FAZER LOGIN“มันจะมากไปแล้วนะครับ” พริษฐ์สติขาดผึงกับคนที่เอาแต่ใจ แถมยังทำลายข้าวของ
“แล้วไงคะ มากไปแล้วไง” หญิงสาวไม่ได้จะมานั่งเชื่อฟังเขาอีกแล้ว
“ผมจะไม่ทนกับคุณอีก” ในเมื่อคุยกันไม่รู้เรื่อง เขาก็หมดคำจะพูด สีหน้ามีความกรุ่นโกรธจนถึงขีดสุด ทว่า
อีกฝ่ายกลับไร้แววตาแห่งความสำนึกผิด
“ดีเลยค่ะ” จนิตายกนิ้วโป้งกดเยี่ยมให้อย่างประชดประชัน นึกชอบใจที่ได้เห็นเขาโกรธจนตัวสั่น
“งั้นเราก็ควร...”
“ไจ๋พร้อมหย่า” หญิงสาวชิงพูดความต้องการออกไปก่อน
“ดี”
ชายหนุ่มคำรามในลำคอ เขาแทบจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ อยากรู้นักว่าจนิตาจะเก่งได้สักกี่น้ำ ในเมื่อที่ผ่านมาเธอรักตนจนแทบจะถวายหัวให้
“ค่ะ พรุ่งนี้เจอกันที่อำเภอ”
“พรุ่งนี้ผมไม่ว่าง”
“แต่ไจ๋ว่าง ไจ๋จะหย่าพรุ่งนี้” จนิตายืนยันว่าอดทนรอได้ถึงพรุ่งนี้เท่านั้น มุมปากเหยียดยิ้มสมเพชในประโยคหยันๆ ที่ได้กล่าวดักทางไป “หวังว่าคุณพายจะไม่ใช่คนปลิ้นปล้อน ชอบโกหกหรอกนะคะ”
“ผมจะไปตรงเวลา” พริษฐ์กระแทกเสียงตอบ ต่อให้พรุ่งนี้ตารางงานจะแน่นแค่ไหนก็จะหาเวลาไปเซ็นใบหย่าให้ได้ คอยดูเถอะว่าใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายเสียใจ
จนิตาค้อมศีรษะรับ ก่อนพลิกตัวจะเดินไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าที่เก็บเตรียมไว้แล้ว แต่ก็เห็นว่ามีคนพยายามติดต่อพริษฐ์
ปิ๊บๆ
‘คุณฉาย’
ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอสมาร์ตโฟนทำให้จนิตาต้องกลอกตามองบนด้วยความรังเกียจ อีกไม่นานหรอกคนทั้งสองก็จะได้ไปเสวยสุขด้วยกัน เธอขออวยพรให้ทั้งสองรักกันจนลงนรกหมกไหม้ รักกันดีสี่วันเลิก
เมื่อกระเป๋าอยู่ในมือ คนช้ำก็เป่าลมออกจากปากแรงๆ จู่ๆ สองขาก็ก้าวไม่ออกเสียอย่างนั้น ดวงตาคู่สวยปรายมองไปรอบห้องที่มีความทรงจำมากมาย
“เฮงซวย”
จนิตาสบถออกมาเสียงดัง แล้วหัวเราะทั้งน้ำตา เมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์แล่นออกจากบ้านไป
“รีบแจ้นออกไปหากันเชียวนะ” หญิงร้ายชายเลวคงจะไปฉลองกันกระมัง เธอเองก็จะทำเช่นนั้น แล้วพยายามตั้งสติ “เข้มแข็งไว้นังไจ๋ แล้วกลับมารักตัวเอง”
ทว่าสิ้นคำปลอบใจเพียงครู่เดียว ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างมาตลอดทั้งวันก็พังครืนลง หญิงสาวปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น ลำตัวทรุดลงไปกองกับพื้นห้องนอนอย่างคนหมดแรง
ในเมื่อหัวใจมันแหลกสลายไปหมดแล้ว จะไม่ให้เธอร้องไห้ออกมาได้อย่างไรกัน
“ฮื่อ”
นานทีเดียวที่หญิงสาวเอาแต่จมกับน้ำตา ก่อนจะหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาต่อสายหาเพื่อนให้มารับ
“ไหวไหม” เกวลินมองคนที่นั่งอยู่บนเบาะข้างๆ กัน ก่อนหน้านี้จนิตาขอเวลาหนึ่งวันในการกลับไปเก็บข้าวของ รวมถึงเอาคืนพริษฐ์ก่อนหย่าร้าง
“ไหว” คนช้ำสูดน้ำมูกแรงๆ พยายามทำเป็นเก่ง ทั้งที่ดวงตาบวมช้ำจนแทบจะปิด
“สภาพ” คนขับรถสั่นหน้าใส่ เวลานี้เพื่อนน่าจะพูดคำว่าไม่ไหวมากกว่า แต่ก็ถือว่าจนิตาเข้มแข็งที่สุดแล้ว พลันเลิกคิ้วถามไป “แล้ว?...”
