Share

บทที่ 10 (02)

last update publish date: 2026-10-13 23:43:31

“น้องไจ๋น่าจะไม่กลับมาที่นี่แล้วนะครับ เพราะเธอบอกว่าจะย้ายไปอยู่ที่อื่นเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่”

          คำว่า ‘เริ่มต้นชีวิตใหม่’ ราวกับมีค้อนก้อนใหญ่เหวี่ยงเข้าใส่หน้าพริษฐ์อย่างจัง เขายืนนิ่งค้าง ขณะหัวใจมีอาการวูบไหวและหนึบหน่วง

          “ไจ๋ไปแล้ว ไจ๋ไปจากเราแล้ว”

          พริษฐ์พึมพำประโยคนั้นซ้ำๆ ด้วยสภาพหัวใจที่ร้าวราน ก่อนจะแตกละเอียด แต่ใจยังพยายามดื้อแพ่งปฏิเสธความจริง มือที่สั่นเทารีบหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาพยายามกดโทร.หาจนิตาอีกครั้ง...และอีกครั้ง     

          ผลลัพธ์ยังคงเดิม คือความเงียบที่ตอกย้ำความล้มเหลว ชายหนุ่มจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่เบอร์ของกลุ่มเพื่อนสนิทของหญิงสาวแทน                

          ไม่มีใครยอมรับสายเขาเลยสักคน และเมื่อพยายามโทร.ซ้ำ สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการถูกบล็อก

          ในวินาทีนี้พริษฐ์มั่นใจได้แล้วว่า ไม่มีอีกแล้วจนิตาคนที่เคยรักเขาสุดหัวใจ สิ่งที่เอื้อมมือมากอดได้มีเพียงความว่างเปล่า

          ทางด้านคนที่จากมาอย่างจนิตาเวลานี้กำลังนั่งปล่อยตัวปล่อยใจอยู่ในรีสอร์ตท่ามกลางขุนเขา ธรรมชาติที่โอบล้อมและอากาศบริสุทธิ์ช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี   

          หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะเบนสายตาไปมองเพื่อนสนิทที่เดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ

          เกวลินมองเพื่อนด้วยคำถามมากมายที่ติดค้างอยู่ในหัว เมื่อคืนหลังจากได้รับคำขอจากจนิตา เธอก็ให้ความร่วมมือจัดการทุกอย่างทันทีโดยไม่ได้ซักไซ้อะไรมากนัก แต่นาทีนี้อดใจไม่ไหวจริงๆ    

          “ทำไมจู่ๆ แกถึงเปลี่ยนใจหอบลูกหนีมาล่ะไจ๋” เกวลินถามขึ้น เพราะก่อนหน้านี้จนิตายืนกรานหนักแน่น ว่าจะไม่ระเห็จไปไหนเด็ดขาด    

          “ฉันไม่ได้หนี...ฉันแค่มาเริ่มต้นใหม่ในที่ที่สบายใจกว่า”    

          คราแรกจนิตาคิดว่าการต้องเผชิญหน้าหรือปะทะกับพริษฐ์ไม่ใช่เรื่องยาก สำหรับคนแข็งแกร่งอย่างเธอ แต่เอาเข้าจริงๆ กลับรู้สึกเหนื่อยหน่ายและเบื่อเกินทน เธอพบว่าไม่ควรเอาพลังชีวิตที่เหลือไปทิ้งกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าท้องแบนราบเบาๆ          

          “อีกอย่างเจ้าตัวแสบเริ่มเล่นงานฉันหนักเหลือเกิน ฉันกลัวว่าถ้ายังอยู่ที่นั่นแล้วอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ จะไปกระทบลูก ฉันเลยคิดว่าย้ายที่อยู่น่าจะดีที่สุด อีกไม่นานก็ต้องย้ายไปช่วยงานนังศรีอยู่แล้วด้วย”

          “แล้วมันจะให้แกทำตำแหน่งอะไร” เกวลินถามถึงศราที่กำลังจะเปิดตัวธุรกิจแพ็กเกจจิงและได้ดึงกลุ่มเพื่อนไปร่วมงาน

          “ก็พวกงานออกแบบ คิดคอนเทนต์น่ะ” นอกจากงานเบื้องหน้า จนิตายังมีหัวสร้างสรรค์เป็นเลิศ จึงตกลงรับงานนี้โดยไม่ลังเล ส่วนงานในวงการบันเทิง หลังจากเธอคลอดลูกและงานที่บริษัทของ

