วพริบตา ดังที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของนางในครั้งนี้ เหม่ยหันไปมองรอบๆกายแล้วก็เห็นโถเคลือบสีน้ำตาลวางอยู่มันมีจอกสองสามใบวางอยู่ในถาดดินเผาหยาบๆ อยู่ข้างๆ เหม่ยอิงที่กระหายน้ำอยู่ไม่น้อย จึงได้ลุกขึ้นไปเทน้ำในโถเคลือบนั้นแล้วยกดืื่มไปหลายจอกจึงได้รู้สึกดีขึ้นมา ยามยากนี้แม้น้ำเย็นที่มิมีราคาใดๆมันก็ยังให้ความชุ่มชื่นได้มากมาย เพราะตั้งแต่ถูกจับนางแทบจะไม่ได้กินอาหารและดื่มน้ำเลยขณะนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น แล้วก็เปิดออกทันที สาวใช้ที่มาส่งนางเมื่อตอนแรกยกถาดอาหารที่มีควันลอยกรุ่นเดินเข้ามา แล้ววางมันลงตรงโต๊ะตัวเล็กในห้องนั้น “ กินข้าวเสียนะ แล้วหากอยากจะไปอาบน้ำก็ไปก่อนมืด เพราะเจ้ายังไม่คุ้นชินกับที่นี่ อาภรณ์ข้าเอาวางไว้ที่บนชั้นนั่นลองค้นดูก็แล้วกัน หากข
Baca selengkapnya
บทที่ 3 จูบแรกกับนายท่าน
เหม่ยอิงเดินไปที่โรงครัวเพื่อกินอาหารเช้าที่มีเพียงข้าวต้มหนึ่งชามและเสี่ยวหลงเปาหนึ่งลูก เมื่ออิ่มแล้วจึงได้เดินขึ้นไปยังบันไดด้านหลังของหอคณิกา เมื่อเดินเข้าไปด้านในก็ถามสาวใช้ที่กำลังทำความสะอาดพื้น “ จะไปพบมาม่าฟางเซียนได้ที่ไหน ” สาวใช้ผู้นั้นหันมาแล้วชี้มือไปด้านบนของหอคณิกา เหม่ยอิงแหงนหน้ามองขึ้นไปด้านบน หอคณิกานี้มีห้าชั้นด้วยกัน เป็นอาคารที่สร้างจากไม้หลังใหญ่มาก แต่เป็นอาคารเดี่ยว ด้านหลังสร้างเป็นเรือนหลังเล็กๆหลายหลังด้วยกันเรียงรายกันอยู่ในหมู่แมกไม้น่าจะเป็นเรือนของพวกบริวารของเจ้าของสถานที่แห่งนี้ และมีเรือนไม้หลังใหญ่ที่สุดเยื้องไปด้านขวาสุดหนึ่งหลังแต่เรือนหลังนี้สร้างอย่างงดงามและมีสวนเล็กๆด้านหน้าแต่ก็ปิดไว้เงียบๆเหมือนไม่มีคนอยู่ แต่เรือนพักที่เหม่ยอิงนอนเมื่อคืนนี้เป็นของเหล่าสาวใช้ที่มาทำงานที่หอคณิกาแห่งนี้ ส่วนหญิงคณิกานั้นก็มีเรือนพักที่ดูดีกว่าเรือนพักของสาวใช้ ด้านหน้าของเรือนพักของเหล่าหญิงคณิกานั้นมีสวนอยู่ด้านหน้าและห้องแต่ละห้องดูเป็นสัดส่วนและกว้างกว่าของสาวใช้ เหม่ยอิงเดินขึ้นบันไดตรงไปชั้นบนตามที่สาวใช้ผู้นั้นบอกเมื่อมาถึงชั้นสองมองไปรอบๆก็ยังไม่พบ
Baca selengkapnya
บทที่ 3 ฝึกหัดเป็นนางรำ
