Mag-log inอ๋องซีหยาง พยายามหลีกหนีการแต่งงานที่ฮองเฮาฉางเก้อกำลังเร่งรัดเขา หลังจากที่ทำให้เขาต้องยอมหมั้นหมายกับหลานสาวของนางคือเจียเหลียนฮวานางร้ายประจำเมืองที่ร้ายกาจ เจ้ามารยา และเป็นที่รังเกียจของเขาเหลือเกิน นางตามหึงหวงเขา และราวีหญิงทุกคนที่มาข้องเกี่ยวกับเขา ตามตบตีกับคุณหนูจวนอื่นๆที่นินทาว่าร้ายนางให้ได้ยิน ทำตัวร้ายกาจจนคนลือ เขามิชอบหญิงร้ายกาจเช่นนางแต่กลับพึงใจสหายของนางที่เป็นหญิงเรียบร้อยอ่อนหวาน เขาคิดว่าหากถอนหมั้นกับนางสำเร็จจะไปสู่ขอสหายของนางคือจงซูลี่ มาเป็นพระชายา แต่นางรู้เข้าจึงได้ปีนเตียงของเขาแต่คิดหรือบุรุษเช่นเขาจะยอมรับผิดชอบหญิงเช่นนางจึงได้หนีไปออกรบที่ชายแดนทันที และเมื่อกลับมานางกลับยอมถอนหมั้นอย่างง่ายดายและไม่ได้สนใจตอแยกับเขาอีก แต่กลับเป็นเขาที่ตามหึงหวงนางไปทุกที่แทน….
view moreขุนนางหนุ่มก้มลงไล้เลียร่างอวบของเมียรักจนทั่วร่าง จนถึงเนินอวบของนาง เขาบีบขย้ำมันอย่างมันมือ แล้วก็สอดนิ้วแกร่งของเขาเข้าไปจนมิดด้ามแล้วเร่งกระแทกร่องอวบของนางด้วยจังหวะที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งสะโพกอวบของซูลี่กระตุกเกร็งจนเสร็จสมไป นางปลดปล่อยน้ำรักจนเต็มมือหนาของสามีเมื่อเขาเห็นนางพร้อมสำหรับเขาแล้ว จึงได้สอดลำกายอวบใหญ่ของเขาเข้าไปจนมิดลำกาย นางยังคงคับแน่นสำหรับเขา เมื่อร่องอวบของซูลี่ที่มันแอ่นสายไปมาด้วยความเสียวซ่านอย่างรอคอยการเติมเต็มจากสามี เมื่อสัมผัสกับลำกายอวบใหญ่ของเขามันกระตุกเกร็งแทบจะเสร็จสม สะโพกอวบโยกรับลำกายแกร่งของสามีทันที ที่เขาจ้วงแทงนางด้วยจังหวะที่รัวเร็ว นางแอ่นสะโพกรับเขาอย่างร่านร้อนเหลือเกิน ปากจิ้มลิ้มก็ร้องครวญครางอย่างสุขสม “ อ๊าา อ๊าา อ๊าา อะ อ๊ะ ท่านพี่เร็วอีกเจ้าค่ะ อ๊า อ๊าาา อ๊าาง ” ซูลี่ร้องครวญครางอย่างสุขสม นางโยกสะโพกอวบรับการจ้วงแทงที่รัวเร็วของสามี ปากก็ร้องครวญคราง มือบางยกขึ้นลูบไล้หลังไหล่ของเขาไปมา ขุนนางหนุ่มเร่งกระแทกร่องอวบของนางอย่างเร่าร้อน เขาเองก็สุขสมเหลือเกิน ครางกระหึ่มในลำคอหนาเสียงดังก้องไปทั้งห้อง เขาจับร่างอวบของเม
