공유

บทที่ 7 (02)

last update 게시일: 2026-07-18 03:28:29

“ใครอยากกินนมไจ๋... รีบจิ้มที่ตะกร้านะคะ และช่วงนี้ไจ๋ก็กลับมารับงานร้องเพลงแล้ว ใครมีงานเล็กใหญ่ติดต่อผ่านผู้จัดการไจ๋ได้เลย”

          จนิตาพร้อมกลับมารันวงการแล้ว แต่ก็รู้ดีว่าการหายหน้าไปถึงสามปีทำให้เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ 

          “เอามือถือกูคืนมาได้แล้ว” วาโยยื่นมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือของตนคืนมา ทว่าไม่ถึงวินาทีก็ต้องร้องโวยวาย “ทำไมกูดูไลฟ์คุณไจ๋ไม่ได้”

          เขาตั้งใจว่าจะกดสั่งนมสักสิบลังเป็นการอุดหนุนจนิตา และช่วยสมทบทุนค่านมของหลาน

          “มึงทำกูโดนบล็อก อยากดูทำไมไม่ดูเครื่องตัวเอง” ตอนนี้ตนเข้าไปดูอะไรที่เกี่ยวกับจนิตาไม่ได้เลย แถมไม่รู้ว่า

พริษฐ์ระรัวมือพิมพ์ข้อความอะไรไปบ้าง เขาจะถูกเกลียดไปด้วยหรือเปล่า

          ด้านคุณหมอสูติฯ แค่กลอกตาเป็นเลขแปด ตนก็ไม่ได้อยากจะดูอะไรนักหรอก หากวาโยไม่บอก มีหรือจะไปสนใจ

          “อย่าบอกนะว่าโดนบล็อกไปก่อนแล้ว” วาโยบิดปากยิ้มสมน้ำหน้าใส่ คิดว่าต้องเป็นเช่นนั้นแน่ ไม่อย่างนั้นเจ้าตัวคงรู้แล้วว่าจนิตากำลังไลฟ์ขายสินค้า

          คนที่ถูกจับได้กระเด้งตัวลุกพึ่บจากเก้าอี้ พลิกตัวเดินหมายจะกลับออกประตูบานเลื่อนไป

          “จะไปแล้ว ไม่บอกธุระก่อนเหรอ” วาโยทำเป็นสนใจขึ้นมา

          “กูจะไปหาคุณฉาย” พริษฐ์เอียงคอบอก คราแรกมาเพราะมีเรื่องจะปรึกษา แต่ตอนนี้จัดการเองจะดีกว่า แล้วจึงเดินหายออกไปอย่างเร็วไว

          “สมควรแล้วที่ถูกบล็อก” วาโยซ้ำเติมทันที พร้อมสะบัดความคิดก่อนหน้านี้ทิ้งไป เพราะอย่างไรแล้วสำหรับพริษฐ์ ตะวันฉายก็ยังเป็นที่หนึ่งเสมอมา

          และคงตลอดไปด้วย

          ภายในบ้านหลังเล็กอบอวลไปด้วยร่องรอยแห่งความหลัง ภาพของแม่เลี้ยงเดี่ยวผู้ตรากตรำทำงานหนักเพื่อส่งลูกสาวเพียงคนเดียวไปให้ถึงฝั่งฝันยังคงชัดเจนในใจ แล้วก็ยังมีความทรงจำเกี่ยวกับเจ้าหมาตัวโปรดที่จากไปด้วยโรคชราด้วย    

          จนิตาส่งยิ้มให้กับรูปถ่ายของมารดาบนผนัง พยายามกล้ำกลืนความคะนึงหาและอ้อมกอดอุ่นๆ ไว้ใต้รอยยิ้ม เพราะไม่อยากทำให้ท่านไม่สบายใจ