“พรุ่งนี้ฉันจะไปหย่า” จนิตาบอกด้วยเสียงขาดเครือ แต่ไม่คิดเปลี่ยนใจ เธอเป็นคนไม่ใช่ควายที่เจ็บแล้วไม่รู้จักจำ
“ฉันจะไปเป็นเพื่อนแกเอง”
เกวลินบอกเสียงหนัก จนิตาจะมีเธอกับศราอยู่ข้างๆ เสมอ ส่วนคนช้ำทำได้เพียงยิ้มขอบคุณเพื่อนอย่างซึ้งใจ
วันต่อมา ในเวลาเก้าโมงยี่สิบห้านาที จนิตาก็เดินทางไปถึงที่ว่าการอำเภอด้วยลุคตัวแม่ตัวมัม ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแบบคมเฉี่ยว ชุดที่สวมเป็นเดรสหรูที่ทำให้ดูโดดเด่นสะดุดตา มาพร้อมกับเกวลินที่สวยไม่แพ้กัน
ดาราสาวเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งทะนง ไม่ให้ใครได้เห็นความอ่อนแอ
สมาร์ตโฟนถูกหยิบขึ้นมาดูซ้ำๆ เมื่อเข็มนาฬิกาขยับเข้าใกล้เวลาสิบโมงตรง ทว่าคนที่นัดไว้กลับยังไม่ปรากฏตัว
“ผัวแกคงไม่เบี้ยวหรอกนะนังไจ๋” เกวลินรออย่างใจจดจ่อ อยากให้เพื่อนได้พ้นทุกข์เสียที“เดี๋ยวก็ได้เป็นผัวเก่าแล้ว” จนิตาแสยะยิ้มเย็น ไม่มีทางหรอกที่พริษฐ์จะไม่มา
“มาโน่นแล้ว” เกวลินพยักพเยิดหน้าไปทางประตู เมื่อเห็นร่างสูงเดินตรงเข้ามาด้วยท่าทีเรียบเฉย
“พยานล่ะคะ” จนิตาร้องถาม เมื่อเห็นว่าเขามาลำพัง
“ผมไม่ได้เตรียมมา แล้วผมก็หาเอกสารไม่เจอด้วย” หมอสูติฯ บอกเสียงเรียบนิ่ง สายตาปรายมองหญิงสาวครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนหนีไปทางเกวลินที่มองมาด้วยสายตาแช่งชักหักกระดูก
“ไม่ต้องห่วงค่ะ ไจ๋เตรียมมาหมดแล้ว” ตอนเก็บกวาดของในตู้เธอเผลอหยิบมันมาด้วย ว่าแล้วก็หันไปบอกกับ
เกวลิน “โทร.ให้นังศรีขึ้นมาได้เลย”
“ได้”
เกวลินทำตามทันที ไม่ถึงห้านาทีศราที่ซุ่มสแตนด์บายรออยู่ด้านล่างก็เดินเข้ามาสมทบ แล้วเพื่อนทั้งสามก็มองหน้ากันอย่างแท็กทีมพร้อมจะฟาดฟัน
“งั้นเข้าไปด้านในกันเถอะค่ะ” จนิตาและกลุ่มเพื่อนเดินนำเข้าไปด้วยท่วงท่ามั่นใจ ทว่าก็ไม่วายหันกลับไปจิกกัดคนที่เดินทอดน่องตามมาอย่างไม่ทุกข์ร้อน “อย่าชักช้าสิคะ ไจ๋อยากไปเจออะไรใหม่ๆ ที่มันเจริญหูเจริญตาจะแย่แล้ว”
ด้านพริษฐ์หน้าขึ้นสีด้วยความโกรธ เมื่อถูกตอกหน้าด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและคำพูดประชดประชัน เขาเร่งฝีเท้าขึ้นแซงหน้าหญิงสาวทั้งสามไปรอคิวจดทะเบียนหย่าด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ
จนิตานั่งรออยู่บนเก้าอี้ห่างออกไปด้วยท่าทีนิ่งสงบ ไม่นานเกินรอก็ถูกเรียกให้เข้าไปนั่งต่อหน้าเจ้าหน้าที่พนักงาน
ทุกคำถามหญิงสาวตอบอย่างฉะฉาน ชนิดที่ว่าแทบจะไร้เยื่อใย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบจัดการเรื่องให้ ไม่นานเกินรอคนทั้งสองก็ได้อิสรภาพคืน