ชายผู้นั้นมิได้ตอบคำถามนาง แต่หันไปบอกมาม่าฟางเซียนว่า “ เจ้าพานางออกไป แล้วทำตามที่ข้าสั่ง เมื่อนางร่ายรำได้ดีแล้ว ก็แต่งตัวให้นางแล้วพามาร่ายรำให้ข้าดูก่อน ว่าสินค้าเช่นนางจะขายได้ราคาหรือไม่ ” แล้วเขาก็หันหลังเดินกลับไปยืนที่ริมหน้าต่างบานกว้าง แล้วมองออกไปที่ทิวทัศน์ด้านนอกหน้าต่างไม่ได้สนใจหญิงทั้งสองอีก “ เจ้าเดินตามข้ามา อย่าพูดมาก ควรจะรู้ตัวได้แล้วนะ ว่าทาสเช่นเจ้ามิควรมีปากเสียงให้มากนัก มิเช่นนั้นถ้าหากนายท่านรำคาญเจ้าขึ้นมา จะส่งเจ้าไปเป็นนางโลมชั้นต่ำไว้บำเรอพวกกุลีที่ท่าเรือก็ได้นะ หรือเจ้าอยากจะมีชะตากรรมเช่นนั้นก็ตามใจเจ้า ” คำพูดนี้ปิดปากของอดีตคุณหนูตกอับไว้ได้ชะงัดนัก นางคิดไม่ออกเลยว่าสภาพของนางจะเป็นเช่นไร หากถูกนายท่านผู้นี้ส่งไปบำเรอกุลีพวกนั้น เหม่ยอิงร้องไห้ออกมาอีกครั้งอย่างอดไม่อยู่ นางแค่เดินเข้าไปโดยไม่รู้ว่าห้องนั้นเป็นห้องของเจ้าของที่นี่ แล้วเขาเองที่เป็นฝ่ายมาจูบนางก่อนแท้ๆ นางมิได้เชิญชวนเขาเสียหน่อย แต่กลับมาด่าว่านางเหยียดหยามนางด้วยถ้อยคำรุนแรงยิ่งนัก มิเคยมีใครกล้าพูดจาเช่นนี้กับนางมาก่อนเลย เหม่ยอิงครุ่นคิดด้วยความโมโห แต่แล้วก็ชะงักไปตอนนี้นาง
Baca selengkapnya
บทที่ 5 นางรำที่เย้ายวนที่สุด
เมื่อเรียนร่ายรำกับชุ่ยหลินจนคล่องแคล่ว จนชุ่ยหลินออกปากว่า “ เหม่ยอิงเจ้ามีความสามารถทางด้านนี้จริง ๆ เจ้าร่ายรำได้งดงามยิ่งนัก แล้วสตรีที่งดงามปานจะล่มเมืองเช่นเจ้าแถมยังมีรูปร่างอวบอิ่มขาวผ่องเป็นยองใยเช่นนี้ หนุ่มๆเห็นเข้าคงจะตะลึงไม่น้อย อีกไม่นานหากเจ้าได้ทำการแสดง เจ้าต้องม่ีแขกมาติดพันเจ้าอย่างแน่นอน และอีกไม่นานหากเจ้าได้รางวัลจากแขกแล้วสะสมเอาไว้จนพอที่จะไถ่ตัวเองออกไปจากหอคณิกาแห่งนี้ด้วยตนเอง หรือหากเจ้าโชคดีมีคุณชายที่ร่ำรวยมาไถ่ตัวเจ้าไปเป็นภรรยา เจ้าก็จะมีชีวิตใหม่ ไม่ต้องมาทำงานเช่นนี้อีกแล้ว เจ้ามีรูปเป็นทรัพย์โชคดีกว่าหญิงหลายๆคนในนี้นะ เจ้ารู้ตัวหรือไม่ “ เหม่ยอิงมองหน้าของชุ่ยหลินนิ่งแล้วเอ่ยว่า ” ชุ่ยหลิน หากเป็นจริงอย่างที่เจ้าพูดมาก็ดีนะสิ ข้าจะได้หลุดพ้นไปจากที่นี่ ได้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที “ ขณะที่ทั้งสองพูดคุยกันในห้องแต่งตัวของนางรำนั้น ร่างสูงล่ำสันที่ยืนฟังพวกนางคุยกันอยู่ที่หน้าประตูห้องแต่งตัวนั้น ได้ยินทุกคำพูดชัดเจน กรามแกร่งของเขาขบเข้าหากันแน่น และมือหนากำแน่นอยู่ข้างตัว ดวงตาของเขาเหมือนมีไฟลุกอยู่ในนั้น “ เจ้าคิดว่าจะหลีกหนีข้าไปง่ายๆเช่นนั้น