          หญิงสาวใช้มือบีบนวดเรียวขาและเอวที่เริ่มประท้วงจากการไลฟ์สดขายของติดต่อกันเกือบสามชั่วโมง แม้จะสนุกแต่ก็สูญเสียพลังงานไปไม่น้อย ตอนนี้ท้องก็เริ่มร้องประท้วง สงสัยว่าเธอต้องออกไปหาอะไรรองท้องแล้ว แต่แค่ผลักประตูให้เปิดกว้างก็ต้องพบกับคนที่ไม่อยากต้อนรับ

          “ที่นี่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล” จนิตาเค้นเสียงบอกผู้บุกรุกที่ยืนอยู่เบื้องหน้า

          “รู้”

          ผู้มาเยือนไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านแม้แต่น้อย

          “แล้วยังจะกล้าเดินเข้ามาโดยไม่ได้ขอ” จนิตาอ่อนใจกับความหน้าทนของคนที่กล้ายอมรับออกมาโดยไม่ได้รู้สึกอะไรเลยจริงๆ

          “มาซื้อนม ขายนมไม่ใช่หรือไง คุณแม่ให้มาซื้อให้” ชายหนุ่มโพล่งเหตุผลออกไป ราวกับจะบอกว่าถ้าไม่ใช่เพราะคำสั่งของมารดา เขาก็ไม่ได้อยากเหยียบมาที่นี่นักหรอก

          “หมดตะกร้าแล้ว” จนิตาบอกสั้นๆ ตนแค่เป็นตัวแทนไลฟ์ ไม่ได้ซื้อของมาสต็อกไว้สักหน่อย

          “ก็หามาขายอีกสิครับ ผมจะซื้อ...คุณแม่น่ะ”

          พริษฐ์เลิกคิ้วใส่ เรื่องแค่นี้ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร หญิงสาวก็ควรคิดได้ ทว่าคำที่โต้กลับมาทำให้ต้องขบกรามแน่น

          “นมมีไว้ให้คนฉลาดกินเท่านั้นค่ะ” คนอย่างเขาไม่ควรกินนมให้เปลือง สู้เก็บนมไว้ให้ไอ้แดงไอ้ด่างที่วิ่งผ่านหน้าบ้านเธอจะยังดีเสียกว่า

          “ไจ๋ไจ๋”  ชายหนุ่มเค้นเสียงในลำคอ เจ้าตัวฝีปากกล้าเกินไปแล้ว เพราะนิสัยเช่นนี้อย่างไรกัน ไปไหนมาไหนผู้คนถึงเอาแต่มองและจับผิด

          จนิตาปรายตามองอย่างสมเพช พริษฐ์คิดว่าเธอจะยื่นดอกไม้ให้เหมือนเมื่อก่อนหรืออย่างไร ในวันที่ตาสว่างแล้ว สิ่งที่พริษฐ์จะได้รับคืนไปมีเพียงก้อนหินเท่านั้น ทว่าไม่ทันจะได้ลับฝีปากต่อ จู่ๆ ก็มีอาการพะอืดพะอมจนต้องยกมือขึ้นมาปิดปาก

          “อุ๊...”

          จนิตาคล้ายจะสำรอกออกมา อาการนี้เกิดขึ้นตอนที่ได้รู้ความจริง จากนั้นก็ไม่มีอีกเลย กระทั่งในวันนี้ ก่อนสองเท้าจะต้องเดินไวๆ ตรงไปยังห้องน้ำ แต่ก็ไม่ทันการณ์ เธออาเจียนใส่พื้นห้องน้ำไปก่อนแล้ว

          หญิงสาวเช็ดปากของตัวเอง รู้สึกขมและเปรี้ยวไปทั้งคอ ในนาทีถัดมาก็ต้องถลาตัวไปชิดกับชักโครก อาเจียนออกมาอีกครั้ง

          และอีกครั้ง

          “ไจ๋ไจ๋” พริษฐ์รีบพุ่งตามเข้าไป มือหนาลูบแผ่นหลังบางขึ้นลง ทว่าคนพยศย่อมพยศวันยังค่ำ