ทั้งสี่คนหยุดเท้าลงที่หน้าประตูทางออก จนิตาไม่ลืมที่จะหันไปส่งยิ้มให้คนเฮงซวยเป็นครั้งสุดท้าย
“ลาก่อนนะคะคุณหมอ...ผัวเก่า” หญิงสาวยกมือขึ้นกระดิกนิ้วลาด้วยท่าทีร่าเริง แล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับเพื่อนสาวทั้งสอง
พริษฐ์มองตามหลังไปพลางใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม จบแบบนี้ดีที่สุดแล้ว เพราะตนก็คงทนอยู่กับผู้หญิงอย่างจนิตาได้อีกไม่นานหรอก เขาก้าวเดินจากไปด้วยสีหน้านิ่งสนิท ราวกับไม่ได้รู้สึกเสียดายหรืออาลัยอาวรณ์ในตัวอดีตภรรยาคนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว
“ฮะ? อะไรนะ” วาโยเบิกตาโต ทวนประโยคนั้นซ้ำเพื่อให้แน่ใจ มันเมาถึงพูดผิดพูดถูกหรือเปล่า “มึงรักคุณไจ๋?” “ไม่รักแล้วกูจะแต่งงานกับไจ๋ทำไมวะ” พริษฐ์มองหน้าคนถามอะไรแปลกๆ อย่างไม่เข้าใจ ฝ่ายวาโยนิ่งและอึ้งไป สมองเริ่มมีความสับสน ส่วนนายตำรวจหนุ่มได้แต่ยืนเกาศีรษะ เพราะเริ่มตามไม่ทันแล้ว ทางด้านเมธาวินเดินลิ่วๆ ไปยังรถคันหรูที่สตาร์ตเครื่องรออยู่ สองเท้าก้าวขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังด้วยท่าทางสบายใจ “วินมาแล้ว...” ทุกสายตาในรถจับจ้องที่เขาเป็นจุดเดียว ศราเผยอปากจะถามแต่เจ้าตัวกลับยกมือห้าม “ขอเวลาห้านาที” เมธาวินก้มหน้าก้มตาจัดการสมาร์ตโฟนสักพัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองจนิตา “ไจ๋ เงินเข้าหรือยัง” “เงินอะไร” หญิงสาวที่นั่งนิ่งมาตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นรถเลิกคิ้วขึ้น สีหน้ามีความตึงเครียดไม่น้อย “ไจ๋ก็ดูสิ” เมธาวินพยักพเยิดหน้าให้จนิตาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเช็ก หญิงสาวทำตาม ไม่นานก็ต้องตาเบิกกว้าง เมื่อได้รับข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร ว่าเมธาวินโอนเงินให้เธอถึงสองแสนบาทแล้วรีบถามไป “แกโอนเงินให้ฉันทำไม...ตั้งสองแสน”
“เฮ้ย นั่นมันจะจูบคุณไจ๋หรือเปล่าวะ” ภาพที่ผู้ชายใบหน้าหล่อเหลากำลังโน้มใบหน้าไปแนบชิดกับดวงหน้าหวานจนปลายจมูกแทบชนกัน สิ้นเสียงของธนกฤต พริษฐ์ก็สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม สองเท้าพุ่งทะยานไปยังโต๊ะเป้าหมายด้วยความเร็วแสง แล้วกระชากคอเสื้อของไอ้คนหน้าด้านให้ห่างจากภรรยาของเขา “อย่ามายุ่งกับเมียกู” พริษฐ์ประกาศก้อง นัยน์ตาแดงก่ำราวกับมีลูกไฟลุกโชนอยู่ภายใน “ใครเมียมึง” เมธาวินตวัดสายตามองพริษฐ์ตั้งแต่หัวจดเท้า ก่อนจะใช้ลิ้นเลียริมฝีปากแล้วบอกออกไป “ของดีๆ ใครก็อยากเอาปะวะ” “ไอ้เหี้ย” เพียงเท่านั้นสติของพริษฐ์ก็ขาดผึง ปล่อยหมัดซัดใส่ใบหน้าของคนที่มันพูดจาแทะโลมจนิตา