ศราเข้าที่เข้าทางแล้วก็อยากจะหวนกลับไปรับเป็นจ็อบเสริมเล็กๆ

          “งานถนัดแกเลยนะ ว่าแต่เรื่องบ้าน แกจะขายจริงๆ เหรอ” เกวลินถามด้วยความเสียดาย เพราะรู้ว่าจนิตารักและผูกพันกับบ้านหลังนั้นมากเพียงใด          

          “อื้อ อยู่ไปก็มีแต่จะคิดถึงคุณแม่ คิดถึง...” จนิตาชะงักคำพูดไว้เพียงเท่านั้น แม้จะเศร้าแต่เชื่อว่าการปล่อยมือในครั้งนี้จะทำให้ใจเธอดีขึ้น เพราะการยึดติดอะไรที่มากไปรังแต่จะเจ็บปวด และการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งก็ต้องใช้เงิน

          “ผัวเก่าที่พาแวะไปที่นั่นประจำ” เกวลินต่อประโยคให้จนจนิตาต้องย่นคิ้วใส่

          “แกจะพูดถึงทำไม”      

          “ที่ผ่านมาเขาแสร้งทำเพื่อนังนั่นจริงๆ เหรอวะ” เกวลินอดตั้งคำถามไม่ได้ สีหน้ามีแววครุ่นคิด                    

          หญิงสาวไม่ได้โต้ตอบอะไรไป เพราะไม่อยากจะคิดถึงอีกแล้ว

          “ก็ที่ผ่านมาใช่ว่าเขาดูแลแกไม่ดี” ไม่ใช่ไม่เชื่อเพื่อน แต่ก็อยากรู้ว่าทำไมพริษฐ์ถึงดูเอาใจใส่เพื่อนของเธอ แม้มันอาจจะไม่ได้หวือหวาหวานหยด “เวลาแกไม่สบายก็ดูแล แกอยากให้พาไปไหนก็ไป”

          “ก็คงทำไปเพราะฉันเป็นตัวแทนแม่นั่น” จนิตาแค่นยิ้ม หากมันไม่จริง วันนั้นพริษฐ์คงปฏิเสธคำถามของเพื่อนไปแล้ว แต่เขากลับยอมรับออกมาเต็มปาก ที่ผ่านมาก็คงแค่หลอกให้ตายใจ “แต่พอแม่นั่นกลับมา ฉันก็เลยกลายเป็นของตาย”

          “อื้อ”

          เกวลินเลือกที่จะเงียบและไม่ถามอะไรต่อ เพราะพอรับรู้อยู่ว่าช่วงหลังๆ มาพริษฐ์เหินห่างกับจนิตา แล้วยกมือขึ้นลูบแขนสวยเพื่อเป็นการปลอบใจ หลังเห็นแววตาที่สั่นไหวด้วยความเจ็บปวด แผลยังสดและใหม่เกินกว่าจะเยียวยาได้ในเร็ววัน แต่เท่านี้จนิตาก็นับว่าเข้มแข็งและใจเด็ดเดี่ยวมากแล้ว

          ยิ่งดึกยิ่งเหงา ยิ่งทรมานสำหรับคนที่กำลังนั่งหมดแรงอยู่ในสวนหย่อมเล็กๆ หน้าโรงพยาบาล หัวใจมีความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวถาโถมอย่างหนัก

          ชายหนุ่มก้มมองมือของตัวเองที่ใช้จับมีดผ่าตัดช่วยชีวิตแม่และเด็กมานับไม่ถ้วน มือคู่นี้ที่เขาทะนุถนอมเป็นอย่างดี เพราะมันคือหัวใจของหมออย่างเขา แต่มันกลับรักษาคนที่รักไว้ไม่ได้ แม้จะมีเสียงเรียกคุ้นหูดังขึ้นใกล้ๆ แต่พริษฐ์ก็ไม่มีแก่ใจจะเงยหน้าขึ้นมอง

          “ไอ้พาย”

          วาโยสืบเท้าไวๆ ตรงไปหาเพื่อน หลังมีนางพยาบาลคนสนิทเดินมาบอกว่าพริษฐ์นั่งเหม่อลอยอยู่ที่สวนหย่อม ใครถามอะไรเจ้าตัวก็ไม่ยอมพูด

          “เป็นอะไรวะ เรื่องคุณไจ๋ใช่ไหม” ศัลยแพทย์มือดีทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เขาพอจะคาดเดาได้ เรื่องที่เจ้าตัวบอกว่าจะไปคุยกับฝ่ายหญิงดีๆ คงไม่ดีตามที่หวัง

          “...”