          “อย่ามาแตะเนื้อต้องตัวฉัน” หญิงสาวพยายามสะบัดตัวออก แต่พูดได้เพียงเท่านั้นหน้าก็มืดจนต้องย่อตัวลงไปอีกครั้ง

          จนิตาได้รู้ซึ้งถึงฤทธิ์ของคำว่า ‘แม่’ ก็วินาทีนี้เอง ร่างกายที่เคยแข็งแรงกลับปั่นป่วน จนไม่มีแรงแม้แต่จะหันไปไล่คนที่กำลังรวบผมยาวสลวยให้เธอเพื่อไม่ให้เปื้อนคราบอาเจียน   

          พริษฐ์ในฐานะหมอรู้ดีว่าอาการแพ้ท้องของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนแพ้ลากยาวไปถึงหกเจ็ดเดือน หรือบางคนก็แทบไม่มีอาการเลย

          “ผมจะพาไปนั่ง” เขาประคองหญิงสาวที่ดูไร้เรี่ยวแรงนั้นไว้อย่างระมัดระวัง

          “ไม่ได้ขอ” หญิงสาวเค้นเสียงตวาดไป ชักหงุดหงิดจนทนกับเขาไม่ไหวแล้ว แค่เห็นหน้าก็เหมือนท้องไส้ปั่นป่วนอีกรอบ แต่ในจังหวะก้าวเท้าลำตัวของเธอกลับเซถอยหลัง เพราะบ้านกำลังหมุนติ้ว

          “เป็นไง เพราะดื้อไงเลยเป็นแบบนี้” โชคดีที่พริษฐ์ใช้แขนประคองไว้ ไม่อย่างนั้นได้มีหงายหลังแน่ พร้อมใช้สายตาดุไป “แล้วช่วยใช้สมองคิดหน่อยครับว่า ถ้าล้มไปจะเกิดอะไรขึ้น”          

          จนิตายังทำท่าไม่ยอม พยายามจะใช้มือไปค้ำกับผนังห้องแทน อยู่ใกล้คนใจร้ายแล้วพลอยจะอาการหนักกว่าเดิม แต่สุดท้ายร่างกายก็อ่อนแอเกินกว่าจะดื้อรั้น

          พริษฐ์ประคองร่างบางไปนั่งลงบนโซฟาอย่างเบามือ แล้วเดินหายเข้าไปในบ้าน ก่อนกลับเข้ามาพร้อมยาดมสมุนไพรในมือ

          “เอาไปดมซะครับ” เขายัดมันใส่มือนุ่ม มันจะช่วยบรรเทาอาการที่หญิงสาวเป็นอยู่ด้วย

          จนิตาอยากจะสะบัดมือทิ้ง ทว่าร่างกายที่อ่อนแอจนแทบจะวูบทำให้ฝืนไม่ไหว สุดท้ายจึงต้องรับมาจ่อที่จมูกเพื่อสูดเอากลิ่นสมุนไพรเข้าปอด    

          “แล้วกินข้าวหรือยังครับ” พริษฐ์มองหน้านิ่ง แค่ได้รับความเงียบโต้กลับมาก็รู้ได้ทันที “ผมเคยบอกแล้วไงว่าให้กินข้าวให้ตรงเวลา”

          “ไม่ใช่พ่อ ไม่ต้องมาสั่ง”