Baca selengkapnya
บทที่ 6 เชยชมทาสสาวอย่างเร่าร้อน nc
ร่างล่ำสันทรุดนั่งลงที่เดิมที่เขานั่งอยู่เมื่อครู่ และเขาดึงร่างอวบอิ่มของนางนั่งบนตักแกร่งของเขาด้วย “ นายท่านเจ้าคะ อย่าเจ้าคะ เหม่ยอิงไม่ ” เหม่ยอิงอ้าปากจะทัดทานเขาด้วยนางรู้สึกว่านางไม่ปลอดภัย ยิ่งสบตาคมที่จ้องมองนางแทบจะกลืนกินนั้น “ อย่าอะไรกัน ไหนลองบอกข้าสิ ฮึ ” เจ้าของหอคณิกาหนุ่มเอ่ยถามนางเบาๆ ที่ข้างใบหูน้อยๆ ของเหม่ยอิงที่กำลังจนถ้อยคำ ด้วยรู้สึกเสียวซ่านไม่น้อยยามที่เขาเป่าลมหายใจที่ข้างหูของนาง แล้วลิ้นสากที่เปียกชื้นก็ไล้เลียใบหูน้อยๆของนางช้าๆละเลียดชิมมันทีละนิด“ อ๊าย อย่านะ นายท่าน อย่านะ ” เหม่ยอิงพยายามเบือนหน้าหนีเขา แต่กลับกลายเป็นว่าริมฝีปากหนานั้นเปลี่ยนมาโจมตีริมฝีปากจิ้มลิ้มของนางแทน ลิ้นสากนั้นสอดเข้ามาในปากจิ้มลิ้มอย่างรวดเร็วไม่ปล่อยให้เหม่ยอิงตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย เมื่อเข้ามาได้ก็ควานชิมความหวานในปากน้อยของนาง แล้วก็ตรงเข้าเกี่ยวพันกับลิ้นเล็กของนางอย่างดูดดื่ม เขาดูดลิ้นเล็กและพัวพันมันอย่างเร่าร้อนจนร่างอวบของเหม่ยอิงอ่อนระทวยพิงอกแกร่งของเขา ในที่สุดลิ้นเล็กของนางก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ยอมเกี่ยวพันกับลิ้นสากของเขาอย่างดูดดื่ม เร่าร้อนยิ่งนัก เหม่ยอิงเคลิบเ
Baca selengkapnya
บทที่ 7 การเริงรักที่เร่าร้อนสมที่รอคอย nc
เมื่อเหม่ยอิงนักเรียนฝึกหัดที่หัวไวไม่น้อย จับจังหวะรักของเขาได้ นางก็ยกสะโพกอวบนั้นกระแทกเขาขึ้นลงอย่างเร่่าร้อน นางหลับตาลงแล้วจินตนาการว่านางกำลังควบขี่ม้าตัวผู้ที่แสนจะพยศ นางจึงได้ขย่มเขาอย่างรุนแรง แขนเรียวยกขึ้นกอดลำคอหนาของเขาเอาไว้แล้วกดกระแทกลงหากายแกร่งของเขาอย่างร่านรัก ปากก็ร้องครวญคราง “ อ๊าย อ๊ะ อ๊าย อ๊าย นายท่าน อ๊าย ” เจ้าของหอคณิกาหนุ่มก็ร้องครางในลำคอกระหึ่ม เขาสุขสมยิ่งนัก ตาคมปรือมองนางอย่างหลงไหลพลางยกสะโพกหนาเสยขึ้นหานางอย่างอดใจไม่ไหว “ อ๊าย อ๊ะ อ๊าย อ๊ากก อ๊ากก อ๊าาก ” ทั้งสองต่างโยกขย่มกันอย่างเร่าร้อน และส่งเสียงร้องครวญครางเสียงดังไปทั้งห้องใหญ่นั้น จนกระทั่งสะโพกอวบของเหม่ยอิงกระตุกเกร็งหลายๆครั้งจนเสร็จสม ตัวนางอ่อนระทวยซบอกแกร่งของเขาอย่างอ่อนแรง ทั้งสองหอบหายใจเสียงดังอย่างเหน็ดเหนื่อย เมื่อพักได้เพียงครู่ร่างล่ำสันก็ผุดลุกขึ้นอุ้มนางกระเตงไปทั้งอย่างนั้น แล้วเดินตรงไปที่เตียงใหญ่ของเขา เขาวางร่างอวบที่อ่อนระทวยของเหม่ยอิงลงบนฟูกหนานั่น แล้วขึ้นคร่อมร่างอวบของนางทันที เขาจับลูกชายที่เริ่มแข็งขึงขึ้นอีกครั้งของเขาสอดเข้าไปในร่องอวบที่ฉ่ำไปด้วยน้ำรักทั้ง
Baca selengkapnya
บทที่ 8 แค่นางบำเรอไร้ค่า
และเมื่อฮูหยินหยางพาบุตรชายคนเดียวมาที่จวนของคหบดีจ้าวเพื่อทวงถามเรื่องหมั้นหมายและขอความช่วยเหลือเพียงเล็กน้อย แต่กลับถูกปฎิเสธการช่วยเหลือ แต่คหบดีจ้าวก็ยังให้เงินมารดามายี่สิบตำลึงอย่างเสียไม่ได้ แต่เขาขอยกเลิกการหมั้นหมายระหว่างบุตรสาวของเขากับอดีตคุณชายหยางตงเหวินบุตรชายเพียงคนเดียวของแม่ทัพตงทันที และที่ทำให้เขาเสียใจเจ็บปวดเหลือเหลือเกินคือที่เขาได้ยินอดีตคู่หมั้นสาวน้อยผู้นั้นเอ่ยปฎิเสธการแต่งงานกับเขาเพียงเพราะเขาสิ้นไร้ไม้ตอกไม่มีทรัพย์สมบัติใดเหลืออยู่ ไม่มีเงิน ไม่มีอนาคตที่นางจะฝากชีวิตไว้กับบุรุษเช่นเขาได้นางจึงเอ่ยปากของถอนหมั้นกับเขาต่อหน้าฮูหยินหยางมารดาของเขาที่กำลังเสียใจและนางมีร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว นางถึงกับเป็นลมไปด้วยความเสียใจที่สหายสนิทแปรเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อครอบครัวของนางตกยาก คุณชายหยางตงเหวินจึงได้รีบพามารดาเดินออกไปจากจวนของคหบดีจ้าวทันที แม้ในใจของเขาจะปวดร้าวแทบจะฝืนทนเดินต่อไปไม่ไหวเพราะไม่คาดคิดว่าจะได้ยินถ้อยคำเหยียดหยามดูหมิ่นเขาจากปากของคู่หมั้นสาวที่งดงามอ่อนหวานในสายตาของเขามาตลอด หลังจากนั้นเขาก็มุมานะสร้างตัวจนกลายเป็นเศรษฐีใหญ่
Baca selengkapnya
บทที่ 9 บอกรักข้า nc