ทั้งสองเดินตรงไปหาพี่ชายที่นั่งร่ำสุรากับสหาย ที่ศาลากลางสวน “ ท่านรองแม่ทัพไป๋ วันนี้นึกครึ้มใจอะไรขึ้นมาเจ้าคะถึงได้ร่ำสุราแต่หัววันเลย ” ซูลี่เอ่ยทักทายเขาทันที นางเดินตรงไปนั่งลงข้างๆสามี ส่วนพระชายาเจียทรุดนั่งลงตรงข้ามพวกเขา นางยิ้มให้รองแม่ทัพไป๋ “ เขาเป็นแม่ทัพแล้ว ได้เลื่อนขั้นเมื่อเช้านี้เอง” คุณชายเจียเอ่ยทักท้วงว่าที่ฮูหยินของเขา “ ถ้าเช่นนั้นก็ยินดีกับตำแหน่งใหม่ด้วยนะเจ้าคะ ” นางจึงได้เอ่ยแสดงความยินดีอีกครั้ง “ แต่สิ่งที่ต้องแสดงความยินดียิ่งกว่านั้นก็คือ เขาได้สมรสพระราชทานกับองค์หญิงซีหลีน่า น้องสาวของอ๋องห้าเช่นใดเล่าพระชายา” คุณชายเจียหันไปบอกน้องสาวของตนเอง “ องค์หญิงหลีน่า นางน่่ารักเหลือเกิน อัธยาศัยไมตรีก็ดียิ่งนัก พี่เฟยหลงท่านโชคดีแล้วนะที่ได้แต่งงานกับนาง ” พระชายาเจียเอ่ยบอกเขา “ แม่ทัพไป๋เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าพระชายาเจีย ” ท่านจงใจจะละเลยคำพูดที่ว่านางอ้วนใหญ่เหลือเกิน หากล้มทับข้าคงจะกระอักเลือดไปเลยใช่หรือไม่ “ เขาเอ่ยใบหน้าเรียบเฉย บ่งบอกว่ามิได้ล้อเล่นเลย พระชายาเจียถอนหายใจเบาๆ “ เปิ่นหวางเฟยพูดจริงๆนะ นางน่ารัก อัธยาศัยไมตรีดี เพียงแต่นางอ้วนใหญ่มา
องค์หญิงหลีน่าไปปรึกษาองค์ชายรองพี่ชายของนางทันที เพราะเขาเป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สุดของนาง “ เสด็จพี่ หม่อมฉันอยากจะแต่งงานท่านพอจะช่วยได้หรือไม่ ” องค์ชายรองตะลึงงันไปทันที เขาแทบจะเอามือแคะหูตนเอง หลีน่าบอกว่าจะแต่่งงานกับใครกัน เขาหันมามองน้องสาวตนเองช้าๆ จ้องมองหุ่นอันอ้วนใหญ่ที่หน้าท้องของนางยื่นออกมากลมดังเช่นหญิงท้อง “ หลีน่าเจ้าล้อพี่เล่นใช่หรือไม่ เจ้าจะแต่งงานได้เช่นไร เจ้ายังเด็กเกินไป ” เขาเอ่ยขึ้นทันที เพราะพี่ชายทุกคนมักจะชอบคิดว่านางยังเด็กเล็กนักอยู่เสมอ ทั้งๆที่นางอายุสิบหกหนาวแล้ว อายุเลยวัยปักปิ่นมาแล้วด้วยซ้ำไป“ ข้าพูดจริงพี่รอง ตอนบ่ายหม่อมฉันเดินชนกับรักแรกของเข้า ทันทีที่สบตาของเขาหม่อมฉันก็ตกหลุมรักเขาทันที รู้ได้ทันทีว่าชายคนนี้คือว่าที่สามีของหม่อมฉันอย่างแน่นอน ” หลีน่าพร่ำพรรณาให้พี่ชายของตนเองฟัง องค์ชายรองตาค้าง นั่นน้องสาวของเขาแอบหลงรักใครกัน “ แล้วเจ้าหมอนั่นมันเป็นใครกัน ” เขาลองเลียบเคียงถามนาง “ เขาบอกว่าชื่อรองแม่ทัพไป๋เฟยหลงเป็นบุตรชายแม่ทัพภาคตะวันออก ” องค์ชายรองแทบจะร้องอ๋อออกมาทันที เจ้านั่นอดีตคู่แข่งของเจ้าห้านั่นเอง เจ้าหมอนั่นก็หล่อเหลาไม่เบ