หนำซ้ำยังจะกล้ามาจูบปากนุ่มๆ ที่เป็นของเขาอีก “ว้าย” เสียงร้องด้วยความตกใจดังระงม ศราและเกวลินมองภาพตะลุมบอนตรงหน้าด้วยอาการตาค้าง เพื่อนของพริษฐ์รีบปรี่เข้ามาห้ามทัพพัลวัน “ไอ้พายหยุดเถอะ ตั้งสติหน่อย” วาโยพยายามดึงตัวเพื่อนออก แต่กลับถูกพริษฐ์สะบัดจนกระเด็น ธนกฤตพยายามล็อกแขนเอาไว้ แต่วันนี้พริษฐ์กลับมีแรงมหาศาลจนเขาแทบหน้าคะมำ ทว่าจู่ ๆ ทุกอย่างก็หยุดนิ
บทที่ 9 “มันเป็นเหี้ยอะไร” เมื่อนายตำรวจหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะก็เอ่ยถาม สายตาจ้องมองพริษฐ์ที่เอาแต่กระดกน้ำสีอำพันเข้าปากราวกับเป็นน้ำเปล่า และได้ข่าวมาว่าเพื่อนรักดื่มหนักแบบนี้ติดต่อกันมาสามวันแล้ว “ถามมันเองเลย” วาโยมองสภาพของคุณหมอสูติฯ แล้วนึกสมเพช ตั้งแต่ที่ถูกจนิตาแจ้งความก็เอาแต่จมอยู่กับแก้วเหล้า “สรุปมึงเป็นอะไรไอ้พาย” ธนกฤตแย่งแก้วเหล้าออกจากมือพริษฐ์ สภาพเพื่อนตอนนี้ดูเหมือนคนอกหักปางตาย ทั้งที่มีข่าวลือหนาหูว่ามันกำลังจะแต่งงานใหม่ “เอาแก้วกูคืนมาไอ้ธาม” พริษฐ์เอื้อมมือจะคว้าคืน แต่อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ “ตอบกูมาก่อน แล้วกูจะคืนให้” พริษฐ์ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม นัยน์ตาแดงก่ำสั่นไหวด้วยความตัดพ้อและเจ็บช้ำ ก่อนแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง จนิตาใจร้ายกับตนเหมือนคนเกลียดชังกันมาสิบชาติ “ตอบเร็วสิมึง” ธนกฤตเร่งเร้า “กูเรียกเอาแก้วใหม่ก็ได้” พริษฐ์ตัดบทด้วยความหงุดหงิด มือกวักเรียกบริกรให้นำแก้วใบใหม่มาให้ทันที ธนกฤตมองเพื่อนอย่างใช้ความคิด พริษฐ์เป็นคนพูดน้อยก็จริง แต่ไม่เคย
“เรากลับกันดีกว่าค่ะพี่เก้า ไจ๋เหนื่อยแล้ว” “ได้สิครับ” นพเก้าพยักหน้าตอบตกลง ศีรษะค้อมลงเล็กๆ ให้คนที่จะมารับหน้าที่ลงนรกต่อจากตน แล้วพาจนิตาเดินปลีกตัวออกไปขึ้นรถคันหรูของตัวเอง พริษฐ์ยืนหายใจหอบถี่ด้วยความหงุดหงิด โมโหคนอวดดีอย่างจนิตาที่ไม่ยอมฟังคำเตือนกันเลย แล้วพยายามบอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจ ในเมื่อจนิตาอยากรนหาที่นักก็ช่างปะไร อย่างไรเสียตนกับฝ่ายหญิงก็หย่าขาดจากกันแล้ว ทว่าสุดท้ายกลับสบถออกมาเสียงดัง มือยกขึ้นขยี้ผมตัวเองอย่างแรง “บ้าเอ๊ย” ฝ่ายคนที่นั่งอยู่บนรถคันหรูหันไปมองสารถีหนุ่ม ในสมองมีคำถามผุดขึ้นและเลือกจะถามออกไปตรงๆ “พี่เก้ามาที่โรงแรมนี้ได้ยังไงคะ บังเอิญหรือตั้งใจมา?” จนิตาอยากรู้ว่าทำไมนพเก้าถึงมายังโรงแรมจัดงานแห่งนี้ได้ “เรียกว่าถูกเชิญมาดีกว่าครับ” นพเก้าตอบ เขาคงไม่ต้องบอกว่าใครเป็นคนร่อนบัตรเชิญไปให้ถึงหน้าบ้าน คราแรกตนไม่คิดจะมาด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความอยากรู้ว่าตะวันฉายต้องการจะทำอะไร และตอนนี้ก็ได้คำตอบที่แจ่มชัดแล้ว เจ้าหล่อนต้องการประกาศชัยชนะ “เธ