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 10

    “ฮะ? อะไรนะ” วาโยเบิกตาโต ทวนประโยคนั้นซ้ำเพื่อให้แน่ใจ มันเมาถึงพูดผิดพูดถูกหรือเปล่า “มึงรักคุณไจ๋?” “ไม่รักแล้วกูจะแต่งงานกับไจ๋ทำไมวะ” พริษฐ์มองหน้าคนถามอะไรแปลกๆ อย่างไม่เข้าใจ ฝ่ายวาโยนิ่งและอึ้งไป สมองเริ่มมีความสับสน ส่วนนายตำรวจหนุ่มได้แต่ยืนเกาศีรษะ เพราะเริ่มตามไม่ทันแล้ว ทางด้านเมธาวินเดินลิ่วๆ ไปยังรถคันหรูที่สตาร์ตเครื่องรออยู่ สองเท้าก้าวขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังด้วยท่าทางสบายใจ “วินมาแล้ว...” ทุกสายตาในรถจับจ้องที่เขาเป็นจุดเดียว ศราเผยอปากจะถามแต่เจ้าตัวกลับยกมือห้าม “ขอเวลาห้านาที” เมธาวินก้มหน้าก้มตาจัดการสมาร์ตโฟนสักพัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองจนิตา “ไจ๋ เงินเข้าหรือยัง” “เงินอะไร” หญิงสาวที่นั่งนิ่งมาตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นรถเลิกคิ้วขึ้น สีหน้ามีความตึงเครียดไม่น้อย “ไจ๋ก็ดูสิ” เมธาวินพยักพเยิดหน้าให้จนิตาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเช็ก หญิงสาวทำตาม ไม่นานก็ต้องตาเบิกกว้าง เมื่อได้รับข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร ว่าเมธาวินโอนเงินให้เธอถึงสองแสนบาทแล้วรีบถามไป “แกโอนเงินให้ฉันทำไม...ตั้งสองแสน”

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 9 (02)

    “เฮ้ย นั่นมันจะจูบคุณไจ๋หรือเปล่าวะ” ภาพที่ผู้ชายใบหน้าหล่อเหลากำลังโน้มใบหน้าไปแนบชิดกับดวงหน้าหวานจนปลายจมูกแทบชนกัน สิ้นเสียงของธนกฤต พริษฐ์ก็สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม สองเท้าพุ่งทะยานไปยังโต๊ะเป้าหมายด้วยความเร็วแสง แล้วกระชากคอเสื้อของไอ้คนหน้าด้านให้ห่างจากภรรยาของเขา “อย่ามายุ่งกับเมียกู” พริษฐ์ประกาศก้อง นัยน์ตาแดงก่ำราวกับมีลูกไฟลุกโชนอยู่ภายใน “ใครเมียมึง” เมธาวินตวัดสายตามองพริษฐ์ตั้งแต่หัวจดเท้า ก่อนจะใช้ลิ้นเลียริมฝีปากแล้วบอกออกไป “ของดีๆ ใครก็อยากเอาปะวะ” “ไอ้เหี้ย” เพียงเท่านั้นสติของพริษฐ์ก็ขาดผึง ปล่อยหมัดซัดใส่ใบหน้าของคนที่มันพูดจาแทะโลมจนิตา หนำซ้ำยังจะกล้ามาจูบปากนุ่มๆ ที่เป็นของเขาอีก “ว้าย” เสียงร้องด้วยความตกใจดังระงม ศราและเกวลินมองภาพตะลุมบอนตรงหน้าด้วยอาการตาค้าง เพื่อนของพริษฐ์รีบปรี่เข้ามาห้ามทัพพัลวัน “ไอ้พายหยุดเถอะ ตั้งสติหน่อย” วาโยพยายามดึงตัวเพื่อนออก แต่กลับถูกพริษฐ์สะบัดจนกระเด็น ธนกฤตพยายามล็อกแขนเอาไว้ แต่วันนี้พริษฐ์กลับมีแรงมหาศาลจนเขาแทบหน้าคะมำ ทว่าจู่ ๆ ทุกอย่างก็หยุดนิ