ขุนนางหนุ่มมีสีหน้าดีใจที่เสนาบดีจงยอมรับเขาโดยง่ายดาย “ ขอรับท่านพ่อตา ข้าจะจัดการเรื่องสินสอดให้เร็วที่สุดและหาฤกษ์ที่ดีและให้เร็วที่สุด มิต้องห่วงนะขอรับ ข้ารักนางมาก จะดูแลนางให้ดีที่สุด ขอให้ท่านวางใจ ” จากนั้นเขาก็อยู่พูดคุยกับเสนาบดีจงครู่ใหญ่จึงได้ขอตัวลากลับ ซูลี่เดินออกมาส่งสามีหมาด ๆ ของนางจนถึงหน้าประตู เหลียวมองซ้ายขวาไม่เห็นใครจึงได้เขย่งเท้าขึ้นจูบแก้มเขาเบาๆ “ ท่านพี่ต้องรีบจัดการเรื่องแต่งงานของเราให้เร็วที่สุดนะเจ้าค่ะ ข้ารอนานไม่ไหว อยากจะใช้ชีวิตอยู่กับท่านให้เร็วที่สุด ”ขุนนางหนุ่มก้มลงมองใบหน้าที่แดงก่ำของซูลี่แล้วก้มลงหอมแก้มนางทั้งสองข้าง ๆพี่จะจัดการให้เร็วที่สุดเจ้าไม่ต้องกังวล แต่ระหว่างนี้พี่จะมาหาเจ้าบ่อยๆ หรือเจ้าก็ไปหาพี่ที่จวนได้ตลอดเวลา เจ้าก็รู้หากพี่ไม่มีราชการก็จะอยู่ที่จวน เจ้าก็ไปมาหาสู่ที่จวนเช่นเดิมเหมือนตอนที่ยังเป็นสหายกับฮวาเอ๋อ ตอนนี้เจ้ากลายมาเป็นพี่สะใภ้ของนาง ต่อไปก็หาทางคืนดีกันเสีย เพราะกลายมาเป็นพี่น้องกันแล้ว เข้าใจหรือไม่ นางกลายมาเป็นน้องสาวของเจ้าแล้ว พี่สะใภ้ “ เขาเอ่ยเย้านาง ใบหน้าของซูลี่แดงก่ำ ” ก็ได้เจ้าค่ะ ข้าจะง้องอนนางเอ
หลายวันต่อมามีงานเลี้ยงวันเกิดของขุนนางใหญ่คนหนึ่ง ท่านอ๋องซีหยางพาพระชายาหมาด ๆ ของเขาไปที่งานเลี้ยงแห่งนี้ด้วย เมื่อไปถึงในงานต่างก็เข้าไปทักทายแขกเหรื่อที่มางาน ขณะนั้นคุณหนูจงซูลี่ที่มากับบิดาของนางก็เดินเข้ามาร่วมวงสนทนา ดวงตาจ้องมองทัั้งคู่อย่างไม่พอใจนัก นางมีความหวังอย่างมาก เพราะเคยได้ยินค
ด้านอ๋องหนุ่มเมื่อได้เวลาเข้าหอ “ เจ้าห้าไปกัน สมใจเจ้าแล้วนะ ต่อไปก็ไม่ต้องทำตาขวางใส่พวกข้าแล้ว ” เมื่อเอ่ยหยอกเย้าเจ้าบ่าวที่วันนี้หน้าบานยิ่งกว่าจานเชิง ใครพูดอะไรก็หัวเราะไปเสียหมดดังเช่นคนมีความสุขเหลือประมาณ องค์ชายสามกับองค์ชายหกก็หิ้วปีกเขามาส่งจนถึงหน้าห้องหอ แล้วก็พากันเดินโซเซจากไป อ๋องห
หลังจากอ๋องซีหยางแบกคุณหนูเจียเหลียนฮวาหายเข้าไปในตำหนักแห่งนั้นโดยไม่มีผู้ใดรู้เห็น รองแม่ทัพไป๋เฟยหลงหลังจากที่สนทนาติดพันกับเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่และแม่ทัพใหญ่หลายๆคนอยู่นาน จนกระทั่งเขาเริ่มมองหาเหลียนฮวาไปจนทั่วงานเลี้ยงแต่ก็ไม่พบร่างงดงามของนางเลย ฮวาเอ๋อหายไปที่ใดกัน เขาไปตามหานางแถวบริเวณห้อ
ม้าแสนรู้ของขุนนางหนุ่มวิ่งเหยาะย่างช้าๆจนกระทั่งวิ่งมาจนถึงจวนร้างแห่งหนึ่ง มันวิ่งไปหยุดตรงประตูทางเข้าจวนร้างแห่งนั้น หย่งจิ้งประคองร่างอวบที่เอนกายพิงอกแกร่งของเขามาตลอดทางขึ้น แล้วเขาก็โหนตัวลงจากม้าหนุ่มแสนรู้นั่น แล้วยกร่างอวบของซูลี่ลงมายืนข้างม้าหนุ่มของเขา “ เจ้ายืนรอพี่ตรงนี้ก่อน พี่จะผูก
Rebyu