          สิ่งที่ตอบกลับมาเป็นความเงียบที่น่าใจหาย วาโยจึงต้องถามไปอีก

          “มึงไหวไหม หรือจะให้กูไปคุยกับคุณไจ๋ให้ก่อน” แม้จะค่อนข้างสับสนในความรู้สึกของเพื่อน แต่ก็พร้อมจะไปเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยให้

          ฝ่ายคนจมอยู่กับความเสียใจค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเพื่อน แววตาสั่นระริก แล้วฝืนบอกไปด้วยเสียงเชื่องช้าขาดหาย

          “ไจ๋...ไปแล้ว”   

          “อะไรนะ” วาโยอุทานด้วยความตกใจ

          “ไจ๋หนีกูไปแล้ว บ้านก็กำลังประกาศขาย” พริษฐ์เม้มปากจนเป็นเส้นตรง รู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ จุกอยู่ที่ลำคอจนพูดลำบาก แล้วนึกอยากจะยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองที่ปล่อยให้เรื่องบานปลายมาถึงจุดนี้    

          “แล้วมึงจะไปอาลัยอาวรณ์เขาทำไม ในเมื่อมึงกำลังจะแต่งงานกับคุณฉาย” วาโยถามออกไปตรงๆ หากเพื่อนแค่เสียดายของเก่าก็อยากให้มันดึงสติ ทว่าเจ้าตัวกลับส่ายหน้าหวือ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 10 (02)

    “น้องไจ๋น่าจะไม่กลับมาที่นี่แล้วนะครับ เพราะเธอบอกว่าจะย้ายไปอยู่ที่อื่นเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่” คำว่า ‘เริ่มต้นชีวิตใหม่’ ราวกับมีค้อนก้อนใหญ่เหวี่ยงเข้าใส่หน้าพริษฐ์อย่างจัง เขายืนนิ่งค้าง ขณะหัวใจมีอาการวูบไหวและหนึบหน่วง “ไจ๋ไปแล้ว ไจ๋ไปจากเราแล้ว” พริษฐ์พึมพำประโยคนั้นซ้ำๆ ด้วยสภาพหัวใจที่ร้าวราน ก่อนจะแตกละเอียด แต่ใจยังพยายามดื้อแพ่งปฏิเสธความจริง มือที่สั่นเทารีบหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาพยายามกดโทร.หาจนิตาอีกครั้ง...และอีกครั้ง ผลลัพธ์ยังคงเดิม คือความเงียบที่ตอกย้ำความล้มเหลว ชายหนุ่มจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่เบอร์ของกลุ่มเพื่อนสนิทของหญิงสาวแทน ไม่มีใครยอมรับสายเขาเลยสักคน และเมื่อพยายามโทร.ซ้ำ สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการถูกบล็อก ในวินาทีนี้พริษฐ์มั่นใจได้แล้วว่า ไม่มีอีกแล้วจนิตาคนที่เคยรักเขาสุดหัวใจ สิ่งที่เอื้อมมือมากอดได้มีเพียงความว่างเปล่า ทางด้านคนที่จากมาอย่างจนิตาเวลานี้กำลังนั่งปล่อยตัวปล่อยใจอยู่ในรีสอร์ตท่ามกลางขุนเขา ธรรมชาติที่โอบล้อมและอากาศบริสุทธิ์ช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้าได้เป็น

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 10

    “ฮะ? อะไรนะ” วาโยเบิกตาโต ทวนประโยคนั้นซ้ำเพื่อให้แน่ใจ มันเมาถึงพูดผิดพูดถูกหรือเปล่า “มึงรักคุณไจ๋?” “ไม่รักแล้วกูจะแต่งงานกับไจ๋ทำไมวะ” พริษฐ์มองหน้าคนถามอะไรแปลกๆ อย่างไม่เข้าใจ ฝ่ายวาโยนิ่งและอึ้งไป สมองเริ่มมีความสับสน ส่วนนายตำรวจหนุ่มได้แต่ยืนเกาศีรษะ เพราะเริ่มตามไม่ทันแล้ว ทางด้านเมธาวินเดินลิ่วๆ ไปยังรถคันหรูที่สตาร์ตเครื่องรออยู่ สองเท้าก้าวขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังด้วยท่าทางสบายใจ “วินมาแล้ว...” ทุกสายตาในรถจับจ้องที่เขาเป็นจุดเดียว ศราเผยอปากจะถามแต่เจ้าตัวกลับยกมือห้าม “ขอเวลาห้านาที” เมธาวินก้มหน้าก้มตาจัดการสมาร์ตโฟนสักพัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองจนิตา “ไจ๋ เงินเข้าหรือยัง” “เงินอะไร” หญิงสาวที่นั่งนิ่งมาตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นรถเลิกคิ้วขึ้น สีหน้ามีความตึงเครียดไม่น้อย “ไจ๋ก็ดูสิ” เมธาวินพยักพเยิดหน้าให้จนิตาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเช็ก หญิงสาวทำตาม ไม่นานก็ต้องตาเบิกกว้าง เมื่อได้รับข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร ว่าเมธาวินโอนเงินให้เธอถึงสองแสนบาทแล้วรีบถามไป “แกโอนเงินให้ฉันทำไม...ตั้งสองแสน”