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 9

    บทที่ 9 “มันเป็นเหี้ยอะไร” เมื่อนายตำรวจหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะก็เอ่ยถาม สายตาจ้องมองพริษฐ์ที่เอาแต่กระดกน้ำสีอำพันเข้าปากราวกับเป็นน้ำเปล่า และได้ข่าวมาว่าเพื่อนรักดื่มหนักแบบนี้ติดต่อกันมาสามวันแล้ว “ถามมันเองเลย” วาโยมองสภาพของคุณหมอสูติฯ แล้วนึกสมเพช ตั้งแต่ที่ถูกจนิตาแจ้งความก็เอาแต่จมอยู่กับแก้วเหล้า “สรุปมึงเป็นอะไรไอ้พาย” ธนกฤตแย่งแก้วเหล้าออกจากมือพริษฐ์ สภาพเพื่อนตอนนี้ดูเหมือนคนอกหักปางตาย ทั้งที่มีข่าวลือหนาหูว่ามันกำลังจะแต่งงานใหม่ “เอาแก้วกูคืนมาไอ้ธาม” พริษฐ์เอื้อมมือจะคว้าคืน แต่อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ “ตอบกูมาก่อน แล้วกูจะคืนให้” พริษฐ์ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม นัยน์ตาแดงก่ำสั่นไหวด้วยความตัดพ้อและเจ็บช้ำ ก่อนแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง จนิตาใจร้ายกับตนเหมือนคนเกลียดชังกันมาสิบชาติ “ตอบเร็วสิมึง” ธนกฤตเร่งเร้า “กูเรียกเอาแก้วใหม่ก็ได้” พริษฐ์ตัดบทด้วยความหงุดหงิด มือกวักเรียกบริกรให้นำแก้วใบใหม่มาให้ทันที ธนกฤตมองเพื่อนอย่างใช้ความคิด พริษฐ์เป็นคนพูดน้อยก็จริง แต่ไม่เคย

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 8 (02)

    “เรากลับกันดีกว่าค่ะพี่เก้า ไจ๋เหนื่อยแล้ว” “ได้สิครับ” นพเก้าพยักหน้าตอบตกลง ศีรษะค้อมลงเล็กๆ ให้คนที่จะมารับหน้าที่ลงนรกต่อจากตน แล้วพาจนิตาเดินปลีกตัวออกไปขึ้นรถคันหรูของตัวเอง พริษฐ์ยืนหายใจหอบถี่ด้วยความหงุดหงิด โมโหคนอวดดีอย่างจนิตาที่ไม่ยอมฟังคำเตือนกันเลย แล้วพยายามบอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจ ในเมื่อจนิตาอยากรนหาที่นักก็ช่างปะไร อย่างไรเสียตนกับฝ่ายหญิงก็หย่าขาดจากกันแล้ว ทว่าสุดท้ายกลับสบถออกมาเสียงดัง มือยกขึ้นขยี้ผมตัวเองอย่างแรง “บ้าเอ๊ย” ฝ่ายคนที่นั่งอยู่บนรถคันหรูหันไปมองสารถีหนุ่ม ในสมองมีคำถามผุดขึ้นและเลือกจะถามออกไปตรงๆ “พี่เก้ามาที่โรงแรมนี้ได้ยังไงคะ บังเอิญหรือตั้งใจมา?” จนิตาอยากรู้ว่าทำไมนพเก้าถึงมายังโรงแรมจัดงานแห่งนี้ได้ “เรียกว่าถูกเชิญมาดีกว่าครับ” นพเก้าตอบ เขาคงไม่ต้องบอกว่าใครเป็นคนร่อนบัตรเชิญไปให้ถึงหน้าบ้าน คราแรกตนไม่คิดจะมาด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความอยากรู้ว่าตะวันฉายต้องการจะทำอะไร และตอนนี้ก็ได้คำตอบที่แจ่มชัดแล้ว เจ้าหล่อนต้องการประกาศชัยชนะ “เธ