บทที่ 8 “เหอะ” จนิตากดยิ้มลึกและทำเสียงต่ำในลำคอ นึกถึงถ้อยคำที่พริษฐ์บอกไว้ พริษฐ์เชิญเธอมางานจริงๆ ช่างเป็นคนที่รักษาคำพูดเสียจริง ก่อนดึงสายตาไปมองคนบนเวทีที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข ยิ้มให้กับชายที่รักเจ้าหล่อนท่วมหัว จนิตารีบยกมือขึ้นปรบมือเป็นคนแรก เรื่องน่ายินดีแบบนี้ทุกคนก็ต้องช่วยกันอวยพร นั่นทำให้ตะวันฉายเบนสายตาไปมองแล้วยิ้มพึงพอใจ จากนั้นพิธีกรบนเวทีก็รีบทำตามหน้าที่ของตัวเอง “พวกเราขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ” “ค่ะ” ตะวันฉายยิ้มขอบคุณ แล้วหันไปจับมือของบิดาไว้แน่น สายตามองไปรอบๆ ล้วนแต่มีคนร่วมยินดีไปกับเธอ ก่อนจะหันไปมองพิธีกรพร้อมเอ่ยบอก “เพลงต่อไปฉายขอเป็นเพลงรักอวยพรให้พวกเราได้ไหมคะ” “งานนี้คงต้องฝากไว้ที่น้องไจ๋ไจ๋แล้วครับ” พิธีกรผายมือไปยังด้านข้างเวทีอีกด้าน หวังว่านักร้องคนที่สองคงมีลิสต์เพลงรักหวานชื่นอยู่บ้าง “ยินดีค่ะ” จนิตาก้าวเท้าขึ้นไปเผชิญหน้าบนเวทีอย่างไม่หวั่นเกรง และจะไม่พลาดโอกาสทองที่จะมอบคำอวยพรให้ทั้งสอง “งั้น...ไจ๋ขอเป็นคนกล่าวคำอวยพรให้ทั้งคู่นะคะ”
“งานเลี้ยงบริษัทน่ะ” เกวลินเอ่ยบอก ในอดีตเธอเคยทำหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้เพื่อนรัก และตอนนี้ก็กลับมาช่วยดูแลคิวงานให้ระหว่างที่จนิตากำลังรันวงการอีกครั้ง “เห็นว่าเป็นงานรวมเครือบริษัทใหญ่น่ะ ฉันเพิ่งได้รับการติดต่อมาเมื่อเย็นวาน รายละเอียดคร่าวๆ คือเป็นงานใหญ่พอตัวเลยนะ...แกจะรับไหม” “รับสิ” จนิตาตอบโดยไม่ต้องคิด งานคือเงิน และเงินคืออนาคตที่จะกลายเป็นค่านมผงให้เจ้าตัวเล็กในท้อง “แต่อีกสามวันนะนังไจ๋” เกวลินบอกถึงกำหนดวันที่ค่อนข้างเร่งด่วน “ฮะ?” หญิงสาวตกใจเล็กน้อยเพราะเวลากระชั้นชิดมาก แถมยังร้างสนามมานาน แม้ที่ผ่านมาจะฝึกร้องเพลงที่บ้านอยู่บ่อยๆ แต่การขึ้นเวทีจริงมันต่างกัน “เห็นว่าถูกนักร้องดังเท” เกวลินบอกเหตุผลที่ทางผู้จ้างบอกมา ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาล คิวของคนดังมากดังน้อยจึงพลอยแน่นไปหมด “อ้อ...” จนิตาลากเสียงยาว แต่ก็ไม่ได้ทำให้บั่นทอนจิตใจ เพราะทุกโอกาสมีค่าเสมอ “ว่าแต่แกเป็นไงบ้าง” เกวลินถามด้วยความห่วงใย อยากให้เพื่อนย้ายมาอยู่คอนโดมิเนียมด้วยกันจะได้ช่วยดูแล แต่จนิตาก็ดื้อแพ่งไม่ยอมท่าเดียว “ก็ด







![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)