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 9 (02)

    “เฮ้ย นั่นมันจะจูบคุณไจ๋หรือเปล่าวะ” ภาพที่ผู้ชายใบหน้าหล่อเหลากำลังโน้มใบหน้าไปแนบชิดกับดวงหน้าหวานจนปลายจมูกแทบชนกัน สิ้นเสียงของธนกฤต พริษฐ์ก็สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม สองเท้าพุ่งทะยานไปยังโต๊ะเป้าหมายด้วยความเร็วแสง แล้วกระชากคอเสื้อของไอ้คนหน้าด้านให้ห่างจากภรรยาของเขา “อย่ามายุ่งกับเมียกู” พริษฐ์ประกาศก้อง นัยน์ตาแดงก่ำราวกับมีลูกไฟลุกโชนอยู่ภายใน “ใครเมียมึง” เมธาวินตวัดสายตามองพริษฐ์ตั้งแต่หัวจดเท้า ก่อนจะใช้ลิ้นเลียริมฝีปากแล้วบอกออกไป “ของดีๆ ใครก็อยากเอาปะวะ” “ไอ้เหี้ย” เพียงเท่านั้นสติของพริษฐ์ก็ขาดผึง ปล่อยหมัดซัดใส่ใบหน้าของคนที่มันพูดจาแทะโลมจนิตา หนำซ้ำยังจะกล้ามาจูบปากนุ่มๆ ที่เป็นของเขาอีก “ว้าย” เสียงร้องด้วยความตกใจดังระงม ศราและเกวลินมองภาพตะลุมบอนตรงหน้าด้วยอาการตาค้าง เพื่อนของพริษฐ์รีบปรี่เข้ามาห้ามทัพพัลวัน “ไอ้พายหยุดเถอะ ตั้งสติหน่อย” วาโยพยายามดึงตัวเพื่อนออก แต่กลับถูกพริษฐ์สะบัดจนกระเด็น ธนกฤตพยายามล็อกแขนเอาไว้ แต่วันนี้พริษฐ์กลับมีแรงมหาศาลจนเขาแทบหน้าคะมำ ทว่าจู่ ๆ ทุกอย่างก็หยุดนิ

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 9

    บทที่ 9 “มันเป็นเหี้ยอะไร” เมื่อนายตำรวจหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะก็เอ่ยถาม สายตาจ้องมองพริษฐ์ที่เอาแต่กระดกน้ำสีอำพันเข้าปากราวกับเป็นน้ำเปล่า และได้ข่าวมาว่าเพื่อนรักดื่มหนักแบบนี้ติดต่อกันมาสามวันแล้ว “ถามมันเองเลย” วาโยมองสภาพของคุณหมอสูติฯ แล้วนึกสมเพช ตั้งแต่ที่ถูกจนิตาแจ้งความก็เอาแต่จมอยู่กับแก้วเหล้า “สรุปมึงเป็นอะไรไอ้พาย” ธนกฤตแย่งแก้วเหล้าออกจากมือพริษฐ์ สภาพเพื่อนตอนนี้ดูเหมือนคนอกหักปางตาย ทั้งที่มีข่าวลือหนาหูว่ามันกำลังจะแต่งงานใหม่ “เอาแก้วกูคืนมาไอ้ธาม” พริษฐ์เอื้อมมือจะคว้าคืน แต่อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ “ตอบกูมาก่อน แล้วกูจะคืนให้” พริษฐ์ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม นัยน์ตาแดงก่ำสั่นไหวด้วยความตัดพ้อและเจ็บช้ำ ก่อนแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง จนิตาใจร้ายกับตนเหมือนคนเกลียดชังกันมาสิบชาติ “ตอบเร็วสิมึง” ธนกฤตเร่งเร้า “กูเรียกเอาแก้วใหม่ก็ได้” พริษฐ์ตัดบทด้วยความหงุดหงิด มือกวักเรียกบริกรให้นำแก้วใบใหม่มาให้ทันที ธนกฤตมองเพื่อนอย่างใช้ความคิด พริษฐ์เป็นคนพูดน้อยก็จริง แต่ไม่เคย