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 8

    บทที่ 8 “เหอะ” จนิตากดยิ้มลึกและทำเสียงต่ำในลำคอ นึกถึงถ้อยคำที่พริษฐ์บอกไว้ พริษฐ์เชิญเธอมางานจริงๆ ช่างเป็นคนที่รักษาคำพูดเสียจริง ก่อนดึงสายตาไปมองคนบนเวทีที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข ยิ้มให้กับชายที่รักเจ้าหล่อนท่วมหัว จนิตารีบยกมือขึ้นปรบมือเป็นคนแรก เรื่องน่ายินดีแบบนี้ทุกคนก็ต้องช่วยกันอวยพร นั่นทำให้ตะวันฉายเบนสายตาไปมองแล้วยิ้มพึงพอใจ จากนั้นพิธีกรบนเวทีก็รีบทำตามหน้าที่ของตัวเอง “พวกเราขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ” “ค่ะ” ตะวันฉายยิ้มขอบคุณ แล้วหันไปจับมือของบิดาไว้แน่น สายตามองไปรอบๆ ล้วนแต่มีคนร่วมยินดีไปกับเธอ ก่อนจะหันไปมองพิธีกรพร้อมเอ่ยบอก “เพลงต่อไปฉายขอเป็นเพลงรักอวยพรให้พวกเราได้ไหมคะ” “งานนี้คงต้องฝากไว้ที่น้องไจ๋ไจ๋แล้วครับ” พิธีกรผายมือไปยังด้านข้างเวทีอีกด้าน หวังว่านักร้องคนที่สองคงมีลิสต์เพลงรักหวานชื่นอยู่บ้าง “ยินดีค่ะ” จนิตาก้าวเท้าขึ้นไปเผชิญหน้าบนเวทีอย่างไม่หวั่นเกรง และจะไม่พลาดโอกาสทองที่จะมอบคำอวยพรให้ทั้งสอง “งั้น...ไจ๋ขอเป็นคนกล่าวคำอวยพรให้ทั้งคู่นะคะ”

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 7 (04)

    “งานเลี้ยงบริษัทน่ะ” เกวลินเอ่ยบอก ในอดีตเธอเคยทำหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้เพื่อนรัก และตอนนี้ก็กลับมาช่วยดูแลคิวงานให้ระหว่างที่จนิตากำลังรันวงการอีกครั้ง “เห็นว่าเป็นงานรวมเครือบริษัทใหญ่น่ะ ฉันเพิ่งได้รับการติดต่อมาเมื่อเย็นวาน รายละเอียดคร่าวๆ คือเป็นงานใหญ่พอตัวเลยนะ...แกจะรับไหม” “รับสิ” จนิตาตอบโดยไม่ต้องคิด งานคือเงิน และเงินคืออนาคตที่จะกลายเป็นค่านมผงให้เจ้าตัวเล็กในท้อง “แต่อีกสามวันนะนังไจ๋” เกวลินบอกถึงกำหนดวันที่ค่อนข้างเร่งด่วน “ฮะ?” หญิงสาวตกใจเล็กน้อยเพราะเวลากระชั้นชิดมาก แถมยังร้างสนามมานาน แม้ที่ผ่านมาจะฝึกร้องเพลงที่บ้านอยู่บ่อยๆ แต่การขึ้นเวทีจริงมันต่างกัน “เห็นว่าถูกนักร้องดังเท” เกวลินบอกเหตุผลที่ทางผู้จ้างบอกมา ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาล คิวของคนดังมากดังน้อยจึงพลอยแน่นไปหมด “อ้อ...” จนิตาลากเสียงยาว แต่ก็ไม่ได้ทำให้บั่นทอนจิตใจ เพราะทุกโอกาสมีค่าเสมอ “ว่าแต่แกเป็นไงบ้าง” เกวลินถามด้วยความห่วงใย อยากให้เพื่อนย้ายมาอยู่คอนโดมิเนียมด้วยกันจะได้ช่วยดูแล แต่จนิตาก็ดื้อแพ่งไม่ยอมท่าเดียว “ก็ด

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status