สายๆของวันต่อมา เหม่ยอิงสะดุ้งตื่นขึ้นนอนลืมตาแล้วกระพริบช้าๆ แล้วเหลียวมองไปรอบๆตัว นางยังนอนอยู่บนเตียงใหญ่ของเจ้าของหอคณิกานั่น เมื่อจดจำทุกอย่างได้นางก็ผุดลุกขึ้นทันใด แล้วค่อย หันมองไปรอบๆห้องไม่เห็นนายท่านอยู่ในห้องเหมือนในห้องนี้มีนางเพียงผู้เดียว จึงค่อยๆก้าวเท้าลงจากเตียงโดยมีผ้าผวยพันกายอยู่ นางมองหาอาภรณ์ของตนเองที่ถูกนายท่านถอดออกเมื่อคืนไปรอบๆทั้งบนเตียงและพื้นห้องจนทั่วก็ไม่พบ จึงได้พันกายด้วยผ้าผวยค่อย ๆ เดินไปที่หลังฉากกั้น และสาวเท้าไปที่ราวที่มีชุดคลุมของนายท่านพาดไว้บนนั้น นางดึงชุดคลุมผ้าไหมเนื้อนุ่มลื่นของเขามาแล้วใช้มันคลุมกายตนเองแล้วรัดเอวไว้จนแน่น แล้วก้มลงหยิบผ้าผวยที่นางใช้พันกายนั้นกลับไปยังเตียงใหญ่กลางห้อง แล้วลงมือเก็บเตียงนั่นโดยการดึงผ้าให้เรียบและพับผ้าผวยวางไว้ปลายเท้า จัดหมอนหนุนให้เข้าที่ เดินกลับมาที่หลักฉากกั้นอีกครั้ง แล้วเดินไปที่อ่างเคลือบใบใหญ่มุมห้องที่มีเหยือกน้ำวางอยู่ด้านใน นางเทน้ำในเหยือกล้างหน้าตนเองพอให้สดชื่นแล้วก็เดินออกไปด้านนอกที่เมื่อวานนางร่ายรำให้เขาดูจนเกิดเรื่องราวเร่าร้อนจนเลยเถิดตลอดบ่ายจนถึงค่ำคืน นางเห็นชุดคลุมของตนเองว
Baca selengkapnya
บทที่ 10 เริงรักในถังน้ำ nc
นายท่านตงเหวินร้องครางกระหึ่มในลำคอหนานั้น เมื่อร่างอวบอิ่มของเมียหมาดๆของเขาควบขี่เขาอย่างร่านรัก ปากจิ้มลิ้มของนางก็ครวญครางไม่ขาดปาก แต่ก็ยังควบขี่เขาอย่างรุนแรง “ เมียรัก เมียของพี่ อ๊ากก อ๊ะ อ๊ะ พี่รักเจ้า พี่รักเจ้าเหลือเกิน เหม่ยอิง อ๊าก อ๊ากก อ๊าากก ” ตงเหวินครวญครางกระหึ่มในลำคอหนา เขาร้องเรียกชื่อนาง สารภาพความในใจที่ซุกซ่อนไว้ในซอกหนึ่งของหัวใจของเขา สารภาพความจริงในใจออกมา แต่ทั้งสองต่างมัวเมาด้วยราคะที่มีต่อกันอย่างเร่าร้อน จึงมิได้ฉุกคิดถึงคำที่นายท่านตงเหวินสารภาพรักต่อเหม่ยอิงจนหมดสิ้นเขาทั้งคำรามและครวญครางกระเส่าเสียงดังไปทั้งห้อง ผสานกับเสียงครางของเหม่ยอิงที่หลับหูหลับตาเร่งกระแทกลำกายใหญ่ของนายท่านอย่างเร่าร้อนยิ่งนัก จนกระทั่งน้ำในถังใบใหญ่นั้นกระฉอกไปรอบๆแต่นางก็ยังเร่งกระแทกเขาอย่างเร่าร้อนจนกระทั่งทั้งสองกระตุกเกร็งเสร็จสมไปพร้อมๆกัน นายท่านตงเหวินปล่อยสายธารรักเข้าไปในร่องอวบของนางจนหมดสิ้น จากนั้นเขาก็ดึงนางลุกขึ้นแล้วจับร่างอวบหันหลังให้เขาแล้วลงมือกระแทกนางจากด้านหลังอย่างเร่าร้อน เหม่ยอิงครวญครางเสียงกระเส่าอย่างสุขสมยิ่งนัก นางเสร็จสมไปไม่รู้กี่ครั้งต่อ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status