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 8 (02)

    “เรากลับกันดีกว่าค่ะพี่เก้า ไจ๋เหนื่อยแล้ว” “ได้สิครับ” นพเก้าพยักหน้าตอบตกลง ศีรษะค้อมลงเล็กๆ ให้คนที่จะมารับหน้าที่ลงนรกต่อจากตน แล้วพาจนิตาเดินปลีกตัวออกไปขึ้นรถคันหรูของตัวเอง พริษฐ์ยืนหายใจหอบถี่ด้วยความหงุดหงิด โมโหคนอวดดีอย่างจนิตาที่ไม่ยอมฟังคำเตือนกันเลย แล้วพยายามบอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจ ในเมื่อจนิตาอยากรนหาที่นักก็ช่างปะไร อย่างไรเสียตนกับฝ่ายหญิงก็หย่าขาดจากกันแล้ว ทว่าสุดท้ายกลับสบถออกมาเสียงดัง มือยกขึ้นขยี้ผมตัวเองอย่างแรง “บ้าเอ๊ย” ฝ่ายคนที่นั่งอยู่บนรถคันหรูหันไปมองสารถีหนุ่ม ในสมองมีคำถามผุดขึ้นและเลือกจะถามออกไปตรงๆ “พี่เก้ามาที่โรงแรมนี้ได้ยังไงคะ บังเอิญหรือตั้งใจมา?” จนิตาอยากรู้ว่าทำไมนพเก้าถึงมายังโรงแรมจัดงานแห่งนี้ได้ “เรียกว่าถูกเชิญมาดีกว่าครับ” นพเก้าตอบ เขาคงไม่ต้องบอกว่าใครเป็นคนร่อนบัตรเชิญไปให้ถึงหน้าบ้าน คราแรกตนไม่คิดจะมาด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความอยากรู้ว่าตะวันฉายต้องการจะทำอะไร และตอนนี้ก็ได้คำตอบที่แจ่มชัดแล้ว เจ้าหล่อนต้องการประกาศชัยชนะ “เธ

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 8

    บทที่ 8 “เหอะ” จนิตากดยิ้มลึกและทำเสียงต่ำในลำคอ นึกถึงถ้อยคำที่พริษฐ์บอกไว้ พริษฐ์เชิญเธอมางานจริงๆ ช่างเป็นคนที่รักษาคำพูดเสียจริง ก่อนดึงสายตาไปมองคนบนเวทีที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข ยิ้มให้กับชายที่รักเจ้าหล่อนท่วมหัว จนิตารีบยกมือขึ้นปรบมือเป็นคนแรก เรื่องน่ายินดีแบบนี้ทุกคนก็ต้องช่วยกันอวยพร นั่นทำให้ตะวันฉายเบนสายตาไปมองแล้วยิ้มพึงพอใจ จากนั้นพิธีกรบนเวทีก็รีบทำตามหน้าที่ของตัวเอง “พวกเราขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ” “ค่ะ” ตะวันฉายยิ้มขอบคุณ แล้วหันไปจับมือของบิดาไว้แน่น สายตามองไปรอบๆ ล้วนแต่มีคนร่วมยินดีไปกับเธอ ก่อนจะหันไปมองพิธีกรพร้อมเอ่ยบอก “เพลงต่อไปฉายขอเป็นเพลงรักอวยพรให้พวกเราได้ไหมคะ” “งานนี้คงต้องฝากไว้ที่น้องไจ๋ไจ๋แล้วครับ” พิธีกรผายมือไปยังด้านข้างเวทีอีกด้าน หวังว่านักร้องคนที่สองคงมีลิสต์เพลงรักหวานชื่นอยู่บ้าง “ยินดีค่ะ” จนิตาก้าวเท้าขึ้นไปเผชิญหน้าบนเวทีอย่างไม่หวั่นเกรง และจะไม่พลาดโอกาสทองที่จะมอบคำอวยพรให้ทั้งสอง “งั้น...ไจ๋ขอเป็นคนกล่าวคำอวยพรให้ทั้งคู่นะคะ”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status